ในยุคนี้การดูแลตัวเองด้วยเทคโนโลยีหรือหัตถการต่างๆ เป็นที่นิยมมากขึ้น มาดูกันว่ามีหัตถการและคลินิกใดที่น่าสนใจบ้าง























ในยุคนี้การดูแลตัวเองด้วยเทคโนโลยีหรือหัตถการต่างๆ เป็นที่นิยมมากขึ้น มาดูกันว่ามีหัตถการและคลินิกใดที่น่าสนใจบ้าง























สุดฯ ชวนดูซีรี่ย์จีน Bright Eyes in the Dark อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก กับเคมีชวนฟินของคู่จิ้นดาราจีนคู่ใหม่ หวงจิ่งอวี๋-จางจิ้งอี๋!
มาแล้วจ้า!!! ในที่สุดก็มาแล้วจ้าอีกหนึ่งซีรี่ย์จีนที่สุดฯ เชื่อว่าไม่ใช่แค่สุดฯ เท่านั้นที่รอคอย แต่มีคอซีรี่ย์จีนหลายคนเช่นกันที่เฝ้ารอกันตั้งแต่เริ่มเปิดตัวนักแสดง เปิดกล้อง และปิดกล้องถ่ายทำ สำหรับซีรี่ย์จีนเรื่อง Bright Eyes in the Dark หรือชื่อไทย อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก (ชื่อจีน 他从火光中走来) ซีรี่ย์จีนแนวนักดับเพลิงที่ดัดแปลงบทจากนิยายจีนชื่อดังในชื่อเรื่องเดียวกันของจิ้นเจียงเหวินเสวียเฉิง (Jin Jiang Wen Xue Cheng) โดยได้ทีมผู้สร้างชุดเดียวกันจากซีรี่ย์จีนแนวอาชญากรรม/สืบสวน Chasing the Undercurrent พลิกล่าสืบคดีลับ (2022) ที่ได้รางวัลเว็บซีรี่ย์จีนยอดเยี่ยมแห่งปีมาร่วมกันทำซีรี่ย์จีนเกี่ยวกับอาชีพนักดับเพลิงที่มีทั้งภาพของการทำงานในชีวิตประจำวันและการเติบโตในสายอาชีพของตัวละครที่ถ่ายทอดถึงความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ ยืนหยัด กระตือรือร้นและเสียสละของพวกเขา โดยมีตัวละครหลักอย่างหลินลู่เซียวและหนานชู ที่มาร่วมกันฝ่าฟันบททดสอบต่างๆ เพื่อไล่ตามความฝันให้สำเร็จ ซึ่งไม่เพียงได้เห็นความรักทั้งนั้น แต่ยังมีความกล้าหาญและความรับผิดชอบในหน้าที่ของพวกเขาด้วย

สำหรับเนื้อเรื่องของซีรี่ย์จีนBright Eyes in the Dark อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหลินลู่เซียว นักดับเพลิงหนุ่มมากความสามารถที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์อย่างมากทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยดับเพลิงในเมืองเป่ยสวิน ซึ่งด้วยเหตุบังเอิญต่างๆ ทำให้เขาได้รับเลือกไปเป็นผู้อบรมให้ความรู้ด้านการป้องกันอัคคีภัยในรายการเรียลลิตี้รายการหนึ่ง ซึ่งในรายการนั้นเองที่หลินลู่เซียวได้เจอกับหนานชู นักเต้นหญิงที่เขาเคยช่วยเธอไว้จากกองไฟเมื่อหลายปีก่อน โดยฝ่ายหนานชูรู้สึกดีกับหลินลู่เซียวมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่หลินลู่เซียวที่รู้ถึงความเสี่ยงจากหน้าที่การงานของเขา ทำให้เขาไม่กล้าเปิดใจให้กับหนานชู
นอกจากหลินลู่เซียว ยังมีเซ่าอีจิ่ว ฉินฉือฉวน และนักดับเพลิงรุ่นใหม่ไฟแรงที่กล้าหาญและอายุน้อยคนอื่นๆ ที่นำอุปกรณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ จากต่างประเทศกลับมาที่สถานีดับเพลิงนี้เช่นกัน พวกเขาทำงานร่วมกัน ช่วยกันดับเพลิงไหม้และภัยพิบัติอื่นๆ ยกระดับความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในเมืองให้สูงขึ้น ในขณะเดียวกันเส้นเรื่องความรักของหนานชูกับหลินลู่เซียวก็ค่อยๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น รู้สึกดีต่อกันมากขึ้น… จะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามกันได้ในซีรี่ย์จีนBright Eyes in the Dark อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก ไปพร้อมกันค่ะ
พูดถึงตัวซีรี่ย์จีนกันไปแล้ว สุดฯ ขอต่อด้วยการพูดถึงนักแสดงนำของเรื่อง ซึ่งผู้ที่มารับบทหลินลู่เซียวได้หวงจิ่งอวี๋ (Huang Jingyu หรือ Johnny Huang) นักแสดงชายจีนหุ่นล่ำวัย 30 ปี (เกิดเดือนพ.ย. 1992) เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่างซีรี่ย์จีนแนวตำรวจ/สืบสวน The Thunder ฝ่าภารกิจพิชิตทรชน (2019), Love Designer ออกแบบรักฉบับพิเศษ (2020), My Dear Guardian ภารกิจลับ ภารกิจรัก (2021) รวมไปถึงเรื่อง Chasing the Undercurrent พลิกล่าสืบคดีลับด้วย ส่วนนางเอกของเรื่องผู้รับบทหนานชูได้จางจิ้งอี๋ (Zhang Jingyi หรือ Joy Zhang) นักแสดงหญิงจีนวัยรุ่นวัย 24 ปี (เดือนก.ค. 1999) จากซีรี่ย์จีนสุดปังอย่างซีรี่ย์จีนแนวพีเรียด/โรแมนติก Fall in Love เพียงรักแรกพบ (2021), Lighter&Princess ไฟแช็กกับชุดเจ้าหญิง (2022) ฯลฯ มารับบทนำคู่กับหวงจิ่งอวี๋เป็นครั้งแรก โดยเคมีของคู่นี้บอกเลยว่า ทำเอาแฟนๆ ตั้งตารอกันตั้งแต่เริ่มเปิดกล้องเลยละจ้า


อย่างไรก็ตาม ในเรื่องBright Eyes in the Dark อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก นอกจากจะมีหวงจิ่งอวี๋กับจางจิ้งอี๋แล้ว ยังมีหนุ่มหล่ออีกหลายคนที่คอซีรี่ย์จีนคุ้นเคยมาร่วมกันส่งต่อความปังด้วย ไม่ว่าจะเป็นถังเสี่ยวเทียน (Tang Xiaotian) จากเรื่อง My Little Happiness สุขเล็ก ๆ ที่เรียกว่าเธอ (2021), หวังจื่อฉี (Wang Ziqi) พระเอกจากเรื่อง The Love You Give Me รักนี้เธอมอบให้ (2023), จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe) พระเอกจากซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต (2023) มาร่วมรับเชิญด้วย บอกเลยว่าใครพลาดเรื่องนี้คือพลาดมาก!! รอชมพร้อมกัน 19 ก.ย. นี้ทาง iQIYI นะคะ


รูปจาก : 电视剧他从火光中走来
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ
South Wind Knows ของคู่จิ้นเฉิงอี้-จางอวี่ซี กับภาพโปรโมทเรียกน้ำย่อยก่อนลงจอเร็วๆ นี้!
รวบตึง 7 ซีรี่ย์จีนในบทพระเอกของเฉินเจ๋อหย่วน ที่ทีมเมียไม่ควรพลาด!
ไป๋อวี่-หนีนี ชวนผจญภัยลุ้นระทึกในซีรี่ย์จีน West Out of the Yumen !
มัดรวบ 2 มินิซีรี่ย์จีนแนวตบจูบ ของไต้เกาเจิ้ง-เฉินฟางถง!
ตาร้อน! หลิวอี้เฟยประกบ 5 พระเอกในซีรี่ย์จีนใหม่ The Tale Of Rose !
BEST OF BLUSH ON

ปีนี้ BISOUS BISOUS แบรนด์ขวัญใจสาวหวานพา DUO BLUSHER มาคว้า BEST OF BLUSH ON ไปครองด้วยความสีสวยสไตล์เกาหลี และตลับฟรุ้งฟริ้งน่ารัก

บลัชออนปังๆ ยังมีกันต่อกับ ORIENTAL PRINCESS ที่ส่ง BENEFICIAL KISS FROM A ROSE NATURAL FACE TINT บลัชออนในรูปแบบทินต์มาขโมยหัวใจสาวๆ เพราะความสีสวย เนื้อทินต์ที่ไม่แห้งเร็วเกินไป มีเวลาให้เราเกลี่ยเนียนๆ ได้
BEST OF FOUNDATION POWDER

BISOUS BISOUS ยังส่งแป้งพัฟฟ์ New Formula Miracle Blooming Anti- Aging Powder Pact SPF30 PA+++ ที่ปรับสูตรใหม่ไฉไลกว่าเดิมมาคว้ารางวัลด้วยอีกไอเท็ม
BEST OF EYEBROW MASCARA

มงฯ มาสคาราคิ้วยังคงลงที่แบรนด์สุดเลิฟของสาวๆ ที่รักการปัด จัดแต่ง และเซ็ตคิ้วให้ปัง นั่นก็คือ BENEFIT FLUFF UP BROW WAX ที่ช่วยเซ็ตขนคิ้วให้อยู่ตัว เข้ารูปสวย
BEST OF EYESHADOW

แบรนด์ที่ปังเรื่องดินสอเขียนคิ้วอย่าง ODBO ในตอนนี้มีผลิตภัณฑ์อีกตัวที่ปังตามกันมาติดๆ คืออายแชโดว์พาเลตต์ SIGNATURE EYESHADOW PALETTE กับโทนสีแนวเกาหลีเกาใจ ใช้ง่ายสไตล์ Everyday Look

อีกพาเลตต์ที่พลาดไม่ได้คือ KATE DESIGNING BROWN EYES อายแชโดว์แบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน เนื้อดี สีสวย กลิตเตอร์เด่น ราคาจับต้องได้ เป็นขวัญใจสาวมหาวิทยาลัยไปจนถึงวัยทำงาน ครองมงฯ BEST OF EYESHADOW ไปเลย
BEST OF FOUNDATION

SUQQU THE LIQUID FOUNDATION รองพื้นจากแบรนด์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสหรูหรา เนียนเรียบไปกับผิว มีความเงานิดๆ ไม่แมตต์ไม่โกลว์จนเกินไป ดูสวยแพง
BEST OF LIP COLOR

CHARLOTTE TILBURY MATTE REVOLUTION LIPSTICK แท่งนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ลิปของชาร์ลอตเป็นกระแสตั้งแต่เข้าไทย จนถึงตอนนี้สาวๆ ก็ยังอวยไม่หยุดในความเนื้อดี สีสวย แถมแพ็คเกจหรูหราน่าใช้

ขออวยยศในความติดทนของลิปแท่งนี้ 3CE BLUR MATTE LIPSTICK ลิปแมตต์เนื้อบางเบา ไม่หนาหนักปาก แต่สีชัดติดทนจนตกใจ ทาไปกินน้ำกินขนมแล้วยังอยู่เลย

ORIENTAL PRINCESS ส่ง BENEFICIAL JUICY GLOW WATERY LIP TINT ลิปทินต์สูตรวีแกน เนื้อดี สีฉ่ำ ติดทน ไม่เหนียวเหนอะปาก มาคว้า BEST OF LIP COLOR ไปอีกรางวัล
BEST OF MASCARA

ขอคอนเฟิร์มในความงอนเด้ง ติดแน่น ติดทนทั้งวัน สำหรับ ETUDE CURL FIX MASCARA เรียกว่าสมชื่อรุ่น CURL FIX มาก!

ในส่วนของสาขา Reader’s Vote ในปีนี้สาวๆ โหวตให้ MAYBELLINE NEW YORK LASH SENSATIONAL SKY HIGH WATERPROOF MASCARA มาสคาราเสกขนตาปังอลังการ เป็นที่สุดแห่งมาสคาราในดวงใจค่า

ตามมาด้วย ODBO BQ COVER MASCARA แท่งเขียว ขวัญใจสาวๆ ในโลกออนไลน์ ตัวนี้ใช้ดี ติดทน ไม่เลอะง่าย ใครๆ ก็บอกว่าใช้ดี รวมถึงกูรูของเราด้วย
BEST OF PRESSED POWDER

สายธรรมชาติมาทางนี้เลยค่ะ ขออวยยศให้แป้งอัดแข็งโปร่งแสงตลับนี้ LALIL TRANSLUCENT PRESSED POWDER เป็นแป้ง Talc-free สูตรควบคุมความมัน เนื้อเนียนละเอียด บางเบาสบายผิวสุดๆ

แป้งนางฟ้าในตำนานอย่าง NARS LIGHT REFLECYING PRESSED SETTING POWDER ปัดแล้วกระจายแสงดีงาม ช่วยให้หน้าดูสว่างไสวมีออร่าประหนึ่งได้รับพรจากนางฟ้ามาหมาดๆ มงฯ ลงสวยๆ ไปเลยค่า
ตอนนี้ซีรีส์เกาหลีเรื่อง The Killing Vote กำลังสนุกมากแม่ หลังออกอากาตอนแรกไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2023 เรื่องราวก็สนุกเข้มข้นจนอิฉันหยุดดูไม่ได้ ลงแดงรอแต่ละตอนหนักมาก ซึ่งสุดสัปดาห์ก็ปลื้มปริ่มมากที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษสามนักแสดงนำอย่าง พัคแฮจิน พัคซองอุง และอิมจียอน เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ บอกเลยว่ามีประเด็นน่าสนใจเยอะมาก

ซีรีส์เกาหลีแนวสืบสวนสุดระทึกเรื่อง The Killing Vote เป็นซีรีส์เกาหลีอีกเรื่องน่าติดตามในปี 2023 ที่หยิบมาจากเว็บตูนเรื่องดังในชื่อเดียวกัน กับเรื่องราวที่จะพาผู้ชมไปหาความหมายของความยุติธรรมและนำเสนอการโหวตจากทั่วประเทศสำหรับตัดสินโทษประหารชีวิต เพื่อต่อต้านอาชญากรที่ชั่วร้าย เรื่องราวจะเน้นไปที่บุคคลลึกลับผู้ดำเนินการลงโทษประหารชีวิตจากผลการโหวต และตำรวจที่ตามไล่ล่าเขา มีจำนวนทั้งหมด 12 ตอนจ้า
นอกจากพล็อตเรื่องสนุกแล้ว นักแสดงนำในเรื่องนี้ก็ปังมาก มีทั้ง พัคแฮจิน, พัคซองอุง และ อิมจียอน ในเรื่องเดียว โดย พัคแฮจิน รับบทเป็น คิมมูชาน หัวหน้าทีมตำรวจผู้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมได้เร็วที่สุด ส่วน พัคซองอุง รับบทเป็น ควอนซอกจู ผู้กำลังรับโทษจำคุกหลังจากเข้ามอบตัว ในคดีฆ่าผู้ร้ายที่ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาววัย 8 ขวบของเขา และ อิมจียอน รับบทเป็น จูฮยอน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นคนเก่งที่สุดของทีมสืบสวนทางไซเบอร์

งานนี้สุดสัปดาห์ก็ได้รับโอกาสจาก Prime Video ให้ร่วมสัมภาษณ์นักแสดงนำทั้งสามคนเกี่ยวกับผลงานซีรีส์เกาหลีเรื่องThe Killing Voteจะได้คุยเรื่องอะไรกันบ้าง ตามสุดฯ มาเลยค่า
พัคแฮจิน : คิมมูชาน เป็นตัวละครที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไขคดีให้ได้ เขายังเป็นตัวเดินเรื่องโดยแสดงให้เห็นทั้งด้านดีและชั่วร้ายของเหตุการณ์ต่างๆ ในซีรีส์ ผมคิดว่าเขามีบุคลิกที่แตกต่างจากบุคลิกของผมมากเลยครับ ผมไม่ได้เป็นคนบ้าบิ่นดุดันเหมือนมูชานขนาดนั้น

พัคซองอุง : ควอนซอกจูอาจดูเหมือนตัวร้าย แต่เขาไม่ใช่ตัวร้ายนะครับ ควอนซอกจูเป็นตัวละครที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องในหลายมุม และก็คงจะดีถ้าเราได้ดูเรื่องราวที่มีศูนย์กลางมีควอนซอกจูเป็นแกนกลางของเรื่อง
อิมจียอน : จูฮยอนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานในสำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจโซลมาเป็นเวลาห้าปีแล้ว เธอเคยเป็นดาวเด่นของหน่วย แต่ปัจจุบันกลับเป็นที่รู้จักในฐานะตัวสร้างความรำคาญ ความยุติธรรมตรงไปตรงมาทำให้เธอมีเสน่ห์และก็โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์ ตัวละครนี้คล้ายกับบุคลิกจริงของฉันมากค่ะ

พัคแฮจิน : ตอนแรกผมก็กังวลนะครับเพราะตัวละครที่ผมได้รับมันแตกต่างจากตัวจริงของผมมาก แต่นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากแสดงบทนี้มากขึ้นด้วย
พัคซองอุง : ผมพบว่าคาแรคเตอร์ของควอนซอกจูยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่ว ซึ่งน่าดึงดูดมาก ผมคิดว่าผมน่าจะสามารถแสดงมุมมองใหม่ๆ ของตัวเองออกมาให้ผู้ชมเห็นได้ ผ่านคาแรคเตอร์ที่ดูคุ้นเคย แต่ก็แตกต่างไปจากภาพลักษณ์ของตัวละครอื่นๆ ที่ผมเคยรับบทมา
พัคแฮจิน : แตกต่างจากบทอื่นๆ ที่ผ่านมาของผมแน่นอน อยากให้ไปดูด้วยตัวเองใน “The Killing Vote” เลยครับ

พัคแฮจิน : ผมลองหาซีรีส์แนวเดียวกันมาดูหลายเรื่องเลยครับ ผมไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สัมผัสถึงชีวิตตำรวจจริงๆ รวมถึงได้รับคำแนะนำดีๆ มาด้วยครับ
พัคซองอุง : ก่อนอื่นเลย ผมเริ่มต้นจากการที่ตัวละครของผมมีลูกสาวชื่อนาแร ผมไม่ต้องการแสดงออกมาให้ให้ตัวละครดูชั่วร้าย ก็เลยใช้ความพยายามมากๆ ในการทำให้ควอนซอกจูเป็นตัวละครที่อยู่ระหว่างความดีและความชั่ว เพื่อที่เขาจะได้ไม่ดูเป็นตัวร้ายอย่างเดียว

อิมจียอน : ฉันพยายามที่จะแสดงเป็นจูฮยอนในแบบที่เธอเป็น จูฮยอนอายุพอๆ กับฉัน และฉันคิดว่าเธอเป็นตัวละครที่ดูเป็นมิตรมากกว่าตัวละครอื่นๆ ที่ฉันแสดงเมื่อเร็วๆ นี้ ฉันยังพยายามสร้างจูฮยอนที่มีลักษณะเหมือนอิมจียอนโดยเน้นไปที่พลังที่บ้าบิ่นและความดีของจูฮยอน
พัคแฮจิน : ผมไปเยี่ยมสถานีตำรวจและพูดคุยเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง แล้วก็ได้รับคำแนะนำเยอะมากเลยครับ ส่วนฉากแอ็กชั่นก็ต้องมีการฝึกซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
อิมจียอน : มีหลายฉากเลยค่ะที่ฉันถูกทุบตีไม่ก็โดนไล่ล่า (หัวเราะ) ฉันก็เลยพยายามศึกษาหาวิธีแสดงฉากแอ็กชั่นที่ดูเป็นธรรมชาติ และในเวลาเดียวกันก็ต้องปลอดภัยด้วย

พัคแฮจิน : ฉากสะเทือนอารมณ์ระหว่างคิมมูชานและควอนซอกจูเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดเลยครับ ผมนึกว่าการแสดงร่วมกันคงเป็นเรื่องยากเพราะจริงๆ แล้วผมสนิทกับพัคซองอุงมาก แต่สุดท้ายแล้วการที่เรารู้จักกันดีนี่แหละ ที่ทำให้การแสดงในระดับลึกซึ้งกว่าเดิมเกิดขึ้นได้ ความเจ็บปวดของควอนซอกจูถ่ายทอดมาถึงผม และกระบวนการแสดงความรู้สึกในส่วนนั้นออกมาก็ยากมากๆ ครับ
พัคซองอุง : สำหรับผม การได้ถ่ายทำร่วมกับนาแร ลูกสาวของผมในเรื่อง เป็นสิ่งที่น่าจดจำมากครับ เธอน่ารักมากจนผมจำได้แม่นว่าเราสนุกกันมากๆตอนถ่ายทำด้วยกัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่าการถ่ายทำฉากสถานที่เกิดเหตุของนาแรเป็นเรื่องยากมากๆ หัวใจของคนเป็นพ่อที่สูญเสียลูกไปนั้นเจ็บปวดเกินคำบรรยาย มันเป็นฉากที่ผมระบายอารมณ์ออกมาเยอะมาก เป็นการถ่ายทำที่ยากลำบากพอสมควรเลยครับ
อิมจียอน : มันยากมากเลยนะคะที่จะเลือกแค่ฉากเดียวเพราะฉันชอบทุกฉากเลย เนื่องจากตัวละครของฉันทำหน้าที่สืบสวน ฉันก็เลยรู้สึกสนุกเพราะมีหลายฉากที่ฉันต้องใช้ร่างกาย เช่น วิ่งหรือกระโดดข้ามกำแพง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม

พัคแฮจิน : ผมเคยอ่านเว็บตูนต้นฉบับครับ มีบางส่วนในเว็บตูนที่เหมือนและบางส่วนที่แตกต่างจากในซีรีส์ เรื่องราวที่เป็นต้นฉบับจากในเว็บตูนทำให้เราสามารถใช้เป็นโครงเรื่องหลักของได้ดี แต่ผมคิดว่าเราต้องพยายามไม่ติดอยู่ในกรอบเดิมๆ แล้วก็คิดว่าน่าจะสนุกดีถ้าได้ลองเปรียบเทียบเรื่องราวในเว็บตูนกับซีรีส์ดู
พัคซองอุง : โดยปกติผมจะไม่ค่อยดูงานต้นฉบับ เพราะผมกลัวว่าการแสดงของผมจะมันจะไปเหมือนกับตัวละครต้นฉบับนั้นเกินไป ส่วนใหญ่ผมจะใช่วิธีสร้างคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่เองมากกว่าครับ
อิมจียอน : ฉันเคยได้อ่านเว็บตูนแล้วค่ะ เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามมาก เว็บตูนและซีรีส์มีทั้งส่วนที่เหมือนและต่างกัน และฉันคิดว่าการค้นหาว่ามีจุดไหนบ้างคงจะสนุกดี
อิมจียอน : วิธีการของฉันคือฉันจะพยายามพักผ่อนมากๆ ในวันที่ไม่ต้องไปถ่ายทำ แล้วก็ออกกำลังหนักๆ ด้วยค่ะ

พัคแฮจิน : ผมคิดว่าเป็นซีรีส์ที่นักแสดงมีเคมีเข้ากันดีกว่างานอื่นๆ ที่ผ่านมาเลยครับ ครั้งนี้เป็นซีรีส์เรื่องที่สองที่ผมได้ร่วมงานกับคุณพัคซองอุง บรรยากาศในกองถ่ายก็ดี และบางทีอาจเป็นเพราะลักษณะของซีรีส์แนวนี้ พวกเราก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนึกถึงกันและกัน และเป็นห่วงกันและกันมากขึ้น พวกเราก็เลยสนิทกัน ยังไงก็ฝากติดตามเรื่องราวในซีรีส์ของเราด้วยนะครับ
พัคซองอุง : ถึงแม้ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นแนวระทึกขวัญ แต่เวลาอยู่ในกองถ่ายผมไม่ได้รู้สึกเครียดเลยครับ ตรงกันข้าม ผมกลับสามารถมีสมาธิจดจ่อด้วยการดื่มด่ำกับตัวละครของตัวเองได้มากขึ้นด้วย นี่เป็นครั้งที่สองของผมที่ร่วมงานกับคุณพัคแฮจินนับตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง “Man to Man” ดังนั้นผมก็เลยสามารถสื่อสารกับเขาได้เพียงแค่สบตากัน
แล้วก็เป็นละครเรื่องแรกที่ผมได้แสดงร่วมกับคุณอิมจียอน แต่ด้วยความที่เธอเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์มาก ผมก็เลยสนุกมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับเธอ ส่วนผู้กำกับพัคชินอูและผู้กำกับภาพอีชางแจ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้ทำงานกับพวกเขาหลังจากเคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “White Night” ด้วยกันมาก่อน ดังนั้นการถ่ายทำก็เลยราบรื่นได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เลยครับ

อิมจียอน : ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้ทำงานร่วมกันนักแสดงหลายท่าน รวมถึงคุณพัคแฮจินและคุณพัคซองอุง เรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างหนักและจริงจัง แต่ทันทีที่กล้องหยุดถ่าย บรรยากาศก็เป็นกันเองมาก ฉันสามารถถ่ายทอดตัวละครจูฮยอนได้ดีก็เพราะได้ถ่ายทำในบรรยากาศที่ดีร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ เลยค่ะ
พัคแฮจิน : ใน “The Killing Vote” คุณจะยังได้เห็นโบรแมนซ์แบบอื่นๆ ซึ่งเป็นโบรแมนซ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ และเนื่องจากเราไม่ได้แสดงด้วยกันนานแล้ว ตอนที่กลับมาทำงานด้วยกันครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าการแสดงของพัคซองอุงลึกซึ้งขึ้น และผมเองก็โตขึ้นด้วยเหมือนกันเมื่อเทียบกับ 7 ปีที่แล้ว ถ้ามีโอกาส ผมก็อยากจะร่วมงานกับเขาอีกครั้งในการแสดงเรื่องอื่นๆ นะครับ

พัคแฮจิน : ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือคุณจะพูดถึงเรื่องเดียวกันนี้ด้วยวิธีที่แตกต่างไปจากเดิมยังไง ซีรีส์ของเรามีวิธีการเล่าเรื่องที่จะพาผู้ชมไปค้นหาว่าใครคือตัวละครที่ดี ตัวละครที่ไม่ดี และสุดท้าย ใครคือ “หน้ากากสุนัข (Dog Mask)” คนที่หลายคนคาดหวังไว้อาจจะเป็น “Dog Mask” ก็ได้ หรือคนที่หลายคนคาดไม่ถึงโดยสิ้นเชิงก็อาจจะเป็น “Dog Mask” ก็ได้เช่นกัน อยากให้ผู้ชมติดตามกันให้ดีๆ อย่าให้คลาดสายตานะครับทุกคน
พัคซองอุง : ผมคิดว่าการโหวตโทษประหารระดับประเทศคือจุดที่น่าสนใจของซีรีส์ การกำหนดโทษจากคะแนนเสียงของประชาชน ผมคิดว่าแนวคิดนี้มันทั้งใหม่และน่าสนใจในเวลาเดียวกัน
อิมจียอน : The Killing Voteพูดถึงการโหวตโทษประหารชีวิตระดับชาติ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นในโลกความเป็นจริง คุณจะได้รู้สึกถึงการปลดปล่อยอารมณ์ที่รุนแรง และความตื่นเต้นที่แปลกใหม่จากเรื่องราวที่คาดไม่ถึง ประสาทสัมผัสทั้งห้าของคุณจะถูกปลุกในขณะที่ซีรีส์ตั้งตำถามกับเราว่าความยุติธรรมที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

พัคแฮจิน : ผมคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกฎหมาย ผมคงไม่สามารถพูดได้ว่าโทษประหารเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็มีบางมุมที่สมเหตุสมผลนะครับ
พัคซองอุง : ในความเป็นจริง มีเรื่องราวที่เลวร้ายยิ่งกว่า “การโหวตโทษประหาร (The Killing Vote)” อีกนะครับ และปัญหาสังคมบางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ดูเหมือนจะทำให้คนจำนวนมาก รวมทั้งตัวผม รู้สึกเหนื่อยล้าและมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งในสถานการณ์ที่ซ้ำซากแบบนั้น ผมคิดว่าการเกิดขึ้นของ “การโหวตโทษประหาร” อาจจะเป็นหนทางที่จะช่วยหยุดเรื่องร้ายๆ ลงได้บ้าง
อิมจียอน : ฉันมีเรื่องที่กังวลหลายจุดเลยค่ะ ฉันพอจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในซีรีส์นะคะ เพราะว่ามันมีหลายสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกฎหมายและอาจจะมีกรณีที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นได้ แต่ในมุมหนึ่ง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกอย่างจะดำเนินไปแบบตรงไปตรงมาทั้งหมด ดังนั้นมันก็เลยเป็นสถานการณ์ที่น่าหนักใจในหลายๆ ด้าน

พัคแฮจิน : ผมไม่คิดว่าผมจะลงคะแนนได้ตอนนี้นะครับ ผมคิดว่าผมคงให้ลงโทษคนที่สมควรได้รับโทษนั้น แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีความมั่นใจมากพอที่จะรับมือกับผลสะท้อนกลับของผลลัพธ์การโหวตนั้นได้ แต่ถ้าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นในชีวิตจริง ผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้
พัคซองอุง : ผมคิดว่าผมจะร่วมโหวตด้วยถ้าผมมีความรู้มากพอเกี่ยวกับคดีที่ต้องลงคะแนนโหวดระดับประเทศนะครับ ผมคิดว่าเกณฑ์การตัดสินใจของผมว่าจะร่วมโหวตหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับว่าผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีนั้นๆ หรือเปล่า
อิมจียอน : ฉันไม่คิดว่าจะเลือกได้ง่ายๆ นะคะ (หัวเราะ) ฉันคิดว่าฉันคงจะตัดสินใจหลังจากศึกษาเรื่องการโหวตและเป้าหมายอย่างใกล้ชิดแล้ว ฉันจะต้องค้นหาก่อนว่าการโหวตครั้งนี้คืออะไรกันแน่ และเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อบ้าง

พัคแฮจิน : มันเป็นระบบที่เปิดให้พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วมในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมภายใต้หน้ากากของประชาธิปไตยที่เคารพเสียงข้างมาก สำหรับตอนนี้ ผมไม่คิดว่าคุณจะเรียกว่ามันเป็นระบบที่ยุติธรรมจริงๆ หรอกนะครับ
พัคซองอุง : ผมคิดว่ามันเป็นระบบที่สามารถบรรเทาความรู้สึกหงุดหงิดของผู้คนได้นะ เพราะว่ามีปัญหาสังคมมากมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มีวิธีที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองโดยตรงได้ไม่มากนัก มันยากที่จะบอกว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้อง แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นระบบที่ดีในแง่ของผลลัพธ์นะครับ
อิมจียอน : ฉันคิดว่าการเคารพเสียงข้างมากก็ยุติธรรมดีนะคะ แต่แม้ว่าจะผลการตัดสินจะขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงข้างมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความไม่เป็นธรรมอื่นๆ ขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงต้องตัดสินใจอย่างระมัดระวังและรอบคอบมากๆ

พัคแฮจิน : ผมคิดว่าสิ่งที่ซีรีส์อยากจะสื่อสารคือ “ความยุติธรรมของคุณถูกต้องจริงหรือเปล่า?”
พัคซองอุง : ความยุติธรรมแบบไหนที่เหมาะสม? มันเป็นเรื่องยากที่การผดุงความยุติธรรมจะขึ้นอยู่กับการกระทำของคนคนเดียว ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกก็ต่อเมื่อมีผู้คนจำนวนมากสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น ผมหวังว่าผู้ชมจะได้ดูThe Killing Vote และให้ความสนใจในเรื่องขั้นตอนที่นำไปสู่ความยุติธรรมกันเยอะๆ ครับ
อิมจียอน : ฉันคิดว่ามันเป็นซีรีส์ที่ทำให้คุณได้คิดถึงแก่นแท้ของความยุติธรรม มันคงจะดีถ้าหลังจากชมซีรีส์เรื่องThe Killing Voteแล้ว ผู้ชมจะได้ลองคิดว่าความยุติธรรมที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่

พัคแฮจิน : เรื่องThe Killing Voteเป็นซีรีส์ที่น่าสนใจตั้งแต่ธีม บท นักแสดง ไปจนถึงการกำกับที่จริงจัง ผมคิดว่าเป็นซีรีส์ที่ดีควรค่ากับการแนะนำเลยครับ
พัคซองอุง : ผมคิดว่ามันเป็นซีรีส์ที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสดใหม่ครับ เป็นซีรีส์ที่ทำให้สิ่งต่างๆ ที่หลายคนเคยจินตนาการไว้เป็นจริงขึ้นมา ผมคิดว่าThe Killing Voteจะสร้างความสนุกสนานที่ทรงพลังให้แก่ผู้ชม พร้อมกับการเดินเรื่องที่เหนือความคาดหมาย
อิมจียอน : The Killing Vote พูดถึงการโหวตโทษประหารชีวิตระดับชาติ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นในโลกความเป็นจริง คุณจะได้รู้สึกถึงการปลดปล่อยอารมณ์ที่รุนแรง และความตื่นเต้นที่แปลกใหม่จากเรื่องราวที่คาดไม่ถึง ประสาทสัมผัสทั้งห้าของคุณจะถูกปลุกในขณะที่ซีรีส์ตั้งตำถามกับเราว่าความยุติธรรมที่แท้จริงคืออะไรกันแน่
อ่านบทสัมภาษณ์จบแล้ว ใครยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ ไปตามเก็บได้ที่ Prime Video เลยค่า ยังมีเวลาตามเก็บให้ทันดูสดนะจ๊ะ
.
.
TEXT : ImJinah
PHOTO : Prime Video
.
.
.
คิมแทฮีเปิดใจถึงการกลับมารับบทแม่อีกครั้งใน Lies Hidden in My Garden
ยูอินนาพูดถึงมุมมองที่มีต่อความรัก และบทบาทโค้ชด้านการออกเดทในซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง True to Love !!!
สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 5 สมาชิกรายการ Jinny’s Kitchen กับเรื่องลับๆ เบื้องหลังการถ่ายทำ!
สัมภาษณ์พิเศษนักแสดง Curtain Call จองจีโซแชร์โมเมนต์ที่ได้มาเจอกับฮาจีวอนในรอบ 9 ปี
5 เหตุผลที่เราไม่ควรพลาด ซีรี่ย์เกาหลี Island #สัมภาษณ์ส่งตรงจากโซล!
ส่องคาแร็กเตอร์ตัวละครของเรื่อง Island ซีรี่ย์เกาหลีใน Prime Video ใครรับบทเป็นอะไรบ้าง?!?
สาวกเกาหลีเตรียมจด! ลิสต์หนังและซีรี่ย์เกาหลีใน Prime Video เรื่องเก่าและเรื่องใหม่สุดปังเพียบ!
ติ่งน้อยร้อยแอปฯ ! แอปสตรีมมิ่งใหม่มาอีกแล้ว Prime Video เปิดตัวเอาใจคอเกาหลีด้วยซีรี่ย์เกาหลี ANNA
ซูจี กลับมาแล้ว รับบทสุดท้าทายในซีรี่ย์เกาหลี ANNA มาพร้อม 2 ลุคที่ต่างกันสุดขั้ว!
ชาอึนอูพลิกบทบาทครั้งสำคัญใน Island และ Decibel กับเบื้องหลังความทุ่มเทเพื่อการแสดง!
คุ้มค่าการรอคอย อลังการแห่งความเป็นที่สุดแห่งปีกับอีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่ “Shopee 9.9 Shopping Festival” ที่เพิ่งจบลงไปอย่างสวยงาม ด้วยขบวนพาเหรดจากเหล่าดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังของประเทศไทย พร้อมด้วยแบรนด์พันธมิตรชั้นนำหลากหลายแวดวงธุรกิจ เพื่อมาร่วมฉลองแคมเปญ “Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี” มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค เรียกได้ว่า ยิ่้งใหญ่สมกับความเป็นช้อปปี้จริงๆ เพราะขนความสุข ความสนุก และดีลที่ดีที่สุดแห่งปีมามอบให้กับเหล่านักช้อปตลอด 4 วันเต็ม ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างสีสันและความสนุกสนาน อาทิ สุ่มกาชาปองพร้อมรับโค้ดส่วนลดเอาไปช้อปปิ้งต่อกันแบบจุใจ ทำเอาเหล่าแฟนคลับและนักช้อปตัวจริงอิ่มอกอิ่มใจกันไปถ้วนหน้า ในอีเวนท์สุดพิเศษครั้งนี้ 4 ดาราและเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ เซย่า-ณิชฎา และ มิย่า-พิชชา ทองเจือ และ มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ ยังเผยถึงมุมมองการช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เรียกว่าเป็นการเปิดฉากกลับมาของมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ช้อปปี้ ในปีนี้ได้ชูคอนเซ็ปต์ “ที่สุดแห่งปี ที่สุดแห่งการช้อป ช้อปเลยที่ช้อปปี้” ที่การันตีความเป็น “ที่สุด” จากหนุ่มหล่อสุดฮอต เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ เผยความประทับใจว่า “ถ้าพูดถึงที่สุดของช้อปปี้ ผมจะนึกถึงที่สุดของความคุ้มค่าครับ เพราะช้อปปี้มีโปรโมชันที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด และที่สำคัญ ช้อปปี้ มีทุกอย่างที่ผมมองหาแบบที่เรียกได้ว่า หาสินค้าอะไรก็เจอบนช้อปปี้ครับ ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แกดเจ็ต ของใช้ภายในบ้าน และที่ถูกใจมากเป็นพิเศษคือสินค้าประเภทที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวครับ หลายครั้งที่ผมมีเวลาจำกัดในการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยว เพราะผมไม่ค่อยมีเวลาออกไปซื้อของสักเท่าไหร่ เลยเลือกกดสั่งซื้อจากช้อปปี้ บอกได้เลยครับว่าทั้งง่าย สะดวก และรวดเร็วมากครับ”

ด้านของสาวสวยแพ็กคู่อย่าง เซย่า-ณิชฎา และ มิย่า-พิชชา ทองเจือ ที่เรียกว่าเป็นตัวแทนของเหล่านักช้อปเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งสองสาวเตรียมพร้อมสุดๆ กับการช้อปปิ้งในช่วงแคมเปญ “Shopee 9.9 วันช้อปแห่งปี” และมหกรรมลดราคาในช่วงสิ้นปี โดยสองสาวเผยว่า “ในช่วงสิ้นปีนี้ แน่นอนว่าของที่พวกเราสองคนเตรียมตัวที่จะช้อปปิ้งบนช้อปปี้ก็คงจะหนีไม่พ้นกลุ่มสินค้าแฟชั่นและบิวตี้ค่ะ เพราะบนช้อปปี้มีของให้เลือกเยอะมาก และแถมยังมีโค้ดส่วนลดเยอะไปอีก ทำให้รู้สึกว่าการใช้จ่ายของพวกเราคุ้มค่ามากกว่าเดิมค่ะ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็ได้รับบิวตี้โปรดักส์และไอเทมสายแฟสุดชิคมาอัปเดตเทรนด์การแต่งหน้าและแต่งตัวในช่วง
หน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้ได้เลยค่ะ”

สาวสวยสุดเก่ง ดีกรีด็อกเตอร์ อย่าง มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ กล่าวว่า “ในยุคนี้ก็จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ต้องใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดค่ะ มายด์มักจะมองหาช่องทางในการช้อปปิ้งที่ดีที่สุด ที่มาพร้อมดีลดีและคุ้มที่สุด จนมาเจอกับช้อปปี้ ก็ต้องบอกเลยว่าช้อปปี้เข้ามาตอบโจทย์การช้อปปิ้งของมายด์มากที่สุดเลยค่ะ โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญต่างๆ เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะมายด์ช้อปปิ้งออนไลน์บ่อยที่สุดก็จะเป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และสมาร์ทแกดเจ็ตต่างๆ การสั่งซื้อสินค้าจากช้อปปี้ทำให้มายด์มั่นใจว่าจะได้สินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าที่สุด อย่าลืมมาช้อปอย่างสมาร์ทไปด้วยกันที่ช้อปปี้นะคะ”
นอกจากนี้ ภายในงานอีเวนท์ “Shopee 9.9 Shopping Festival” ยังมีเซเลบริตี้อีกคับคั่งที่ร่วมขบวนพาเหรดฉลองความยิ่งใหญ่ให้กับแคมเปญแห่งปีในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล, ไอซ์-ภาวิดา ชิตเดชะ, มิเชล-เบอร์แมนน์, ดาด้า-วรินดา ดํารงผล และน้องดีน ดวียศ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของดาด้า ชวนกันมามอบความสุขและความสนุกสนานอย่างเต็มอิ่ม พร้อมได้เชิญชวนเหล่านักช้อปมาสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดอย่างเต็มรูปแบบที่ช้อปปี้ และสำหรับอีเวนท์สุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นการกรุยทางเข้าสู่มหกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ในช่วงสิ้นปี ที่มั่นใจได้เลยว่าช้อปปี้
จัดหนัก จัดเต็ม เตรียมแคมเปญพร้อมโปรโมชันที่ดีที่สุดมามอบให้กับนักช้อปชาวไทยอย่างแน่นอน
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/
ใกล้ถึงฤกษ์ได้ดูซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกสุดฟินปนดราม่า South Wind Knows ของคู่จิ้นเคมีดี เฉิงอี้-จางอวี่ซี พร้อมภาพโปรโมทล่าสุดที่หวานหนักมาก!!
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์จีนที่เชื่อว่ามีแฟนๆ หลายคนต่างก็ตั้งตารอกันมานานแสนนาน สำหรับซีรี่ย์จีนแนวปัจจุบัน/โรแมนติกปนดราม่าที่ดัดแปลงบทจากนิยายจีนในชื่อเรื่องเดียวกันของนักเขียนชีเวย (Qi Wei) อย่าง South Wind Knows หรืออีกชื่อ South Wind Knows My Mood (南风知我意) ที่เริ่มถ่ายทำเมื่อปลายปี 2020 และปิดกล้องไปตั้งแต่ต้นปี 2021 แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์ออกอากาศที่แน่นอนจนถึงปัจจุบัน กระทั่งล่าสุดเมื่อต้นเดือนก.ย. 2023 แอคเคาท์เวยป๋อซีรี่ย์จีนSouth Wind Knowsก็กลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมกับส่งภาพโปรโมทให้แฟนๆ ตั้งตารอ เป็นการส่งสัญญาณเป็นนัยๆ ว่า ใกล้ได้ฤกษ์ออนแอร์เร็วๆ นี้แล้ว

สำหรับซีรี่ย์จีนSouth Wind Knowsบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนักวิจัยยา ฟู่อวิ๋นเซิน ที่ได้เจอกับคุณหมอสาวสวย จูจิ้ว ที่เดินทางไปให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ในพื้นที่ด้อยพัฒนา ทั้งสองคนเริ่มต้นความสัมพันธ์ไม่ดีนัก ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้เข้าใจผิดกัน แต่ด้วยวันเวลาผ่านไปที่พวกเขาได้ฝ่าฟันความเป็นความตายไปด้วยกัน ทำให้ความเข้าใจผิดเปลี่ยนเป็นความรักเข้ามาแทนที่ แต่ก่อนที่ฟู่อวิ๋นเซินกับจูจิ้วจะได้สารภาพรักกัน ฟู่อวิ๋นเซินก็ประสบอุบัติเหตุและทำให้เขาตกสู่ช่วงที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ฟู่อวิ๋นเซินที่ไม่ต้องการเป็นภาระของจูจิ้ว จึงตัดสินใจเลิกติดต่อกับเธออย่างเด็ดขาด กระทั่งหนึ่งปีผ่านไป จูจิ้วได้กลับมาเจอกับฟู่อวิ๋นเซินอีกครั้งในฐานะแพทย์ประจำตระกูล แต่แทนที่ฟู่อวิ๋นเซินจะดีใจ เขากลับผลักไสเธอ จูจิ้วที่ไม่ยอมแพ้แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เธอใช้ความดื้อรั้น การมองโลกในแง่ดี และความรักที่เธอมีต่อฟู่อวิ๋นเซินเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอค่อยๆ รักษาเขา และพาผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดออกมาชีวิตที่มืดมิดอีกครั้ง… เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ รอติดตามชมกันที่ซีรี่ย์จีนSouth Wind Knowsนะคะ
สำหรับพระ-นางของเรื่องSouth Wind Knowsได้คู่จิ้นดาราจีนที่ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกันมาแล้วมารับบทคู่กันอีกครั้ง โดยพระเอกได้เฉิงอี้ (Cheng Yi) นักแสดงชายจีนวัย 33 ปี (เกิดเดือนพ.ค. 1990) ที่ก่อนหน้านี้เคยฝากฝีมือการแสดงมาแล้วในซีรี่ย์จีนฮิตๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Lost Tomb II: Explore with the Note บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ปี 2 (2019), ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค Love and Redemption ปลดผนึกหัวใจหวนรัก (2020), Immortal Samsara อวลกลิ่นละอองรัก (2022) ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค/โรแมนติกที่รับบทคู่กับหยางจื่อ (Yang Zi) ฯลฯ

ส่วนนางเอกได้จางอวี่ซี (Zhang Yuxi) นักแสดงหญิงจีนวัย 32 ปี (เกิดเดือนม.ค. 1991) เจ้าแม่ซีรี่ย์จีนสายรอมคอมโดยมีผลงานสุดฮิต ทั้ง My Little Princess รักวุ่นวาย ฉบับยัยเจ้าหญิง (2016), Dear Prince รักนายเจ้าชายจอมเหวี่ยง (2017), I Cannot Hug You (2017-2018), Intense Love คุณหมอขา ซุปตาร์มาแล้ว (2020), Love At Night รัตติกาลรัก (2021) เป็นต้น

นอกจากผลงานเรื่องSouth Wind Knowsที่เฉิงอี้กับจางอวี่ซีได้รับบทนำคู่กัน ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็ได้ประกบคู่กันมาแล้วในซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค/โรแมนติก Dream of Chang An ลำนำรักเคียงบัลลังก์ ที่ออนแอร์ทางแพลตฟอร์ม WeTV ไปเมื่อปี 2021 บอกเล่าเรื่องราวในสมัยราชวงศ์ถังที่เกิดเหตุการณ์ในบ้านเมืองทำให้ 2 พี่น้องต้องพลัดพรากจากกันไปตั้งแต่ยังเด็ก กระทั่งหลายปีผ่านไปทั้งคู่ได้เข้ามาพัวพันกับกษัตริย์องค์ใหม่ ใครที่ชื่นชอบเคมีของคู่นี้บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ทั้ง 2 เรื่องจริงๆ ค่ะ ส่วนวันนี้สุดฯ ขอนำภาพเคมีของเฉิงอี้กับจางอวี่ซีในเรื่องSouth Wind Knowsมาให้ได้ดูเป็นการเรียกน้ำย่อยระหว่างรอซีรี่ย์ออนแอร์กันค่ะ บอกเลยว่าแต่ละภาพเคมีล้นจอ!!






รูปจาก : 南风知我意官博
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ
เปิดวาร์ป จางหลิงเฮ่อ 4 ปีในวงการบันเทิงสู่การเป็นหลัวในดวงใจของสาวๆ!
ตาร้อน! หลิวอี้เฟยประกบ 5 พระเอกในซีรี่ย์จีนใหม่ The Tale Of Rose !
3 รายการจีนครึ่งปีหลัง 2023 ขนความสนุก ทัพซุปตาร์ล้นจอจนต้องตาม!
My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต ซีรี่ย์จีนของจางหลิงเฮ่อ-อวี๋ชูซิน ออนแอร์ฟ้าแลบ!
ลิสต์ ซีรี่ย์จีนออนแอร์ปี 2024 ของ WeTV แค่ภาพโปรโมทก็ชวนให้ตั้งตารอตั้งแต่วันนี้!
โลตัสคาร์เตรียมเปิดตัวรถยนต์ซีดานสุดหรู Lotus Emeya “The Fully Electric Hyper-GT” วันที่ 7 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่เคยรู้จักกันในชื่อ Type 133 มาพร้อมไฟหน้า LED ที่โดดเด่น ออกแบบในสไตล์คูเป้ 4 ประตู พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวรถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นเรือธงในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นคูเป้ 4 ประตู ที่หรูหราที่สุดของแบรนด์ คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ
ออปโป้ ไทยแลนด์ แบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก วางจำหน่าย “OPPO A38” สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ล่าสุดจาก OPPO A Series อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานคุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกเอ็นเตอร์เทน ด้วยการมาพร้อมหน่วยความจำจุใจ ROM 128GB และ RAM 4GB เพิ่มได้อีก 4GB ใช้งานได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด พร้อมใช้งานตลอดวันด้วยชาร์จไว 33W SUPERVOOC และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh ถูกใจสายเอ็นเตอร์เทน ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็ดื่มด่ำได้เต็มอรรถรสด้วยหน้าจอลื่นไหล 90Hz สู้แสงด้วย Sunlight Display และโหมด Ultra Volume เพิ่มเสียงลำโพงดังขึ้นได้อีก 300% พร้อมถ่ายภาพสนุกทุกองศาด้วยกล้องหลัก AI 50MP

OPPO A38 สวยโดดเด่นด้วยดีไซน์ OPPO Glow มาใน 2 สีให้เลือกได้แก่ สีทอง Glowing Gold และสีดำ Glowing Black วางจำหน่ายในราคา 5,499 บาท สามารถไปทดลองสัมผัสหรือเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
Partnership ในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ICON ด้านกีฬาอย่าง Manchester United F.C. และ ICON ด้านการดูแลผิวอย่าง Estee Lauder ในฐานะพันธมิตรด้านการดูแลผิวเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนผู้ชายทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนๆของทีม ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลผิวให้สุขภาพดีอยู่เสมอ และเพิ่มความมั่นใจในการดูแลตัวเองผ่านสกินแคร์ ด้วย Theme “Change The Game Overnight”
นับเป็น ”ครั้งแรกของโลก” ที่ผู้นำด้านฟุตบอลและผู้นำด้านความงามจับมือกัน เพื่อมุ่งเน้นถึงคุณประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของเซรั่ม Advanced Night Repair อันเป็นเอกลักษณ์ของ Estée Lauder ให้แก่แฟนๆ ของสโมสร Manchester United และสนับสนุนให้ Advanced Night Repair กลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่มีคุณประโยชน์หลากหลายมิติสำหรับกิจวัตรการดูแลผิวทุกรูปแบบและตอกย้ำว่า Estée Lauder Advanced Night Repair สามารถใช้ได้ในทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์
ครั้งแรกกับการเปิดตัว Tube Gallery : The Identity Collection คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูร้อนปี 2024 ของสองดีไซเนอร์อย่าง เต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ที่บินไปร่วมงานไกลถึงนิวยอร์กในงาน New York Fashion Week บอกเลยว่าแต่ละชุดทำเอารันเวย์แทบลุกเป็นไฟด้วยสไตล์ที่โดดเด่นของ Tube Gallery ผสมผสานทั้งความ Avant-Garde Silhouettes, Crafted Details, Dramatic Glam และ Occasion Wear ทำให้ Tube Gallery มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มาตลอด 20 กว่าปี

โดยคอลเลคชั่นล่าสุด ของทั้งสองดีไซเนอร์อย่าง เต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ตั้งใจเปิดตัวที่นิวยอร์ก เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น ซึ่งคอนเซปต์ก็ได้หยิบเอาประเด็นทางสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายมาเป็นแรงบันดาลใจในคอลเลคชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า “Identity” หรือ “ตัวตน” (The Identity Collection)
แน่นอนว่าตัวตัวของแต่ละคนนั้นประกอบไปด้วยความหลากหลาย ทั้งที่มีมาตั้งแต่เกิด ไปจนถึงตัวตนที่สะสมผ่านกาลเวลา ความเชื่อ ความชื่นชอบ แม้แต่ความชัง ผ่านกระบวนการต่างๆ ทางสังคม ก่อให้เกิดเป็นตัวตนของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันไปอย่างไม่สิ้นสุด

คอลเลคชั่นนี้ ทั้งคู่ได้หยิบ “ตัวตน” มาแปลความหมายให้กลายเป็นลวดลายต่างๆ อย่าง ลวดลายของนิ้วมือ ลวดลายของนัยน์ตาที่ขยายผ่านเลนส์ มาถ่ายทอดเป็นงานปักในสไตล์ที่ถนัด ใส่เทคนิคงานฝีมือบนเนื้อผ้าที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งงานเลเซอร์คัท ที่ช่วยให้แต่ละชุดดูน่าตื่นเต้นในทุกมิติ มีเอกลักษณ์และแสดง “ตัวตน” ได้อย่างแท้จริง
นอกจากนั้นในคอลเลคชั่นนี้ ยังได้หยิบเอาโครงเสื้อผ้าแนวเทลเลอร์ที่เคยเป็นธรรมเนียมการแต่งตัวของผู้ชาย มาดัดแปลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงในแนว Dramatic Fashion ที่ทั้งคู่ถนัด ทำให้เกิดความแปลกใหม่และแตกต่างที่ลงตัว เป็นหนึ่งใน 40 ลุคของคอลเลคชั่นนี้ทั้งหมด ซึ่งถูกหยิบมาโชว์ในงาน 8 ชุด ร่วมกับดีไซเนอร์ต่างๆ ทั่วโลก ในงาน Flying Solo Runway

ทั้งสองดีไซเนอร์เล่าถึงที่มาของการมาเปิดตัวไกลถึงนิวยอร์กว่า “เป็นคอลเลคชั่นแรกที่เราเปิดตัวแบรนด์ในฝั่งสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มจาก New York Fashion Week เพราะอยากลองบุกตลาดในส่วนนี้ดูบ้าง หลังจากที่เราทำแบรนด์ Tube Gallery ให้ทางฝั่งยุโรปและตะวันออกกลางรู้จักผ่านทาง Paris Fashion Week มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว”
โดยคอลเลคชั่นนี้จะได้ถูกนำไปจัดแสดงต่อ Buyers ในโชว์สำคัญที่ Paris Fashion Week ประเทศฝรั่งเศส ประมาณปลายเดือนกันยายน และจะกลับมาเปิดตัวบนรันเวย์เต็มรูปแบบที่ Bangkok International Fashion Week 2023 ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ รอติดตามกันได้เลย
ไปรู้จักกับ Tube Gallery ให้มากขึ้น ผ่านทาง Tube Gallery Flagshipstore Siam Center รวมทั้ง Multi-brands Store ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่าง Kuwait, Saudi Arabia, Dubai, Qatar, Belgium, Denmark, France และ Online Store-NYC
@tubegallery #tubegallery #newyorkfashionweek
เปิด 30 เมนูเด็ดจาก 10 ร้านที่ต้องแวะชิมก่อนเดินทาง ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จิม ทอมป์สัน เผยโซนร้านอาหารสุดอลังการที่ “ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน” โฉมใหม่
รีวิว & รีชาร์จกายใจไปกับ RXV Wellness Village
YONA Beach Club ขอเชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร กับวิวธรรมชาติที่สวยงามกลางทะเลภูเก็ต
ไปเที่ยวทะเลใต้กับ HYUNDAI STARGAZER ใช้เวลาน้อยแต่สนุกมาก!
ฮ่องกง 2023 เมืองของคนรักสีสัน อาหาร และสายมูฯ #สายถ่ายภาพก็ฟินนะ
รีวิว ออริกา เวลเนส & โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ..สุข สบาย ใจสงบ
Kamalaya Koh Samui รีสอร์ทที่จะทำให้คุณรู้สึกเต็มอิ่มทั้งกายใจ จนไม่อยากออกไปไหนเลย!
สถานที่ขอพร เรื่องเมตตามหานิยม ในไต้หวัน ให้ใม่ถูกเท และโชคดีตลอดไป
เคยคิดไหม? ว่าจะมีโอกาสได้เลือก “Stage ที่ใช่ตามใจพวกเรา” งานนี้ผู้จัด One Asia Ventures ยกทัพดีเจระดับโลกกว่า 10 คน มาโชว์ Performance บนเวทีที่คุณได้ร่วมเลือก พร้อมสัมผัสประสบการณ์งานโปรดักชั่นคุณภาพเต็มแม็กซ์ ในแบบ UNSEEN FESTIVAL ที่การันตีคงามเดือดด้วยอันดับ 75 ของโลก จาก DJ Mag เพียงคุณร่วมโหวต Stage Design ที่คุณชอบ
1) Move to the Heaven
แผงพลังงานวงกลม โดยมีจอ LED เป็นเส้นคลื่นวงแหวนหมุนรอบเข้าหาแกนกลางทั้งบนและล่าง โดยสร้าง gimmick วงกลมตรงกลางเป็นแผงพลังงานขนาดใหญ่ที่คอยแผ่คลื่นพลังงาน โดยการวางแนวไฟ sweeper เป็นแผงแนวนอนเรียงติดกัน แทนการส่งพลังงานไปปะทะกับผู้ชม เมื่อได้วงกลมตรงกลาง ก็มาเพิ่มจอ LED โค้ง Panorama ที่ยาวซ้ายสุดของฮอลถึงส่วนขวาสุดของฮอล มารองหลังตรงกลาง เหมือนเป็นจอที่จะสื่อถึงสภาพแวดล้อมของแกนวงกลมในแต่ละครั้งที่ปล่อยคลื่นพลังงานออกมา และจัดวาง Laser ให้ติดไปกับแนวโค้งล่างของจอ เพื่อสร้างซีนเลเซอร์ไปปะทะกับผู้ชมได้ทุกมุมมอง
2) Flow into the Storm
อยากสร้าง Highlight ใหม่ของฟอร์มเวที ด้วยรูปทรงของพายุ ให้คนดูได้สัมผัสและจินตนาการว่าหากเกิดพายุในฮอลล์มันจะเป็นอย่างไร ด้วยการออกแบบทิศทางการหมุนของเส้นลมด้วยจอ LED ที่ม้วนลงตรงกลางให้ได้ทรงของพายุ เมื่อได้รูปทรงที่ชัดเจนแล้ว ก็ต่อยอดไอเดียการหมุนของพายุออกไปข้างๆ และเอียงเส้น LED ให้สอดคล้องไปกับพายุตรงกลาง โดยครั้งนี้เราได้เพิ่ม gimmick เป็น smart hoist ทั้งหมด 6 ชุดตรงด้านหน้าพายุ เป็นการสร้างซีนให้ตัวพายุมีลูกเล่นหลายรูปแบบ โดยเราติดไฟ Sweeper เรียงเป็นเส้นไว้ เพื่อสร้างแผงเส้นไฟให้ตรงกลางฮอลล์เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์อย่าเต็มที่ยิ่งขึ้น
มาร่วมโหวตเลือก Stage Design ที่ใช่ในแบบคุณด้วยกันได้ทาง Facebook และ Instagram กันได้เลย ผู้โชคดี 15 ท่าน ที่เขียนเหตุผลที่โดนใจกรรมการที่สุด จะได้รับบัตรเข้างานกันไปเลย
กติการ่วมกิจกรรม :
ระยะเวลาร่วมกิจกรรม :
สุดฯ พาอัพเดตซีรี่ย์จีนเรื่องใหม่ของไป๋อวี่ – หนีนี กับ West Out of the Yumen หรืออีกชื่อ Parallel World ที่ครบทั้งเส้นเรื่องผจญภัย ลึกลับ โรแมนซ์!
เรียกว่าเป็นอีก 2 นักแสดงจีนชื่อดังที่ไม่ว่าจะมีผลงานใหม่ออกมากี่เรื่องก็ได้รับความสนใจและการตั้งตารอจากแฟนๆ อยู่เสมอ สำหรับนักแสดงชายจีน ไป๋อวี่ (Bai Yu) วัย 32 ปี (เกิดเดือนเม.ย. 1990) เจ้าของผลงานซีรี่ย์จีนสุดฮิต เช่น ซีรี่ย์จีนขวัญใจสายวาย Guardian ผู้พิทักษ์ (2018), The Long Night ความจริงที่หลับใหล (2020), Thank You, Doctor สื่อหัวใจ EICU (2022), The Wind Blows From Longxi หรือชื่อไทย สายลมแห่งหล่งซี (2023) ฯลฯ และหนีนี (Ni Ni) นักแสดง นางแบบจีนวัย 35 ปี (เกิดเดือนส.ค. 1988) ที่มีผลงานฮิตทั้งทางจอเงินและจอแก้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังจีน The Flowers Of War (2011), ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค The Rise of Phoenixes (2018), Love And Destiny (2019) รวมไปถึงหนังจีน Lost in the Stars (2023) ที่กระแสตอบรับดีมากในจีน เป็นต้น
ล่าสุดไป๋อวี่กับหนีนีก็ส่งซีรี่ย์จีนที่พวกเขาถ่ายทำกันไปเมื่อปี 2022 อย่าง West Out of the Yumen หรืออีกชื่อ Parallel World ที่ดัดแปลงบทจากนิยายจีนชื่อเรื่องเดียวกันของนักเขียนเจ้าของนามปากกา เหวยหยู (Wei Yu) โดยเรื่องนี้เป็นซีรี่ย์จีนแนวผจญภัย/ลึกลับผสมผสานกับความโรแมนติก บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเย่หลิวซี หญิงสาวที่เปรียบเหมือนกุหลาบกลางทะเลทราย และชางตง หนุ่มผู้ปราชเปรื่อง คนหนึ่งมีชีวิตอยู่เพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของตัวเอง ส่วนอีกคนเพื่อเปิดเผยความจริงในอดีต โดยทั้งเย่หลิวซีและชางตงร่วมมือกันเดินทางไปในทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตราย และดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างดึงดูดพวกเขาทั้งคู่เข้าไปยังด่านอวี้เหมิน ทำให้พวกเขาต้องหาทางเอาตัวรอดจากอันตรายต่างๆ ไปพร้อมกับไขปริศนาที่พวกเขาต้องการหาคำตอบให้เจอด้วย ซึ่งทุกด่านอันตราย ความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายต่างๆ กลายเป็นบททดสอบรักแท้ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ท้ายที่สุดปริศนาที่เต็มไปด้วยอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ จะจบลงอย่างไร ไปติดตามให้กำลังใจเย่หลิวซีและชางตงได้ในซีรี่ย์จีน West Out of the Yumen ทาง WeTV เริ่มฉายตอนแรกวันที่ 7 ก.ย. 2023 นะคะ

สำหรับนักแสดงนำในเรื่องWest Out of the Yumenนอกจากไป๋อวี่กับหนีนีที่รับบทพระเอก นางเอกแล้ว ยังมีทัพนักแสดงจีนชื่อดังที่ขนกันมาอีกเพียบแบบคับจอ ไม่ว่าจะเป็นจินฮั่น (Jin Han), เมิ่งจื่ออี้ (Meng Ziyi), จางอี้ซ่าง (Zhang Yishang), จ้าวต๋า (Zhao Da), เซี่ยเมิ่ง (Xia Meng) เป็นต้น




รูปจาก : 西出玉门官微
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ
Sunshine By My Side ซีรี่ย์จีนเรื่องที่ 3 ของเซียวจ้านปี 2023 ทีมเมียพลาดไม่ได้!
3 รายการจีนครึ่งปีหลัง 2023 ขนความสนุก ทัพซุปตาร์ล้นจอจนต้องตาม!
My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต ซีรี่ย์จีนของจางหลิงเฮ่อ-อวี๋ชูซิน ออนแอร์ฟ้าแลบ!
2 บทบาทของโจวอี้หรานในครึ่งปีหลัง2023 ชวนสาวๆ ตกหลุมรักวนไปทั้งแนวย้อนยุคและปัจจุบัน!
ลิสต์ ซีรี่ย์จีนออนแอร์ปี 2024 ของ WeTV แค่ภาพโปรโมทก็ชวนให้ตั้งตารอตั้งแต่วันนี้!
ส่องซีรี่ย์จีน The Brightest of Us เซิ่งอี้หลุนคัมแบ็คบทพระเอกในรอบปี!!
Call Me by Fire วาไรตี้จีนมาแรงรวมศิลปินชาย 32 คนแข่งโชว์สุดปัง เจฟ ซาเตอร์ ร่วมแจมด้วย!
เปิดวาร์ป 4 หนุ่มฮอตจากซีรี่ย์จีนเธอคือฝันหวานละมุน งานดีตั้งแต่พระเอกยันพี่นางเอก!
23 สิงหาคม 2566 – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เปิดตัว “ไหม สปา” (maai spa) ธุรกิจสปาระดับลักชัวรีที่ได้นำแรงบันดาลใจจากวัฏจักรชีวิตที่งดงามของตัวไหม สู่การเติบโตกลายเป็นผีเสื้อที่พร้อมออกโบยบิน (Transformative Process) มาผสานเข้ากับจิตวิญญาณการให้บริการอันเป็นเลิศแบบไทยร่วมสมัยที่หลอมรวมทั้งศาสตร์และศิลป์ในการปรนนิบัติดูแลทั้งร่างกายและจิตใจเข้าไว้ด้วยกัน สร้างสรรค์จนเป็นเสน่ห์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “ไหม สปา” (maai spa) เพื่อมอบบริการระดับพรีเมียมด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นตลาดนักท่องเที่ยวระดับลักชัวรีที่ใส่ใจในด้านสุขภาพ พร้อมประกาศเดินหน้าขยายสาขาไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ วางโรดแมปเปิดให้บริการ “ไหม สปา” (maai spa) ในโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำ ปักธงก้าวสู่การเป็นแบรนด์สปาพรีเมียมที่มอบบริการเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจแบบองค์รวม (Holistic Well-being) ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วในประเทศไทยและสาธารณรัฐมัลดีฟส์

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” เล็งเห็นถึงแนวโน้มความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยหลังวิกฤติโควิด-19 เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพมีสัญญานการฟื้นตัวที่เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึงปีละกว่า 20% และคาดการณ์ว่ามูลค่าของตลาดโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะยังมีแนวโน้มการขยายตัวสูงขึ้นถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025
จากความรู้จริงในตลาดและความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ รวมถึงธุรกิจบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่สั่งสมมากว่า 5 ทศวรรษ รวมถึงการมีฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ทำให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มั่นใจพร้อมรุกตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เปิดตัวแบรนด์สปาพรีเมียม “ไหม สปา” (maai spa) ที่นำเสนอการบำบัดดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่านแนวคิดการเดินทางของเส้นไหม (Silk Journey) โดยปัจจุบัน เปิดให้บริการ “ไหม สปา” (maai spa) ณ โรงแรม อมารี ราญา มัลดีฟส์ (Amari Raaya Maldives) รีสอร์ทสุดหรูที่ดีที่สุดในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาเป็นแห่งแรก ตามมาด้วยสาขาล่าสุด ณ โรงแรม อมารี พัทยา (Amari Pattaya) ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ Upper upscale ที่พร้อมมอบประสบการณ์และการบริการที่ประทับใจทั้งในด้านการพักผ่อน รวมถึงงานจัดเลี้ยงและงานประชุมขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมชายหาดพัทยาเหนือ โดยออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป วางแผนขยายสาขา “ไหม สปา” (maai spa) ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปักธงเปิดตัวสาขาต่อไป ในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ตามลำดับ เพื่อมอบประสบการณ์การบำบัดสุดพิเศษและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมแก่ผู้ที่หลงใหลในศาสตร์ของสปาที่ต้องการการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจให้ได้รับการผ่อนคลายอย่างแท้จริง
“ จากประสบการณ์ในธุรกิจบริการและความเชี่ยวชาญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เราเล็งเห็นว่าภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตของการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและนักเดินทางระดับลักชัวรีที่ให้ความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ Wellness Industry มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับศักยภาพที่ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีอย่างเต็มเปี่ยม และมาตรฐานการบริการคุณภาพสูงระดับสากล วันนี้เรามีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะเปิดให้บริการแบรนด์ “ไหม สปา” (maai spa) สปาระดับลักชัวรี เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจรายละเอียดในทุกมิติ นำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งการเดินทางของเส้นไหม ผ่านทรีตเมนต์หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัส มั่นใจว่า “ไหม สปา” (maai spa) จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป้าหมายที่มีอยู่อย่างมากในตลาดและยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างแท้จริง โดยเลือกพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักอย่างสาธารณรัฐมัลดีฟส์และประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกในการเปิดตัว ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า “ไหม สปา” (maai spa) จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจเรือธงด้านสปาและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่นำพาให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เข้าใจถึงความต้องการของตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังมีอีกหลายแบรนด์ภายใต้การดูแลที่พร้อมเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง ” นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าว

ทรีตเมนต์ “ไหม สปา” (maai spa) กับเรื่องราวที่เล่าผ่าน Silk Journey
ทรีตเมนต์ของ “ไหม สปา” (maai spa) ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นำเสนอผ่านเรื่องราวอันมีเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ชั้นสูงอย่างไหมไทย ทั้งในแง่มุมของภาพลักษณ์อันงดงามพลิ้วไหวและสัมผัสอันเรียบลื่นนุ่มนวล สรรค์สร้างเป็นลักชัวรีสปาคอนเซปต์ใหม่ด้วยรูปแบบไทยร่วมสมัย (Contemporary Thai Spa) โดยนำเรื่องราวของไหมผูกโยงเข้ากับศาสตร์และศิลป์ในการบำบัดหลากหลายแขนงพร้อมบริการแบบไทยร่วมสมัยอันเปี่ยมด้วยความละเมียดละไม ผนวกเข้ากับมาตรฐานในระดับสากล พร้อมที่จะนำพาผู้มาเยือนเปิดประสบการณ์สปาบนเส้นทางไหม (Silk Journey) ผ่านวัฏจักรการเปลี่ยนรูปโฉมของตัวไหมที่เริ่มตั้งแต่การวางไข่ของผีเสื้อ ฟูกฟักเป็นตัวไหม ก่อนสร้างรัง และกลายเป็นผีเสื้อที่สมบูรณ์ โดยทุก
ทรีตเมนต์ของ “ไหม สปา” (maai spa) ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกได้ถึงการบำรุงและฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณแบบองค์รวม (Holistic Well-being) เพื่อให้เกิดความสุขความผ่อนคลายในทุกมิติ จนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งภายนอกและภายใน เปรียบดังตัวไหมที่ค่อยๆ เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมจะสร้างรังเพื่อผลิตเส้นไหมธรรมชาติที่งดงามต่อไป
หนึ่งในความพิเศษของ “ไหม สปา” (maai spa) คือการนำศาสตร์และศิลป์ของการนวดและการปรนนิบัติชั้นเลิศหลายแขนง ทั้งการนวดแบบสวีดิช (Swedish Massage) การนวดแบบสปอร์ต (Sports Massage) การนวดศีรษะแบบอินเดีย (Indian Head Massage) เทคนิคการกดจุดของจีน (Reflexology) และการนวดด้วยหยก (Jade Stone Massage) ที่ใช้หยกอุ่นๆ ค่อยๆ นวดไปตามร่างกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและปลดปล่อยความเครียด ผนวกเข้ากับการบำบัดรักษาแบบแผนไทยที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติอันมากด้วยกลิ่นหอมจรุงใจมามอบความผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับการดูแลและให้บริการอย่างพิถีพิถัน โดยมีเอกลักษณ์ที่การดีไซน์ประสบการณ์สปาจากพื้นฐานความต้องการเฉพาะบุคคลแบบ Bespoke Services ตั้งแต่การสร้างสรรค์น้ำมันนวด (DIY Massage Oil) สูตรเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ไปจนถึงการเลือกระดับของการกดนวดได้ตามความต้องการและความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูร่างกายรวมถึงจิตใจของแต่ละท่าน

ในส่วนของทรีตเมนต์ร่างกาย (Body Treatment) จะรวมการขัด พอก และแช่ เข้าด้วยกัน โดยใช้ผลิตภัณฑ์สปาระดับพรีเมียม ของ DONNA CHANG ที่รังสรรค์ขึ้นจากส่วนผสมธรรมชาติและวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการเลี้ยงไหมอันอุดมด้วยคุณค่าด้านการบำรุง เพื่อ “ไหม สปา” (maai spa) โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีบริการทรีตเมนต์ผิวหน้า (Facial Treatment) ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศของ ELEMIS ซึ่งจะช่วยเผยความเนียนนุ่มน่ายลให้กับทุกสภาพผิว
สำหรับ “ไหม สปา” (maai spa) ณ โรงแรม อมารี พัทยา (Amari Pattaya) เป็นสาขาที่สอง ถัดจากสาขาแรก ณ โรงแรม อมารี ราญา มัลดีฟส์ (Amari Raaya Maldives) มีความโดดเด่นด้านการตกแต่งซึ่งเน้นให้อารมณ์และความรู้สึกถึงเส้นทางการเติบโตของตัวไหม ผ่านห้องทรีตเมนต์ต่างๆ ที่เนรมิตให้เหมือนการเดินเข้าไปสู่รังไหม ตอบรับทั้ง 5 ประสาทสัมผัสจากการออกแบบทั้งสีสัน แสง อุณหภูมิ และกลิ่น จึงสื่อให้ผู้มาเยือนได้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน โดยสาขา โรงแรม อมารี พัทยา นี้มีห้องทรีตเมนต์ทั้งหมด 7 ห้อง รวมถึงห้อง Family ซึ่งมี Kids’ Spa ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินกับความผ่อนคลายสบายใจไปพร้อมคุณพ่อคุณแม่
ด้วยคอนเซปต์ที่แข็งแรงของแบรนด์และกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจอันโดดเด่นจนได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า “ไหม สปา” (maai spa) จะประสบความสำเร็จในการตอบสนองความต้องการรวมถึงสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มลูกค้า และเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์สปาพรีเมียมแถวหน้าของเอเชียได้อย่างแน่นอน
Neal’s Yard Remedies ผู้นำสกินแคร์ออร์แกนิค คุณภาพระดับพรีเมียม ยอดนิยมอันดับหนึ่ง จากประเทศอังกฤษ เจ้าของรางวัลความงามและสุขภาพกว่า 50 รางวัลจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วโลก และเจ้าของรางวัลจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจสูงสุดเป็นลำดับแรกของสหราชอาณาจักร ขานรับกระแส “ Sustainable Beauty ” พร้อมส่งมอบประสบการณ์ “ The Miracle of Oils ” มหัศจรรย์การบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Premium Organic Facial & Body Oils เพื่อการดูแลผิวสวยแบบองค์รวมอย่างมีสุนทรียะ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

กระแสความงามอย่างยั่งยืนกำลังเป็นบิวตี้เทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่อง เพราะความงาม ความสงบ และความสุขสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างมีสมดุล ในทุกครั้งที่ใช้สกินแคร์ดูแลผิวพรรณ“ Sustainable Beauty ” คือประสบการณ์ความงามผสานศาสตร์แห่งการบำบัดที่กำลังได้รับความนิยม และ Neal’s Yard Remedies คือแบรนด์สกินแคร์พรีเมียมออร์แกนิค ยอดนิยมอันดับหนึ่งจากประเทศอังกฤษ ที่เป็นผู้นำในการดูแลผิวพรรณและสุขภาพแบบองค์รวม ผสานวิทยาศาสตร์สุดล้ำ พืชสมุนไพรหายาก และสารสกัดออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกตามมาตรฐานสากล ไว้อย่างลงตัวและทรงประสิทธิภาพ ส่งมอบประสบการณ์ดูแลผิวในกลุ่ม Premium Organic Facial & Body Oils ที่จะมาเปิดประสบการณ์การถนอมและบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เข้มข้น พร้อมกรุ่นกลิ่นหอมละมุนช่วยสร้างสุนทรียะ และเยียวยาใจทุกครั้งที่สัมผัสผลิตภัณฑ์ เป็นบรรยากาศแห่งความงามที่น่ารื่นรมย์ได้ในทุกวันและทุกไลฟ์สไตล์

Neal’s Yard Remedies ได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน จนได้ออยล์ที่อุดมด้วยส่วนผสมของ เอสเซนเชียล ออยล์ ออร์แกนิค ไว้ให้เลือกมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทุกสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยคัดสรรพืชพันธุ์และสมุนไพรออร์แกนิค จากแหล่งเพาะปลูกที่เคร่งครัดตามวิถีออร์แกนิค และกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนจากทั่วทุกมุมโลก เปี่ยมคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิวที่แตกต่างกัน ผสานด้วยพรีเมียม ออร์แกนิค ออยล์เข้มข้นอันอุดมด้วยเหล่าวิตามินและกรดไขมันจำเป็นต่อผิว ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นล้ำลึก เข้มข้น ถนอมพร้อมปกป้องและฟื้นฟูผิวเสียจากหลากปัจจัย รวมทั้งเอสเซนเชียล ออยล์ ออร์แกนิค ที่มีทั้งประสิทธิภาพในการปลอบประโลมผิวอักเสบ ช่วยบำรุงให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งและมอบสัมผัสเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมอบกลิ่นหอมอโรม่าที่ผสมผสานอย่างลงตัว ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์ สู่สมดุลกายและใจเพื่อผิวงามแบบองค์รวม ด้วยส่วนผสมของออยล์บริสุทธิ์ ผสานนวัตกรรมและกระบวนการผลิตทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำที่เองทำให้ออยล์ของ Neal’s Yard Remedies คือออยล์ที่มอบเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบลงสู่ผิวอย่างล้ำลึกรวดเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถนวดบำรุงผิวได้ในหลายสถานการณ์ อาทิ นวดบำรุงผิวหน้า และผิวกายยามค่ำคืนก่อนเข้านอน ก่อนออกจากบ้านตอนเช้า นวดผิวกายระหว่างวันป้องกันผิวแห้งเสียเมื่อทำงานให้ห้องปรับอากาศ หรือสาวแอคทีฟ นักกีฬา ที่ต้องอาบน้ำทำความสะอาดผิวบ่อย ก็สามารถพกพาออยล์เป็นไอเทมดูแลผิวล้ำลึก และปลุกความสดชื่นด้วยกลิ่นหอมได้ทุกวัน และบ่อยตามต้องการ
สุดฯ พาส่อง 2 มินิซีรี่ย์จีนแนวตบจูบ ที่ได้คู่จิ้นเคมีดีอย่างไต้เกาเจิ้ง (Dai Gaozheng) – เฉินฟางถง (Chen Fangtong) มาร่วมงานกันถึง 2 ครั้ง มาครบทั้งแนวพีเรียดและปัจจุบัน!
ก่อนจะพาทุกคนไปตามส่องมินิซีรี่ย์จีนทั้ง 2 เรื่อง สุดฯ ขอพูดถึงคู่จิ้นอย่างไต้เกาเจิ้งกับเฉินฟางถงกันก่อนค่ะ โดยไต้เกาเจิ้งเป็นนักแสดงชายจีนวัย 27 ปี (เกิดเดือนมิ.ย. 1996) ที่เริ่มเข้าวงการบันเทิงจีนเมื่อปี 2017 ซึ่งตั้งแต่เข้าวงการก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลงานที่คาดว่าหลายคนน่าจะเคยผ่านตามาแล้วไม่มากก็น้อย เช่น Bride’s Revenge เจ้าสาวสนองแค้น (2022), Warm Time With You ส่งไออุ่นถึงใจเธอ (2022) ซึ่งไต้เกาเจิ้งรับบทพระเอกทั้ง 2 เรื่อง เป็นต้น ส่วนเฉินฟางถงเป็นนักแสดงหญิงจีนวัย 29 ปี (เกิดเดือนก.ย. 1993) เริ่มเข้าวงการเมื่อปี 2015 โดยผลงานก่อนหน้านี้ เช่น Emperor or Boss จักรพรรดิหรือเจ้านาย (2021), Decreed By Fate ท่านหญิง อย่าชิงหย่ากับข้า (2022) เป็นต้น ส่วนซีรี่ย์จีนจากการร่วมงานกันระหว่างไต้เกาเจิ้งกับเฉินฟางถงจะมีเรื่องไหนบ้าง ตามสุดฯ มาดูกันเลยค่ะ

มินิซีรี่ย์จีนแนวตบจูบ เรื่องแรกสุดฯ ขอเปิดด้วยมินิซีรี่ย์จีนแนวพีเรียด/โรแมนติก/ดราม่าของไต้เกาเจิ้งกับเฉินฟางถงอย่าง Maid’s Revenge สาวใช้ที่รัก เรื่องราวสุดเข้มข้นดราม่าเมื่อ ต่งทิงเหยา คุณหนูตระกูลร่ำรวยถูกทำลายล้างบางครอบครัว และทำให้พ่อของเธอต้องเสียชีวิต โดยเธอเข้าใจว่าเป็นฝีมือของฟางเทียนอี้ ผู้บัญชาการเมืองเจียงเฉิง หลังจากนั้นต่งทิงเหยาถูกนำตัวไปและต้องกลายเป็นคนใช้ในครอบครัวตระกูลฟาง แม้ในใจเธอจะแค้นฟางเทียนอี้อย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น หัวใจก็หวั่นไหวจนต่างฝ่ายต่างตกหลุมรักกันในที่สุด ด้วยความปากร้าย เย็นชาของฟางเทียนอี้ ทำให้ตอนหลังต่งทิงเหยาถึงได้มารู้ความจริงว่า แท้จริงแล้วนั่นเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น เพราะฟางเทียนอี้ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง แต่เขากลับคอยช่วยเหลือต่งทิงเหยาสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อเธออยู่ลับๆ ซึ่งยิ่งเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังมากเท่าไหร่ ต่งทิงเหยากับฟางเทียนอี้ก็เข้าใกล้อันตรายมากขึ้นเท่านั้น! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปตามเก็บซีรี่ย์จีนเรื่อง Maid’s Revenge สาวใช้ที่รัก ได้ที่ YOUKU นะคะ



ต่อด้วยเรื่อง Forever Love ที่เพิ่งออนแอร์ไปเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2023 ที่ผ่านมาทาง WeTV โดยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหลินซินถง ลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ที่ขัดคำสั่งพ่อไปตกหลุมรักกับชายหนุ่มที่ฐานะต่างกันอย่างฉือซาน แต่ในงานวันหมั้นระหว่างพวกเขากลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อมีชายหนุ่มที่ไม่รู้ที่มาที่ไปปรากฏตัวขึ้นและจูบหลินซินถง! ซึ่งหลินซินถงยังไม่ทันได้ตั้งสติจากเรื่องโดนจูบจากคนแปลกหน้า เธอก็ต้องมีเรื่องให้ช็อกอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่า พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว โดยฉินโม่เหยา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรจำเป็นต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เขาจึงเข้าหาหลินซินถง แต่ยังไม่ทันได้อธิบายอะไร เขาก็ถูกดูดเข้าไปในอุบายของตระกูลหลิน
ความสัมพันธ์ระหว่างฉินโม่เหยากับหลินซินถงจึงปะทะกันบ่อยครั้ง ซึ่งระหว่างนั้นหลินซินถงก็ค่อยๆ พบความจริงว่าคู่หมั้นของเธออย่างฉือซานไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด และได้รู้ว่าเธอนั้นเข้าใจฉินโม่เหยาผิดไป แต่กว่าที่เธอจะรู้ตัวว่า แท้ที่จริงแล้วฉินโม่เหยาคอยปกป้องเธออย่างลับๆ เธอก็ได้ลงมือทำร้ายฉินโม่เหยาไปแล้ว… เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร แฟนๆ ไปติดตามเคมีของพวกเขากันได้เลยค่า


รูปจาก : 盲心千金
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ
Sunshine By My Side ซีรี่ย์จีนเรื่องที่ 3 ของเซียวจ้านปี 2023 ทีมเมียพลาดไม่ได้!
3 รายการจีนครึ่งปีหลัง 2023 ขนความสนุก ทัพซุปตาร์ล้นจอจนต้องตาม!
My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต ซีรี่ย์จีนของจางหลิงเฮ่อ-อวี๋ชูซิน ออนแอร์ฟ้าแลบ!
2 บทบาทของโจวอี้หรานในครึ่งปีหลัง2023 ชวนสาวๆ ตกหลุมรักวนไปทั้งแนวย้อนยุคและปัจจุบัน!
ลิสต์ ซีรี่ย์จีนออนแอร์ปี 2024 ของ WeTV แค่ภาพโปรโมทก็ชวนให้ตั้งตารอตั้งแต่วันนี้!
ส่องซีรี่ย์จีน The Brightest of Us เซิ่งอี้หลุนคัมแบ็คบทพระเอกในรอบปี!!
Call Me by Fire วาไรตี้จีนมาแรงรวมศิลปินชาย 32 คนแข่งโชว์สุดปัง เจฟ ซาเตอร์ ร่วมแจมด้วย!
เปิดวาร์ป 4 หนุ่มฮอตจากซีรี่ย์จีนเธอคือฝันหวานละมุน งานดีตั้งแต่พระเอกยันพี่นางเอก!
สุดฯ พาเปิดวาร์ป จางหลิงเฮ่อ นักแสดงชายจีนที่เพิ่งเข้าวงการมาเมื่อปี 2020 ใช้เวลาเพียง 4 ปีก็สามารถยึดครองพื้นที่ในหัวใจของแฟนๆ ได้สำเร็จ!
อีกหนึ่งนักแสดงชายจีนวัยรุ่นที่น่าจับตามอง จนสุดฯ ไม่อยากพลาดขอพาทุกคนมาเปิดวาร์ปในวันนี้ไปพร้อมกัน เขาคือ จางหลิงเฮ่อ (Zhang Linghe) วัย 25 ปี (เกิดวันที่ 30 ธ.ค. 1997) เกิดที่มณฑลเจียงซู จบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Nanjing Normal University สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กระทั่งเขาได้เจอกับผู้จัดการดาราท่านหนึ่ง และถูกชักชวนให้เข้าวงการ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้จางหลิงเฮ่อเข้าสู่วงการบันเทิงจีนจนถึงทุกวันนี้ โดยผลงานซีรี่ย์จีนเรื่องแรกที่เดบิวต์จางหลิงเฮ่อคือ ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค/โรแมนติก/สืบสวน Maiden Holmes ซูฉือ ใต้เท้าสาวยอดนักสืบ ในปี 2020 โดยเรื่องแรกจางหลิงเฮ่อก็รับบทพระเอก ประกบคู่กับเฉินเหยา (Chen Yao) ในปีเดียวกันนี้จางหลิงเฮ่อยังมีซีรี่ย์จีนอีกเรื่องคือ Sparkle Love ช็อตสักหน่อย ค่อยบอกรัก ซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกที่จางหลิงเฮ่อรับบทพระเอก นักกีฬาว่ายน้ำชายมากความสามารถที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ความรัก โดยประกบคู่กับหลิงเหม่ยชื่อ (Ling Meishi)

ต่อด้วยในปี 2021 จางหลิงเฮ่อก็ได้ร่วมแสดงนำในซีรี่ย์จีน Love Cross ปิ๊งรักไอ้ต้าวดิจิตอล ร่วมกับเหอลั่วลั่ว (He Luoluo) และไต้ลู่หวา (Dai Luwa) อีกทั้งจางหลิงเฮ่อยังได้ร้องเพลงประกอบซีรี่ย์จีนเรื่องนี้เป็นครั้งแรกด้วย อีกเรื่องคือ Flourish in Time เมื่อเธอมีฉัน และฉันมีเธอ ซีรี่ย์จีนแนวรักวัยรุ่นที่จางหลิงเฮ่อกลับมารับบทพระเอก ประกบคู่เติ้งเอินซี (Deng Enxi) กระทั่งในปี 2022 จางหลิงเฮ่อได้รับบทรองในซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค/โรแมนติกสุดปัง Love Between Fairy and Devil ของรักของข้า ที่พระ-นางรับบทโดยหวังเฮ่อตี้ (Wang Hedi) และอวี๋ชูซิน (Yu Shuxin) ซึ่งถือเป็นอีกบทบาทของจางหลิงเฮ่อที่ได้รับความรักจากแฟนๆ ในวงกว้าง
ในปี 2023 นี้เดิมทีเมื่อช่วงเดือนพ.ค. ผลงานการแสดงซีรี่ย์จีนที่จางหลิงเฮ่อรับบทพระเอกคู่กับไป๋ลู่ (Bai Lu) อย่าง Story of Kunning Palace เล่ห์รักวังคุนหนิง ที่ดัดแปลงบทจากนิยายจีนเรื่อง คุนหนิง (Kun Ning) ของนักเขียนชื่อดังฉือจิ้ง (Shi Jing) ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจียงเสวี่ยหนิง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว อุปสรรคต่างๆ จนได้เป็นฮองเฮา แต่หลังจากได้ครองบัลลังก์และเข้าวัง เธอกลับต้องพบจุดเปลี่ยนของราชวงศ์ และนำมาซึ่งจุดจบที่บีบให้เธอต้องฆ่าตัวตาย ก็มีแพลนจะได้ออนแอร์ แต่เนื่องด้วยเหตุผลทางเทคนิคทำให้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด กระทั่งในเดือนก.ย. วันที่ 2 ที่ผ่านมา จางหลิงเฮ่อก็ปล่อยซีรี่ย์จีนอีกเรื่องออนแอร์แบบสายฟ้าแลบอย่าง My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค/ดราม่าที่จางหลิงเฮ่อรับบทพระเอกคู่กับอวี๋ชูซิน

สำหรับซีรี่ย์จีน My Journey to You เหนือเมฆาชะตาลิขิต บอกเล่าเรื่องราวที่เริ่มต้นจากพิธีคัดเลือกการอภิเษกสมรสของพระราชวังกำลังจะเกิดขึ้น อวิ๋นเว่ยซาน นักฆ่าสาวและสายลับฉวยโอกาสจากงานนี้ลอบเข้าไปในพระราชวังเพื่อตรวจสอบข้อมูล โดยไม่คาดฝันองค์รัชทายาทจะต้องสืบทอดต่อกลับถูกนักฆ่าลอบสังหาร ทำให้กงจื่ออวี่ องค์ชายสี่กลายมาเป็นผู้สานต่อตำแหน่งรัชทายาทของวังแห่งนี้ไปในชั่วข้ามคืน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน อวิ๋นเว่ยซานจึงต้องหากลยุทธ์อื่นๆ มามัดใจเป้าหมายใหม่อย่างองค์ชายกงจื่ออวี่ จนกระทั่งในที่สุดแผนของเธอก็สำเร็จ และอวิ๋นเว่ยซานได้กลายเป็นเจ้าสาวขององค์ชายสี่ในที่สุด โดยอวิ๋นเว่ยซานเชื่อว่า เมื่อเธอได้กลายเป็นพระชายาแล้ว จะทำให้เธอภารกิจของเธอลุล่วง และนำมาซึ่งอิสรภาพในที่สุด แต่ใครจะไปคาดคิดสิ่งที่เธออยู่กลับเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสิ่งเดียวที่เธอมองว่าสามารถหลอกใช้ได้คือ คนที่ดูเหมือนไม่มีวรยุทธ์และถูกบังคับให้มาเป็นผู้นำของวังแห่งนี้อย่างกงจื่ออวี่… ใครไม่อยากพลาดไปตามเก็บกันได้ที่ iQIYI นะคะ


นอกจากซีรี่ย์จีนที่ออนแอร์แล้ว จางหลิงเฮ่อยังมีผลงานเรื่องๆ ที่รอออนแอร์อยู่อีกเพียบ อาทิ Bright Eyes in The Dark ที่มีหวงจิ่งอวี๋ (Huang Jingyu) – จางจิ้งอี๋ (Zhang Jingyi) รับบทนำ, ซีรี่ย์จีนแนวย้อนยุค Fox Spirit Matchmaker โดยมีหยางมี่ (Yang Mi) – กงจวิ้น (Gong Jun) รับบทนำ เป็นต้น สาวๆ ที่ตกหลุมรักหนุ่มคนนี้รอปักหมุดชมกันได้เลยค่า



รูปจาก : 张凌赫z/张凌赫工作室official/云之羽官博
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ
สมฐานะตัวแม่แห่งวงการบันเทิงไทยมาก! กับการเปิดตัว “แอฟ-ทักษอร” ในฐานะ Friend of Whoo คนแรกของประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ ของแบรนด์สกินแคร์พรีเมียมจากเกาหลี “The history of Whoo” พร้อมเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ Hwanyu ที่อัปเกรดให้ดีงามขึ้นกว่าเดิม

The history of Whoo แบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมจาก บริษัท แอลจี เฮ้าส์โฮลด์ แอนด์ เฮลธ์ แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน Hwanyu, The Timeless Beauty เผยโฉมการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ 3 ตัวดังจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ Hwanyu (ฮวานยู) ด้วยคุณค่าของส่วนประกอบหลักจากโสมป่าอายุกว่า 30 ปีที่เติบโตตามธรรมชาติ
พร้อมกันนี้ Whoo ประกาศให้ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เป็นเฟรนด์ ออฟ ฮู (Friend of Whoo) คนแรกของประเทศไทย! โดย อิน ชอล คิม ผู้อำนวยการ บริษัท แอลจี เฮ้าส์โฮลด์ แอนด์ เฮลธ์ แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ The history of Whoo ร่วมประกาศให้ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เป็น Friend of Whoo คนแรกของประเทศไทย เพื่อเผยถึงความงามของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hwanyu (ฮวานยู) โฉมใหม่สูตรอัปเกรดด้วยส่วนประกอบหลักจากโสมป่าอายุกว่า 30 ปี ผสาน Imperial Youth Complex™ สารสกัดเข้มข้นที่อุดมไปด้วยเซลส์โสมป่าและสมุนไพรเกาหลีอันล้ำค่าอีกกว่า 70 ชนิด ในสัดส่วนที่พัฒนาขึ้นพิเศษสำหรับการดูแลปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ

อิน ชอล คิม กล่าวว่า “เพื่อเป็นการต้อนรับการอัปเกรด Hwanyu ทาง The history of Whoo มีความยินดีที่จะประกาศให้ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เป็น Friend of Whoo คนแรกของประเทศไทย รับหน้าที่เป็นตัวแทนของ 2 ผลิตภัณฑ์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ Hwanyu Imperial Youth Master Cream และ Hwanyu Imperial Youth Contour Eye Cream”
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ในฐานะ Friend of Whoo คนแรกของเมืองไทยได้เผยความลับของผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ว่า “พออายุมากขึ้นการดูแลตัวเองยิ่งสำคัญ แต่ก่อนเคยคิดว่าใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ แต่พอโตขึ้นก็รู้ว่าเราต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด แอฟจึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในไลน์ Hwanyu”
ด้าน หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ The history of Whoo กล่าวว่า “สำหรับไลน์ผลิตภัณฑ์ Hwanyu (ฮวานยู) ที่ The history of Whoo ได้อัปเกรดสูตรใหม่ จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับมาสเตอร์พีซที่มีความพิถีพิถันจากส่วนผสมเลอค่า โดยใช้ส่วนผสมหลักคือโสมป่าและสมุนไพรกว่า 70 ชนิด ผสมผสานด้วยสัดส่วนที่ลงตัวเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของส่วนผสมทุกชนิด โดยสัดส่วนนี้ได้รับการจดบันทึกโดยเเพทย์หลวงในวังมากว่า 800 ปี ส่งผ่านมาถึงยุคสมัยปัจจุบัน โดย Whoo ได้ค้นคว้าวิจัยกว่า 20 ปี จนพบ Active Ingredient ล้ำค่า”

สำหรับ 3 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ได้แก่
นอกจากนี้ Hwanyu ยังได้ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูทันสมัย เรียบหรู แต่ยังคงกลิ่นอายเดิมของไลน์ Hwanyu ด้วยการใช้ สีม่วง Royal Purple สัญลักษณ์ของความสง่างามแบบราชสำนักและความงามอมตะขององค์จักพรรดินี และประดับ นกฟีนิกซ์สยายปีก ที่ส่วนยอดของฝาบรรจุภัณฑ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศแห่งจักรพรรดินี ตัวแทนแห่งโชคลาภและความเป็นนิรันดร์
เจาะลึกเรื่อง Hair Care กับ Beng Lee ผู้บริหาร ORIBE
เตรียมพบกับ Le Labo City Exclusive ตลอดเดือนกันยายนนี้ ที่สยามพารากอน
เข้าถึงความงามแบบฉบับเกาหลีกับ Angela Jia Kim ผู้เขียน Radical Radiance และผู้ก่อตั้ง Savor
รู้จักปรัชญาความงามและเทคนิคการดูแลผิวแบบญี่ปุ่น กับ Yasushi Ishibashi ผู้ก่อตั้งแบรนด์
รีวิว & รีชาร์จกายใจไปกับ RXV Wellness Village
Divana Thai Med การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแพทย์แผนไทยกับศาสตร์สปาบำบัด
VERSO SKINCARE แบรนด์ดังจากสวีเดนปักธงในไทยแล้วที่ FIRSTER BY KING POWER
เข้าถึงความงามแบบฉบับเกาหลีกับ Angela Jia Kim ผู้เขียน Radical Radiance และผู้ก่อตั้ง Savor
รู้จักปรัชญาความงามและเทคนิคการดูแลผิวแบบญี่ปุ่น กับ Yasushi Ishibashi ผู้ก่อตั้งแบรนด์
The Tale Of Rose ซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกที่ดัดแปลงบทจากนิยายชื่อดัง หลิวอี้เฟยนั่งแท่นนางเอก นำทีม 5 พระเอกตั้งแต่รุ่นเล็กยันรุ่นใหญ่ร่วมส่งต่อเรื่องราวสุดเข้มข้น!
เป็นอีกหนึ่งชื่อซีรี่ย์จีนที่สุดฯ เชื่อว่า ไม่ใช่แค่สุดฯ คนเดียวที่ตั้งตารอดู แต่ยังมีคอซีรี่ย์จีนอีกเพียบที่ปักหมุดรอชมเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน สำหรับซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกชวนซึ้ง The Tale Of Rose (ชื่อจีน 玫瑰故事) ที่ดัดแปลงบทจากนิยายจีนชื่อดังในชื่อเรื่องเดียวกันของนักเขียน อี้ชู (Yi Shu) โดยบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครหลักอย่างหวงอี้เหมย หญิงสาวที่เกิดในครอบครัวนักวิชาการ และได้รับความรัก การดูแล ปกป้องมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านศิลปะอีกด้วย
ในช่วงที่หวงอี้เหมยเริ่มเข้าสู่สังคมการทำงานแรกๆ ก็ได้รับผิดชอบงานสำคัญ และเธอได้พบกับจวงกั๋วต้ง ผู้ร่วมงานของเธอและค่อยๆ รู้จักกันจนรักกันในที่สุด แต่ท้ายที่สุดกลับต้องแยกทางกันไป ซึ่งหลังจากผ่านช่วงเวลาชีวิต ณ ตอนนั้นไป หวงอี้เหมยก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้นและมีแผนการในชีวิตมากขึ้น จึงตัดสินใจไปเรียนต่อ หลังจากเรียนจบ หวงอี้เหมยได้ควงคู่รุ่นพี่ ฟางเสียเหวิน เข้าพิธีแต่งงาน แต่หลังจากได้ใช้ชีวิตคู่ไปสักระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็มีช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายต่างฝ่ายต่างตัดสินใจหย่าร้างกัน
ต่อมาหวงอี้เหมยเริ่มก่อร่างสร้างธุรกิจของตัวเอง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับงานศิลปะ ซึ่งระหว่างนั้นเธอก็ได้พบกับผู้ชายที่เป็นคู่แท้ทางจิตวิญญาณอย่างผู่เจียหมิง แต่น่าเศร้าที่ผู่เจียหมิงมีชีวิตได้อีกแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น สุดท้ายความตายก็มาพรากพวกเขาออกจากกัน… ถึงอย่างนั้น หวงอี้เหมยก็ยังคงใช้ชีวิตของเธอต่อไป

สำหรับใครที่ชอบซีรี่ย์จีนแนวโรแมนติกที่แฝงความดราม่า ซึ้งๆ แฝงด้วยแง่คิดในการใช้ชีวิต สุดฯ บอกเลยว่าThe Tale Of Roseเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าติดตามแล้ว นักแสดงนำที่มารับบทหวงอี้เหมยนี้ก็ได้หลิวอี้เฟย (Liu Yifei หรือ คริสตัล หลิว/Crystal Liu) นักแสดงหญิงเชื้อชาติจีน สัญชาติอเมริกันวัย 35 ปี (เกิดเดือนส.ค. 1987) เจ้าของผลงานสุดปังหนังฮอลลีวู้ด Mulan มู่หลาน 2020 เวอร์ชั่นคนแสดง, ซีรี่ย์จีน A Dream of Splendor สามบุปผาลิขิตฝัน (2022), Meet Yourself สายลมนำพารัก (2023) ฯลฯ มารับบท


แต่ค่ะแต่… งานนี้หลิวอี้เฟยไม่ได้มาคนเดียว แท็กทีมอีก 5 นักแสดงชายจีน/ไต้หวันร่วมส่งต่อความปังด้วย โดยคนแรกขอเปิดด้วยผู้รับบทหวงเจิ้นหัว พี่ชายของหวงอี้เหมยที่รับบทโดยถงต้าเหวย (Tong Dawei) นักแสดงชายจีนวัย 44 ปีจากเรื่อง If I Can Love You So (2019), จวงกั๋วต้ง รักแรกของหวงอี้เหมยที่รับบทโดยเผิงก้วนอิง (Peng Guanying) วัย 37 ปี ที่เมื่อต้นปี 2023 เพิ่งจะส่งซีรี่ย์จีน Have A Crush On You เสียงกระซิบบอกว่ารัก ฟาดความปังไป, ฟางเสียเหวิน สามีของหวงอี้เหมยที่แต่งงานและต้องหย่าร้างกันในท้ายที่สุด รับบทโดยหลินเกิงซิน (Lin Gengxin) พระเอกจีนวัย 35 ปี เจ้าของผลงาน Princess Agents ฉู่เฉียว จอมใจจารชน (2017), ผู่เจียหมิง คู่ชีวิตของหวงอี้เหมยที่ความตายมาพรากเขาจากไปได้ฮั่วเจี้ยนหัว (Huo Jianhua/Wallace Huo) นักแสดงชายไต้หวันวัย 43 ปีจากเรื่อง The Journey of Flower (2015) ที่คัมแบ็คซีรี่ย์จีนอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน และสุดท้ายคือ หลินอี (Lin Yi) นักแสดงจีนวัยรุ่นวัย 24 ปีที่แจ้งเกิดจาก Put Your Head on My Shoulder อุ่นไอในใจเธอ (2019) ก็มาร่วมแสดงในซีรี่ย์จีนเรื่องThe Tale Of Roseด้วย บอกเลยว่า ใครพลาดเรื่องนี้จะเสียดายมาก!!!






รูปจาก : 电视剧玫瑰故事
เรื่องโดย : Lizhu
อัพเดตข่าวบันเทิงจีน ซีรี่ย์จีน ดาราจีนได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ