SāN ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมความอร่อย 3 สัญชาติ

Alternative Textaccount_circle
event

SāN (ซาน) หรือ สาม ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ที่นำเสนอความแปลกใหม่ ผ่านเมนูอาหารที่พิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน มาพร้อมคอนเซ็ปต์อาหารแบบ  ‘New Originals’ นำเมนูอาหารดั้งเดิมมาผสมผสานใหม่ให้โมเดิร์น โดยเชฟรุ่นใหม่ฝีมือดี 3 คน

SāN ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมความอร่อย 3 สัญชาติ

ไทยผสมจีนผสานสไตล์อเมริกัน

SāN เป็นคำที่มาจากภาษาจีนกลาง ซึ่งแปลว่า ‘สาม’ ถูกสื่อออกมาจากการหลอมรวมกันของวัฒนธรรมอาหารของสามชาติทั้ง ไทย จีน และอเมริกัน กลายเป็นเมนูอาหารที่ไม่ธรรมดาจากการร่วมมือของเชฟทั้ง 3 คนของร้าน ได้แก่เชฟ Jacob Bowser ผู้มีประสบการ์ณในการทำอาหารมากกว่า 20 ปี และเคยทำงานในร้านที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์มาแล้วมากมายในประเทศสหรัฐอเมริกา

คนที่ 2  เชฟนิก – กฤษฏา จินตกานนท์ Head Chef ผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง และเรียนรู้วัฒนธรรมของอาหารที่แตกต่างกันของคนทั่วโลก จากการออกเดินทางเพื่อหาประสบการ์ณที่ New York ประเทศสหรัฐอเมริกาจนได้พบกับเชฟ Jacob และได้ร่วมงานกันจนถึงทุกวันนี้ เชฟนิก จึงเป็นเชฟที่มีความคิดสร้างสรรค์ และรังสรรค์เมนูอาหารออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ทุกเมนู โดยใช้กรรมวิธีที่ซับซ้อน เนื่องจากได้เรียนรู้ความหลากหลายในวัฒนธรรมการกิน และการปรุงอาหาร จึงนำมาปรับใช้กับทุก ๆ เมนูที่ร้าน ทำให้เมนูอาหารของร้าน SāN ใน 1 จานนั้นมีความผสมผสานของวัฒนธรรมที่แตกต่าง

และที่ขาดไม่ได้คือเชฟแนน – สุภรา จินตกานนท์ ภรรยาของเชฟนิก ผู้ซึ่งสรรหาและคิดค้นวัตถุดิบในการทำอาหารทุก ๆ เมนูของร้าน เธอคัดเลือกตั้งแต่ที่มาที่ไปรวมถึงกรรมวิธีการเพาะปลูก เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี ย่อมมาจากวัตถุดิบที่ดี ถึงจะเรียกว่าเป็นเมนูอาหารที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ทางร้านยังมีม็อกเทล และค็อกเทลสูตรพิเศษ ที่จับคู่กับเมนูอาหารได้อย่างลงตัว ซึ่งเชฟแนนคิดค้นขึ้นเอง และเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของร้าน SāN ที่ไม่ควรพลาด

ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ SāN คือนำเอา ‘ข้าว’ วัฒนธรรมหลักในการกินอาหารของคนไทย และ ‘เส้น’ ที่ได้อิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน ที่มักใช้เส้นเป็นส่วนประกอบหลักของมื้ออาหาร มาเป็นเมนูหลักของร้าน รวมกับคอนเซ็ปต์ของอาหารแบบ ‘New Originals’ ที่หยิบยกเมนูอาหารเก่าแก่ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น มาปัดฝุ่นใหม่โดยคนรุ่นใหม่  ด้วยกรรมวิธีพิเศษ และแปลกใหม่ในแบบฉบับของทางร้าน จ

SāN จึงรังสรรค์อาหารออกมาแบบผสมผสานทั้งไทย จีน อเมริกา ผสมผสานทั้งเมนูข้าวแบบไทย และเส้นแบบจีน มีอาหารให้เลือกรับประทานทั้งสามมื้อ Breakfast, Lunch และ Dinner เรียกได้ว่าแวะมาฝากท้องกันได้ทั้งวัน  (สั่งได้ตั้งแต่เวลาเวลา 10.00 น. – 17.00 น. และ Dinner เวลา 17.00 น. – 22.00 น.)

การตกแต่งร้านสไตล์คอนเทมโพราลี โทนสีอบอุ่น ใช้สีเขียวในการตกแต่งร้านเพราะต้องการสื่อถึงความเป็นจีนสมัยใหม่ เป็นเฟอร์นิเจอร์แบบร่วมสมัยรวมความโมเดิรน์ของหินอ่อนตะวันตก และหยก ผสมกับความวินเทจของเก้าอี้ไม้สีดำแบบจีน

ภายในร้านยังมี ‘เคาน์เตอร์บาร์’ ที่ในอนาคตจะทำเป็นที่นั่งดริ้งค์ แต่ลูกค้าสามารถมานั่งทานอาหารได้ ใครที่มาคนเดียวไม่ต้องเหงาอีกต่อไป เพราะเราสามารถนั่งทานอาหารไป ดูเชฟทำอาหารไปได้ แบบเพลินๆ

สำหรับมื้อเช้าที่สำคัญ เราแนะนำ Breakfast Set B เมนูอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน ที่เสิร์ฟแพนเค้ก เบคอน น้ำเมเปิ้ล แพนเค้กนุ่มๆ กับเบคอนกรอบๆ มันช่างเข้ากั้น เข้ากัน ยิ่งราดน้ำเมเปิ้ลลงไปด้วยยิ่งได้ความหอมหวานอร่อยครบรสมาก

ต่อด้วยมันฝรั่งทอด กราโนล่าโยเกริต์ และผลไม้นานาชนิด เลือกทานคู่กับซอสบลูเบอร์รี่ หรือเนยขาว เสริฟ์พร้อมเครื่องดื่มให้เราได้จิบชาร้อนยามเช้า และเพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้ ที่เราสามารถเลือกได้ทั้งน้ำฝรั่ง และน้ำสัปปะรดค่ะ

สำหรับเมนู Breakfast นี้ต้องบอกว่าคุ้มแบบสุดๆ เพราะทั้งหมดนี้ราคา 180 บาทเองค่ะ และทางร้านเขามีให้เลือกถึง 5 เซต A-E เลย ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้เลย

Breakfast Set B

 

มื้อกลางวันสำหรับกินเร็วๆ แต่อร่อย และคุณค่าทางอาหารครบ เราสั่ง Duck Dan Dan Noodle เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ก๋วยเตี๋ยวเป็ดโบราณ ที่เสริฟ์พร้อมน้ำซุปตามวัตถุดิบแต่ละวัน เส้นบะหมี่โฮมเมด เส้นกลมเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับกากหมู หมูสับ กวางตุ้ง และกระเทียม แนะนำว่าก่อนทานต้องคลุกเคล้าซอสที่อยู่ก้นชามให้ทั่วก่อน จะได้รสชาติเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศที่ผสมผสานทั้งไทย จีน และซอสเสฉวน

Dan Dan แบบเดิมจะใช้เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ แต่ทางร้านใช้เนื้อเป็ดเพราะจะมีความหวานกว่าเนื้ออื่นๆ สำหรับเมนูนี้เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆ เส้นเยอะเครื่องแน่น ขามเดียวแบ่งกันกินได้ 2 คนได้จุกๆ

Duck Dan Dan Noodle

ใครชอบกินข้าวก็ต้องเมนู San Fried Pork Overice ข้าวหน้าคอหมูทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมผักดองของจีน เนื้อหมูมีความกรอบนอก นุ่มใน เนื้อเคี้ยวแล้วหนึบๆ แบบอร่อยม้าก สามารถเลือกซอสที่ทานคู่กับหมูหลากหลายเลย ทั้งซอสพริกเผา ซอสสลัดงาแบบญี่ปุ่น หรือจะเลือกกินกับซอสพริกแบบฉบับไทยก็ได้ พร้อมซดน้ำซุปเก๋ากี้ร้อนๆ คล่องคอ คือมันดีย์มากกกกก

San Fried Pork Overice

มื้อที่แสนอร่อย มีหลากหลายให้เลือกตามความต้องการ Poached Scallop, Coconut Broth, Salmon Roe หอยเชลล์ที่นำไปตุ๋นในน้ำกะทิ โรยด้วยกากหมูและไข่ปลาแซลมอน รสชาติเปรี้ยว หวานลงตัว หอมกลิ่นสมุนไพรทั้งข่า ใบมะกรูด ถือเป็นจานที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว สีสันที่ตัดกันของวัตถุดิบทำให้สวยงาม จนอดที่จะถ่ายรูปไปอวดเพื่อนไม่ได้เลยจริงๆ

SāN
Poached Scallop, Coconut Broth, Salmon Roe

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน Pineapple Smore, Graham Cake, Toasted Marshmello  เมนูน้องใหม่จากทางร้าน เนื้อเค้กนุ่มๆ กินคู่กับสัปปะรดหอมๆ กับมารช์เมลโลเหนียวนุ่ม ที่โรยผงชินนามอนและแครกเกอร์ มันลงตัวมากค กินแล้วต้องกินหวาน ครบสูตรความอร่อยสุดๆ อ้อ… สั่งช็อคโกแลคเย็น หรือชาเย็นมากินคู่กัน คือฟินแลนด์กับความหวานที่ลงตัวมาก

 

SāN
Pineapple Smore, Graham Cake, Toasted Marshmello

ร้าน SAN เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

Location: 78/5 ซอยสุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

Tel: 062-9092404, 097-0298703

Tex: ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา Photo: TOR 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Stay with Nimman สเตย์ที่นี่ไม่มีผิดหวัง

เกียวโต โยชิโนะ ร้านอาหารของผู้ชายอบอุ่น จากความตั้งใจ ของ อู๋-ธนากร

 

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up