เปิดใจคุยกับ แบมแบม GOT7 ลูกกตัญญูที่ทำเพื่อครอบครัว

สุดสัปดาห์มีโอกาสได้นั่งคุยกับ แบมแบม GOT7 อยู่เป็นชั่วโมง ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องสัพเพเหระ ยิ่งคุยก็ยิ่งประทับใจกับทัศนคติของเขา และที่ต้องชื่นชมแบบสุดๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ ความกตัญญู สำหรับแบมแบมแล้ว ครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง  

ชวนแบมแบมนั่งไทม์แมชชีน คุยเรื่องอดีตที่น่าจดจำ

กว่า 9 ปีที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน ทุ่มเทฝึกฝนตัวเองเพื่อจะได้เดบิวต์ในวงการเพลงเกาหลี และกว่า 5 ปีในฐานะเป็นสมาชิก วง GOT7 ของแบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ต้องผ่านด่านทดสอบความอดทน ความแข็งแกร่งของจิตใจมามากมาย จนกระทั่งวันนี้ไอดอลสายเลือดไทยคนนี้ เปล่งประกายความเป็นไอดอลระดับอินเตอร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ณ วันนี้ ชื่อเสียง เงินทอง รางวัล และสิ่งดีๆหลายอย่าง วิ่งเข้ามาหา แต่แบมแบมยังคนเป็นคนนอบน้อม สดใส เฮฮาเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน การคุยครั้งนี้สุดสัปดาห์เลยชวนนั่งไทม์แมชชีนโดเรมอน ย้อนเวลาไปคุยเรื่องวันเก่าๆ ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวันที่ก้าวขึ้นเวทีแจ้งเกิดเป็น GOT7 ได้อย่างเต็มตัว

อยากรู้ว่าวัยเด็กของด.ช.แบมแบมเป็นอย่างไร

“นอกจากที่รู้กันว่าผมเป็นเด็กติดเกมส์ แล้วก็มาชอบเต้น สมัยเด็กๆ ผมไม่ชอบแต่งตัว ใส่แค่เสื้อยืดกางเกงวอร์ม คนละโลกกับตอนนี้เลยครับ (หัวเราะ) ตอนเด็กผมไม่กินส้มตำ ไม่กินอาหารรสจัด แล้วพี่เลี้ยงผมเขาไปสั่งส้มตำรถเข็นหน้าหมู่บ้านมากิน เขาบอกผมว่านี่คือตำซั่ว ลองกินดูมั้ย ตอนนั้นผมก็ส้มตำเหรอ มันเผ็ด ใส่ปลาร้าด้วยมีกลิ่นหน่อยๆ แต่ก็อะ ลองดูหน่อยก็แล้วกัน กินปุ๊บ หืม… อร่อย… ติดใจเลยครับ ติดดดดดส้มตำยาวมาจนวันนี้ และนี่คือที่มาว่าทำไมผมถึงชอบกินส้มตำ (ยิ้ม)

“ผมใช้ชีวิตวัยเด็กธรรมดามาก ช่วงไปโรงเรียนเป็นช่วงชีวิตที่สนุกมาก ได้เจอเพื่อน จัดผมอยู่ในโหมดเด็กซนก็ได้ครับ ผมจะมีเพื่อนข้างบ้าน เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันก็เยอะ ชอบชวนกันไปขี่จักรยานรอบหมู่บ้าน หลังเลิกเรียนไม่ต้องนัดกัน แก๊งเราจะไปเจอกันที่สนามเด็กกันเล่นพร้อมหน้า เหมือนหนังเรื่องแฟนฉันน่ะครับ เป็นความสุขตามประสาเด็กๆ ในยุคของผมที่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อน ไปให้อาหารปลา เล่นสไลเดอร์

“วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่นึกย้อนกลับไปแล้วทำให้ผมยิ้มได้เสมอ ไม่ว่าเป็นเพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนในหมู่บ้าน ล้วนเป็นความทรงจำดีๆ เราพูดคุยกันเฮฮา เล่นสนุกตามประสาเด็ก ผมย้ายไปเกาหลีตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งตอนนั้นไม่มีมือถือเหมือนสมัยนี้ ไม่การแลกเบอร์ แลกไลน์ เพื่อนๆ ก็ห่างหายกันไป ขาดการติดต่อ ผมเองก็อยากรู้ว่าเพื่อนๆ จะจำกันได้มั้ย แต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง เห็นผมที่ป้ายโฆษณาจะรู้สึกอย่างไร จะรู้มั้ยว่าเป็นแบมแบมที่เคยเล่นด้วยกันตอนเด็กๆ

เมื่อปีที่แล้วตอนคอนเสิร์ต GOT7 NESTIVAL 2018 IN BANGKOK ได้เจอเพื่อนเก่าด้วยครับ คือติดต่อได้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งก็ติดต่อได้ ต่อกันไปเรื่อยๆ ได้เอง เจอแล้วจำหน้าได้นะครับ แต่นึกชื่อไม่ออก อ้อ… ตอนเด็กๆ แกเป็นแบบนี้นะ เราเป็นแบบนี้ (หัวเราะ)

ความที่เป็นเด็กซน มีวีรกรรมจำไม่ลืมบ้างมั้ย

“มีนะครับ แต่นึกไม่ออก มีเรื่องหนึ่งด้วยความชอบขี่จักรยานมาก วันหนึ่งก็เกิดวีรกรรมเสี่ยงตายแบบจำไม่ลืม คือผมขี่จักรยานออกจากซอยมาเร็วมาก จริงๆ แล้วเวลาจะออกซอย ควรหยุดแล้วมองซ้ายมองขวาก่อน แต่ผมขี่มาอย่างเร็วโดยที่ไม่หยุด ไม่มองรถใดๆทั้งสิ้น แล้วรถกระบะขับมาพอดี โชคดีมากที่รถเบรกทัน ด้วยความที่ผมตกใจเอง เลยตกจากจักรยาน มองย้อนกลับไปถ้ารถเบรคไม่ทันก็ต้องชนผมแน่นอน”

จากเด็กน้อยนักซิ่งจักรยาน กลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว

“เมื่อก่อนครอบครัวผมฐานะไม่ค่อยดี คุณพ่อผมเสียตั้งแต่ผมอายุ 2 ขวบ แล้วเกิดปัญหาธุรกิจของคุณพ่อคือลูกค้าจ่ายเงินไม่ครบ คุณแม่ก็เลยต้องรับผิดชอบหนี้ กลายเป็นคุณแม่คือเสาหลักของครอบครัว ดูแลลูกๆ 4 คน เป็นแม่ค้าที่ตลาด ไปสำเพ็งหาซื้อของโน่นนี่นั่นมาทำกิ๊บขาย ขายข้าวแกง ขายเสื้อผ้ามือสอง

“ส่วนผมเป็นเด็กชอบทำกิจกรรม ชอบเต้น พอมีโอกาสให้เราไปเป็นเด็กฝึกหัดกับค่าย JYP ผมก็ไป ซึ่งการเดินทางไปเกาหลีเพื่อจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินนั้น นอกจากสานฝันของตัวเองแล้ว ผมมีความฝันที่จะทำให้ครอบครัวอยู่สุขสบายขึ้น อยากซื้อบ้านใหม่คุณแม่

ตอนผมเป็นเด็กฝึกอยู่ที่โน่น คุณแม่ยังขายของอยู่นะครับ หลังจากเดบิวต์เป็น GOT7 ได้หนึ่งปี ผมก็ซื้อบ้านให้แม่ แล้วให้แม่เลิกทำงาน หลังจากนั้นอีกปีหนึ่งผ่านไป พี่ชายเรียนจบ ปรึกษากันในครอบครัวว่าน่าทำกิจการอะไรเป็นของครอบครัวสักอย่างมั้ย แต่ตอนนั้นเพิ่งเริ่มต้นเป็นศิลปิน เงินทุนผมยังไม่ได้มีเยอะมาก ซื้อบ้านไปก็หมดตัวแล้วครับ (หัวเราะ) แรกๆ ก็ยังต้องผ่อนไปก่อน พอมีเงินก้อนใหญ่ก็โปะให้หมด

“พอผมเริ่มมีเงินทุน มีเงินเก็บมากขึ้น ก็เปิดคาเฟ่ให้พี่ชายคนโต ต่อด้วยทำสตูดิโอสอนเต้นให้พี่ชายคนที่ 2 และซื้อรถให้น้องสาวคนเล็ก ตลอด 5 ปีที่ทำงาน ผมมีลำดับขั้นในชีวิต  ผมเลือกที่จะเทคแคร์และเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก่อนที่จะให้ตัวเอง พอครอบครัวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีแล้วผมถึงสบายใจ จากนั้นเราค่อยมาทำอะไรเพื่อตัวเอง

“ตอนนี้ก็ถึงคิวผม ซึ่งผมเพิ่งซื้อบ้านให้ตัวเองเมื่อปีที่แล้วครับ การที่ผมได้ทำหน้าที่ลูก ได้เป็นเสาหลักของครอบครัวอย่างที่ตั้งใจ มันเป็นความภูมิใจในชีวิตอย่างหนึ่งว่าเราทำได้ตามเป้าหมายนะ และถึงเส้นทางนี้ต้องแลกด้วยความอดทน การรอคอย เหนื่อยล้าบ้าง แต่ผมพร้อมทำเต็มที่ ผมยังเดินหน้าไปต่อได้เรื่อยๆ เพราะเรารู้ว่าทำเพื่อใคร

ซื้อบ้านให้แม่แล้ว อยากรู้ว่าบ้านในฝันของแบมแบมเป็นอย่างไร

“การซื้อบ้านที่เกาหลีก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจครับ ผมรักบ้านหลังนี้มากครับ ผมไม่เคยอยู่คนเดียว ก่อนหน้านี้อยู่หอกับเมมเบอร์มาตลอด ดังนั้นก่อนจะซื้อบ้านอยู่เอง ผมเลยทดลองเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่คนเดียวก่อน 1 ปี ลองซ้อมดูว่า พออยู่คนเดียวเราจะมีความรับผิดชอบที่จะทำความสะอาดได้มั้ย จ่ายค่าน้ำค่าไฟได้มั้ย พอมาอยู่เองคนเดียวก็ไม่ได้ยุ่งยาก เช่าอยู่ได้ 1 ปีก็ย้ายมาบ้านหลังใหม่ที่ซื้อเอง เป็นบ้านในฝันที่อยากมีตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ผมชอบเล่นเกมส์ The Sims พี่รู้จักมั้ยครับ (สุดสัปดาห์: รู้จักค่ะ เก่ามากเลยนะ) ใช่ๆ เกมส์นี่มีมานานแล้วครับ (หัวเราะ)

“ผมชอบเล่นเกมส์สร้างบ้าน เลยอยากซื้อบ้านเหมือนตอนที่ผมสร้างในเกมส์ ได้บ้านหลังนี้มา ผมรีโนเวทใหม่หมด รื้อข้างใน ลอกผนัง ลอกพื้นทำใหม่หมด ออกไอเดียการแต่งบ้านทุกอย่างด้วยตัวเอง สิ่งที่อยากมีในบ้าน ผมใส่ไปหมดทุกอย่าง แมวจะเลี้ยงกี่ตัวเลี้ยงเลย ผมทำห้องให้น้องแมวด้วย มีห้องนอนใหญ่ของตัวเอง นอนอยู่บนเตียงด้านหนึ่งจะมองเห็นวิวแม่น้ำ อีกด้านหนึ่งเป็นวิวเมือง

“บ้านผมบุผนังอย่างดีเพื่อเก็บเสียงดัง เพราะมีสปีกเกอร์เวลาเปิดเพลงดัง จะไม่รบกวนใคร มีห้องทำเพลง ห้องอัดเพลง ห้องอาบน้ำแบบธรรมดา และอีกห้องหนึ่งเป็นห้องออนเซน อบซาวน่า อบไอน้ำได้ รีแลกซ์ร่างกายได้โดยไม่ต้องออกนอกบ้าน ตัวโล่งๆ แล้ว ล้มตัวลงนอนอยู่ในบ้านตัวเองได้เลย

“ส่วนโซนห้องนั่งเล่นจะทำให้บรรยากาศเหมือนบาร์หน่อยๆ ตอนเปิดไฟสีส้มก็จะเป็นฟีลบ้านธรรมดา แต่ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นบาร์ ก็เปิดเพลง เปลี่ยนสีไฟเป็นฟ้า ม่วง  การจัดการภายในบ้านผมทำเองหมดเลย กวาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน ผมไม่กล้าให้คนนอกเข้าบ้าน เรื่องทำความสะอาดนี่ผมทำทุกวัน เพราะเลี้ยงแมว ตื่นมาก็ต้องทำความสะอาด ดูดฝุ่นขนแมว เก็บถาดทรายแมว”

ในมุมของความเป็นพี่ชาย และน้องชาย แบมแบมเป็นอย่างไร

“เรามีกัน 4 คนพี่น้อง พี่เบียร์ (พี่ชายคนโต) พี่แบงค์ (พี่ชายคนที่สอง) ผม (พี่ชายคนที่ 3) และ เบบี้ (น้องสาวคนสุดท้อง) คุณแม่เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบตัว ตัวผมมีสถานะเป็นทั้งน้องชาย และพี่ชาย บ้านผมชิลมากครับ คือไม่ใช่ว่าเป็นพี่ต้องยอมน้อง หรือเป็นน้องต้องเชื่อพี่ พี่เป็นใหญ่มากกว่า ไม่ถึงขั้นนั้นครับ เราจะเป็นลักษณะที่คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน แฟร์ๆ เล่นเกมก็เล่นด้วยกัน มีอะไรแบ่งกัน น้องสาวเล่นเหมือนพี่ชายเขาเลยเป็นคนเฮ้วๆ หน่อย

“พี่น้องนานๆ จะเจอกันที แต่เจอที่ไรก็เย้ๆ สบายๆ มุมของพี่ชายผมไม่หวงน้องนะครับ เพราะรู้ว่าน้องสาวดูแลตัวเองได้ดี น้องมีแฟนก็ถามว่ามีแฟนเหรอ เล่าให้ฟังได้นะ คือผมทำอาชีพนี้ อาจไม่มีอิสระหรือได้ทำตามใจตัวเองมากนัก ดังนั้นผมเลยอยากให้น้องได้มีอิสระในการใช้ชีวิตของตัวเอง ให้เขาได้เติบโตเรียนรู้ไปตามวัย มีแฟนได้ เที่ยวเฮฮาได้ แต่ขอให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และเรียนหนังสือให้เต็มที่ เห็นน้องมีความสุข ผมก็มีความสุข ไม่หวง แต่เป็นห่วงมากกว่าครับ

“เราจะมีกรุ๊ปไลน์ครอบครัว จะค่อยส่งลิงค์ ส่งทวิตเตอร์ ข่าวและฟีดแบ็คมาแชร์กัน งานมีตติ้งเดี่ยวน้องก็ไลน์มาถามว่าแฟนมีตติ้งเป็นอย่างไรบ้าง พี่ชายก็จะไลน์ถามว่า “กลับบ้านเมื่อไร อยากกินอะไรมั้ย” ไลน์กรุ๊ปอาจจะไม่ได้เด้งบ่อย แต่ก็จะถามไถ่และส่งข่าวหากันเสมอ

แบมแบม GOT7

อ่าน บทสัมภาษณ์ แบมแบม ได้ที่หน้าถัดไป

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา