เปิดใจคุยกับ แบมแบม GOT7 ลูกกตัญญูที่ทำเพื่อครอบครัว

ความพยายาม ความอดทน บนเส้นทางไอดอลเกาหลี

อยู่เกาหลีมา 9 ปีแล้ว ยังจำความรู้สึกวันแรกที่ไปเกาหลีได้มั้ยคะ

“ผมไม่รู้สึกใจหายหรืออะไรเลย คุณแม่ก็ไม่เป็นกังวล แค่บอกว่าไปถึงแล้วโทรกลับมาบอกด้วย ตอนที่เดินทางไปเกาหลี ผมไปกับน้าสองคน เพราะน้าพูดภาษาอังกฤษได้ น้าอยู่ด้วยแค่ 5 วันเท่านั้นก็กลับ ไปถึงโน่นผมรู้สึกแปลกใหม่กับทุกอย่าง รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ยากกว่าที่คิด คุณแม่ก็ห่วงแต่ไม่ได้มาก เพราะเขารู้นิสัยว่าผมไม่ใช่คนงอแง คือการไปเกาหลีครั้งนี้ ถ้าไปแล้วไม่ได้เดบิวต์ ก็กลับเมืองไทย ถือว่าได้ประสบการณ์ ได้ภาษาติดตัวกลับมา”

เคยมีช่วงท้อ ช่วงเหนื่อย ไม่อยากไปต่อบ้างมั้ย

“ปีแรกตอนไปอยู่เกาหลี ทุกอย่างยังแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น แต่พอเข้าช่วงปลายปีที่ 2 เริ่มรู้สึกเบื่อ เพราะใช้ชีวิตเป็นรูทีนเหมือนเดิมมา 2 ปี เข้าบริษัท ร้องเพลงเดิม เต้นท่าเดิม ฝึกทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 หยุดวันอาทิตย์แค่นั้น อยู่ในแอเรียเดิมๆ ท้อและลังเลเหมือนกัน เคยคิดว่าถ้าอยู่ไปแล้วถ้าไม่ได้ไปต่อ จะเสียเวลาหรือเปล่านะ ที่ทำมา 2 ปียังไม่รู้อนาคตเลยว่าเป็นอย่างไร เราจะทำไปทำไม ผมเริ่มไม่ซ้อม เล่นกับเพื่อน ซ้อมน้อยลง เริ่มแอ็คป่วยบ้าง แล้วรีบกลับบ้านไปเล่นเกมส์

หลังจากเลิกเล่นเกมส์ไปนาน ไม่กล้าแตะเพราะกลัวติด ก็กลับมาเล่นใหม่ ผมต้องหาอะไรใหม่ๆ ทำครับ ไม่งั้นเฉาตายแน่ๆ กลับเล่นเกมได้สัก 2-3 เดือน ติดเลยครับ หาเรื่องแอ็คป่วยกลับบ้าน เล่นสักพักคอมพ์เจ๊ง ไหนๆ ไม่มีคอมพ์ก็เลิกเลย นี่ถ้าคอมพ์ไม่เจ๊ง ผมคงไม่เลิกมั้ง” (หัวเราะ)

ทำให้อย่างไรให้ตัวเองสตรองกับความฝันได้อยู่

“หลังเดบิวต์ได้ปีแรกเหนื่อยนิดนึงครับ เพราะทำไปไม่เห็นผลอะไรเลย รางวัลก็ไม่ได้ ที่ 1 ก็ไม่ได้ คนไม่รู้จัก GOT7 ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดไว้ แย่กว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ อืม… คิดว่าเราจะไปต่อยังไงน้า… เดบิวต์ปีที่ 2 เริ่มโตขึ้นทั้งจิตใจและความคิด เข้าใจแล้วว่าความสตรองไม่มีการสอน มันต้องเรียนรู้เอง เวลาและประสบการณ์ทำให้เราจะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เอง

“คัมแบ็คตอนอัลบั้ม ‘FLIGHT LOG’ บูมเลย เห็นผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นสตรองไม่สตรอง เหนื่อยไม่เหนื่อย ไม่รู้แล้ว รู้แค่ว่าพอมีความกดดันว่าครั้งต่อไปต้องดีกว่านี้ พอมีความกดดัน มันผลักดันโดยอัตโนมัติให้เราทั้ง 7 สู้และเดินหน้าไปเอง ค่ายไม่ต้องสั่ง เราพร้อมพัฒนา จนค่ายบอกว่า พักเถอะ พักบ้าง แต่เรา 7 คนไม่พักเอง รู้สึกว่าพักแล้วเสียดายเวลา พักก็ตรงที่อาจจะมีตื่นสายนิดนึง ขอพักเยอะหน่อยตรงนี้เท่านั้น แล้วช่วงกลางคืนก็ใช้เวลาทำเพลง แต่งเพลง ใช้ไม่ใช้ทำไปก่อน อย่าง เพลง ‘BLACK FEATHER’ ผมทำบีทไว้แต่ยังไม่ได้เขียนเนื้อร้อง พอจะมีแฟนมีตติ้ง ก็หยิบเพลงนี้มาเขียนต่อให้เสร็จ ความสำเร็จในทุกอาชีพ ไม่ได้เกิดขึ้นกันง่ายๆ ต้องอาศัยการอดทน การรอคอย เมื่อวันหนึ่งถึงเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ เราจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับความพยายามและที่รอคอยมาตลอด”

ไปทัวร์คอนเสิร์ตมาแล้วทั่วโลก มีเหตุการณ์เฉพาะหน้าบนเวทีครั้งไหนที่จำไม่ลืมบ้างมั้ยคะ

“แต่ละที่ก็ต่างกันไป ขอเล่าเรื่องคอนเสิร์ตที่ไปเวิลด์ทัวร์อเมริกาครั้งแรกก็แล้วกันครับ คือเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้เจอเป็นธรรมเนียมหรืออะไร คือระหว่างโชว์ มีคนดูก็โยนบราขึ้นมาบนเวที เห็นแล้วก็ตกใจ ห๊ะ! เกิดอะไร?!? แล้วไม่ได้มาแค่ตัวเดียว มา 2-3 ตัว ตอนนั้นไม่รู้ต้องทำยังไง ก็งงๆ ตกใจเฉยๆ จะเอามือหยิบออกก็ไม่ได้

“หลังจากนั้นแล้วพวกเรามารู้ความหมายของการโยนบรา ไม่ได้แย่เลย เหมือนเป็นธรรมเนียม และวัฒนธรรมน่ะครับ คือที่โยนมา คือเขาชอบเรามาก โชว์ดีมาก จนไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร จึงโยนบราขึ้นมา บางประเทศอาจจะมองว่ารุนแรง ไม่เหมาะสม แต่ความหมายจริงๆ ไม่มีอะไร พอเวิลด์ทัวร์ ครั้งที่ 2 คราวนี้รับสถานการณ์ได้ เต้นๆอยู่เห็นบราโยนมาปัดออก ลอยมาแล้ว ปัดออก กลัวเหยียบแล้วลื่นสะดุดกันน่ะครับ พอรู้ความหมายแล้วผมโอเค ไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ชอบการกระทำนี้”

เมืองไหนที่ไปแล้วประทับใจ

“จริงๆ ชอบหมดนะครับ แต่ถ้าให้เลือก ประทับใจที่สุดคือตอนไปเล่นที่นิวยอร์กแล้วกันครับ เป็นเมืองสีสันที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก เราโชว์กันที่ Barclays Center ฮอลล์ใหญ่มาก GOT7 เป็น K-POP วงแรกที่มาเล่นที่นี่ บัตร SOLD OUT ด้วยครับไม่คิดว่าบัตรจะขายหมดที่นิวยอร์ก แล้วผมเพิ่งรู้ว่าฮอลล์นั้นมีคนดังๆ มาโชว์กันเยอะมาก อาทิตย์นี้ GOT7 อาทิตย์ถัดไป Chris Brown”

เวลาเหนื่อยมากๆ ทำอย่างไรให้ตัวเองพร้อมที่จะออกไปทำงานต่อ

“บอกตรงๆว่า เวลาเหนื่อยก็เหนื่อยจริงๆ ครับ ไม่ใช่ว่าเราจะพร้อมทำงานทุกวัน มีบ่อยครับที่ไม่พร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ ยิ่งช่วงคัมแบ็ค ต้องทำงานทุกวัน ใจไม่พร้อม กายไม่พร้อม แต่เราต้องโปรไว้ก่อน กล้องสั่งแอ็คชั่น เราต้องพร้อม ต้องทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น วิธีจัดการอาการเหล่านี้ง่ายสุดคือ หาเวลานอนให้มากที่สุด เรื่องนอนช่วยได้เยอะจริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้ร่างกายพร้อมและมีแรง ระหว่างพัก 10 นาที

ถ้านอนได้นอน แต่งหน้าก็นอน ทำผมก็นอน (หัวเราะ) ทำงานเสร็จกลับถึงบ้านจัดการธุระส่วนตัวก็รีบเข้านอน เราใช้พลังมาทั้งวันแล้ว พยายามจะเล่นโทรศัพท์ให้น้อยที่สุด เพราะถ้ามัวแต่เล่น เราก็จะนอนดึก มันอยู่ที่การวางแพทเทิร์นในการใช้ชีวิตให้ดีครับ”

มีเรื่องอะไรบ้างที่น้อยคนจะรู้เกี่ยวกับแบมแบม ซึ่งคนในครอบครัวก็ไม่รู้ เพื่อนในวงก็ไม่รู้

“อืม… ไม่มีนะ เดี๋ยวๆ มีเรื่องหนึ่งครับ เวลาอยู่บ้านคนเดียว ผมจะชอบดูโดเรมอน สนุกมาก ดูจากทีวีที่เกาหลีนี่แหละครับ มีทุกตอนดูทุกตอน แล้วผมก็จะรอดูตอนใหม่ๆ อีกเรื่องที่แม่อาจจะไม่เชื่อคือ ผมจัดที่นอนทุกเช้า ตื่นแล้วจัดเก็บที่นอนอย่างดี ผ้าปูที่นอนตึงมาก เตียงนอนเรียบร้อยมาก อย่างที่บอกว่า พอได้บ้านหลังนี้มาผมรักมาก อยากให้เนี้ยบเหมือนตอนแรกๆ คงสภาพเดิมให้มากที่สุดครับ”

วันว่างที่ไม่ได้เป็นศิลปินแบมแบมทำอะไรคะ

ถ้าที่เกาหลีจะเน้นพักผ่อนให้เต็มที่ ผมอยู่บ้านซะมากกว่า  ปกติจะยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาให้น้องแมว ผมกลัวน้องๆ เหงา ตอนเช้าจะเล่นอยู่กับแมว จากนั้นก็ทำงานที่ค้าง เนื้อเพลงที่ยังไม่เสร็จก็เขียน ไปเจอเพื่อนบ้าง มีเพื่อนมาหาบ้าง บางทีก็ออกไปเดินซื้อผัก ซื้อของมาทำกับข้าว ออกไปซื้อน้ำ เปลี่ยนถุงขยะบ้างครับ

“ถ้าเวลามาเมืองไทย ส่วนใหญ่ก็จะมีงาน ไม่ค่อยได้พักเท่าไร พี่ชายทำงาน แม่ทำงาน น้องเรียน เวลาอาจจะไม่ค่อยตรงกัน ทำงานเสร็จผมก็จะกลับโรงแรม หรือไปกินของอร่อยที่ผมอยากกิน นวดผ่อนคลายบ้าง ใช้ชีวิตเหมือนทุกคน แต่ถ้ามีวันหยุดพักผ่อนยาวหลายวัน และเวลาตรงกัน ก็จะไปเที่ยวทะเลกันทั้งครอบครัว”

เพื่อนๆ ที่เป็นไอดอลคนไทยในเกาหลีได้เจอกันบ้างมั้ย

“กลุ่มเพื่อนคนไทยที่ไปเดบิวต์ที่เกาหลี รู้จักกันหมดครับ มีผม พี่นิชคุณ เตนล์ ลิซ่า พี่สร มินนี่ คนที่มาเจอพร้อมหน้ามากที่สุดก็จะมีแค่ผม ลิซ่า พี่สร และมินนี่ ปีที่แล้วเราเจอกันบ่อย แต่ปีนี้ยังไม่เจอเลย ส่วนใหญ่ผมเจอลิซ่าบ่อยที่สุด แต่ปีนี้ยังไม่ได้เจอกันเลยครับ ยุ่งๆ ด้วยกันทั้งคู่ เวลานัดเจอกันมากินข้าวกัน

เราไม่เน้นคุยเรื่องงานเรื่องเครียด คุยกันเรื่องบ้าๆ บอๆ กันไป ถามไถ่เรื่องทั่วไปว่าเป็นไงบ้าง เพลงออกมาดีนะ เพลงดังนะ อวยกันไปอวยกันมา (หัวเราะ) เรื่องซีเรียสก็มีแชร์กันบ้างครับ ถ้ามีเรื่องอะไรที่เราไม่เข้าใจ ก็จะคุยกัน ช่วงนี้เหนื่อยเรื่องพวกนี้ กังวลเรื่องนี้อยู่ บางทีผมก็จะปรึกษาพี่คุณ มีเรื่องแบบนี้ครับ ไม่คลี่คลายสักที พี่คุณมีอะไรแนะนำมั้ย”

เดบิวต์มา 5 ปีแล้ว เห็นการเติบโต และพัฒนาการของเพื่อนๆ อย่างไรบ้าง

“เราโตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันทุกวัน ในแง่ร่างกายบางทีเราก็มองไม่ออกหรอกว่าใครเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แต่ถ้าดูรูปย้อนหลัง คนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดสุดคือ ผมกับยูคยอม เราสองคนเดบิวต์กันตอนอายุ 18 ปี พี่ๆ คนอื่นเดบิวต์อายุ 21-23 ปี โตเป็นหนุ่มระดับหนึ่งแล้ว พี่เจบี พี่มาร์ค พี่จินยอก พี่แจ็คสัน โครงหน้าจะไม่เปลี่ยนมาก ผมกับยูคยอมเห็นชัดสุด จากเด็กๆ ก็โตเป็นหนุ่มขึ้นเยอะ ผมสูงขึ้น 8 เซ็นติเมตร เยอะเหมือนกันนะ จาก 170 เป็น 178 แต่ในเรื่องศักยภาพและความสามารถ ทุกคนพัฒนาและขึ้นทุกด้าน เห็นชัดมากในเรื่องการเติบโตของวง นี่เรามาๆ ไกลขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนร้องไม่ได้ เต้นกันไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้แต่งเพลงกันเองหมดแล้ว”

ถ้าพูดถึงคำว่า GOT7 คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเป็นไอดอล เป็นคนดัง ตัวแบมแบมเองรู้สึกอย่างไรกับคำว่า GOT7

“พี่เจบี พี่จินยอง พี่มาร์คอยู่ด้วยกันมา 9 ปี พี่แจ็คสัน 8 ปี ยูคยอม 8 ปี พี่ยองแจ 6 ปี ในค่ายจะมีทั้งสายร้อง สายเต้น แต่พวกเรา 7 คนชอบเต้นมาก ไม่ค่อยอยากร้อง อยากเต้นอย่างเดียว เป็น 7 คนที่มารวมกันแล้ว ค่ายคงเห็นอะไรในตัวพวกเรา เลยจับมารวมกันเป็น GOT7

“แรกๆ เราอยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อน คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องปรับอะไรกันมาก แต่พอเดบิวต์แล้ว ต้องทำงานจริงๆ มันก็มีบางจุดที่คิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง สักพักทุกอย่างก็คลี่คลายเอง เราไม่ทะเลาะกันรุนแรง ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของการเรียนรู้ และเวลา อยู่ด้วยกันมานานจนเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าตอนนี้แค่มองตาก็รู้แล้วว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่ สำหรับผม GOT7 คือเพื่อน 7 คนที่มาอยู่ด้วยกัน บางทีก็งงๆ สติไม่ค่อยมี คือเล่นกันหนักมาก คำว่า GOT7 ในความรู้สึกของคนอื่น คือศิลปิน คือคนดัง แต่ในความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น GOT7 คือคนของผม คือทีมของผม”

Text: AuAi Phto: Pannawat 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

SUDSAPDA Interview June 2019 : 3 คลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ แบมแบมGOT7

แบมแบมGOT7 กับบทสัมภาษณ์แก้คิดถึง

นั่งคุยใกล้ๆ กับ Stray Kids กลุ่มเด็กหลง ที่ทำให้เราเต็มใจหลงรัก

Mark GOT7 ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักมาก

 

 

 

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา