Le Labo City Exclusive

เตรียมพบกับ Le Labo City Exclusive ตลอดเดือนกันยายนนี้ ที่สยามพารากอน

account_circle
event
Le Labo City Exclusive
Le Labo City Exclusive

ช่วงปีมานี้เทรนด์น้ำหอมมาแรงมาก และหนึ่งในแบรนด์ที่คนรักน้ำหอมสาย Niche ชื่นชอบก็คือ Le Labo ( เลอ ลาโบ ) น้ำหอมที่มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศสแต่ไปเติบโตที่นิวยอร์ก นอกจาก Brand Story ที่น่าสนใจแล้ว ทางแบรนด์ยังมีไฮไลต์ที่ทุกคนต่างรอคอย สิ่งนั้นคืออะไร ตาม สุดสัปดาห์ มาทำความรู้จักกันค่ะ

Le Labo City Exclusive
คอลเล็คชั่น City Exclusive

รู้จัก Le Labo กับกลิ่นหอมแห่งจินตนาการ

Le Labo เป็นแบรนด์น้ำหอมที่กำเนิด ณ เมืองกราสส์ ฝรั่งเศส แต่ไปเติบโตที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (Was born in Le Grasse but raised in New York) โดยเปิดช็อปแรกในนิวยอร์คเมื่อปี 2006 กับคอนเซ็ปต์ร้านในแบบฉบับ Wabi-Sabi ที่โอบรับความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ นำเสนอน้ำหอมแนว Slow perfumery ที่ปรุงกลิ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างละเมียดละไม มากกว่าการออกตามซีซั่น และให้ลูกค้าค่อยๆ ทำความรู้จักน้ำหอมก่อนตัดสินใจ

Le Labo
บรรยากาศเท่ๆ ของ เลอ ลาโบ สยามพารากอน

ให้ความสำคัญกับความเป็น Craftsmanship หรือความประณีตของงานมือ สามารถ Personalization ฉลากน้ำหอมของตัวเองได้ โดยทางร้านจะระบุวันที่และเมืองที่เราซื้อน้ำหอมขวดนั้นมา พร้อมพิมพ์ข้อความเฉพาะที่เราต้องการ

นอกจากนี้ยังเป็นน้ำหอมแบบ Genderless ที่ทุกกลิ่นสามารถใช้ได้ในทุกเพศตามความชอบ ไม่มีแบ่งกลิ่นสำหรับชายหญิง และเป็น Claimless ที่ไม่มีการเคลมสรรพคุณอะไรมากมาย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้ใช้จิตนาการกับกลิ่นของ Le Labo ได้อย่างอิสระ

สุดท้ายน้ำหอมแบรนด์นี้เป็นน้ำหอม Vegan ที่ได้รับ B Corp Certification ซึ่งเป็นเซอร์ฯ ระดับโลกด้วย

พบ Le Labo City Exclusive ตลอดเดือนกันยายน

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ปี 2023 นี้แบรนด์ Le Labo ได้เข้ามาเปิดบูทีคในเมืองไทยแล้วที่ชั้น 1 สยามพารากอน โดยมาพร้อมการตกแต่งในคอนเซ็ปต์ Wabi-Sabi สุดเท่ด้วยของ Second hand อิมพอร์ตจากต่างประเทศที่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบแต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากคนรักน้ำหอมชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่ตามสะสมน้ำหอมแบรนด์นี้

Le Labo
ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ second hand สุดแนว

ข่าวดีสำหรับนักสะสมน้ำหอม! ในเดือนกันยายนนี้จะมีการวางขายน้ำหอมคอลเล็คชั่นพิเศษของแบรนด์ที่เรียกว่า City Exclusive ที่เป็นกลิ่นที่มีขายเฉพาะในเมืองนั้นๆ เท่านั้น เช่น เมืองโตเกียวจะมีกลิ่นพิเศษที่ชื่อว่า GAIAC 10 ซึ่งขายเฉพาะที่โตเกียวเท่านั้น แต่เฉพาะในเดือนกันยายนของทุกปีนอกจาก Classic Collection 17 กลิ่นแล้ว ทาง เลอ ลาโบ จะวางขาย City Exclusive 16 กลิ่นจากทั่วโลกในทุกช็อปและทางออนไลน์ด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะไปช้อปกลิ่นที่ชอบจากคอลฯ นี้โดยไม่ต้องบินไปถึงเมืองนั้นๆ

นอกจากนี้ ช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน จะเป็นช่วงที่มีการวางขาย คอลเล็คชั่น City Exclusive ไซส์ตัวอย่างให้เราได้ทดลองสัมผัสกลิ่นต่างๆ จากทั่วโลก และ Le Labo Discovery Set ที่รวมทุกกลิ่นในไซส์ทดลองมาไว้ในเซ็ตเดียวกัน

Le Labo City Exclusive
Le Labo Discovery Set

City Exclusive ประกอบด้วย

Gaiac 10 (Tokyo) ให้กลิ่นหอมเข้มจากเนื้อไม้และโน้ตกลิ่นมัสก์ที่ต่างกัน 4 ระดับ เจือกลิ่นไม้ซีดาร์และกำยาน

Vanille 44 (Paris) กลิ่นหอมแอมเบอร์อ่อนๆ เจือกลิ่นกำยาน กลิ่นไม้ ที่แฝงความเซ็กซี่เหมือนที่เคยอยู่บนเสื้อสเว็ตเตอร์แคชเมียร์สุดพรีเมียม ก่อนจะเผยกลิ่นวานิลลาบูร์บงนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่

Cedrat 37 (Berlin) ผสมผสานกลิ่น Cedrat และขิงที่ให้ความเปรี้ยวและสดชื่น เคลือบด้วยเบสแนวเย้ายวนอย่างไม้หอม มัสก์ และโน้ตจากอำพันทะเล (Ambergris) กลายเป็นกลิ่นที่สนุกสนาน ทนทาน และให้ความรู้สึกอิสระ

เลอ ลาโบ

Tabac 28 (Miami) กลิ่นนุ่มลึกของยาสูบผสานกลิ่นไมกฤษณาหอมหรูและไม้ซีดาร์หอมเด่น รวมทั้งไม้ Gaiac และเหล้ารัมโทนอบอุ่นที่ห่อหุ้มอยู่ในกลิ่นกระวาน เป็นการผสมกันของความรู้สึกเย้ายวน มอดไหม้ และปลุกเร้าในคราวเดียวกัน

Mousse De Chene 30 (Amsterdam) กลิ่นมอสและพิมเสนจับคู่กับบูสเตอร์สังเคราะห์กลิ่นหอมแหลมอย่างคริสตัลมอส Clearwood อบเชย Pimento Bay และพริกไทยสีชมพู เป็นกลิ่นที่เย้ายวน ชัดเจน และทรงพลัง

Citron 28 (Seoul) ท็อปโน้ตเป็นกลิ่นเลมอน ขิง มะลิ ตามด้วยกลิ่นไม้ซีดาร์และมัสก์ กลายเป็นสมดุลระหว่างความมีเอกลักษณ์และขนบของกลิ่นแบบดั้งเดิม

Musc 25 (Los Angeles) กลิ่นหอมชวนฝันของมัสก์หนักๆ เจือกลิ่นแนว Aldehydic ที่หอมเหมือนไม้และแป้ง ให้ความรู้สึกเจิดจ้าร้อนแรง ทว่าแอบแฝงความมืดมนของกลิ่นเย้ายวนของหญ้าแฝก อำพันทะเล มัสก์ และไขชะมด

เลอ ลาโบ

Tubereuse 40 (New York) กลิ่นทิวป์โรสที่เปิดด้วยกลิ่นมะกรูด ส้มเขียวหวาน และดอกส้ม ก่อนจะเผยกลิ่นกลางของแมกไม้และดอกไม้สีขาวนานาพรรณ ตามด้วยกลิ่นทิวป์โรส จากนั้นจึงเป็นไม้หอมอย่างซีดาร์และไม้จันทน์คลอเคลียไปกับโอ๊คมอส มัสก์ และ Ambrette กลายเป็นกลิ่นที่เข้มข้น บริสุทธิ์ และสุขสม

Bigarade 18 (Hong Kong) เป็นกลิ่นที่ผสานความขัดแย้งไว้อย่างลงตัว เพราะเป็นแนวคลาสสิคที่ไม่สุดด้วยการผสานความสดใสทรงพลังเอาไว้ กับกลิ่นของมะกรูด กลีบดอกเนโรลี ผสมกับมัสก์ แล้วหยอดด้วยกลิ่นไม้หอม กลายเป็นความดุดันที่เบาสบาย คลาสสิคแต่ร่วมสมัย บางเบาทว่าติดทน

Poivre 23 (London) กลิ่นพริกไทย Bourbon Pepper  ที่มาพร้อมความอบอุ่น เผ็ดร้อน และอบอวลในโทนของแอมเบอร์ ซึ่งเป็นโทนกลิ่นที่จะพบได้ในลอนดอนเกือบตลอดทั้งปี

Baie Rose 26 (Chicago) สื่อถึงท้วงทำนองแจ๊สด้วยกล่นแหลมฉุนของพริกไทยสีชมพู กานพลู ไม้ซีดาร์ และอัลดี้ไฮด์ ไล่ไปสู่กลิ่นหอมของกุหลาบจากเมืองกราสส์ ก่อนปิดท้ายด้วยกลิ่นมัสก์อันประณีตและเครื่องเทศ

Aldehyde 44 (Dallas) กลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดไม่เหมือนใครของ Aldehyde ผสมกลิ่นดอกไม้อย่างนาร์ซิซัส มะลิ และทิวป์โรส เบสโน้ตเป็นกลิ่นมัสก์และวานิลลาที่น่าหลงใหล

เลอ ลาโบ น้ำหอม

Limette 37 (San Francisco) เปิดด้วยกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น โปร่งสบายของผิวมะกรูด ก่อนสัมผัสความอบอุ่นของมะลิ Petit Grain และกานพลู ที่ขมวดความนุ่มนวลของกลิ่นหญ้าแฝก ถั่วตองก้า และมัสก์เข้าด้วยกัน ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น ผ่อนคลาย คล้ายยามท่องเที่ยวไปใต้แสงแดดของเมืองซานฟรานซิสโก

Cuir 28 (Dubai) กลิ่นเสื้อหนัง ไม้ และมัสก์ให้บุคลิกทรงพลัง ดุดัน ดิบเท่ แต่ชวนจดจำด้วยหัวน้ำหอมกลิ่นวานิลลาแท้ที่ผสานเจือปนไปกับกลิ่นหนังสัตว์และพื้นถนนที่ให้ความหอมนุ่มลึกสไตล์กลิ่นโทนแอมเบอร์ที่ดึงดูดใจในตอนท้าย

Benjoin 19 (Moscow) สะท้อนตัวตนของเมืองแห่งวรรณกรรมด้วยกลิ่นกำยาน ผสานกับแอมเบอร์ ไม้ซีดาร์ และมัสก์  ถ่ายทอดประสบการณ์ทรงพลัง ชวนลุ่มหลง ไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์

Myrrhe 55 (Shanghai – กลิ่นใหม่) เป็นกลิ่นกำยานที่มีกลิ่นของชะเอมเทศเข้มข้นแฝงอยู่ ตามด้วยกลิ่นรองอย่างกลิ่นมะลิ พิมเสน ที่อยู่บนเบสของไม้หอม แอมเบอร์กริส และมัสก์

ใครสนใจไปทดลองกลิ่นใหม่ๆ กันได้ที่ เลอ ลาโบ บูทีค ชั้น 1 สยามพารากอน หรือ lelabofragrances.com

เลอ ลาโบ

Text & Image: Nicharee W.

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก เลอ ลาโบ

ติดตามบทความด้านสุขภาพและความงามที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่นี่

เจาะลึกเรื่อง Hair Care กับ Beng Lee ผู้บริหาร ORIBE

เข้าถึงความงามแบบฉบับเกาหลีกับ Angela Jia Kim ผู้เขียน Radical Radiance และผู้ก่อตั้ง Savor

รู้จักปรัชญาความงามและเทคนิคการดูแลผิวแบบญี่ปุ่น กับ Yasushi Ishibashi ผู้ก่อตั้งแบรนด์

รีวิว & รีชาร์จกายใจไปกับ RXV Wellness Village

Divana Thai Med การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแพทย์แผนไทยกับศาสตร์สปาบำบัด

VERSO SKINCARE แบรนด์ดังจากสวีเดนปักธงในไทยแล้วที่ FIRSTER BY KING POWER

รีวิวทรีตเมนต์  Nano Shiso Therapy @ THANN Sanctuary Spa

keyboard_arrow_up