คิดถึงพ่อเสมอ ในหลวง ในดวงใจของ 6 พระเอกคนดัง

หัวใจคนไทยแตกสลาย น้ำตานองทั่วแผ่นดิน นับตั้งแต่วันที่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 กษัตริย์ผู้เป็นที่รักของคนไทยทั่วประเทศเสด็จสู่สวรรคาลัย   เชื่อว่าภาพความทรงจำและความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อ ในหลวง รัชกาลที่ 9 และได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาตลอดระยะเวลา 70 ปีนั้น ยังคงติดตราตรึงใจและอยู่ในใจของคนไทย เช่นเดียวกับ 6 พระเอกคนดังที่จะมาเผยความรู้สึกที่มีต่อพ่อหลวง ไปฟังเสียงจากใจของพวกเขากัน ป้อง- ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ “ตั้งแต่เกิดมาผมก็อยู่ในรัชกาลที่ 9 พอถึงวันที่ท่านไม่อยู่แล้ว ผมช็อคไปเลย เหมือนเราไม่เคยเตรียมใจกับสิ่งนี้มาก่อน ความเศร้าเสียใจมันใหญ่หลวงมาก ผมยังจำความรู้สึกในวันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้วได้ดี เพราะมีงานรอบกาล่าดินเนอร์ละครเวที พอรู้ข่าวก็ยกเลิกเลย ในเวลานั้นไม่มีใครมีแรงจะทำอะไร ทุกคนนิ่งเหมือนช็อครวมถึงตัวผมเองด้วย คิดในใจว่ามันเกิดขึ้นจริงเหรอ “ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านคงไม่อยากให้เราจมกับความเศร้า จนไม่เป็นอันทำอะไร ดังนั้นชีวิตต้องดำเนินต่อไป  สิ่งที่จะทำเพื่อพระองค์ท่านได้คือทำตามคำสอนของพ่อ ทั้งโครงการพระราชดำริของท่านมากมาย และคำสอนของท่านในเรื่องของความพอเพียง ผมเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์มา ในตำราไม่มีสอนทฤษฏีนี้นะครับ แต่สิ่งที่ท่านคิดขึ้นมาใหม่มันมีคุณประโยชน์มากกับทุกอย่างในชีวิต  คำว่าพอเพียงทุกคนต้องตีความหมายให้แตก พอเพียงในทีนี้ไม่ใช่ประหยัด ตระหนี่ แต่มันคือทางสายกลางที่ใช้ได้กับทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจน ดังนั้น ความพอเพียงของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน “มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจดจำไม่ลืมคือ เมื่อครั้งที่เคยถวายงานพระองค์ท่าน เนื่องจากมีการประชุม APEC […]

มาทำความรู้จัก สุสานหลวง วัดราชบพิธฯ และ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ 9 ก่อนไปกราบพ่อ

มาทำความรู้จักกับ สุสานหลวง วัดราชบพิธฯ และ วัดประจำรัชกาลที่ 9 วัดบวรนิเวศวิหาร วัดที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร ก่อนเตรียมตัวไปกราบพ่อทุกครั้งที่คิดถึง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร สุสานหลวง “ราชสกุลมหิดล” ตามราชประเพณี การถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระราชพิธีการเก็บพระบรมอัฐิ (กระดูก) และพระบรมราชสรีรางคาร (เถ้ากระดูก หลังจากการถวายพระเพลิง) เริ่มครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อครั้งที่สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระเทพสุดาวดี (สา) ซึ่งเป็นพระเชษฐภคินี สิ้นพระชนม์ จึงทรงโปรดฯ ให้เริ่มมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เก็บพระอัฐิและพระสรีรางคาร จนกลายเป็นพระราชประเพณี สืบต่อกันมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ในวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็จะมีการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุยัง ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นอกจากนี้ บริเวณภายในวัดราชบพิตร ยังมี สุสานหลวง ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของวัด ติดกับถนนอัษฎางค์ ริมคลองคูเมืองเดิม แต่เดิมมีอาณาบริเวณกว้าง 4 ไร่กว่า ต่อมา […]

“มีวันนี้เพราะพ่อให้” ถนนโครงการพระราชดำริ เพื่อความสะดวกของปวงชน

รู้หรือไม่ว่า ถนนมากมายหลายเส้นทางที่เราใช้อยู่ในทุกวันนี้เป็น ถนนโครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล จึงทำให้ประชาชนไทยมีถนนใช้เดินทางอย่างสะดวกสบาย และบรรเทารถติดได้อย่างทุกวันนี้ 1.ถนนห้วยมงคลต้นกำเนิดของ ถนนโครงการพระราชดำริ ปีพ.ศ.2495 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขึ้นครองราชย์ไม่นาน พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินผ่านหมู่บ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็กไฟ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลทับใต้ ) และเกิดเหตุรถพระที่นั่งตกหล่ม บรรดาประชาชน ทหาร และตำรวจกว่า 10 คน ได้เข้ามาช่วยกันออกแรงดันรถให้หลุดจากหล่ม และสามารถเดินรถต่อไปได้ในที่สุด ในหลวงทรงสอบถามชาวบ้านที่เข้ามาช่วยดันรถพระที่นั่งถึงสภาพความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน ชาวบ้านได้กราบบังคมทูลตอบว่า “อยากได้ถนนมากที่สุด” เพราะการเดินทางไม่สะดวก แม้จะตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากตลาดหัวหินมากนัก แต่ก็ยังไม่มีถนนจากหมู่บ้านออกมาสู่ตลาดหัวหิน เกษตรกรที่จะนำพืชผลไปขายจะต้องบรรทุกใส่รถเข็นมาตามทางเดินใช้เวลาถึง 2 วัน 2 คืน กว่าจะถึงตลาด ซึ่งบางครั้งพืชผลก็เน่าเสียก่อนที่จะขายได้ ถ้าจะให้เร็วต้องเช่าเหมารถจี๊ป ที่สามารถบุกไปในถนนดินขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อได้ แต่ต้องเสียค่าเช่าเหมาถึงเที่ยวละ 500 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาพืชผลที่ขายได้ ด้วยเหตุนี้ ตำรวจพลร่มจำนวนหนึ่งจึงได้นำรถบูลโดเซอร์ (Bulldozer)พระราชทาน มาทำการเกลี่ยพื้นผิวถนนเพื่อให้ถนนเรียบ โดยดำเนินการประมาณ 1 เดือน ถนนสายนี้ก็แล้วเสร็จในสภาพที่สมบูรณ์ ประชาชนชาวห้วยมงคลจึงมีถนนใช้เพื่อการเดินทางขนผลผลิตออกสู่ตลาดหัวหิน […]

รวมภาพ ในหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดลำลอง #ดูเมื่อไรคิดถึงพ่อเมื่อนั้น

ในหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดลำลอง #ดูเมื่อไรคิดถึงพ่อเมื่อนั้น   ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็น ในหลวง ทรงฉลองพระองค์ชุดลำลองกับพระอิริยาบถผ่อนคลาย สุดสัปดาห์ จึงรวบรวมภาพที่แสนประทับใจนี้มาให้พี่น้องชาวไทยได้เก็บไว้ในความทรงจำอีกครั้ง หลังจากที่เราได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ ฉลองพระองค์ชุดลำลอง ก็ได้ไปสะดุดกับข้อมูลจากหนังสือ “70ปีรักแท้ ในหลวงและพระราชินี” ได้บันทึกถึงเรื่องราวของฉลองพระองค์ไว้ว่า … “ฉลองพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบ่งเป็น 3 แบบ แบบแรกคือ ชุดข้าราชการขาวเต็มยศ ขาวปกติ ชุดทหารปกติ และฉลองพระองค์ชุดทหารมหาดเล็ก แบบที่สองคือ ชุดสากลชุดเบลเซอร์ หรือชุดสปอร์ตแจ๊กเก็ต และแบบที่สามคือ ชุดทรงสบาย” “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดูแลฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลองพระองค์ใน ชุดทรงสบาย หรือชุดลำลอง ที่หมายรวมถึง รองพระบาทถุงพระบาทรัดพระองค์ (เข็มขัด) และเนกไท ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดูแลด้วยพระองค์เองเสมอมา สำหรับฉลองพระองค์ชุดทรงสบายนั้นแต่เดิมในหลวงจะทรงเชิ้ตสีขาวเรียบเป็นประจำเพียงสีเดียว” “ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถถวายคำแนะนำให้ทรงเปลี่ยนมาทรงสีฉูดฉาดบ้าง ทำให้ปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เชิ้ตใหม่ ซึ่งมีลวดลายและสีสันสดใส เช่น พระบรมฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายกับ “คุณทองแดง” และครอบครัวของ […]

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว กษัตริย์จิกมี และพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จฯสักการะพระบรมศพด้วยความอาลัย (มีคลิป)

กษัตริย์จิกมี และพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จฯสักการะพระบรมศพ ด้วยความอาลัย ไม่เพียงแค่พสกนิกรชาวไทยเท่านั้น ที่เศร้าโศกเสียใจน้ำตานองทั้งแผ่นดิน แต่ กษัตริย์จิกมี แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ก็ทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งเช่นกัน และได้เสด็จฯเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์…” นี่คือส่วนหนึ่ง ในพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พระองค์ทรงศรัทธา และมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงอุทิศพระวรกาย พลังความคิด บำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยะ อุตสาหะเพื่อพสกนิกร อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างด้านการใช้ชีวิตเรียบง่ายบนพื้นฐานของ “ความพอเพียง” ซึ่งเมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีฯ ได้ทรงทราบข่าวจากสำนักพระราชวังออกประกาศ การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559  พระองค์จึงได้ได้ทรงจุดเทียนถวายอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมจัดการสวดมนต์พิเศษในวัดทั่วประเทศภูฏาน เพื่ออุทิศให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และได้ประกาศให้ในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นวันไว้อาลัยทั่วประเทศภูฏาน ลดธงครึ่งเสา รวมทั้งปิดโรงเรียน และหน่วยงานทั่วประเทศ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2559 […]

รวมภาพความประทับใจ ” รอยยิ้มของพ่อ ” #เพราะพวกเราคิดถึงพ่อ

รวมภาพความประทับใจ ” รอยยิ้มของพ่อ ” #เพราะพวกเราคิดถึงพ่อ “คิดถึงในหลวงเหลือเกิน” เชื่อได้ว่าคำนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจประชาชนชาวไทยทุกคน และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน สุดฯ จึงได้ทำการรวบรวมภาพความประทับใจ ” รอยยิ้มของพ่อ ” เพื่อให้ทุกคนได้เก็บไว้ในความทรงจำ คู่พระบารมี ผู้เป็นรอยยิ้มของพระองค์ เมื่อปีพ.ศ. 2503 ปรากฏเรื่องเล่าขานกันว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก  ผู้สื่อข่าวอเมริกันคนหนึ่งได้กราบบังคมทูลถามเป็นประโยคสั้นๆ ว่า “ทำไมพระองค์ทรงเคร่งขรึมนัก ไม่ทรงยิ้มหรือพระสรวลบ้างเลย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหันพระพักตร์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พร้อมตอบคำถามนักข่าวคนนั้นไปว่า  “นั่นไง…ยิ้มของฉัน หรือ She’s my smile สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงตรัสว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรงรักข้าพเจ้า…เพราะเวลานั้น อายุเพิ่งย่าง 15 ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนประทับอยู่ที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนีฯ พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปข้าพเจ้าอยู่” ติดตามรอยยิ้มของพระองค์ได้ที่หน้าต่อไป

คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : เคียงข้างราษฎร

นอกจากความรักของทั้งสองพระองค์ที่เราได้ประจักษ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงเป็นพระคู่ทุกข์คู่ยากที่รักและอยู่ เคียงข้างราษฎร สมกับพระบรมฉายานามพ่อและแม่ของแผ่นดิน อย่างแท้จริง คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : เคียงข้างราษฎร   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักว่าราษฎรโดยส่วนใหญ่ของพระองค์อาศัยอยู่ในชนบท ประสบปัญหานานัปการ ทั้งขาดแคลนที่ทำกิน ภัยพิบัติธรรมชาติ มีปัญหาด้านการศึกษาและสาธารณสุข จึงทรงอุทิศเวลาถึงปีละ 7 เดือนเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรมตามพระตำหนักต่างๆ เช่น พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวักนราธิวาส พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร รวมถึงไปประทับในที่ประทับชั่วคราวที่ไม่ค่อยสะดวกสบายเพือเยี่ยมเยือนราษฎร โดยส่วนใหญ่ทรงเลือกช่วงเวลาที่ไม่ตรงกับงานพระราชพิธี รัฐพิธีสำคัญ และงานที่รับรองพระราชอาคันตุกะ การเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรหลายครั้งเป็นเหมือนเครื่องทดสอบความรักระหว่างสองพระองค์ เนื่องด้วยแต่ละแห่งที่เสด็จฯ นั้นล้วนเป็นสถานที่กันดาร แม้หลายครั้งจะทรงพระประชวรก็มิได้พัก ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ไปเยี่ยมประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อถึงตอนกลางคืน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรบิด แพทย์ประจำพระองค์ถวายคำแนะนำว่าควรทรงพัก แต่เป็นที่ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงถือว่าเรื่องส่วนพระองค์มาทีหลัง ทรงปลอบว่าขอให้ทรงอดทนถ้าพอจะทรงทนได้ เพื่อจะได้ไม่ผิดเวลาในหมายกำหนดการซึ่งจะทำให้ราษฎรผิดหวัง ในที่สุดสมเด็จพระนางเจ้าฯ […]

คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : วันแห่งความปลื้มปีติ

และแล้วก็มาถึงพระราชพิธีที่ยังความปลื้มปีติมาสู่ประชาชนชาวไทย นั่นคือพระราชพิธีหมั้นและพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ถือเป็น วันแห่งความปลื้มปีติ ของปวงชนชาวไทย คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : วันแห่งความปลื้มปีติ   ทรงหมั้น เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2492 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเข้าเฝ้าฯ ที่นครโลซาน ทรงมอบหมายให้หม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ เป็นผู้ทูลเกริ่นทาบทามเรื่องที่จะทรงขอหมั้นก่อน ขณะที่พระองค์เองมีพระราชดำรัสเป็นการส่วนพระองค์กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ล่วงหน้าแล้ว เมื่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลมาถึง ได้รับสั่งเรื่องการหมั้นและกล่าวว่า สมเด็จพระราชชนนีมีพระกระแสรับสั่งว่า “ขอให้ทำกันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น เพราะเมื่อคราวฉันก็ทำอย่างนี้เหมือนกัน จะมีอะไรขัดข้องไหม” หม่อมเจ้านักขัตรมงคลตอบว่า “ตามแต่จะมีพระประสงค์” พระราชพิธีทรงหมั้นจัดขึ้นเป็นการภายใน โรงแรมวินด์เซอร์ โรงแรมชั้นหนึ่งประจำนครโลซาน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงนำพระธำมรงค์เพชรที่มีหนามเตยเป็นรูปหัวใจ พระราชทานแก่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นการหมั้นชั้นที่หนึ่ง ซึ่งพระธำมรงค์นี้เป็นองค์เดียวกับที่สมเด็จพระราชบิดาประทานแด่สมเด็จพระราชชนนี ขนาดไม่ถึง 2 กะรัต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เลือกองค์นี้กับอีกองค์ที่เป็นทับทิมประดับเพชรของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ซึ่งหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ขอรับพระราชทานพระธำมรงค์องค์แรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว […]

คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : อุบัติเหตุ (รัก)

มาถึงตอนที่สองของเรื่องราวความรักระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งนี้ขอหยิบยกเรื่องราวดีๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ร้ายๆ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความรักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เป็นอย่างดี ในตอน อุบัติเหตุ (รัก) อุบัติเหตุ (รัก)   ข่าวใหญ่ที่ทำให้ประชาชนชาวไทยตกใจเป็นอย่างมากในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2491 คือ ข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นอกเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ร่วมโดยเสด็จฯ คือ นายอร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ พระสวามีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยรถยนต์พระที่นั่งได้ชนกับรถบรรทุกคันหนึ่งที่ริมทะเลสาบเจนีวา เมืองบอนเนย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการนำส่งโรงพยาบาลในตำบลมอร์เซส ทรงบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะบริเวณพระพักตร์และพระเศีนรมีพระโลหิตตกมาก อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้การเสด็จนิวัตประเทศไทยต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ต้องประทับรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลถึง 3 สัปดาห์ โดยนายแพทย์ได้ถวายการรักษาพระเนตรข้างขวา สามารถนำเศษแก้วออกมาได้ 2 ชิ้น วันที่ 29 ตุลาคม 2491 พระอาการอื่นๆ หายเกือบเป็นปกติ […]

คู่พระบารมีที่ยิ่งใหญ่ : ต้นกำเนิดความรัก ของทั้งสองพระองค์

เรื่องราวความรักของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนั้น โดยมากเป็นการเปิดเผยผ่านคำบอกเล่าและบันทึกของพระราชวงศ์ บุคคลสำคัญ และข้าราชบริพารที่ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดนั้นเมื่อเราได้ฟัง ได้อ่านแล้วพบว่า มีมุมน่ารักที่ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ จึงขอนำมาบอกเล่าต่อ เริ่มด้วย ต้นกำเนิดความรัก ของทั้งสองพระองค์ ต้นกำเนิดความรัก ของทั้งสองพระองค์   ทรงแรกพบ ความสวยงามของเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น เป็นฉากหลังที่โรแมนติดและมีความหมายยิ่งต่อทั้งสองพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตามเสด็จสมเด็จพระศรีนครทราบรมราชชนนีไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อทรงว่างจากการศึกษา โปรดที่จะขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังที่ต่างๆ เส้นทางที่เสด็จฯ เป็นประจำคือนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เวลาเสด็จฯ ไปกรุงปารีส โปรดไปประทับที่สถานทูตไทยเช่นเดียวกับนักเรียนไทยคนอื่นๆ วันหนึ่งในปี พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปยังประเทศผรั่งเศสเพื่อทอดพระเนตรรถยนต์พระที่นั่งแทนคันเดิมซึ่งใช้งานมานาน ในการเสด็จฯ ครั้งนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ซึ่งเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งพร้อมครอบครัวเข้าเฝ้าฯ วันนี้เองที่ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากรและหม่อมหลวงบัว กิติยากร ที่มารับเสด็จ โดยวันนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แต่งตัวเรียบร้อย สวมสูทสีเนื้อ ไว้หางเปียยาวถึงหลัง การเสด็จฯ […]

6 คำพ่อสอน : รักษาสิ่งแวดล้อม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมุ่งพัฒนาประเทศในต่างๆ มาตลอดการครองราชย์ของพระองค์ เรื่องหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงห่วง นั่นคือเรื่องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการ รักษาสิ่งแวดล้อม อยู่เสมอ ดังที่เราขอหยิบยกมาให้อ่านกัน ดังนี้ 6 คำพ่อสอน : รักษาสิ่งแวดล้อม   “…การที่ดัดแปลงธรรมชาติหรือสภาพของธรรมชาติมาใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลนั้นก็ต้องระมัดระวังมากที่จะไม่ให้เกิดความเสียหาย และการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ แต่ละคนก็จะต้องช่วยกันควบคุมสิ่งที่จะเสียหาย สิ่งที่เสียหายก็จะลดลงไป…” พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในโอกาสที่คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2526   “…ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญเราจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่ระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ ประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสม โดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว…” พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2529 วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2529   […]

9 คำพ่อสอน : ความสามัคคี

เคยได้ยินประโยคนี้กันมั้ยคะ “พ่อไม่ได้สอนให้เรารักพ่อ แต่พ่อสอนให้เรารักกัน” เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นว่า ความสามัคคี เป็นรากฐานของความมั่นคงในประเทศ พระองค์จึงทรงมีพระบรมราโชวาทในเรื่องความสามัคคีอยู่บ่อยครั้ง เราจึงขอรวบรวมมาให้เป็นข้อคิดเตือนใจกันค่ะ 9 คำพ่อสอน : ความสามัคคี   “…ความสามัคคีนั้นอาจหมายความถึงเห็นชอบเห็นพ้องกันโดยไม่แย้งกัน ความจริงงานทุกอย่างหรือการอยู่เป็นสังคมย่อมต้องมีความแย้งกัน ความคิดต่างกัน ซึ่งไม่เสียหาย แต่อยู่ที่จิตใจของเรา ถ้าเราใช้หลักวิชาและความปรองดอง ด้วยการใช้ปัญญา การแย้งต่างๆ ย่อมเป็นประโยชน์ ถ้ามีรากฐานของความคิดอย่างเดียวกัน รากฐานของความคิดนั้น คือแต่ละคนจะต้องทำให้บ้านเมืองมีความสุขมีความปึกแผ่น…” พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2517   “…เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไปเป็นเวลานานอาจน่าเบื่อ แต่แม้กระนั้นอย่าเพิ่งท้อใจ แม้กระนั้น บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้วก็ยังไม่พอ แต่ทำไมเมืองไทยอยู่ได้ ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเราทำมาเป็นแรมปีเป็นร้อยๆ ปี ทำมาด้วยความสุจริตใจ…” พระราชดำรัส พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิ องค์การต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล […]

9 คำพ่อสอน : คุณธรรมในสังคม

เรื่อง คุณธรรมในสังคม นั้น เป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงอยากให้ปลูกฝังกันประชาชนตั้งแต่ยังเล็ก ดังจะเห็นได้จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์ท่านในหลายๆ โอกาส เราจึงขอรวบรวม 9 พระบรมราโชวาทมาเป็นข้อคิดให้อ่านกัน 9 คำพ่อสอน : คุณธรรมในสังคม   “…ผู้ที่เป็นครูอาจารย์นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ความรู้ในทางวิชาการ และในทางการสอนเท่านั้นก็หาไม่ จะต้องรู้จักอบรมเด็กทั้งในด้านศีลธรรมจรรยาและวัฒนธรรม รวมทั้งให้มีความสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ และในฐานะที่จะเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไปข้างหน้า การให้ความรู้หรือที่เรียกว่าการสอนนั้นต่างกับการอบรม การสอนคือการให้ความรู้แก่ผู้เรียน ส่วนการอบรมเป็นการฝึกจิตใจของผู้เรียนให้ซึมซาบจนติดเป็นนิสัย ขอให้ท่านทั้งหลายจงอย่าสอนแต่อย่างเดียว ให้อบรมให้ได้รับความรู้ดังกล่าวมาแล้วด้วย…” พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตและนักศึกษาวิทยาลัยวิชาการศึกษา วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2503   “…ผู้ที่ใช้เหตุผลและได้รับอบรม คือได้รับฟังและฝึกฝนสมองของตนตั้งแต่เยาว์ ที่ว่าตั้งแต่เยาว์นี่ไม่ได้ขีดขั้นว่าเยาว์แค่ไหน ตั้งแต่เกิด ตั้งแต่ยังพูดไม่ได้ ถ้าสั่งสอนได้เราก็สั่งสอนได้ตั้งแต่พูดไม่ชัด คือยังเกือบไม่รู้เรื่องอะไร เราสั่งสอนให้มีเหตุผลตลอดขึ้นมาก็จะมีเหตุผล ถ้าไม่ได้สั่งสอนหรือบอกว่ายังเด็กเกินไป แล้วก็น่ารัก ปล่อยมันตามเรื่องตามราวหรือตามใจของพ่อแม่หรือตามใจของผู้ใหญ่ เด็กนั้นจะเสีย ซึ่งปรากฏมาแล้วว่าเด็กเสียเพราะว่าตามใจ…” กระแสพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่คณะกรรมการสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ […]

9 คำพ่อสอน : รักษาสุขภาพจิต

การมีสุขภาพที่ดีนั้น ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจต้องไปด้วยกัน ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเสมอว่า การ รักษาสุขภาพจิต เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เราจึงขอหยิบยกพระราชดำรัสที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลรักษาสุขภาพจิตใจ มาให้นำไปเป็นข้อคิดกัน 9 คำพ่อสอน : รักษาสุขภาพจิต   “…การทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ก็คือ ช่วยกันขจัดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ด้วยการปฏิบัติตนให้ดีตามหน้าที่ของตน คือตั้งใจที่จะเป็นคนดี…” พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ครูและนักเรียนที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2511   “…การฝึกหัดทางใจนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด จำเป็นที่จะต้องระมัดระวัง ฝึกฝนอยู่เสมอตลอดชีวิต จึงจะคงความสุจริต เข้มแข็ง และเป็นระเบียบไว้ได้ ไม่พ่ายแพ้แก่ความลุ่มหลงลืมตัว…” พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2515 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2516   “…ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุสรรคใดๆ […]

9 คำสอนของพ่อ : ทำนุบำรุงพระศาสนา

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก หรือผู้ที่ทำนุบำรุงพระศานาที่แท้จริง ทรงมีความเลื่อมใสศรัทธา และยังทรงมีพระจริยวัตรที่งดงามตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งจะเห็นได้จากพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของธรรมะ เราจึงขอรวบรวม 9 คำสอนของพ่อ ในหัวข้อการทำนุบำรุงพระศาสนา มาให้ชาวไทยได้นำไปปฏิบัติตามกัน 9 คำสอนของพ่อ : ทำนุบำรุงพระศาสนา   “…การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ดีแต่ ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมของมนุษย์…” พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2504   “…พระพุทธศาสนาแสดงความจริงของชีวิต แสดงทางปฏิบัติที่จะให้บรรลุความสุขสูงสุดของชีวิต มีวิธีการสั่งสอนที่ยึดหลักเหตุและผลว่า ทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ผู้ใดประกอบเหตุอย่างไร เพียงใด ก็ได้ผลอย่างนั้นเพียงนั้น…” พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513   “…ในการดำเนินชีวิตของเราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่รู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว […]

เรียกสติ เตือนใจจาก คำสอนของพ่อ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานคำสอนและข้อติดเตือนใจมากมาย อย่างเช่น คำสอนของพ่อ จากหนังสือ บันทึกของพ่อ 80 ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ ที่เราหยิบยกมาเพื่อเตือนใจ 9 ข้อด้วยกัน คำสอนของพ่อ   ความสุขของเรา…ไม่ได้หาได้จากการเพลิดเพลิน หรือลุ่มหลงในอบายมุขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หาได้จากจิตใจที่เยือกเย็นและสงบก็ได้ และจักเป็นความสุขที่แท้จริง… ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า นัตถิ สันติ ปรัง สุขัง “ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี”   ความทุกข์ของเรา…ส่วนมากเกิดจากความไม่พอ ความไม่พอ…ทำให้ทำอะไรไม่สำเร็จ แม้จะทำมากสักเท่าใด ความไม่พอ…ทำให้เป็นคนล้มเหลวในชีวิต เพราะไม่บรรลุเป้าหมายสักที ความไม่พอ…ทำให้เป็นคนจับจด เพราะจักเอาเสียทุกอย่าง เลยทำไม่ได้สักอย่าง ความไม่พอ…ทำให้เสียความสุขทางใจ เพราะมีเท่าใดก็ไม่พอ ความไม่พอ…ทำให้เป็นคนโลภมากอยากได้ทุกอย่างอยู่ร่ำไป ความไม่พอ…ทำให้คนรอบข้างวุ่นวาย เพราะเอาแต่ใจตนเอง ถ้าเราทุกคนไม่พอใจ ไม่พอดี ไม่พอที่ ไม่พองาม ก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขที่แท้จริงเลย..   คนเห็นแก่ตัวเป็นคนรกโลก คนเห็นแก่ตัวเป็นคนทำลายโลก ความเห็นแก่ตัวเป็นบิดาของความชั่วร้าย ภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า… รกคนดีกว่ารกหญ้า แต่ถ้าโลกมีคนเห็นแก่ตัวอย่างบ้าๆ คนเขาว่า “รกหญ้าดีกว่ารกคน”   ผู้นำที่ดีต้องชนะใจตนเองให้ได้ ผู้นำต้องมีจิตใจเข้มแข็ง ไม่โลภ ไม่โกรธ […]

ดำเนินชีวิตตามวิถี เศรษฐกิจพอเพียง แบบที่ทำได้จริง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช ทรงมีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับหลักการเศรษฐกิจพอเพียง และทรงยึดหลักการนี้ตลอดมา หลายคนคิดว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือการต้องไปใช้ชีวิตตามท้องไร่ท้องนา ทำการเกษตร และไม่ใช้เงินเลย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะคนทั่วไปก็ยึดเอาหลัก เศรษฐกิจพอเพียง มาทำตามได้ เศรษฐกิจพอเพียง แบบที่ทำตามได้จริง   หลักสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียง การกระทําใดๆ ให้มีความพอเพียง หมายถึง ทําพอประมาณ ด้วยเหตุ และผล การพัฒนาต้องเป็นไปตามลําดับขั้นตอน ต้องสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัว เพื่อสามารถเผชิญและอยู่รอดจากผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายนอกและภายใน ต้องมีความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนําวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และดําเนินการทุกๆ ขั้นตอน ต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในประเทศให้สํานึกในคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ต้องดําเนินชีวิตด้วยมีความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ สร้างความสมดุลและความพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ   ประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน สามารถให้ตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตนใน 5 ด้าน คือ 1.จิตใจ 2.สังคม 3.เทคโนโลยี 4.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.เศรษฐกิจ รู้จักคําว่า “ พอ” […]

9 คำสอนของพ่อ : หลักในการทำงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับ หลักในการทำงาน มากมาย เพื่อเป็นข้อคิด และให้กำลังใจในการทำงาน เราจึงขอรวบรวมมา เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านของเราด้วย 9 คำสอนของพ่อ : หลักในการทำงาน   ”…การที่จะทำงานเพื่อความมั่นคงและก้าวหน้านั้น มิใช่ว่าจะก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของแต่ละคนเท่านั้น จะต้องมีความร่วมมือสัมพันธ์กันระหว่างหน่วยงานทุกหน่วย เพื่อให้งานรุดหน้าไปพร้อมเพรียงกัน…” (พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในโอกาสพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 22 กรกฎาคม  พ.ศ. 2513)   “…การทำงานใหญ่ๆ ทุกอย่าง ต้องการเวลามากกว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจทำไม่สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้นไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้เริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงานขึ้นเป็นข้อสำคัญ จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น…” (พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยศิลปากร 14 ตุลาคม พ.ศ. 2514)   ”…การทำงานใด ๆ ไม่ว่าเล็ก ใหญ่ ง่าย ยาก ถ้าย่อหย่อนจากความเพียรแล้ว […]

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา