ทำความรู้จัก VIIS เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่จากค่าย G’NEST 5 สาว 5 สไตล์ แต่ลงตัวสุดๆ

Alternative Textaccount_circle
event

 เอาจริงสุดสัปดาห์ปลื้มปริ่มหัวใจทุกครั้งที่ได้ไปสัมภาษณ์ศิลปิน T-POP น้องใหม่ เพราะเท่ากับตอนนี้วงการ T-POP กลับมาครึกครื้นมากจริงๆ ถึงมีวงใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด แล้วเวลาได้ไปพูดคุยกับน้องๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงแพสชั่นอันแรงกล้าที่มีต่อการเป็นศิลปิน ซึ่งมาช่วยเติมไฟให้กับเราที่เป็นสาววัยใกล้สามสิบเหมือนกัน ยังไม่พอ! ยังสัมผัสได้ถึงพลังความเก่ง ความเป๊ะ ความปัง และเสน่ห์ที่ล้นเหลือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด สุดฯ สัมผัสได้เต็มๆ จากน้องๆ วง VIIS เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่แกะกล่องจากค่าย G’NEST ในเครือ GMM Grammy ที่ก่อนหน้าได้เดบิวต์ทิกเกอร์และ PERSES ออกมา

VIIS ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 5 คน ได้แก่ ปลายฟ้า อะตอม ซอนญ่า ธารา และเชียร์ โดยได้ปล่อยเพลงเดบิวต์ออกมาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2023 นั่นก็คือเพลง “Barbie (Oops! Oops!)” ก่อนที่ในวันที่ 25 ตุลาคม 2023 จะปล่อยซิงเกิลที่สองออกมากับเพลง “ร้ายก็ได้ (Don’t Mind)” ซึ่งทั้งสองเพลงดีมาก งานนี้สุดสัปดาห์เลยต้องไปชวนคุยเกี่ยวกับซิงเกิลทั้งสองเพลง รวมไปถึงทำความรู้จักกับพวกเธอมากขึ้น ขอบอกเลยว่าน้องๆ น่ารักมากกกก

แนะนำตัวเองทีละคน และบอกเอกลักษณ์พิเศษของตัวเอง

ธารา : สวัสดีค่ะ ธารา VIIS นะคะ ถ้าพูดถึงเอกลักษณ์ก็น่าจะเป็นแร็ปเปอร์สาวลูกครึ่ง (ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ-สวิตเซอร์แลนด์) ค่ะ แล้วก็เป็นคนที่ทุ่มเทและตั้งใจมากค่ะ ให้เต็มร้อยกับทุกอย่างที่ตัวเองทำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ค่ะ

อะตอม : อะตอม VIIS ค่ะ เอกลักษณ์ของอะตอม หนูคิดว่าน่าจะเป็นการที่หนูเป็นคนยิ้มง่าย เวลามีอะไรก็ยิ้มสู้ไว้ก่อนค่ะ ระวังแพ้รอยยิ้มหนูนะคะ

ปลายฟ้า : สวัสดีค่ะ ปลายฟ้า VIIS ค่ะ เอกลักษณ์ของหนูก็คือการเต้นป็อปปิ้งค่ะ

เชียร์ : เวลาเต้นป็อปปิ้งคือเท่มากค่ะ

ซอนญ่า : ซอนญ่า VIIS นะคะ เป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย คิดว่าเอกลักษณ์ของตัวเองคือการที่เป็นคนเข้าหาคนเก่งค่ะ ทุกคนจะเข้าหาหนูได้ง่ายๆ เลยเพราะหนูเป็นคนที่ค่อนข้างจะเฟรนด์ลี่ค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเป็นคนที่เสียงสูงมากๆ บางทีอาจจะแหลมเกินไปด้วยค่ะ (หัวเราะ)

เชียร์ : เชียร์ VIIS นะคะ เชียร์เป็นคนที่ชอบแต่งตัวแนวเท่ คูลๆ ค่ะ แต่ว่าเวลาเจอผู้คนก็จะเป็นคนที่ชอบยิ้มตลอดเวลา แล้วก็มีลักยิ้มแมวเป็นจุดสังเกตค่ะ

แต่ละคนเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดกันได้อย่างไรคะ

อะตอม : หนูผ่านการออดิชั่นเข้ามา จุดเริ่มต้นตอนแรกเลยมาจากการที่หนูชอบร้องเพลง แต่ร้องเพลงเป็นงานอดิเรกเฉยๆ พอออดิชั่นผ่าน ก็เลยได้เรียนร้องเพลงมากขึ้น และเรียนเต้นมากขึ้นค่ะ เลยค่อยๆ ชอบเกี่ยวกับสายศิลปิน วงการบันเทิงมากขึ้น จึงตัดสินใจว่าอยากจะทำตรงนี้ต่อค่ะ

ธารา : เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กอยู่ชั้นประถม ธาราจะชอบขึ้นเวทีโชว์ เวลาที่เขามีโชว์ความสามารถหรือเวทีประกวดต่างๆ ที่โรงเรียน แล้วก็รู้สึกว่าพอได้ขึ้นเวทีแล้วรู้สึกชอบ ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ตอนนั้น พอโตขึ้นมาก็เรียนร้องเพลงไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่ก็ไม่ได้จริงจัง จนกระทั่งธารามาเริ่มเรียนที่ Grammy Vocal Studio ตอนปี 2018 แล้วผ่านไปแป๊บนึง ตอนนั้นมีคุณครูชวนไปออดิชั่น เขาบอกว่าจะเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ธาราก็เลยลองไปออดิชั่น ไหนๆ เราก็ได้รับโอกาสแล้ว สรุปออดิชั่นผ่านแล้วก็ได้มาอยู่ที่นี่ค่ะ ธารารู้สึกว่ามีความสุขมากค่ะ เพราะได้ทำทุกอย่างที่ชอบ

เชียร์ : เชียร์เป็นคนที่เรียนร้องเพลง เรียนเปียโน เรียนสายดนตรีมาตั้งแต่เด็กแล้ว และไปแข่งตลอด เช่น แข่งร้องเพลง แล้วก็ได้มีโอกาสไปแข่ง The Voice Kids ตอนปี 2019 ด้วยค่ะ ซึ่งก็เหมือนเป็นการเปิดเส้นทางให้หนูไปออดิชั่นหลายๆ ค่าย ซึ่งก็ได้โอกาสมาออดิชั่นที่ค่าย G’NEST จนได้มาเป็นศิลปินค่ะ

ซอนญ่า : จริงๆ หนูเป็นคนชอบที่จะโชว์อยู่แล้วค่ะ เวลามีงานโรงเรียน เราก็มีขึ้นไปโชว์บ้าง แต่ไม่ได้จริงจังขนาดนั้น เพราะว่าไม่มีโอกาสในการเรียนเต้นหรือเรียนร้อง แค่ชอบร้องเล่นๆ กับเพื่อนในห้องเรียน ตอนพักกลางวันเพื่อนเต้นกัน เราก็เต้นด้วย เพื่อนร้องเพลงกัน เราก็ร้องด้วย จนทาง GMM ACADEMY มาแคสต์ผ่านทางอินสตาแกรมว่าสนใจมาออดิชั่นไหม หนูก็เลยลองมาออดิชั่นดู ซึ่งตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้มาเป็นศิลปิน แต่ว่าพอได้เข้ามาแล้ว แล้วที่นี่ก็สอนอะไรหลายๆ อย่าง ก็ได้มาอยู่ตรงนี้ค่ะ

ปลายฟ้า : เริ่มจากตอนแรกเรียนเต้นป็อปปิ้งที่ Harlem Shake Studio ค่ะ แล้ววันนั้นฝนตกหนักมาก ซึ่งวันนั้นจริงๆ หนูกะจะไม่ไปเรียนแล้ว เพราะฝนตกหนักมาก แล้วเป็นครั้งแรกด้วยที่เราขึ้นรถเมล์ แถมรถเมล์ก็เลยป้าย ก็เลยต้องเดินย้อนกลับมาที่ Harlem Shake Studio ซึ่งหนูก็งอแงมากว่าหนูไม่อยากเรียนแล้ว แต่พอไปเรียนปุ๊บ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแอบส่องมาจากข้างนอกค่ะ ส่องกระจกห้องสตูสอนเต้น แล้วเขาก็เลยเรียกไปคุย และชวนให้หนูไปออดิชั่นค่ะ ก็เลยได้เข้ามาเทรนกับเพื่อนๆ ค่ะ ซึ่งพี่ผู้หญิงคนนั้นก็คือพี่จิ๊บ Director ของค่าย G’NEST ค่ะ

ผ่านการฝึกฝนอะไรมาบ้าง ตารางการฝึกหนักแค่ไหน

ธารา : ตารางฝึกค่อนข้างหนักค่ะ พวกเราอยู่ด้วยกันทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ ถ้าเป็นวันเสาร์กับอาทิตย์จะหนักหน่อย ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงสี่ห้าทุ่ม แต่ถ้าวันธรรมดาช่วงกลางวันก็ต่างคนต่างไปเรียน

ซอนญ่า : พวกเราจะส่งตารางเรียนให้ทางค่าย แล้วค่ายก็จะช่วยจัดตารางให้ว่าถ้าเวลานี้ว่างก็มาซ้อม เวลาไหนไปเรียนก็ให้เรียนไป แล้วก็จัดตารางว่างให้เรามาเทรนค่ะ

เชียร์ : ถ้าเรื่องการเต้นก็จะปูพื้นฐานตั้งแต่แรกเลย เริ่มด้วยฮิปฮ็อป ปูพื้นฐานตั้งแต่เบสิกที่ง่ายๆ ไล่มาเรื่อยๆ แต่เป็นง่ายที่ไม่ง่าย เพราะตอนนั้นเรายังไม่เก่งขนาดนั้น

ซอนญ่า : เมื่อก่อนหนูขยับคอยังไม่ได้เลยค่ะ แล้วก็ค่อยเริ่มเป็นแยกฝึกเต้นแบบชายหญิง ผู้หญิงก็จะเริ่มเรียนแจซ เรียนฝึกการยืด เริ่มลงดีเทลมากขึ้น เรื่องการร้องเหมือนเขาจะพยายามดูช่วงแรกๆ ว่าเราคาแร็กเตอร์ประมาณไหน แล้วทางค่ายจะเริ่มส่งโจทย์เพลงมาให้ที่เหมาะกับคาแร็กเตอร์เรา แล้วก็ให้ลองหลายๆ แนวค่ะ มีแร็ปด้วย

ธารา : จะมีช่วงหนึ่งที่เรามีคลาสแร็ปด้วย แล้วมีพี่กร อัตตาเข้ามาสอนพวกเราค่ะ ก็จะมีสอบเดี่ยวแล้วก็จับกลุ่มให้แต่งเพลงกันเองด้วย

แล้วเวลาต้องไปประเมินหลังจากฝึกฝน มีความกดดันไหมคะ

ธารา : ช่วงแรกๆ ธารารู้สึกกดดันมากๆ แต่พอธาราอยู่ไปเรื่อยๆ แล้วก็เริ่มรู้ว่าไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เพอร์เฟ็กต์ทุกรอบก็ได้ แค่เป็นตัวของตัวเอง เห็นว่าตัวเองได้พัฒนาและได้เรียนรู้ใหม่ๆ แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ

เชียร์ : ช่วงแรกๆ จะกดดัน แต่ช่วงหลังๆ จะรู้สึกอยากทำให้ดีมากกว่า อยากทำให้ดีขึ้นมากกว่าค่ะ

ปลายฟ้า : เพราะจุดประสงค์จริงๆ ก็คือการพัฒนาความสามารถของตัวเราเองนี่แหละค่ะ

สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นเด็กฝึกคืออะไร

ซอนญ่า : คิดว่าเป็นการแบ่งเวลานี่แหละค่ะ เพราะเราต้องยอมเสียสละเวลาส่วนตัวบางส่วน เพื่อที่จะทำตรงนี้ มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะทำเหมือนกัน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แล้วเวลาบางส่วนที่หายไปค่ะ

ช่วงที่ฝึกด้วยกัน ต้องมีความเหนื่อย ความท้อ ให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนในวงอย่างไร

ธารา : เหมือนทุกคนก็จะมีวิธีแยกของตัวเองด้วยค่ะ แต่ถ้าพูดถึงเราห้าคนเชียร์อัพกัน พวกเราจะชอบนั่งคุยกันในที่เงียบๆ ค่ะ

เชียร์ : หน้าล็อกเกอร์ แล้วคุยกันว่ารู้สึกยังไงบ้าง เป็นยังไง จะทำยังไงต่อไป

ธารา : ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็คุยกันตลอดทุกเรื่องค่ะ

ซอนญ่า : จะเป็นการระบายมากกว่า แล้วค่อยๆ มีคนเติมมุมบวกๆ ให้ เหมือนเอาออกมาก่อน แล้วค่อยเพิ่มมุมบวกเข้าไปให้กันค่ะ

การจะเป็นศิลปิน ต้องรอ ต้องอดทน กว่าจะได้เดบิวต์ วันนี้ได้เดบิวต์แล้วรู้สึกอย่างไร

ธารา : รู้สึกดีใจมากๆ เลย เหมือนสิ่งที่พวกเราเวิร์กฮาร์ด พยายามทำกันมา แล้วสามารถทำให้กลุ่มคนคนหนึ่งมีความสุขได้ เวลาเห็นว่าเราสามารถทำให้พี่ๆเพื่อนๆแฟนคลับมีความสุขได้ เราเห็นฟีดแบ็กดีๆ กลับมา พวกเราก็รู้สึกดีเหมือนกันค่ะ

ให้ในวงเมาท์เพื่อนกันเอง หรือแชร์โมเมนต์น่ารัก ที่จะทำให้แฟนๆ รู้จักมากขึ้น

ซอนญ่า : ขอเมาท์พี่ปลายฟ้าค่ะ เรื่องเพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ วันนี้เลย หนูให้พี่อะตอมโทร.หาพี่ปลายฟ้า เพราะพี่ปลายฟ้ายังไม่มาค่ะ แล้วพบว่าพี่ปลายฟ้าเปลี่ยนเสียงรอสายใหม่ ซึ่งมันค่อนข้างที่จะ…หนูอยากให้พี่ฟังมากเลยอะ โทร.หาพี่ปลายฟ้าได้ปะ

เชียร์ : พี่ปลายฟ้าจะดูเป็นคนเงียบๆ แต่ว่าเขาแปลกค่ะ

อะตอม : เดี๋ยวจะโทร.หาให้ฟังเสียงรอสายค่ะ พี่อดใจรอฟังได้เลยค่ะ แล้วคาดหวังได้เลย

สุดสัปดาห์ : รู้สึกเหมือนต้องมีอะไรพีคๆ แน่ๆ

เชียร์ : เป็นเสียงรอสายที่แปลกใหม่มากเลยค่ะ หนูไม่เคยเจอแบบนี้

(เปิดเสียงรอสาย เป็นเสียงที่ปลายฟ้าอัดเสียงตัวเองไว้โดยกล่าวว่า “ฮั่นแน่ โทร.มาทำไม มีอะไรเหรอจ๊ะ อยากจะคุยอะไรเหรอจ๊ะ จะกดรับแล้วน้า สาม สอง ถ้ายังไม่กดรับ ก็โทร.มาใหม่นะจ๊ะ จุ๊บุ”)

อะตอม : ตอนแรกหนูโทร.ไปแล้วหนูคิดว่าพี่เขาจะพูดแล้ว อ้าว! ไม่ใช่

สุดสัปดาห์ : อันนี้คือเสียงตัวเองไหม

ปลายฟ้า : เสียงหนูค่ะ อัดเสียงแล้วก็ใส่เสียงตัวเองเข้าไปทำเป็นเสียงรอสาย

สุดสัปดาห์ : แล้วคอนเซ็ปต์ที่คิดไว้คืออะไร ถึงออกมาเป็นคำพูดนี้

เชียร์ : มันมาได้ไงอะพี่

ปลายฟ้า : วันนั้นแค่อารมณ์ดีค่ะ นึกๆ ว่าอยากอัดก็อัดเลย แล้วก็ตั้งเป็นเสียงรอสาย แล้วคนแรกที่โทร.มาก็คืออะตอม (หัวเราะ)

สุดสัปดาห์ : แล้วมีโมเมนต์อะไรของปลายฟ้าที่มักสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเมมเบอร์อีกไหม

ซอนญ่า : พี่ปลายฟ้ามีเยอะเลย

ธารา : เยอะมาก ชอบอยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมา

ซอนญ่า : เป็นคนที่มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ตลอด ต้องลุ้นค่ะว่าวันนี้จะมีเรื่องอะไรใหม่ๆ มีทุกวันค่ะ

เชียร์ : ส่วนซอนญ่าเป็นคนพูดตลอดเวลา

ซอนญ่า : พูดจนลืมหายใจ

ธารา : รู้สึกว่าซอนญ่ายิ่งพูดมันจะยิ่งเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

เชียร์ : เป็นคนที่พูดแล้วเสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ และเสียงหัวเราะจะเป็นคนหัวเราะเสียงสูงมาก แล้วเวลามีเรื่องจะมาเล่าจะแร็ป อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นเมนแร็ปเฉยเลยค่ะ พูดเหมือนมีคนจะมาแย่งพูดตลอดเวลา

ซอนญ่า : หนูแค่อยากให้ทุกคนรับรู้รายละเอียดทั้งหมดที่หนูได้รับมา แล้วหนูกลัวมันจะหายไปก่อน ก็เลยต้องเล่าทุกอย่างพร้อมกันทีเดียว

อะตอม : แต่ถามว่าฟังทันไหม ก็ไม่

ซอนญ่า : แล้วสุดท้ายก็เล่าให้อีกคนฟังเหมือนเดิมเป๊ะ ส่วนเวลาที่เสียงสูงขึ้นเรื่อยๆ คือกำลังตื่นเต้นค่ะ เวลาพูดไปเรื่อยๆ มันก็เลยสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ธารา : ที่จริงสามารถจับผิดซอนญ่าได้ว่าเมื่อไหร่เขาโกหก คนอื่นถ้าเวลาเขาโกหกจะเสียงสูงกัน แต่ถ้าซอนญ่าโกหกจะเสียงต่ำ

ซอนญ่า : หนูจะพยายามทำเสียงให้ทุ้มลงเพื่อความน่าเชื่อถือ แต่ว่าโดยปกติหนูไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงนั้น มันก็จะกลายเป็นคนโกหกไปแล้ว

เชียร์ : แล้วเวลาคนยิ่งเยอะ ซอนญ่าจะยิ่งตื่นเต้น เวลาสมมติเมาท์กับวง PERSES

ซอนญ่า : พี่กฤตินชอบล้อหนู

เชียร์ : พี่กฤตินก็จะเป็นคนเอนเนอร์จี้เยอะ แล้วซอนญ่าก็เอนเนอร์จี้เยอะเหมือนกัน พอมาเจอกันแล้วก็จะคุยกันตลอดเวลา ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำ

สุดสัปดาห์ : เชียร์เมาท์เพื่อนเยอะอยู่ ตาเชียร์โดนเมาท์บ้าง

เชียร์ : หนูไม่ค่อยมีเรื่องอะไรหรอก หรือหนูต้องเมาท์ตัวเอง

ซอนญ่า : หนูว่าเชียร์เป็นคนที่คิดบวกมาก บวกมากจนบางทีหนูรู้สึกอยากบวกกับเชียร์แทน คือต่อให้สถานการณ์ตอนนั้นจะแย่แค่ไหนค่ะ แต่เชียร์จะบอกว่าไม่ใช่หรอก ไม่ใช่แบบนั้น แล้วหนูก็จะแบบ เฮ้ย! มันเป็นแบบนั้น

ปลายฟ้า : ทั้งๆ ที่เหตุการณ์นั้นหนูอยู่ในเหตุการณ์กับเชียร์ด้วยซ้ำ แต่เชียร์ก็จะแบบไม่นะพี่ มันไม่ใช่แบบนั้น หนูก็จะ เฮ้ย! เป็นแบบนี้คือเป็น

ซอนญ่า : จริงๆ เขาดีแล้ว พวกหนูเอง (หัวเราะ)

เชียร์ : หนูเป็นคนที่ไม่คิดอะไรเยอะอยู่แล้ว สมมติมีคนว่าหนู บางทีหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาว่าหนู หนูคิดว่าเป็นประโยคบอกเล่าเฉยๆ หนูไม่รู้สึกอะไร แต่เพื่อนๆ บอกว่าเชียร์ เขาพูดแบบนี้คือการว่านะเชียร์

ซอนญ่า : แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้น้องเป็นคนยอมคนขนาดนั้น แต่พวกหนูแค่เป็นสายบวกเอง

ปลายฟ้า : ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็คงยอมเหมือนกัน

สุดสัปดาห์ : ตาธาราบ้าง

ธารา : เป็นคนนิ่ง เป็นคนเรียบร้อยค่ะ

เชียร์ : สำหรับหนู ธาราเป็นมนุษย์อดนอน คือแต่ละวันมาเทรน ถ้าสมมติวันไหนมาเช้าแบบเก้าหรือสิบโมง ถ้าถามธาราว่านอนกี่โมง ธาราก็จะตอบว่านอนตีสามหรือตีสี่ตลอด หนูก็จะถามว่านอนไปกี่ชั่วโมง ทำไมนอนน้อยจัง แล้วก็พอยิ่งมาเทรนที่ตึกแล้วมีเวลาว่าง บางทีพวกหนูก็จะนอนกัน แต่ธาราก็จะหยิบคอมพ์ขึ้นมาทำการบ้าน หนูก็จะรู้สึกว่าธารา ทำไมขยันจังเลย

ปลายฟ้า : น้องนอนดึกเพราะน้องเรียนออนไลน์กับต่างประเทศ ซึ่งเป็นคนละเวลากับที่ไทยค่ะ

สุดสัปดาห์ : มาถึงคิวอะตอม

ซอนญ่า : พี่อะตอมแปลกค่ะ เดี๋ยวนี้เขาชอบมีจังหวะที่แบบอยู่ๆ ก็แรนด้อมขึ้นมาเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับบทสนทนาหรือไม่เกี่ยวกับอะไรบนโลกใบนี้เลย

เชียร์ : ชอบเหมือนเวลาห้องเงียบๆ เอนเนอร์จี้เริ่มตก อยู่ดีๆ พี่อะตอมก็จะหัวเราะขึ้นมาแล้วก็เงียบ พวกหนูก็จะหันไปมองแล้วถามว่าพี่โอเคใช่ไหม พี่เป็นอะไรหรือเปล่า มันจะเป็นจังหวะที่แรนด้อมมากๆ ที่บางทีเราก็คาดไม่ถึง

ธารา : จะมีบางครั้งที่เรานั่งเงียบๆ กันอยู่ แล้วพี่อะตอมก็จะลุกขึ้นมาแล้วเต้นเด้งดึ๋งอะไรไม่รู้

อะตอม : จริงเหรอ

สุดสัปดาห์ : เราทำแบบนั้นเพราะอะไร ให้โอกาสชี้แจง

อะตอม : หนูรู้สึกว่าชีวิตหนูติดดีเลย์

ทุกคน : อ๋อออออออ ใช่

ซอนญ่า : ถ้าสมมติเราคุยกันอยู่ใช่ไหมคะ เราขำกันจบแล้วจนเราเริ่มนั่งเงียบ นั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ อยู่ดีๆ พี่อะตอมก็จะหัวเราะขึ้นมา

เชียร์ : เหมือนเพิ่งเก็ตมุกเมื่อกี้ที่เล่นไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เพิ่งประมวลผลเสร็จ

ซอนญ่า : แล้วมันดีเลย์จนพวกหนูลืมว่าขำอะไร พวกหนูก็เลยงงว่าพี่อะตอมเป็นอะไรค่ะ

อะตอม : มันเพิ่งมาคิดได้หลังจากนั้นว่าอ๋อ ก็เลยขำค่ะ

ซอนญ่า : อยู่กับหนูไม่ได้เลย เพราะหนูเล่าเสร็จไปแล้ว พี่อะตอมเพิ่งนึกออก ตอนหนูลืมไปแล้ว

เชียร์ : ซอนญ่าเป็นสายเร็วจี๊ด พี่อะตอมเป็นสายช้าๆ และหนูว่าพี่อะตอมเป็นคนที่พูดช้าด้วยค่ะ

ซอนญ่า : ใช่ ร้องเพลงด้วย ถ้าเราร้องเพลงกันอยู่แบบไม่เปิดแบ็กกิ้งแทร็ก คนอื่นก็จะร้องไปแล้ว แต่พอถึงท่อนพี่อะตอม พี่อะตอมจะร้องช้าลง แล้วช้ากว่าจังหวะด้วย แล้วหนูก็จะแบบร้องต่อสิ ร้อง

เชียร์ : แต่เอ็นดูนะ เพราะจะต้องมีคนใจเย็นบ้างในกลุ่มเราค่ะ

ซอนญ่า : แต่ในกลุ่มใจร้อนไปสี่คนแล้ว (หัวเราะ)

ปลายฟ้า : หนูว่าหนูเป็นคนใจเย็นนะ

ซอนญ่า : แต่ว่าเวลาร้อน (หัวเราะ)

ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นเด็กฝึก จนวันนี้เดบิวต์แล้ว มองตัวเองเติบโต เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

เชียร์ : ก่อนที่เข้ามาเทรน หนูเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมโรงเรียนอย่างเดียวเลย เจอแต่คนเดิมๆ ก็เลยจะเป็นเด็กอยู่ แต่พอเข้ามาเทรนแล้ว ได้เจอเพื่อนหลายแบบหลายแนวมากๆ หนูรู้สึกว่าหนูเข้าใจโลกมากขึ้น และตอนช่วงมัธยมต้นหนูก็จะให้พ่อแม่มารับส่งเวลาไปไหนมาไหนตลอด ก็จะสติ๊กนิดหนึ่ง แต่พอเข้ามาเทรน ก็ต้องเริ่มจัดการอะไรเอง ต้องเดินทางเอง เริ่มหาวิธีโน่นนี่นั่นเอง ก็รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นค่ะ

ซอนญ่า : เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่เข้าหาคนเยอะกว่านี้มากๆ ค่ะ แค่เดินผ่านก็สามารถทักทายได้ แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่พอเหมือนเข้ามาทำงาน เราได้เจอคนเยอะมากๆ ทำให้รู้สึกอยากอยู่คนเดียวมากขึ้น เพราะทำให้หนูรู้สึกว่าอยากเก็บเอนเนอร์จี้นั้นไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ ค่ะ เพราะบางทีเหมือนโดนดูดพลังไปแล้วเราก็จะรู้สึกหมดแรง และรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นค่ะ ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการบริหารทุกอย่างค่ะ

ปลายฟ้า : หนูว่าหนูเป็นคนชิลขึ้นค่ะ พอยิ่งอยู่นานๆ เราเรียงลำดับความสำคัญได้ดีมากขึ้นค่ะ บางทีมันไม่จำเป็นต้องสติ๊กกับทุกอย่าง ทำให้เราเครียดเกินไป แต่ตอนนี้เหมือนชีวิตมีความสุขขึ้น แฮปปี้กับการที่เราชิลกับการใช้ชีวิต ถึงแม้ว่ามันจะหนักก็เถอะ แต่มันอยู่ที่ความคิดเรา หนูคิดว่าอาจจะทัศนคติดีขึ้นหรือเปล่า ไม่รู้สิ หนูว่าหนูสนุกดีค่ะ

อะตอม : หนูรู้สึกว่าหนูมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะว่าตอนแรกหนูเป็นเด็กที่ไม่กล้าแสดงออก เป็นเด็กไม่ค่อยพูด ไม่กล้าพูดเท่าไหร่เพราะตอนนั้นขี้อาย แล้วเรื่องเต้น เรื่องร้อง หนูจะไม่ค่อยกล้าปล่อยตัวเองออกมามากขนาดนั้นค่ะ ตอนนี้พอได้มาเทรน พออยู่มาเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนคลิกกับมันมากขึ้น ก็เลยกลายเป็นว่าสนุกดี กว่าที่จะออกมาเป็นตัวเองมากขึ้นค่ะ

ธารา : เมื่อก่อนธาราเป็นคนที่ชอบอยู่กับตัวเอง อยู่คนเดียว เป็นคนที่ปลีกวิเวก ชอบทำงานคนเดียวมาก แต่พอได้เข้ามาที่นี่ ได้เริ่มทำงานกลุ่ม รู้สึกว่าตัวเองได้เปิดใจมากขึ้นเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับคนอื่น และรู้สึกสบายใจขึ้นที่จะได้อยู่ร่วมกับคนอื่นค่ะ รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นและได้ปรับมายด์เซตของตัวเองให้เปิดใจรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วยค่ะ

อะไรคือเป้าหมายสำคัญที่สุดที่วางไว้ตอนนี้

ธารา : เป้าหมายหลักๆ เลยน่าจะเป็นการที่เราผลิตผลงานออกมาแล้วมีคนกลุ่มหนึ่งรู้สึกดี สามารถยิ้มได้พอได้ดูผลงานของเรา รู้สึกชอบผลงานของเรา

เชียร์ : อยากให้คนหลายๆ คน และเยอะขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกแฮปปี้ทุกครั้งเวลาที่เราเพอร์ฟอร์ม หรือสามารถทำให้เขามีความสุขได้ค่ะ

ซอนญ่า : อยากเป็นเหมือนต้นแบบหรือแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนค่ะ เห็นเราแล้วรู้สึกว่าเขาเก่งจัง อยากเป็นได้แบบเขา อยากเป็นไอดอลของเขาค่ะ

อะตอม : หนูอยากให้คนรู้จัก VIIS มากขึ้นไปอีกเยอะๆ เลยค่ะ อยากให้ทุกคนชอบผลงานที่เราตั้งใจทำค่ะ

ปลายฟ้า : เหมือนที่เพื่อนๆ ทั้งหมดพูดมาเลยค่ะ คือเป้าหมายที่หนูมองไว้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ฝากผลงานและมีอะไรที่อยากจะบอกแฟนๆ บ้างคะ

ซอนญ่า : ฝากเพลงของพวกเราด้วยนะคะ ตอนนี้พวกเราก็มีสองเพลงแล้วนะคะ เพลงแรกของพวกเราก็คือ “Barbie (Oops! Oops!)” และเพลงที่สองที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคมก็คือเพลง “ร้ายก็ได้ (Don’t Mind)” สามารถติดตามเอ็มวีเพลงทั้งสองเพลงได้ผ่าน YouTube : @gnest_official ได้เลยนะคะ

ธารา : และอยากขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจเรา ทุกครั้งที่รู้สึกดาวน์นิดหนึ่ง แต่พอได้เห็นสิ่งที่ทุกคนเขียนถึงพวกเราแบบแค่นิดเดียว แค่คำว่าสู้ๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าวันนั้นพลิกกลับมาเป็นดีเลยค่ะ

เชียร์ : รู้สึกดีใจทุกครั้งที่เขาบอกว่ามีความสุขมากๆ นะที่ได้เจอพวกเราในงานนี้ นี้ นี้ พวกเราก็มีความสุขไปด้วยค่ะ

ซอนญ่า : ขอบคุณที่มาหาในแต่ละงานด้วยค่ะ ใครที่ไม่ได้มา แต่โพสต์ถึงก็ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

ปลายฟ้า : ปลายฟ้าว่าวง VIIS สามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยความเชื่อใจค่ะ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่เชื่อใจ และพร้อมซัพพอร์ตพวกเราเสมอมาค่ะ

 

Text : ImJinah

PHOTO : นวพจน์ โพธิเกษม

 

 

อัพเดตข่าวบันเทิงเอเชีย ซีรี่ย์เอเชีย ดาราเอเชีย ไอดอลเอเชียได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ

4 ศิลปินคลื่นลูกใหม่แห่งตึก GMM GRAMMY ที่ขนความดีงามมาเต็ม

KIN นักร้องเดี่ยวรูปหล่อดีกรีนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทย ที่ทั้งชีวิตมีแต่กีฬา แต่แอบซุกซ่อนความรักในการร้องเพลงไว้

ALALA เกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่แห่ง T-POP กับเรื่องราวกว่าจะมาเป็น ALALA

FIRZTER ดูโอน้องใหม่แห่งวงการ T-POP สองเพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก

Yes Indeed วงดนตรีคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากเล่นดนตรีเปิดหมวกที่สยามฯ จนเป็นไวรัล สู่ศิลปินเต็มตัว