5 นักแสดงจากหนังเรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” แท็กทีมเผยเคมีสุดเข้าขา กับเรื่องราวหลังกองสุดฮา

Alternative Textaccount_circle
event

  GDH 559 เตรียมปล่อยภาพยนตร์เรื่องใหม่น่าดูน่าตำมาอีกแล้ว กับแนววัยมัธยมที่จะทำให้เราหวนนึกถึงเพื่อน กับภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” ที่จะมาเล่าเรื่องราวของนักเรียนมัธยม 5 คนที่ได้มารวมตัวทำหนังสั้นด้วยกัน โดยในหนังจะได้เห็นชีวิตของวัยรุ่นและเรื่องราวของมิตรภาพ โดยได้ 5 นักแสดงวัยรุ่นที่เป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการมารับบทนำ ได้แก่ ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์, โทนี่-อันโทนี่ บุยเซอเรท์, ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา, จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ และฟลุ๊ค ธนกร ติยานนท์ แล้วก่อนที่ภาพยนตร์เพื่อน(ไม่)สนิทจะเข้าโรงภาพยนตร์ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ สุดสัปดาห์ก็ได้ไปพูดคุยกับนักแสดงนำทั้ง 5 คนมา พร้อมกับจับทั้ง 5 คนมาถ่ายภาพเซ็ตแฟชั่นสวยๆ หล่อๆ ด้วย งานนี้เลยจัดเต็มซอกแซกถามถึงเรื่องราวในภาพยนตร์ตั้งแต่คาแร็กเตอร์ตัวละคร การเตรียมตัว การโคจรมาร่วมงานกัน เบื้องหลังการถ่ายทำ ยันถามถึงเรื่องราวของเพื่อนในชีวิตจริงของแต่ละคน แล้วบอกเลยต้องอ่านยันจบ เพราะสุดสัปดาห์แอบถามว่าถ้าได้ร้อยล้าน จะทำอะไร งานนี้คำตอบเรียกเสียงหัวเราะไปหนึ่งกรุบ แล้วตลอดการสัมภาษณ์ก็บันเทิงมากแม่

บทสัมภาษณ์พิเศษหลังกองถ่าย “เพื่อน(ไม่)สนิท” เมาท์มอยกันสนุก บันเทิงไม่ไหว

เริ่มด้วย ขอให้แต่ละคนแนะนำตัว พร้อมบทบาทในเรื่องหน่อยค่ะ

ทุกคน : สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ พวกเราเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท”

ใบปอ : สวัสดีค่ะ ใบปอ-ธิติยานะคะ รับบทเป็น “โบเก้” ค่ะ

ฟ้อนด์ : สวัสดีค่ะ ฟ้อนด์ BNK48 รับบทเป็น “หลิว” ค่ะ

ฟลุ๊ค : สวัสดีครับ ฟลุ๊ค-ธนกร รับบทเป็น “ปิง” ครับ

โทนี่ : สวัสดีครับ อันโทนี่ บุยเซอเรท์ รับบทเป็น “เป้” ครับ

จั๊มพ์ : สวัสดีครับ จั๊มพ์-พิสิฐพล รับบทเป็น “โจ” ครับ

เมื่อกี้แอบแย้มชื่อตัวละครกันไปแล้ว อยากรู้ว่าคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่แต่ละคนได้รับเป็นแบบไหนบ้าง

จั๊มพ์ : ผมรับบทเป็น “โจ” นะครับ โจในเรื่องก็จะเป็นนักเรียนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่จับพลัดจับผลูเข้ามาร่วมภารกิจทำหนังสั้นกับแก๊งนี้นะครับ ต้องฝ่าฟันภารกิจต่างๆ  ไปให้ได้ ความพิเศษของตัวโจคือโจมีความลับบางอย่างที่จะส่งผลต่อภารกิจนี้ ซึ่งต้องไปรอติดตามในภาพยนตร์ครับ

โทนี่ : ผมรับบทเป็น “เป้” ครับ เป้เป็นเด็กลูสเซอร์คนหนึ่งที่ไม่ค่อยเก่งนะครับ น่าสงสาร น่าเอ็นดู แต่ว่าวันหนึ่งเขาโดนชวนให้มาทำหนังสั้นกับแก๊งนี้นะครับ เขาก็ได้เจอมิตรภาพหลายอย่างครับ พูดได้แค่นี้ครับ แต่มีมากกว่านี้แน่นอนครับ

ฟลุ๊ค : ส่วนผมรับบทเป็น “ปิง” นะครับ เป็นคนที่เป็นตัวโจ๊กครับ ก็สร้างความผ่อนพลาย เอ๊ย! ผ่อนคลาย เมื่อกี้เป็นตัวปิงเลยครับ ปิงก็จะสร้างความผ่อนคลายให้เรื่องนี้  แล้วก็เป็นหัวหน้าแก๊งห้องโสตฯครับ

ฟ้อนด์ : ฟ้อนด์รับบทเป็น “หลิว” นะคะ หลิวก็จะเป็นเหมือนดาวโรงเรียนนิดหนึ่ง สายกิจกรรม แต่ว่าเป็นสายกิจกรรมอย่างเดียวไม่พอ หลิวก็จะอยู่ในแก๊งกรรมการนักเรียนด้วยค่ะ ก็คือเป็นทั้งผู้นำแล้วก็ดาวโรงเรียนนะคะ ที่สำคัญก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละค่ะ (กับชาวแก๊งที่นั่งอยู่ด้วยกัน)

ใบปอ : ใบปอรับบทเป็น “โบเก้” ค่ะ โบเก้ในภาพยนตร์ “เพื่อน(ไม่)สนิท” ก็จะเหมือนเป็นคนที่คอยลีดแก๊งห้องโสตฯ กับแก๊งทำหนังสั้นด้วยกันค่ะ แต่ว่าจริงๆ แล้วตัวโบเก้ก็มีความลับเหมือนกับทุกๆ คนเลยค่ะ ต้องไปติดตามดูในหนังนะคะ

บทที่แต่ละคนได้รับมีความยากยังไง แล้วก่อนถ่ายทำมีไปทำการบ้านหรือเตรียมตัวเพื่อรับบทนี้ และเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไงบ้างคะ

ใบปอ : ของหนูคือหนูจะต้องฝึกสกิลการใช้กล้องค่ะ คือในเรื่องนี้โบเก้เป็นลูกของตากล้อง จะมีไดอะล็อกหนึ่งที่โบเก้จะพูดว่า “แม่คลอดกูกลางกองถ่าย สิ่งแรกที่กูจับบนโลกนี้คือกล้องหนัง” นั่นแหละค่ะ หนูก็เลยต้องไปฝึกสกิลการใช้กล้องและการใช้โรนินค่ะ

ฟ้อนด์ : หลิวก็มีเหมือนกันค่ะ ของหลิวก็คือจำได้เลยว่าสิ่งที่ให้ฝึกคือตอนนั้นพี่ต้าส่งลิงก์เพลงเพลงหนึ่งมา จำชื่อเพลงไม่ได้แล้ว เป็นเพลงที่มินิมัลมาก แล้วพี่ต้าบอกว่า นี่แหละ คิดว่าเพลงนี้บ่งบอกคาแร็กเตอร์ตัวหลิว แล้วเราก็กดเข้าไปฟัง มันเป็นเพลงที่เราไม่เคยฟังแนวนี้มาก่อนบนโลกใบนี้ มันเหมือนจะไม่ใช่เพลง มันพูดไม่ถูก มันเป็นดนตรีแบบ…

จั๊มพ์ : มีในยูทูบใช่ไหม

ฟ้อนด์ : มีในยูทูบ แต่จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นเพลงเดี๋ยวก็ร็อก เดี๋ยวก็เศร้า เพลงยาวมากเลยค่ะ (ระหว่างนั้นโทนี่ก็เต้นท่าเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย แล้วฟ้อนด์ก็หันไปเห็น) ไทอินนะคะ ไปฟังกันได้ คุกกี้เสี่ยงทายค่ะ นั่นแหละ ก็ต้องทำการบ้านไปฟังเพลงนั้นให้จบ ก็เป็นเพลงที่ค่อนข้างตอนแรกเป็นเพลงที่เข้าถึงยากมาก พอฟังไปฟังมาก็มันช่วยเราได้ตอนที่เราเล่นเป็นหลิวเหมือนกัน

สุดสัปดาห์ : ช่วยในแง่ไหนคะ

ฟ้อนด์ : ในแง่ที่เราต้องเป็นหลิวเวอร์ชั่นที่ไม่ต้องพูดอะค่ะ เวลาเราไม่ต้องพูด เราต้องฮัมเพลงนั้นในหัว

ฟลุ๊ค : ส่วนปิงก็ใช้ความสามารถในการต้องพูดให้ชัดอย่างมากครับ เพราะเมื่อก่อนตอนถ่ายหนังผมใส่เหล็กดัดฟันครับ แล้วก็ต้องเวิร์กช็อป เรียนแอ็กติ้งด้วย เพราะนี่เป็นหนังเรื่องแรกของผม ผมไม่เคยเล่นหนังมาก่อน ซึ่งมันก็ยากสำหรับผมนะ แล้วก็รู้สึกว่าปิงต้องมีความโบ๊ะบ๊ะเนอะ แล้วก็จะชอบตีกัน

ใบปอ : โบเก้กับปิงจะชอบตีกัน สิ่งที่ยากอีกอย่างหนึ่งเหมือนกันก็คือต้องไปฝึกสกิลความโบ๊ะบ๊ะเหมือนกันค่ะ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งศาสตร์การแสดงที่ใหม่มากๆ สำหรับหนู แต่ว่าทุกคนก็ช่วยค่ะ เราได้เห็นทุกคนในมุมคอเมดี้ แล้วก็รู้สึกว่ามันช่วยทำให้การรับส่งมุกของพวกเรามันดีมากจริงๆ แล้วก็อยากให้ทุกคนไปดูในหนังจริงๆ ค่ะ เพราะหนูคิดว่ามันมีเมจิกโมเมนต์เยอะมาก

ฟลุ๊ค : น่าไปดูจริงๆ นั่นแหละ ประมาณนั้นครับผม

สุดสัปดาห์ : มีวิธีการซ้อมความโบ๊ะบ๊ะกันยังไงบ้างคะ

ใบปอ : มันต้องอย่าซ้อมเลยค่ะ ถ้าซ้อมแล้วมันจะหลุดขำ ส่วนใหญ่เราจะไปเลยหน้าเซต แล้วก็แบบเอาเลย ไม่งั้นมันจะแบบต้องกลั้น

โทนี่ : ของผมโบ๊ะบ๊ะเหมือนกันครับ ที่จะต้องไปฝึกแล้วจะต้องสังเกตมากขึ้นคือจังหวะที่พี่ต้าเขาต้องการ เขาไม่ได้มีคอเมดี้เซนส์เหมือนคนทั่วไป มันจะแปลกๆ หน่อย อันนี้รู้สึกว่าพยายามจะจับจุดและสังเกตให้มากที่สุดครับ ผมว่าตรงนี้ยากครับ

จั๊มพ์ : ด้วยความที่ตัวโจมีพลังงาน เอนเนอร์จี้ในตัวสูงมาก สูงมากกว่าตัวจั๊มพ์อีก ก็เลยต้องไปฝึกมายด์เซตของความเป็นคนที่ปล่อยวาง แล้วก็คนที่มีเอนเนอร์จี้ในการเข้าหาคนครับ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายตอนแรก แต่ว่าพอเราทำได้เหมือนมันติดตัวเราไปด้วย

สุดสัปดาห์ : มีวิธีปลุกเอนเนอร์จี้ตัวเองยังไงคะ

จั๊มพ์ : จริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เหมือนโจร้อยเปอร์เซ็นต์นะ แต่ว่าเราก็พยายามทำให้ได้ คิดซะว่าเหมือนเป็นคนในครอบครัว สมมติว่าเราจะเข้าหาใครสักคนหนึ่ง คือโจในเรื่องเขาจะเข้าหาทุกคนแบบไม่กลัวโดนปฏิเสธอะไรเลยครับ แล้วก็การที่โดนปฏิเสธในชีวิตจริง บางทีมันอาจจะทำให้เอนเนอร์จี้เรา เสียเซลฟ์หรือนอยด์ได้ แต่ตัวโจจะเข้าไปอีก เข้าไปอีก ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจ มันมีคนในโลกนี้ที่เป็นแบบนี้ด้วยเหรอ

สุดสัปดาห์ : มีใครที่เป็นเรเฟอเรนซ์สำหรับการรับบทนี้ไหม

จั๊มพ์ : ตอนที่เวิร์กช็อป ครูเขาให้นึกถึงหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่แบบแฮะๆๆ ให้มีเอนเนอร์จี้เหมือนหมาโกลเด้นตลอดเวลาอะไรอย่างนี้ ที่เข้าหาคน และสเปซเอนเนอร์จี้ที่ดีให้กับทุกๆ คนที่เจอไรงี้ครับ ซึ่งยากแล้วเป็นการที่อยู่ในสเตจตรงนั้นเหนื่อยมาก ใช้เอนเนอร์จี้เยอะมาก แต่ว่าก็ดีครับ ได้เรียนรู้มายด์เซตที่ปล่อยวางจากโจ

แนะนำคาแร็กเตอร์ตัวละครกันไปแล้ว อยากให้เล่าหน่อยว่า เรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

จั๊มพ์ : เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ โปรเจ็กต์นี้มันเริ่มจากคนคนนี้ครับ (ชี้ไปที่โทนี่) เดี๋ยวให้คนคนนี้เขาเปิดเลยดีกว่าครับ ยังไงซิเป้ ทำไมคุณต้องทำหนังสั้นด้วย

โทนี่ : ห้ามสปอยล์ใช่ไหมครับ พูดยากจัง พี่ฟลุ๊คเลยครับ ผมกลัวหลุด

ฟลุ๊ค : เหมือนกับว่าในเรื่องนี้ ผมว่าเมจิกโมเมนต์ของมันคือเรื่องของมิตรภาพเนอะ ซึ่งประเด็นคือเหตุผลที่ต้องทำหนังสั้นมันมีปริศนาบางอย่างอยู่ที่เกิดขึ้นในนี้ ซึ่งเรายังบอกไม่ได้ตอนนี้ว่ามันคืออะไร แต่ว่าคนนี้เขาเป็นหัวหอกในการทำหนังสั้น เป็นเด็กที่มีแพสชั่นอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น อาจจะต้องติดตามกันดูครับ

ในฐานะนักแสดง เราคิดว่าความสนุกของเรื่องนี้อยู่ตรงไหน

อันโทนี่ : ผมว่าตรงที่เรากำกับด้วยแหละ แล้วก็เพื่อนๆ ด้วยในกอง เพราะว่าคือทุกคนมีหลายคาแร็กเตอร์มาก แล้วพอเราอยู่ด้วยกัน มันมีหลากหลายโมเมนต์ที่ตลกและเฮฮา ผมว่าตรงนี้คือจุดที่สนุกของเรื่องครับ

ในเรื่องนี้จะมีแนวแบบไหนบ้างที่ผู้ชมจะได้รับอรรถรสกลับไป

โทนี่ : มีทุกแนวเลยครับ

ฟลุ๊ค : มีความ coming of age ครับ มีแนวทุกแนว ฟีลกู๊ดอะไรแบบนี้ครับ

โทนี่ : ใช่ครับ ไม่ได้มีแบบไปในทางเดียว มันมีหลายแนวครับ

ฟลุ๊ค : มันว่าด้วยเรื่องมิตรภาพอะเนอะ

ใบปอ : มันไม่ได้คอเมดี้จัด แล้วก็ไม่ได้มีดราม่าจัดๆ หนูรู้สึกว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างจะครบรส และทุกคนจะดูได้ ทุกคนที่หมายถึงทุกเพศ ทุกวัย ดูได้หมดเลย แล้วเป็นหนังที่ถ้าใครเข้าไปดูแล้วจะต้องคิดถึงเพื่อนแน่นอน เรื่องนี้เราจะได้มิตรภาพเยอะมาก เพราะว่าตอนที่เราอยู่ในกอง หนูว่าหนูก็ได้มิตรภาพจากเรื่องนี้เยอะมาก แล้วก็เป็นหนังวัยรุ่นที่ดูได้ทุกเพศ ทุกวัยค่ะ

มาถึงเบื้องหลังการถ่ายทำบ้าง ในกองถ่ายมีเรื่องราวอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นบ้างไหม เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ

ใบปอ : เราต้องพูดถึงพี่ผู้กำกับแล้วค่ะ หนูว่าคนนี้เป็นคนที่จะฮาที่สุดในกองนี้

ฟ้อนด์ : เขาจะเป็นคนที่มีคาแร็กเตอร์อะค่ะพี่ต้า แต่เขาจะชอบพูดตลอดว่าเขาหน้าเหมือนโดราเอมอน ซึ่งเขาก็เหมือน แล้วเขาก็น่ารักมากๆ จริงๆ เราก็เคยคุยกันว่าพี่ต้าเป็นคนที่มีคาแร็กเตอร์ เขาจะมีคำพูดประจำของเขา อะไรนะ

ใบปอ : “ทำตามหัวใจเลยพี่” เขาจะบอกทุกคนอย่างนี้เลยค่ะ บอกทุกนักแสดง บอกพี่ดีพี (ผู้กำกับภาพ) บอกพี่โปรดักชั่นดีไซน์ “เอาเลยพี่ ทำตามหัวใจเลยทุกคน เล่นตามหัวใจเลย” จะมีหนึ่งเทคที่ปล่อยให้ทุกคนได้เล่นกันเลยฟรีๆ ซึ่งมันก็ไปเรื่อยมากเลยนะ

ฟ้อนด์ : มีอีกอย่างหนึ่งคือพี่ต้า หนูรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่คิด กลั่นกรองคำพูดก่อนที่จะพูดกับพวกเรามากๆ คืออย่างเช่น เขารู้สึกว่าเอ๊ย! อยากจะให้เราเล่นอีกรอบ เขาก็จะพูดคำว่า…

ฟลุ๊ค : พี่ว่านะ พี่ว่าดีแล้วนะ แต่ว่าเฮ้ย! อยากลองแบบฟีลนี้ว่ะ เออออ คัตครับ นี่ มันจะเป็นฟีลนี้

ฟ้อนด์ : เหมือนมาก

จั๊มพ์ : ถ้าคุณยังไม่ได้ยินคำว่าเทคนะ คุณอย่าเพิ่งดีใจไป

ฟลุ๊ค : ใช่ๆ จั๊มพ์ : เพราะเขาอาจจะ พี่ขอ

ฟลุ๊ค : พี่ขอ แบบเฮ้ย! พี่ขอแบบนี้ โทนี่ ฟลุ๊ค พี่ว่ามันดีแล้วนะ แต่อยากลองแบบเพิ่มความสนุกอีกนิดหนึ่ง….คัตครับ อย่างนี้ พี่ต้าเป็นอย่างนี้ เวรี่สนุก เขาชอบพูดแบบนี้

ฟ้อนด์ : กับอีกอย่างหนึ่งอยากแซวพี่ต้า เวลาเขาขำ ปกติคนอื่นจะขำแบบฮ่า ๆ ๆ พี่ต้าจะขำแบบอะฮึก ๆ ๆไหน มีใครทำเป็น

ฟลุ๊ค : อะฮึก ๆ ๆ ๆ

ฟ้อนด์ : มันน่ารัก น่ารักมาก ก็เป็นอีกมุมของผู้กำกับที่เรารู้สึกเราเอ็นดูมากๆ ก็เอ็นดูเนอะ

สุดสัปดาห์ : มีซีนไหนที่เราขำจนหยุดไม่ได้ไหม

ใบปอ : หนูเป็นบ่อยมากค่ะ คือหนูจะแบบชอบมันเหมือนเกือบจะคัตตัวเอง คือมันพยายามที่จะมีสมาธิ โฟกัสอยู่กับตรงนั้น คือตัวละครหนูค่อนข้างจะเป็นคนซีเรียส จริงจังนิดหนึ่ง แต่ว่าก็คือทุกคนที่อยู่ในทีมหนังสั้นเป็นคนตลกมากๆ ค่ะ มันก็เลยทำให้หนูจะต้องแบบฮึบตลอดเวลา แต่ว่าบางทีก็จะหลุดอะค่ะ ก็เลยต้องเริ่มใหม่ตลอดเลย

สุดสัปดาห์ : เราเป็นคนที่เส้นตื้นสุดอะไรแบบนี้ใช่ไหมคะ

ใบปอ : ใช่ค่ะ ทุกๆ ซีนที่เข้ากับฟลุ๊คค่ะ

ฟลุ๊ค : อ่าว! ผมผิดอะไร

สุดสัปดาห์ : มีแบบแค่เห็นหน้าก็ขำแล้วไหม

ใบปอ : โห! ตลอดเวลาค่ะ

สุดสัปดาห์ : ปกติจะเห็นหน้าหรือฟลุ๊คต้องทำอะไรถึงจะหยุดขำไม่ได้

ใบปอ : บางทีมันก็หยุดไม่ได้ค่ะ หนูรู้สึกเสียใจมากเหมือนกัน แต่ก็แบบพยายามฮึบ มันต้องขมวดคิ้ว ต้องเสียงในหัวดังมากๆ ดังกว่าเสียงข้างนอกอะค่ะ แบบ “แบบนี้มันไม่ได้” ในหัวเราต้องด่ามันไว้ในใจตลอดเวลาค่ะ มันก็เลยจะแบบ…ไม่ ก็จริงๆ ทุกครั้งที่เราเล่นกับพี่ฟลุ๊คอะ เราก็จะต้องมีเสียงในหัวในการด่าตัวละครปิงที่ดังหน่อย

ฟลุ๊ค : เป็นเรื่องที่ดี มีเทคนิค

ไหนๆ ก็พูดถึงกันแล้ว อยากรู้ว่าแต่ละคนรู้จักกันมาก่อนไหม อย่างที่รู้กันดีเนอะว่าใบปอกับอันโทนี่เคยแสดงหนังด้วยกันมาก่อน พอมาแสดงเรื่องนี้ด้วยกัน สนิทกันขึ้นไหมคะ

ใบปอ : ก็สนิทกันมากขึ้นอยู่แล้วเนอะ

โทนี่ : ครับ

ใบปอ : เรื่องนี้พอมาเล่นด้วยกันอีกรอบ ด้วยความที่เล่นด้วยกันมาแล้วหนึ่งเรื่อง ก็เลยรู้ว่าจังหวะการเล่นจะเป็นยังไง แต่ว่าสิ่งที่แปลกใหม่คือการแสดงในเรื่องนี้จะใช้เทคนิคที่ค่อนข้างแตกต่างจากเรื่อง “เธอกับฉันกับฉัน” โดยสุดๆ เลยอะค่ะ มันก็เลยทำให้เราก็รู้สึกเซอร์ไพรส์ในตัวเขาเหมือนกันที่เขาสามารถเล่นจังหวะแบบนี้ได้

ฟลุ๊ค : ปรบมือ

ใบปอ : พูดดีๆ นะ

โทนี่ : จริงๆ แล้วผมกับใบปอเวิร์กช็อปด้วยกันมาเยอะมาก จนเราได้เห็นแบบ…

ใบปอ : เห็นทุกอย่าง

โทนี่ : high and low คือเห็นทั้งดีไม่ดี เราก็เลยเก็ตการแสดงเขาได้มากๆ เราต้องการอะไร เราต้องการการส่งแบบไหนครับ เป็นการโชคดี เพราะเรื่องนี้ต้องแสดงความเป็นเพื่อนด้วย แล้วเรามีคอนเน็กชั่นความเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วครับ มีอะไรก็พูดตรงๆ ได้เลยครับ

ใบปอ : ด่ากันก็ด่ากันตรงๆ ใช่ไหม

โทนี่ : ใช่ครับ

แล้วอีกสามคนถือว่าเป็นเพื่อนใหม่กันเลยไหม หรือว่ารู้จักกันมาก่อนไหม

ใบปอ : อย่างที่บอกค่ะ ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากกองนี้เยอะมาก เพราะว่าก็ยังไม่เคยร่วมงานกับใครเลย แล้วหนูก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะพูดน้อยนิดหนึ่ง ไม่ค่อยกล้าคุยกับคนอื่น แต่ว่าพอได้มาเจอทุกคนอะค่ะ เรื่องนี้หนูก็ต้องสนิทกับตัวละครโจด้วย แล้วตอนแรกก็เกร็ง เพราะว่าเราอายุห่างกันค่อนข้างเยอะนิดหนึ่ง

จั๊มพ์ : คือต้องบอกอย่างนี้ว่าต่างคนต่างเป็นคนที่แบบ introvert อะ แบบไม่ค่อยกล้าคุยกับคน แล้วจะคิดเยอะแบบเอ๊ะ! คุยอะไรดี อะไรอย่างนี้ ตอนแรกๆ ก็จะมีจังหวะเดดแอร์บ้าง

ใบปอ : ค่อนข้างเยอะ

จั๊มพ์ : แต่พอเราแบบว่าอยู่ไปเรื่อยๆ เราก็จะรู้แล้วว่าอ๋อ ก็จะเป็นแบบนี้แหละ เริ่มสบายใจขึ้น

ฟ้อนด์ : อย่างของหนูก็ไม่เคยร่วมงานกับใครเลยสักคนในนี้ ก็ค่อนข้างที่จะเป็นความรู้สึกใหม่เหมือนกัน คือปกติแล้วในกองหนูจะค่อนข้างอายุน้อยที่สุด แต่ในกองนี้ก็จะค่อนข้างที่จะเจอรุ่นเดียวกันด้วย แล้วก็มีน้องกว่าเยอะด้วย ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยในกอง แล้วก็รู้สึกว่าน่ารักสดใสดี

อย่างที่โทนี่บอกว่าแต่ละคนคือคาแร็กเตอร์ต่างกันมากๆ เลย บางคนก็แบบ extrovert มาก บางคนก็ introvert แต่เราต้องมาอยู่ด้วยกัน มาเล่นด้วยกัน ก็เลยรู้สึกว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งเหมือนกันของการได้ทำงาน แล้วก็เป็นงานหนังด้วยเหมือนกัน แล้วหนูก็เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้เล่นกับ GDH 559 ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้มาเล่นเรื่องนี้ (เพื่อนๆ พร้อมใจกันปรบมือ)

ฟลุ๊ค : ก็ประทับใจครับ ก็ประทับใจจริงๆ หมายถึงว่าผมไม่เคยแสดง ไม่เคยแอ็กติ้ง ไม่เคยอะไรแบบนี้ รู้สึกว่ามาครั้งแรก เราไม่รู้อะไรเลย พอมาปุ๊บ มีเพื่อนๆ คอยแบบบางทีบางฉากโทนี่ก็บอกว่า “มึงลองเล่นแบบนี้” อะไรประมาณนี้ ผมรู้สึกว่าเขาเป็นนักแสดง หรือใบปอก็มีความเป็นนักแสดง ทุกคนมีความดูเป็นนักแสดงกันหมดเลย แล้วผมมาแบบไม่ได้เป็นอะไรเลย นึกออกปะ ผมรู้สึกว่าทุกคนคอยสอน จริงๆ เราก็รู้สึกว่าเพื่อนๆ แต่ละคนก็เป็นคนที่ดี

จั๊มพ์ : เฮ้ย! ทำไมสะดุดนิดหนึ่ง

ฟลุ๊ค : ทุกคนเป็นคนที่ดีอยู่แล้ว หยอกเล่น น่ารักกันหมดเลย

ตอนแรกที่เจอกันมีวิธีละลายพฤติกรรมหรือปรับจูนกันยังไงบ้าง ด้วยความที่แต่ละคนคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกัน

โทนี่ : เวิร์กช็อปนะ ช่วยสุด

ฟลุ๊ค : ใช่

ใบปอ : มันคือการอยู่ด้วยกันทุกๆ วันค่ะ

จั๊มพ์ : อยู่ด้วยกัน สังเกตกันไปเรื่อยๆ

จากการได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ทำงานด้วยกัน จากจุดที่ไม่รู้จักกันเลยจนตอนนี้สนิทมาก อยากรู้ว่าความเป็นเพื่อนมากขนาดไหน

ฟลุ๊ค : อย่างผมนะ เจอใบปอครั้งแรก ใบปอเงียบมาก แต่หลังๆ มาด่ากันแล้วอะ นึกออกปะ

ใบปอ : มาถึงจุดนี้แล้ว

ฟลุ๊ค : ใช่ๆ ประมาณนั้น อย่างโทนี่ก็คุยกันเหมือนเพื่อนกันตั้งแต่แรกๆ อย่างฟ้อนด์เจอแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย! ฟ้อนด์เป็นคนที่คุยกันง่าย ฟ้อนด์เป็นคนเฟรนด์ลี่อะไรแบบนี้ครับ อย่างพี่จั๊มพ์รู้สึกเหมือนใบปอเลยเนอะ เฮ้ย! ดูโตว่ะ แต่พอค่อยๆ คุยกันก็ถูกคอครับ

สุดสัปดาห์ : มีเรื่องอะไรเมาท์กันเองไหมคะ

โทนี่ : มีไหม

ฟ้อนด์ : เมาท์เธอนั่นแหละโทนี่ (หัวเราะ) นึกได้เรื่องหนึ่งค่ะ คือโทนี่อาจจะไม่รู้ แต่ว่าทุกครั้งที่เวลาที่ไปกอง มันจะมีบางจังหวะที่ต้องเปลี่ยนชุดกลับบ้านแล้ว บางทีความผู้ชายอะเนอะ มันไม่จำเป็นต้องเข้าเต็นท์ก็ได้ แล้วโทนี่ก็จะแบบเปลี่ยนชุดข้างเต็นท์ แล้วเขาบางทีลืมดูบรรยากาศรอบตัวไงว่ามีใครอยู่บ้าง เขาก็คิดว่ามีแต่คนกันเอง ผู้ชายอะไรอย่างนี้ แต่จริงๆ หนูนั่งอยู่ข้างหลัง

โทนี่ : แล้วมารู้ทีหลังตอนเปลี่ยนเสร็จว่าอยู่ข้างหลัง

ฟ้อนด์ : คือมันไม่ใช่ครั้งเดียว โทนี่รู้ปะ จริงๆ มันหลายครั้งมากเลยอะ

โทนี่ : อันนี้ไม่รู้นะ

ฟ้อนด์ : แต่นี่เป็นคนเงียบไง ไม่บอกเดี๋ยวเสียเซลฟ์ ก็เก็บไว้ในใจ ทุกครั้งที่เห็นก็จะแบบเบือนหน้าหนี

นโทนี่ : “แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย”

ฟลุ๊ค : ผมว่ามีเรื่องหนึ่ง เป็นฟีลเผาตัวเองกับโทนี่แล้วกัน มันเป็นวันที่เหมือนถ่ายซีนสุดท้ายครับ ใช่ไหม แต่ว่าวันนั้นเหมือนเราถ่ายกันเสร็จก่อน แล้วเราก็ดีใจ ตอนนั้นใบปอกำลังถ่ายซีนหนึ่งอยู่เป็นซีนมันเจ้มจ้น (เข้มข้น) อะ

ใบปอ : หนูเป็นคนที่ถ่ายซีนสุดท้ายในเรื่อง

ฟลุ๊ค : คือทุกคนเงียบกริบ แล้วผมกับโทนี่ไปเข้าห้องน้ำแล้วแบบมันดีใจมากอะพี่ แล้วก็เหมือนผมได้ยินใครพูดว่า “เลิกกอง” แล้วผมกับโทนี่ก็พูดว่า “จริงปะ” เฮ้ย! ออกไปกัน แล้วเราก็วิ่งออกมา แล้วตะโกนว่าเย้ สองคน แล้วเหมือนพี่ๆ ก็บอกว่า มีพี่ทีมงานเดินมาบอกว่าชู่ เงียบๆ ผมก็แบบอ้าว! อะไร อะไรประมาณนั้นครับ

สุดสัปดาห์ : แล้วใบปอได้ยินไหม

ใบปอ : ไม่รู้ค่ะ ตอนนั้นหนูค่อนข้างจะจริงจังกับซีนนั้นมาก ทำให้หนูไม่รู้เลยว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สุดสัปดาห์ : แล้วตอนที่เขาบอกให้เงียบ แล้วฟลุ๊คกับโทนี่เป็นยังไง

ฟลุ๊ค : ก็ผมวิ่งกระโดดกันเลย ข้ามไม้กั้น กระโดดข้าม “เยส” พอเขาบอกให้เงียบ พวกเราก็หมอบ หมอบเลย ฟีลทหารหนีความผิด

โทนี่ : แต่คิดถึงนะตอนนั้น สนุกมากอะ

จั๊มพ์ : โห! ของผมไม่ค่อยมีนะโมเมนต์ตลกๆ คือด้วยความที่ผมจะต้องใช้เอนเนอร์จี้มากๆ เวลานอกเซตผมก็จะหามุมที่เซฟพลัง แต่ผมจะมีเพื่อนหนึ่งคนคือพี่ที่เป็นคนเสิร์ฟน้ำ เป็นบัดดี้ผมเลย ผมหันไปแล้วจะเจอเขาตลอด เขาก็จะแบบ โจ เขาจะเรียกน้องโจ คอยถามว่าดื่มโน่นนี่ไหม ช่วยเพิ่มพลังเราครับ แล้วก็จะมีพวกแม่ๆ ที่เป็นคนทำน้ำ ชงขนม เพราะเราจะเติมเยอะมาก น้ำตาลอะไรอย่างนี้ เติมน้ำตาล เติมน้ำแดง มันคือทางที่ใช่

สุดสัปดาห์ : เหมือนเป็นสายเซฟพลัง เพื่อนเล่นอะไรกันไม่รู้ เราเก็บไว้ก่อน

จั๊มพ์ : ใช่ครับ

เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของความเป็นเพื่อน มิตรภาพ เลยอยากรู้วาแต่ละคนมีนิยามคำว่าเพื่อนยังไงบ้าง

จั๊มพ์ : ถ้าสำหรับผมนะ คำว่าเพื่อนคือคนที่อยู่ด้วยกับเรา เลือกที่จะคบเรา ทั้งๆ ที่รู้ข้อดีและข้อเสียของเรา แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่กับเรา เพราะว่าคือรู้สึกว่าเวลาที่เราเป็นคนที่ดีอะ แสดงด้านดีของเราออกมาใช่ไหม คือทุกคนก็อยากเข้าหาเรากันหมดแหละ ทุกคนก็อยากเป็นเพื่อนกับเราหมด แต่จะมีสักกี่คนที่เห็นข้อเสียของเราแล้ว แล้วก็ยังเป็นเพื่อนเรา อยู่เป็นเพื่อนเราอะไรแบบนี้ครับ ผมก็เลยคิดว่าเป็นสิ่งนี้ครับ

โทนี่ : สำหรับผมก็จะคล้ายๆ กันเลย คือคนที่อยู่ข้างเราไม่ว่าเราจะดีหรือแย่ มันสามารถตีความได้หลายอย่าง ผมเรียกเพื่อนว่าบาร์เทอร์ ก็คือโบรอย่างนี้ คือคนที่ใกล้ชิด เล่าได้ทุกอย่างครับ

ฟลุ๊ค : สำหรับผมก็คล้ายๆ กัน หมายถึงคนที่อยู่ด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน แต่ผมรู้สึกว่าเพื่อนสำหรับผมอีกอย่างหนึ่งคือคนที่เราทำถูก เพื่อนก็ชม หรือว่ารับรู้ หรือเวลาที่เราทำอะไรไม่ถูกต้อง เพื่อนก็คือคนที่กล้าที่จะเตือนเราอย่างจริงจังและอย่างจริงใจ อันนี้ยูทำไม่ถูกนะ แล้วยอมรับข้อเสียของเราได้ และพร้อมแก้ไขไปกับเรา

ฟ้อนด์ : คิดว่าน่าจะเหมือนเป็นคนที่คลิกกับเรา แล้วก็เป็นคนที่เราสามารถแสดงตัวตนอีกแบบหนึ่งที่เราก็ไม่สามารถทำอย่างนี้กับแม่ กับพ่อ หรือกับน้อง มันทำได้แค่กับเพื่อนเท่านั้น ก็คือคนที่เราสบายใจที่เราจะแสดงตัวตนด้านนั้นกับคนนี้ ก็คือเพื่อนค่ะ

ใบปอ : กดดันเลย (หัวเราะ) เพื่อนมันมีหลายรูปแบบมากค่ะ มีเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆ แล้วก็เป็นเพื่อนที่เพื่อนสังคมอะค่ะ หนูรู้สึกว่ามนุษย์เราจะเจอคนหลายรูปแบบอยู่แล้ว เราจะเจอเพื่อนจริงๆ สักคนค่อนข้างที่จะยากค่ะ คือก็คล้ายๆ กับที่หลายๆ คนตอบอะค่ะ เพื่อนมีหลายเลเวล คนที่เราจะจริงใจด้วย หมายถึงเราสามารถที่จะเป็นตัวตนของเรา คนที่จริงจังกับเรา คนที่เราต้องจริงใจต่อ มันหายากอะค่ะ เพราะฉะนั้นคำว่าเพื่อนมันควรใช้กับเพื่อนจริงๆ ที่เป็นเหมือนที่ทุกคนบอกมา (ปรบมือ)

ในชีวิตเคยมีเพื่อนในชีวิตจริงที่นี่แหละคือมิตรภาพความเป็นเพื่อน เล่าให้ฟังสักเรื่องหนึ่งค่ะ

ใบปอ : หนูมีเพื่อนคนหนึ่งค่ะ ตอนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันแบบสนิทกันมากๆ น่าจะเป็นคนที่สนิทด้วยที่สุดในตอนนี้ แต่ว่าตอนแรกที่รู้จักกัน มันเกิดจากหนูแอบย่องเข้ามาในห้องเรียน เหมือนวันนั้นหนูเข้าเรียนเลตแล้วก็มีเพื่อนคนนี้ หันมาหาหนูแล้วก็บอกว่ากินขนมด้วยกันไหม ซึ่งหนูรู้สึกว่าเป็นวิธีรู้จักกันที่แปลกดี แล้วทำให้เราสนิทกันมาจนทุกวันนี้ค่ะ

ฟ้อนด์ : น่ารัก

ใบปอ : ตอนนั้นน่าจะเป็นตอนมัธยมต้นค่ะ เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ๆ เลย แล้วก็ไม่ค่อยมีเพื่อนมาก แต่ก็มีเพื่อนคนนี้ที่ทักเรา แล้วก็มารู้จักเรา ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ ค่ะ

โทนี่ : จริงๆ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่ผมสนิทมากๆ เลยตอนนี้ ถ้าย้อนก่อนที่ผมจะเข้าโรงเรียนล่าสุดแล้วเจอเพื่อนคนนี้ ผมเหมือนเคยโดนแกล้งๆ บูลลี่ เลยมีความไม่ค่อยเปิดใจ กลัวทุกอย่าง พอไปโรงเรียนใหม่ก็คือวันแรกก็กลัวที่จะออกจากรถมาก ขาสั่น มือสั่น กลัวมากเลย ไปห้องน้ำชั้นผิดด้วย ไปชั้นเด็กก่อน คือมันกลัวมาก พอขึ้นไปข้างบนปุ๊บ คนนี้เขาก็ชวนให้ผมเข้ากลุ่ม ซึ่งตอนแรกผมกลัวมากว่าจะไม่มีเพื่อน ก็เลยเป็นแบบ a graceful กับคนนี้มากๆ ครับ

ฟลุ๊ค : ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่คบกันมาตั้งแต่ม.1 ครับ ตอนนั้นก็เหมือนย้ายโรงเรียนเนอะ ก็คือตั้งแต่ม.1 เลยคบกัน แล้วก็เหมือนฟีลผมโดนเขาแกล้ง ก็ทะเลาะกัน โกรธกัน เกลียดกัน แต่วันนี้เป็นเบสต์เฟรนด์ คบกันมาถึงตอนนี้ปี 3 แล้วอะ ผมจำไม่ได้ว่าจากแกล้งกันทำไมถึงมาสนิทกันได้ แต่มีการคุยกัน เปิดใจกัน สุดท้ายต่อให้ผมย้ายโรงเรียน อยู่คนละมหาวิทยาลัย อยู่ไกลกัน แต่ก็ยังคีปคอนแท็กต์กันอยู่ ยังคุยกันอยู่ มีอะไรเขาปรึกษาผม ผมก็คุยกับเขาได้ตลอดเวลาครับ

ฟ้อนด์ : คล้ายฟลุ๊คเหมือนกัน จริงๆ เพิ่งไปนัดกินข้าวกับเพื่อนคนนี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอง แต่จริงๆ เป็นเพื่อนที่เราอะเจอเขา เรียนกับเขาแค่สามเดือน แต่ว่ากลายเป็นเพื่อนที่สนิทจนถึงทุกวันนี้ ถามว่ามันสนิทไหม จริงๆ หนูให้เขามาอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทของหนู แต่ว่าถึงแม้ว่าเราจะมีเวลาสร้างความทรงจำด้วยกันน้อยมากๆ เพราะมันแค่ 3 เดือน แต่หนูให้เขาเป็นเพื่อนสนิท เพราะว่าตอนนั้นหนูรู้สึกว่าเขาเข้าหาหนูด้วยความจริงใจมากๆ

ตอนนั้นหนูเพิ่งเป็น BNK48 ใหม่ๆ แล้วก็เพิ่งย้ายโรงเรียนเก่าจากที่หัวหินมาที่กรุงเทพฯ แล้วตอนนั้นก็ตื่นเต้นกับการไปโรงเรียนมากๆ คนนี้หนูรู้สึกว่าเขาเข้าหาเราเพราะว่าเขาจริงใจกับเรา เขาหวังดีกับเราจริงๆ หนูไม่ค่อยไปโรงเรียน เขาก็จะส่งมาให้หนูทุกวันเลยว่า วันนี้นะ ต้องตามงานอันนี้ๆ ทำหน้าไหนบ้าง มีตามสอบ ต้องไปทำนะ แล้วก็ทุกครั้งที่หนูจะกลับบ้าน เขาจะเดินไปเป็นเพื่อนหนูตลอด เขาจะแบบไม่กล้าให้หนูเดินไปคนเดียว เพราะว่าเขาเป็นห่วงว่าแบบจะมีใครฉุดเราไหม หรือว่าจะอันตรายหรือเปล่า จะโดนรถเฉี่ยวหรือเปล่า ทั้งๆ ที่เขาให้แม่เขามารับก็ได้ แต่เขาเดินไปส่งหนู รอให้หนูถึงจุดหมาย เขาถึงจะกลับบ้าน เขาน่ารักมากๆ จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อย ไม่ค่อยได้คุย แต่ว่าก็มีนัดไปกินข้าวบ้าง ก็เลยรู้สึกเออ ดีใจที่มีโอกาสได้เจอเพื่อนคนนี้ค่ะ

จั๊มพ์ : จริงๆ คำว่าเพื่อนหรือคำว่ามิตรภาพมันกว้างมาก แต่สำหรับผมถ้าเอาที่ผมทบทวนได้ ผมประทับใจเพื่อนมหา’ลัยมากที่สุด ผมรู้สึกว่าตอนแรกที่เราเข้ามาปี 1 เรามาจากต่างที่เนอะ จะไม่เหมือนฟีลนักเรียนมัธยม จะมาต่างที่ แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าแต่ละคนจะนิสัยจะดีหรือไม่ดียังไง ช่วงแรกๆ ก็จะมีคัดคน เช่น ร่วมกิจกรรมกัน บางทีไม่ชอบคนนี้ บางทีรู้สึกว่าคนนี้เจอครั้งแรกหน้าตึงจัง แต่ว่าพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ผมเจอเพื่อนสนิท 4 คน จริงๆ ก็ต้องขอขอบคุณที่ช่วยกันเรียน ช่วยกันกวดขัน เพราะว่าผมเป็นคนที่หัวช้าและขี้เกียจมาก แต่ว่าเพื่อนกลุ่มนี้รู้สึกว่าเป็นกลุ่มที่เข้าใจตัวเรา แล้วก็หวังดีกับเราจริงๆ แล้วก็คอยกวดขัน 4 ปี ผลักดันเราตลอด รู้สึกเป็นช่วงเวลาและมิตรภาพที่ดีมาก ขอบคุณมากนะ ภูมิ นิว และพาย

สุดสัปดาห์ : ก็คือเป็นเพื่อนที่ทำให้เรียนจบ

จั๊มพ์ : ใช่ (หัวเราะ) ก็ว่าได้ เขาเรียกว่าดรีมทีม

ฟ้อนด์ : ต้องเอาพวงมาลัยไปไหว้แล้ว

สุดสัปดาห์ : วันรับปริญญา

จั๊มพ์ : วันรับปริญญา คณะเดียวกันอยู่แล้ว ก็ต้องมีถ่ายรูปกันแน่นอน

เรื่องนี้ทำให้ย้อนนึกถึงความทรงจำอะไรของตัวเองกับเพื่อนไหมคะ

ใบปอ : หนูเพิ่งจบมัธยมมาค่ะ แต่ว่าหนูไม่ค่อยได้ไปใช้ชีวิตมัธยมเท่าไหร่ เพราะว่าตอนช่วง ม.4 – ม.5 ก็เป็นช่วงโควิด-19 ก็เลยไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้ไปเจอเพื่อน ไม่ได้ไปใช้ชีวิตในสังคมโรงเรียนค่ะ แล้วพอมา ม.6 โควิด-19 ดีขึ้นจริง แต่ว่าหนูก็ต้องมาทำงานค่ะ ก็รู้สึกว่าเราก็ไม่ค่อยได้มีความทรงจำในชีวิตมัธยมปลายขนาดนั้น

แต่ว่ามาเล่นเรื่องนี้อะค่ะ เป็นวัยม.6 แล้วเราก็รู้สึกว่าเราก็ได้มาใช้ชีวิตมัธยมของเราในเรื่องนี้แทน เราได้มาเจอเพื่อนๆ เหล่านี้ ได้มาใช้ชีวิตกับคนเหล่านี้ ได้มาอยู่ในโรงเรียนจริงๆ ได้มาใส่ชุดนักเรียน แล้วก็ได้มาทำงานกลุ่ม งานกลุ่มคือหมายถึงทั้งหมดเลยนะ ทั้งที่เราเล่นหนังกันด้วย แล้วก็ทำหนังสั้นกันด้วยค่ะ ก็รู้สึกว่ามันก็ฟูลฟิลชีวิตมัธยมที่เราไม่ได้ใช้ค่ะ

จั๊มพ์ : โห! ก็เหมือนที่ใบปอบอกว่าเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตมัธยมของผมอาจจะนานหน่อย ของคนอื่นเพิ่งผ่านมาใช่ไหมครับ ของผมคือผ่านมา 4 ปี ก็เหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตแล้วก็กลับไปแก้สิ่งที่ตัวเองอยากจะทำครับ เหมือนพอเรากลับไปใส่ชุดนักเรียนมันเหมือนร่างนั้นกลับมา เฮ้ย! มันจริงเหรอ บางทีมันก็เซอร์เรียลเหมือนกันที่ว่า ทุกคนในห้อง ฉากทุกอย่างมันดูเหมือนจริงมาก ที่เราอยู่ในห้องเรียน แล้วทุกคนก็เพื่อนนักเรียนเราจริงๆ ผมเลยรู้สึกว่าเฮ้ย! เป็นโมเมนต์ที่เราอยากอยู่ตรงนี้อีกสักพักหนึ่งนะ ถ้าเราได้ย้อนกลับไปจริงๆ มันก็ดี ก็เหมือนกับ…เขาเรียกว่าอะไรนะ ลิฟวิ่งอะโมเมนต์ใช่ปะ กลับไปเป็นมัธยมเหมือนเดิมอะไรแบบนี้ครับ

สุดท้ายนี้ อยากให้ฝากภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” หน่อยค่ะ ให้ทุกคนไปชมในโรงภาพยนตร์กันเยอะๆ

จั๊มพ์ : เอาเลยพระเอกสุดหล่อ

ฟลุ๊ค : พระเอกพันล้าน

โทนี่ : ฝากด้วยครับ ภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน(ไม่)สนิท” นะครับ เป็นผลงานเรื่องแรกของพี่อัตตา ผู้กำกับของเราครับ เขาก็ตั้งใจมากๆ ต้องอดทนกับเด็กอย่างเราตั้งเป็นเดือนๆ ครับ ก็อยากให้ไปดูกันเยอะๆ ครับ ไม่ใช่แค่หนังวัยรุ่นทั่วไป แต่เป็นหนังวัยรุ่นที่คนที่โตกว่าสามารถดูได้ด้วยครับ ก็ฝากด้วยนะครับ อยากได้ร้อยล้านครับ (หัวเราะ)

สุดสัปดาห์ : ถ้าได้ร้อยล้าน มีอะไรจะทำไหม

โทนี่ : ถอดเสื้อวิ่งกลางสยามฯ

ฟลุ๊ค : โดดบ่อตรงบริษัท GDH559 เปล่า

โทนี่ : สกินเฮดเหรอ

จั๊มพ์ : สกินเฮดตามฟลุ๊คเปล่า

โทนี่ : ถ้าคุณทำ ผมทำด้วย

จั๊มพ์ : อะ 3 คน

อันโทนี่ : ผมไม่เอา (เพื่อนๆ หัวเราะ)

ฟลุ๊ค : กลัวอะไรอะ

ใบปอ : แสดงว่าหนังเราจะได้ร้อยล้านจริงๆ ค่ะ

ฟลุ๊ค : เหลือโทนี่คนเดียวแล้วที่ยังไม่ได้ตัดสกินเฮดอะ

โทนี่ : เดี๋ยวเขาว่ากันครับ (เพื่อนๆ หัวเราะ) ขอร้อยล้านครับผม

สุดสัปดาห์ : ให้รอติดตามใช่ไหมว่าถ้าได้ร้อยล้านจะทำอะไร

โทนี่ : ใช่ครับ รอดู

อ่านบทสัมภาษณ์ของ 5 นักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องเพื่อน(ไม่)สนิทจบแล้ว บอกเลยว่าเตรียมตัวไปรอชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันได้เลย เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่น่าดูมาก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนที่น่าจะทำให้เราได้ย้อนกลับไปเป็นมัธยมอีกครั้ง แถมนักแสดงการันตีว่าเป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยขนาดนี้จะพลาดได้ยังไงเนอะ 26 ตุลาคมนี้ไปชมได้ทุกโรงภาพยนตร์เลยค่า    

 

 

TEXT : ImJinah

PHOTO : Naowapoj Photikaserm  

 

 

อัพเดตข่าวบันเทิงเอเชีย ซีรี่ย์เอเชีย ดาราเอเชีย ไอดอลเอเชียได้อีกเพียบที่สุดสัปดาห์ค่ะ

MXFRUIT เกิร์ลกรุ๊ปไทยผู้สไตล์ไม่เหมือนใคร โดดเด่นเป็นตัวเอง เดบิวต์ปุ๊บก็ได้รับความสนใจทันที

พูดคุยกับ TRINITY กับการเติบโตจนได้ร่วมงานกับศิลปินต่างชาติ และมุมมองต่อวงการ T-POP

พูดคุยกับ “วี วิโอเลต” ผู้หญิงที่รักการเล่าเรื่อง กับมุมมองชีวิตที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง

จา-เฟริสท์ แย้มเบื้องหลังกองถ่ายทำซีรี่ย์เรื่อง Be Mine SuperStar และการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง

ญดา-ภณ-มีน สามนักแสดงนำจากกรงดอกสร้อย สลัดชุดย้อนยุคขึ้น Sudsapda Digital Cover

จับเข่าคุยกับ โจ๊ก โซคูล & มาร์ช จุฑาวุฒิ ถึงเบื้องหลังความฮาของ “ภารกิจฮาแหกเกาะ” ออริจินัลเรื่องแรกของไทยจาก Prime Video