มาร์ค GOT7 ผู้ชายธรรมดาที่น่ารักแบบไม่ธรรมดา ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักมาก

เป็นไอดอลอีกหนึ่งคนที่เก่ง หล่อ น่ารักและเป็นกันเองสุดๆ สำหรับ มาร์ค GOT7 ที่สุดสัปดาห์เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกัน ด้วยการถ่ายแฟชั่นปก  พร้อมสกู๊ปสัมภาษณ์พิเศษเฉพาะสุดสัปดาห์ ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งรักมาร์ค มาก-ก-ก

มาร์ค GOT7 ยิ่งรู้จักยิ่งรักมาก…

ทีมงานเองสารภาพเลยว่าตื่นเต้นไม่น้อย ที่ได้ร่วมงานกับศิลปินจากต่างแดน แต่แล้วความน่ารัก ความเป็นกันเอง และรอยยิ้มหวานๆ ของเขาตลอดการทำงาน ทำให้ความกังวลของพวกเราหายไป บรรยากาศการทำงานสนุกสนานมาก แม้ช่วงสัมภาษณ์ที่โดยนิสัยส่วนตัวมาร์คจะพูดไม่ค่อยเก่ง หากเทียบกับสมาชิกคนอื่นๆ แต่ในความน้อยนั้น เรากลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความมุ่งมั่น ความห่วงใยคนรอบตัวของผู้ชายคนนี้  เราสัมผัสผัสได้ว่าในความเป็นไอดอลที่โด่งดังนั้น เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน จบงานนี้ จึงไม่แปลกใจตัวเองเลยว่า ทำไมยิ่งรู้จัก เราถึงยิ่งรักมาร์ค มาก-ก-ก

Mark GOT7

Mark’s Family

“ผมและครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่ LA ครับ มีพี่น้อง 4 คน มีพี่สาว 2 คน มีน้องชาย 1 คน ผมเป็นลูกคนที่ 3 ต้องบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ดุมากๆๆ ครับ (ยิ้ม) แต่ท่านก็ดุอย่างมีเหตุผลครับ คือถ้าเราทำผิดแน่นอนว่าต้องถูกดุอยู่แล้ว วิธีการทำโทษลูกของคุณพ่อคุณแม่คือ ไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้ไปเที่ยว (หัวเราะ) ซึ่งมานั่งคิดดู ผมเข้าใจในความดุนะครับ เพราะเขารักเรามาก คุณพ่อคุณแม่มอบแต่สิ่งดีๆ ให้ลูกๆ ส่งผมไปเรียนกวดวิชาเยอะมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องกีฬาผมเลือกเรียนเอง ด้านดนตรีผมก็ได้ลองหลายอย่าง ผมเรียนเปียโน ไวโอลินตั้งแต่ประถม โตขึ้นมาหน่อยช่วงมัธยมก็เรียนกีตาร์ แต่ตอนนี้ลืมไปบ้าง ถ้าให้กลับไปรื้อฟื้นวิชาอีกสักหน่อย ก็เล่นได้นะครับ (หัวเราะ)

 

ชีวิตของมาร์คก่อนเดบิวต์

“ถ้าใครเคยดูหนังวัยรุ่นไฮสคูล ผมก็เป็นนักเรียนธรรมดาๆ ทั่วไปเหมือนในหนัง ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียน แต่ผมไม่ได้เป็นเด็กเนิร์ดนะครับยังชอบออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ๆ เล่นกีฬาเหมือนเด็กปกติทั่วไป

“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นศิลปิน แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตา ผมนั่งคุย นั่งเล่นกับเพื่อนช่วงพักกลางวันที่โรงเรียน ทีมแคสติ้งซึ่งมาพร้อมล่าม เห็นผมตอนนั้น ก็เลยเข้ามาคุยกับผมว่า เขามาจากค่ายเจวายพีนะ รู้จักมั้ย อยากชวนไปออดิชั่น ผมไม่รู้จักจริงๆ ก็เลยตอบว่า “ไม่รู้จักครับ” (ยิ้ม) ช่วงนั้นผมสนใจดนตรีฮิพฮ็อพมากกว่า ก็เลยไม่เคยรู้ว่าเจวายพีคืออะไร แต่ทีมแคสติ้งได้ฝากนามบัตร และโบว์ชัวร์ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับค่าย ผมรับไว้แบบไม่ได้สนใจอะไร พอกลับถึงบ้าน ก็วางโบว์ชัวร์นี้ไว้บนโต๊ะอาหาร คุณพ่อคุณแม่มาเห็นก็ถามว่าโบว์ชัวร์อะไร

“ผมก็เลยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนพักกลางวันให้ฟัง คุณแม่ถามว่าลองไปออดิชั่นดูมั้ย ถ้าลูกอยากลองก็ไปได้นะ ต้องบอกว่าถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะดุ แต่ท่านก็ให้อิสระ และค่อนข้างเปิดกว้างให้ลูกได้ทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้บังคับ หรือเชียร์จนเกินไป ทีแรกผมคิดว่าจะไม่ได้ไป แต่ทั้งคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงเพื่อนๆ อยากให้ลองไป เพราะไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร และโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ ในชีวิต ผลออกมาว่าผ่านการออดิชั่น ถามว่าผมทำได้ดีมั้ย ก็ไม่ได้ดีมากนะ ธรรมดาๆ คุณพ่อคุณแม่ก็งงว่าผ่านได้ยังไง เพราะท่านไม่ได้คาดหวัง แค่อยากให้ลูกได้ประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ผมรู้ว่าท่านทั้งสองดีใจมากที่ผมทำได้”

อ่านต่อที่หน้าถัดไป

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา