เมคอัพหวานลูกกวาดยังอาย

Pastel Fever กรีดอายไลเนอร์ตวัดหางดูเผินๆเหมือนจะเป็นสาวเปรี้ยวแต่กลับดูหวานสดใสด้วยอายไลเนอร์สีพาสเทลเช่นฟ้า ชมพู เหลือง นอกจากนี้ยังสามารถเขียนอายไลเนอร์เฉพาะขอบตาล่างก็ดูเก๋ไปอีกแบบ การจับคู่สีก็เป็นเรื่องสําคัญซึ่งในบรรดาเฉดสีพาสเทลสามารถเข้ากันได้หมดแต่ถ้าจะให้ดีควรมีสีชมพูยืนพื้นจะช่วยให้ลุคดูหวานน่ารักยิ่งขึ้น กระซิบอีกนิดว่าสําหรับแคนดี้ลุคจะเหมาะกับลิปสติกที่มีเนื้อแวววาวหรือลิปกลอสมากกว่าเนื้อแมตต์ Minimal Sweet บางครั้งไม่ต้องแต่งหน้าอะไรมากก็สามารถดูหวานฉ่ำได้อย่างลุคนี้เน้นผิวที่ดูโกลว์และกระจ่างใสด้วยบีบีครีมและรองพื้นก่อนปัดพวงแก้มให้ดูระเรื่อแบบสาวสุขภาพดี ในเมื่อแต่งหน้าน้อยแล้วและไม่อยากให้ดูจืดชืดต้องเน้นโครงหน้าให้ดูชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณคิ้วต้องเรียงเส้นสวยได้รูปเพียงใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดให้คิ้วชัดเจนจากนั้นปัดมาสคาราให้คิ้วเรียงเส้นทับอีกครั้ง เรียวปากเข้าได้กับทุกเฉดสีแต่ถ้าจะให้ดีควรเป็นโทนสีพาสเทลแสนหวานเช่นชมพู ชมพูอมส้ม นู้ดอมชมพู แดงอมชมพู Sugar Shine จําไว้ว่าความหวานสามารถเติมแต่งเฉพาะบางจุดได้ไม่จําเป็นต้องหวานเป็นสีเดียวไปทั้งหน้าอันนั้นก็ดูจะเลี่ยนเกินไป ลุคนี้เน้นสีสันที่เปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีเหลืองพาสเทลช่วยให้ดวงตาดูสว่างสดใสขึ้นทันทีแต่เพื่อให้ดวงตามีมิติก็ขอให้กระหน่ำปัดมาสคาราให้ขนตาเด้งอีกสักหน่อยถึงจะเริด สีตาเด่นแล้วส่วนอื่นก็ขอให้สีดูซอฟต์ลงจะดีกว่าเช่นพวงแก้มสีชมพูพาสเทลจับคู่กับลิปกลอสสีนู้ดดูละมุนละไม ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 777 เรียบเรียง : Pitchaya

อาวุธลับชิ้นเด็ดพิชิตสวย

1.Long-Wear Foundation ถ้ารู้ตัวว่าต้องอวดหน้างามๆทั้งวันควรเลือกใช้รองพื้นสูตรติดทนนาน เพื่อป้องกันปัญหาตกเย็นแล้วรองพื้นหลุดลอกหายไปหมด ซึ่งรองพื้นแบบนี้จะมีเม็ดสีที่เข้มข้น เน้นการปกปิดอําพรางจุดบกพร่องอย่างกระ ฝ้า และจุดด่างดําได้เนียนกริบประหนึ่งหลุดมาจากแคตวอล์คที่สําคัญควรเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผิวมันควรเลือกสูตรออยล์ฟรีจะช่วยให้ผิวไม่มันวาวจนทอดไข่ได้ ส่วนสาวผิวแห้งควรเลือกสูตรที่มีผสมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่เป็นขุย 2.Perfect Brow คิ้วเป็นส่วนสําคัญที่ช่วยสร้างโครงหน้าให้คมชัดดูโดดเด่น และเมื่อไรที่เปลี่ยนทรงหรือสีคิ้วก็จะช่วยให้ลุคการแต่งหน้าวันนั้นดูแตกต่างกันได้ ถ้าคิ้วไม่สวยได้รูปแนะนําให้ใช้ดินสอเขียนคิ้วสร้างโครงคิ้วขึ้นมาก่อน จากนั้นปัดทับด้วยมาสคาราตกแต่งคิ้วก็จะช่วยให้คิ้วดูชัดเจนขึ้น แต่ถ้าเป็นคนมีขนคิ้วอยู่แล้วจะใช้มาสคาราปัดคิ้วอย่างเดียวก็ไม่ว่ากันสําหรับมือโปรขอแนะนําเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งคิ้วเนื้อฝุ่น(คล้ายอายแชโดว์)เขียนแล้วจะได้คิ้วซอฟต์ๆเป็นธรรมชาติ ก่อนจัดแต่งทรงด้วยแว็กซ์ให้ขนคิ้วเรียงเส้นสวยอีกครั้ 3.Dewy Cheek เคล็ดลับสําคัญของพวงแก้มสวยฉ่ำตลอดวันอยู่ที่บลัชออนเนื้อเจลหรือครีมข้อดีคือจะให้สีระเรื่อเหมือนมีเลือดฝาดแถมยังติดทนนานอีกต่างหาก เทคนิคแก้มสวยแบบง่ายๆแค่เกลี่ยบลัชออนบนผิวที่ไม่ผ่านการลงแป้งหรือผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นมาก่อน จะช่วยให้เท็กซ์เจอร์ที่ออกมาดูเนียนสวยเป็นธรรมชาติ จะทาเดี่ยวๆหรือปัดทับด้วยบลัชออนเนื้อฝุ่นเบาๆอีกครั้งก็สวยไม่แพ้กัน 4.Refresh Your Face อุตส่าห์แต่งหน้าตั้งนาน แต่ถ้าผิวขาดความชุ่มชื้นก็ตกม้าตายอยู่ดี ทางที่ดีก่อนแต่งหน้าควรบํารุงผิวให้ชุ่มชื้น แล้วฉีดสเปรย์เติมความชุ่มชื้นหลังแต่งอีกครั้ง จะช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งและเมคอัพติดทนนานขึ้น สาวๆอาจพกติดตัวไปฉีดเพิ่มระหว่างวันด้วยก็ได้ เพราะอากาศร้อนชื้นบ้านเราอาจทําให้ผิวดูหมองคล้ำโทรมได้ง่าย ฉีดปุ๊บก็ช่วยเรียกความสดชื่นให้ผิวได้ แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆช่วยให้จิตใจเบิกบาน 5.Pop Color เมคอัพสีสันเจ็บแสบยังคงมาแรงไม่มีแผ่วไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ชมพูสดก็เริดทั้งนั้น จําไว้ว่าสาวๆควรเลือกจุดที่ต้องการเน้นความสําคัญบนใบหน้าเพียงจุดเดียว ซึ่งอาจจะเป็นดวงตาหรือเรียวปากก็ได้ จากนั้นแต่งแต้มสีสันบริเวณนั้นก่อน เพื่อให้ส่วนอื่นบนใบหน้าไม่มาเด่นแข่งกันจนเว่อร์เกินงาม 6.Glitter&Shimmer Eye ตาวิ้งระยิบระยับต้องมา ถ้าชอบเยอะๆก็ระบายอายแชโดว์กันไปทั้งเปลือกตาได้เลย แต่ถ้าแต่งแค่พอเป็นกิมมิกเรียกเสน่ห์ แนะนําให้ใช้อายแชโดว์วิ้งๆแตะทับบริเวณกึ่งกลางเปลือกตาเป็นขั้นตอนสุดท้าย พอกะพริบตาเมื่อไรก็จะดูมีลูกเล่นเก๋ไก๋ หรือจะใช้อายไลเนอร์ผสมประกายวิ้งเขียนขอบตาบนหรือขอบตาล่างก็ได้ […]

make up story

Q : มีเนื้อจมูกเยอะ(คล้ายลูกชมพู่)ถ้าไปเสริมจมูกจะน่าเกลียดไหม หรือพอจะแต่งหน้าช่วยได้คะ A : เขาว่ากันว่า จมูกชมพู่แบบนี้ โหวเฮ้งดีร่ำรวยๆนะคะแต่หากน้องไม่มั่นใจ แนะนําให้ไปปรึกษาคุณหมอศัลยกรรมเป็นอันดับแรก เพราะจมูกลักษณะนี้ลําพังการเสริมดั้งให้โด่งอาจไม่พอ ต้องตัดปีกจมูกช่วยอีกแรงจึงจะดูสวยได้รูป แต่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว พี่จัดมหัศจรรย์ของเครื่องสําอางไปช่วยดังนี้ค่ะ จําไว้นะคะว่า วิธีการอําพรางส่วนที่ใหญ่เกินงามก็คือ“การเฉดดิ้ง” สําหรับปีกจมูกที่น้องกังวลก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน โดยเลือกสีเฉดดิ้งหรืออายแชโดว์ที่มีสีใกล้เคียงกับผิว แต่เข้มกว่าเล็กน้อย ระวังอย่าให้สีแดงหรือดําจนเกินไป ริ่มจากใช้เฉดดิ้งสีน้ำตาลระบายปีกจมูกด้านนอก ไล้เฉพาะปีกจมูกก็พอ หรือจะไล้ขึ้นมาอีกนิดให้ดูเป็นสันด้วยก็ได้ ถ้ายังไม่มั่นใจในการเฉดดิ้งจะใช้แป้งอัดแข็งเบอร์เข้มกว่าผิวจริง2-3เบอร์แทนก็ได้ แต่จะดูชัดน้อยกว่า จากนั้นใช้สีไฮไลต์(อายแชโดว์สีขาว)หรือใช้อายแชโดว์สีขาวผสมแป้งอัดแข็งก็ได้ ระบายสันจมูกจากปลายไปถึงหว่างคิ้ว จงระวังให้มาก อย่าระบายเพลิน และแนะนําให้ถอยห่างกระจกสักนิด แล้วคอยมองดูว่าสีเข้มเกินงามหรือเปล่าด้วยนะคะ เพราะเข้มเกินไปจะแก้ยากสิ่งที่ตั้งใจจะปกปิดอาจกลายเป็นลอยเด่นชัดอยู่บนใบหน้า ฝึกบ่อยๆ สวยด้วยสองมือเราได้แน่นอนสู้ๆค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 741 เรียบเรียง : Pitchaya

7 วิธีบอกลาตาแพนด้า

1.ล้างเมคอัพ การเช็ดเมคอัพรอบดวงตาทําให้เกิดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ตาหนักขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นสาวๆควรเลือกอายรีมูฟเวอร์ที่ล้างเมคอัพออกได้ง่ายและหมดจด ที่สําคัญไม่ว่าจะใช้สําลี ก้านสําลี หรือมือก็ควรทําอย่างใจเย็นและเบามือที่สุด 2.น้ำเย็นล้างหน้า การใช้น้ำร้อนล้างหน้าจะยิ่งทําให้ใต้ตาคล้ำและบวมมากขึ้น แต่ในทางกลับกันการใช้น้ำเย็นจะช่วยให้รอบดวงตาดูสดใสได้มากกว่า 3.บำรุงรอบดวงตา ใช้ผลิตภัณฑ์บํารุงรอบดวงตาที่ช่วยปราบรอยหมองคล้ำและเติมความชุ่มชื้นเป็นประจําโดยใช้นิ้วนางกดแตะเนื้อครีมเบาๆหรือลูบจากหัวตาไปยังหางตาตามแนวกระดูกเบ้าตา เพราะหากลูบไล้ใกล้ตาเกินไปครีมอาจเข้าตาทําให้แสบระคายเคืองได้ 4.มาสก์ตา ถ้าเป็นมาสก์สําเร็จรูปให้ทําสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าเป็นสูตรธรรมชาติอย่างการนํามันฝรั่งหรือแตงกวาฝานเป็นแว่นวางบนเปลือกตาทิ้งไว้15-20นาที สามารถทําได้สัปดาห์ละ2-3ครั้ง จะช่วยลดความคล้ำรอบดวงตาลงได้ 5.ดูแลสุขภาพตา ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด ไม่ขยี้ตา ไม่นอนดึก ดื่มน้ำมากๆและรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น มะนาว มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ 6.สวยด้วยแพทย์ รอยคล้ำใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทําให้แพทย์ต้องวิเคราะห์และแก้ปัญหาให้ตรงจุด เช่น รอยคล้ำที่เกิดจากใต้ตามีร่องลึก การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ร่องลึกดูตื้นขึ้นจนดูหมองคล้ำน้อยลงได้ หรือหากนอนดึกหรือใช้สายตามากๆอาจจะใช้Nd : YAG Laser ในการรักษา 7.คอนซีลเลอร์ ควรเลือกเบอร์ที่มีสีอ่อนกว่าผิว1เฉดสี โดยลงเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ และควรลงทีละน้อยหากไม่พอแล้วค่อยเกลี่ยเพิ่มจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นโบกเยอะไปใต้ตาจะดูหนาและแตกเป็นร่องจนนึกว่าใต้ตาเหี่ยวแทนเสียนี่ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 784 เรียบเรียง : Pitchaya

13 วิธีเช็ดใสรูขุมขนกว้าง

ความจริงรูขุมขนบนใบหน้าแต่ละโซนมีขนาดความกว้างไม่เท่ากัน เช่น รูขุมขนบริเวณจมูกจะกว้างกว่าช่วงแก้ม ซึ่งสาเหตุหลักที่รูขุมขนกว้างจะแบ่งเป็น3สาเหตุคือ วัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะขาดความยืดหยุ่น ไขมันและกล้ามเนื้อก็หย่อนคล้อยลง ส่งผลให้รูขุมขนหย่อนยานตามไปด้วยจนเห็นรูขุมขนกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสกปรกตกค้าง เนื่องจากทําความสะอาดผิวหน้าไม่ดีพอ ทําให้สิ่งสกปรกและเครื่องสําอางยังคงตกค้างอยู่ในรูขุมขนจนเกิดการขยายตัวปัญหานี้พบได้ตั้งแต่วัยสาวไปจนถึงวัย30 แสงแดด รังสียูวีจะทําให้ผิวหนาขึ้นจนเซลล์ผิวเข้าไปอุดตันในรูขุมขน อีกทั้งแสงแดดยังเป็นตัวการทําลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ผิวจึงหย่อนคล้อยและรูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ดูแลผิวอย่างถูกวิธีช่วยได้ 1.ทําความสะอาดเครื่องสําอางให้หมดจดก่อนล้างหน้าทุกครั้ง ควรเริ่มล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อน เพื่อให้รูขุมขนเปิดให้สิ่งสกปรกหลุดออก แล้วปิดท้ายด้วยน้ำเย็นเพื่อเป็นการกระชับรูขุมขน ที่สําคัญควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่ทําให้ผิวแห้งตึงหลังล้างด้วย 2.ใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าทุกครั้งจะช่วยกระชับรูขุมขนที่เปิดตัวขณะล้างหน้าให้เล็กลง พร้อมเติมความชุ่มชื่นให้ผิวก่อนรับการบํารุงในขั้นตอนต่อไป 3.ดื่มน้ำให้มากและรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีให้เป็นนิสัยเช่น มะละกอ แตงโม ฝรั่ง มะม่วง รวมทั้งผลไม้รสเปรี้ยวควรมีติดตู้เย็นไว้อย่าให้ขาด 4.แช่แผ่นมาสก์หน้าติดตู้เย็นไว้เสมอช่วยกระชับรูขุมขนหลังจากสครับหรือทํางานมาเหนื่อยๆหยิบใช้ก็เย็นชื่นใจคลายเครียด 5.หยุดคิดว่ารูขุมขนกว้าง=ผิวมันจริงอยู่ผิวมันจะทําให้เกิดรูขุมขนกว้างได้ง่าย แต่ก็ใช่ว่าคนผิวแห้งจะไม่เสี่ยงกับปัญหานี้ ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวจะดีที่สุด หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สําหรับดูแลรุขมขนกว้างโดยเฉพาะ(สังเกตง่ายๆว่าจะต้องมีคําว่า“Pore”บนฉลาก) 6.บํารุงผิวอย่าได้ขาดสังเกตได้ว่าใครที่ใช้ครีมบํารุงผิวไม่สม่ำเสมอหรือไม่ใช้เลย ผิวจะเกิดความแห้งจากภายในเมื่ออายุเพิ่มขึ้นผิวจะเกิดความหย่อนคล้อยไม่กระชับอย่างเห็นได้ชัดกว่าคนที่บํารุงผิวเช้าเย็นจนติดเป็นนิสัย 7.ลงไพรเมอร์เนื้อบางเบาก่อนแต่งหน้าหรือจะลงเฉพาะจุดที่มีปัญหาเพื่อเคลือบผิวพรางรูขุมขนให้ดูจางลง แต่แนะนําให้ใช้ในปริมาณน้อยๆ จะได้ไม่เป็นขุยระหว่างวัน ไม่แนะนําการลงรองพื้นเพราะจะยิ่งทําให้เห็นรูขุมขนชัดกว่าเดิม 8.ปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่นย้ ำว่าแป้งฝุ่นเท่านั้น!ไม่ใช้แป้งผสมรองพื้นนะจ๊ะควรเลือกแป้งชนิดโปร่งแสง(Translucent)เพื่อเซตเนื้อรองพื้นให้อยู่ตัวพร้อมควบคุมความมันส่วนเกิน จําไว้ว่าการพอกอะไรหนาเกินไป แทนที่จะพราง กลับยิ่งเน้นให้รูขุมขนเห็นชัดไปกันใหญ่ แถมยังทําให้เกิดคราบระหว่างวันอีกด้วย 9.ใช้แปรงเกลี่ยรองพื้นชนิดน้ ําหรือเจลเนื้อบางเบาให้ทั่วใบหน้าเพราะนอกจากจะได้ผิวที่เนียนสุดๆแล้ว ยังสามารถซอกซอนตามร่องผิวได้ดี 10.ไข่ขาวพอกหน้าก็เวิร์คผสมไข่ขาว2ฟองกับน้ำมะนาวเล็กน้อย ทาบริเวณที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและสิวเสี้ยน ทิ้งไว้5-7นาที ทําเช่นนี้สัปดาห์ละ2ครั้ง จะช่วยกระชับรูขุมขนได้ในราคาประหยัด […]

Hand VS

หน้าสวยด้วยมือเรา ข้อดีของการใช้มือคือ สามารถควบคุมจังหวะการลูบไล้หรือเกลี่ยได้ดี ทําให้กะน้ำหนักเบาหนักกับผิวหน้าได้อย่างเหมาะสม แถมยังมีปลายนิ้วเป็นตัวช่วยอีกต่างหาก เบาๆไว้ปลอดภัยกว่า สาวๆเกิน80เปอร์เซ็นต์มักทําความสะอาดผิวหน้าด้วยมือ เนื่องจากความนุ่มนวลของฝ่ามือช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและรับรู้ถึงความสะอาดได้มากกว่าการใช้อุปกรณ์ แต่หลายคนยังปฏิบัติผิดๆ โดยบีบโฟมล้างหน้าลงบนฝ่ามือแล้วถูไปมาบนใบหน้าแบบไร้ทิศทาง ซึ่งวิธีนี้จะทําให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้วิธีที่ถูกต้องคือบีบโฟมลงบนฝ่ามือเล็กน้อยแตะน้ำพอให้โฟมละลาย ถูไปมาจนเป็นฟองแล้วนําฟองมาลูบไล้ทั่วใบหน้า โดยใช้ปลายนิ้วนวดวนเป็นวงกลมเบาๆ เน้นย้ำบริเวณร่องจมูกกรอบหน้า และใต้คาง ซึ่งเป็นส่วนที่มักถูกละเลย และก่อให้เกิดการอุดตันตามมา อุ่นเครื่อง อุ่นครีม ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นครีมบํารุงผิว ครีมรองพื้น บีบีครีม และไพรเมอร์ทั้งหมดนี้ต้องวอร์มครีมบนฝ่ามือก่อนทาเพราะอุณหภูมิที่กําลังพอเหมาะจะทําให้เนื้อครีมเหลวลงเล็กน้อย ช่วยให้เกลี่ยง่ายขึ้น ไม่จับตัวเป็นก้อน และซึมลงสู่ผิวได้ดีขึ้นวิธีวอร์มครีมก็แสนง่าย แค่ป้ายครีมลงบนฝ่ามือแล้วถูวนสักครู่ ส่วนครีมรองพื้นและบีบีครีม แนะนําให้ป้ายบนฝ่ามือแล้วใช้ปลายนิ้วนวดวนเบาๆก่อนใช้ อุปกรณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อุปกรณ์แต่งหน้ามีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแปรง พู่กัน พัฟฟ์ และฟองน้ำ ข้อดีคือ งานที่ได้จะมีความละเอียดกว่า ผสมสีได้ ทาเป็นเลเยอร์ได้ เกลี่ยสีเนียนและติดทนนานกว่าที่สําคัญยังซอกซอนไปตามจุดเล็กจุดน้อยได้ดี ผสมสีแบบมือโปร เริ่มจากอายแชโดว์ เทคนิคคือ ใช้แปรงเกลี่ยให้กระจายตัว ดูเรียบเนียนสนิทไปกับเปลือกตาหรือถ้าใช้อายแชโดว์2-3สีเบลนด์แล้วก็จะต้องไม่เห็นรอยต่อระหว่างสี ซึ่งณจุดนี้การใช้ปลายนิ้วเกลี่ยสีจะไม่เป๊ะเท่าการใช้แปรงสําหรับมือใหม่หัดใช้อุปกรณ์ ก่อนอื่นจะต้องเลือกแปรงทาตาให้เหมาะสม จําไว้ว่า แปรงแบนสําหรับระบายสีให้กระจายทั่ว แปรงหัวกลมเมื่อใช้ปลายวนเป็นวงกลมจะช่วยเบลนด์สีให้ดูเนียนขึ้น ส่วนแปรงหัวตัดใช้ลากเส้นชิดขอบตาสรุปแล้วแนะนําให้ซื้อหามาไว้ในครอบครองสักชุดจะช่วยพัฒนาเทคนิคการแต่งหน้าได้อีกเยอะ ว่าด้วยเรื่องผงๆ ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่น เช่น […]

The Beauty Inside

SUDSAPDA Vol.33 No.781 ISSUE: Beauty Issue

Seeds of Beauty

60 ปีแห่งสายความงาม คลาแรงส์ ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากพืชพรรณธรรมชาติ 100% ให้ผู้หญิงทั่วโลกเสมอมา

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา