แจกไอเดียตะลุยภูเก็ต ดื่มด่ำศิลปวัฒนธรรม สัมผัสเสน่ห์ทะเลใต้ ลิ้มรสอาหารไทยอร่อยเลิศ

account_circle
event

เชื่อว่าการไปเที่ยวทะเลคงเป็นกิจกรรมฮีลใจที่ดีสำหรับใครหลายๆ คน และภูเก็ตเองก็คงเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แต่วันนี้สุดสัปดาห์จะพาทุกคนไปลัดเลาะรอบเกาะภูเก็ตให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจและจุดหมายปลายทางของสายกินอีกด้วย รับรองว่าได้สัมผัสเสน่ห์ของไข่มุกอันดามันครบทุกแง่มุมทั้งที่เที่ยว ที่กินแน่นอน

3 ที่เที่ยวดื่มด่ำศิลปวัฒนธรรมภูเก็ต

วัดพระทอง หรือวัดพระผุด

พระผุด พระพุทธรูปที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินครึ่งองค์

งานนี้เราได้เดินทางไปกับ KTC ที่ใจดีจัดทริปตะลอนทัวร์ทั่วภูเก็ตแบบเต็มๆ ถึง 3 วัน 2 คืน ทันทีที่มาถึงภูเก็ต ทาง KTC ก็พาพวกเราไปทำบุญกันที่วัดพระทอง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัดพระผุด นั่งรถจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตประมาณ 20 นาทีก็มาถึงที่วัดเลย ที่นี่จึงเหมาะเป็นจุดแวะพักจุดแรกในทริป

วัดพระผุดเป็นวัดชื่อดังของภูเก็ต มีไฮไลต์เป็นพระพุทธรูปที่โผล่จากพื้นดินแค่ช่วงอก ตำนานเกี่ยวกับวัดนี้กล่าวไว้ว่า แต่เดิมบริเวณนี้เป็นทุ่งนา มีเด็กชายคนหนึ่งนำกระบือไปผูกไว้กับไม้แก่นที่อยู่ใต้โคลนตม แต่เมื่อกลับบ้าน เด็กชายกลับล้มป่วยและจากไป กระบือที่ผูกไว้ก็ล้มตายไปเช่นกัน ตกกลางคืนเด็กชายจึงมาเข้าฝันผู้เป็นพ่อว่าไม้แก่นที่ตนนำกระบือไปผูกไว้ แท้จริงแล้วเป็นพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปทองคำที่จมอยู่ใต้ดิน เช้าวันต่อมา พ่อและชาวบ้านจึงไปขุดดู แล้วพบว่าข้างใต้เป็นพระพุทธรูปจริงๆ เมื่อพยายามจะขุดเอาพระพุทธรูปทั้งองค์ขึ้นมา กลับมีฝูงต่อ ฝูงแตนมารุมต่อยผู้ขุด จนไม่สามารถขุดต่อไปได้ ทำให้พระพุทธรูปผุดขึ้นมาเพียงครึ่งองค์เท่านั้น เจ้าเมืองจึงสั่งให้จัดสถานที่เพื่อกราบไหว้บูชาแทน แล้วค่อยสร้างวัดขึ้นมาครอบพระพุทธรูปไว้ กลายเป็นที่มาของวัดพระผุดนั่นเอง

นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ตโบราณอีกด้วย วัดขนาดไม่ใหญ่มาก บรรยากาศสงบร่มรื่น ถ้าใครมาเที่ยวภูเก็ต อย่าลืมแวะมาไหว้พระที่นี่กันนะคะ

เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.

ที่ตั้ง : ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง https://maps.app.goo.gl/FxZnM8yZ39vKbEmR7

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

ลัดเลาะรอบซอยรมณีย์ อดีตซอยแห่งสถานเริงรมย์

อีกหนึ่งย่านสุดไอคอนิกที่ใครมาภูเก็ตห้ามพลาด กับย่านเมืองเก่าภูเก็ตซึ่งครอบคลุมบริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนพังงา ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ และซอยรมณีย์ ตึกรามบ้านช่องในย่านนี้เป็นอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ผสานศิลปะแบบเอเชียและยุโรปไว้อย่างมีเสน่ห์ สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของเกาะภูเก็ตซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองท่าและแหล่งแร่ดีบุกที่สำคัญ ทำให้มีพ่อค้าจากยุโรปและพ่อค้าชาวจีนโพ้นทะเลมาเยี่ยมเยือนเสมอ ภูเก็ตจึงกลายเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมจากสองมุมโลก และเกิดเป็นชุมชนที่มีเอกลักษณ์ขึ้นมา

สถาปัตยกรรมของที่นี่จะมีลักษณะเฉพาะคือตัวอาคารมีสีสันสดใส ความสูงประมาณ 2-3 ชั้น หน้าแคบแต่ลึก ตามกรอบประตูหน้าต่างมีลวดลายฉลุสวยงาม บริเวณที่เราจะพาทุกคนไปเดินเที่ยวในวันนี้เป็นซอยรมณีย์ ซอยที่เชื่อมถนนถลางกับถนนดีบุก อีกหนึ่งพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ เพราะในอดีตซอยรมณีย์คือซอยแห่งสถานเริงรมย์ แต่ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ๆ มากมาย ใครมาเยือนภูเก็ตอย่าพลาดที่จะแวะดื่มด่ำบรรยากาศคลาสสิคเหนือกาลเวลาของย่านเมืองเก่าภูเก็ตกันนะคะ

ที่ตั้ง : ซอยรมณีย์ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต https://maps.app.goo.gl/QofZtk3frNXNYhEM6

บ้านอาจ้อ

บ้านอาจ้อ หรือบ้านอาจ้อมิวเซียมในบรรยากาศตอนกลางคืน

บ้านอาจ้อ หรือบ้านอาจ้อมิวเซียม เป็นบ้านสามชั้นสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “บ้านอังม้อหลาว” อังม้อ แปลว่า ผมแดง หรือที่เราอาจจะเคยได้ยินกันว่า ฝรั่งอังม้อ เป็นคำที่ใช้เรียกชาวตะวันตก ส่วนหลาว แปลว่า บ้าน คำว่า อังม้อหลาว จึงแปลรวมๆ ได้ว่า บ้านฝรั่ง ส่วนคำว่า อาจ้อ เป็นคำเรียกคุณทวดของชาวภูเก็ตเชื้อสายฮกเกี้ยน บ้านหลังนี้เป็นบ้านของอาจ้อ ชาวจีนผู้เป็นคหบดีเหมืองแร่และต้นตระกูลหงษ์หยก สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2479 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองไม่นาน ครั้งหนึ่งเคยถูกปิดไว้นานถึง 37 ปี ก่อนที่ทายาทรุ่นที่ 4 จะกลับมารีโนเวทให้เป็นพิพิธภัณฑ์และโฮมสเตย์ รวมถึงเพิ่มเติมร้านอาหารในบริเวณบ้านอีกด้วย บอกเลยว่าอาหารที่ร้านก็น่าสนใจไม่แพ้ตัวบ้านเลยค่ะ แต่เราต้องขออุบไว้เล่าในพาร์ทแนะนำร้านอาหารนะคะ

เราไปถึงบ้านอาจ้อในเวลาค่ำ ทำให้บรรยากาศกับภาพที่ได้แตกต่างกับตอนกลางวันพอสมควรและยังได้รับเกียรติจากคุณจุ๋ม – อรสา โตสว่าง ดีไซเนอร์ผู้ชุบชีวิตบ้านหลังนี้เป็นคนพาชมแต่ละส่วนด้วยตนเอง คุณจุ๋มกล่าวว่า ถ้ามองจากด้านนอก จะเห็นเหมือนบ้านมีแขนสั้นๆ สองแขน ลักษณะเหมือนค้างคาวที่กำลังบิน คนจีนเชื่อว่าที่ไหนมีค้างคาว ที่นั่นมีความอุดมสมบูรณ์ จึงนำค้างคาวมาใช้เป็นสัญญะในการสร้างบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นบ้านอังม้อหลาวสำหรับตากอากาศ ตัวบ้านจึงไม่ได้ใหญ่โตเท่าบ้านอังม้อหลาวสำหรับอยู่ถาวร แต่ละห้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด และซ่อมกิมมิคไว้ให้ผู้มาเยือนได้คอยสังเกต อย่างเช่นทันทีที่เราเข้ามาในบ้าน จะเห็นภาพวาดดอกโบตั๋นขนาดยักษ์บนกำแพงกลางบ้านที่ถูกวาดเพิ่มเติมเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของบ้านอาจ้อ สังเกตได้ว่าตรงกลางดอกโบตั๋นจะเหมือนผู้หญิงเกล้าผมมวยสื่อถึงอาจ้อผู้หญิง ศูนย์กลางของบ้าน และถูกล้อมรอบด้วยกลีบอีก 9 กลีบเป็นตัวแทนลูกๆ ทั้ง 9 คนของอาจ้อ

ดอกโบตั๋น สัญลักษณ์ของบ้านอาจ้อ

บริเวณพื้นของชั้นล่างจะมีกระเบื้องลายดอกไม้ตีเป็นอาณาเขตสี่เหลี่ยมเอาไว้ตรงโถงกลาง ใช้เป็นขอบเขตเพื่อวัดความสนิทชิดเชื้อระหว่างเจ้าบ้านกับแขก หากแขกที่มาไม่ได้สนิทกับเจ้าบ้าน ก็จะยืนอยู่แค่บริเวณห้องโถง ไม่ก้าวข้ามกระเบื้องลายดอกไม้เข้าไปในห้องต่างๆ ถ้าสนิทมากขึ้นจะเดินข้ามเข้าไปหลังกระเบื้องดอกไม้ได้ และถ้าสนิทมากที่สุด จะสามารถเข้าไปในครัวได้ เพราะเมื่อเข้าไปในครัว คุณจะเจอผู้หญิงทุกคนในบ้าน เนื่องจากสมัยก่อนมีการคลุมถุงชน ครอบครัวจึงไม่ต้องการให้ผู้หญิงในบ้านพบปะกับชายอื่นที่ไม่รู้จักหรือไม่สนิท ป้องกันไม่ให้การคลุมถุงชนล่มหรือผิดพลาด ดังนั้นหากคุณเข้าไปในครัวได้ แปลว่าคุณต้องสนิทกับเจ้าบ้านมากจนเขาไว้ใจให้เจอผู้หญิงในบ้านนั่นเอง

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งคือภายในบ้านมีการจัดแสดงสินค้านำเข้าของยุคก่อน เช่น น้ำหอม หวี พัด กระจก ซึ่งบางชิ้นพิเศษสุดๆ แค่ในภูเก็ตเท่านั้นและหาในกรุงเทพยุคนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ นอกจากนี้เรายังแอบเห็นรูปแต่งงานของปอย ตรีชฎาในชุดพื้นเมืองภูเก็ตกับคุณโอ๊ค – บรรลุ หงษ์หยก ทายาทบ้านอาจ้ออยู่ที่ชั้นแรกด้วยค่ะ

(ซ้าย) สินค้านำเข้ามาในภูเก็ตในยุคก่อน, (ขวา) รูปแต่งงานปอย ตรีชฎากับคุณโอ๊ค-บรรลุ หงษ์หยก

ชั้นสองของบ้านมีห้องที่ถูกตกแต่งเป็นห้องหอ มีเตียงที่ใช้ในการส่งตัวบ่าวสาวและชุดเสื้อผ้าจัดแสดงไว้ครบครัน ส่วนชั้นสามจะเป็นห้องพระที่จัดแสดงเครื่องดนตรีและไม้เท้าของอากง หรือคุณณรงค์ หงษ์หยก ซึ่งเคยเป็นนักดนตรีในวงดนตรีแจ๊ส (ใครที่อยากสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตภูเก็ตดั้งเดิมแบบใกล้ชิด บ้านอาจ้อมีห้องพัก 1 ห้องปล่อยเช่าสำหรับแขกสองคน พร้อมอาหารสามมื้อและเครื่องดื่ม ใครสนใจลองติดต่อไปตามช่องทางที่ให้ไว้ในเว็บไซต์ได้ค่ะ)

อีกกิมมิคนึงที่สังเกตได้รอบๆ บ้านคือเราจะเห็นภาพที่ติดบนฝาผนังบางภาพเป็นภาพวาดฝีมือของเด็ก เพราะนอกจากจะทำพิพิธภัณฑ์ โฮมสเตย์ และร้านอาหารแล้ว ยังมีมูลนิธิบ้านอาจ้อเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ด้วย ที่นี่เป็นบ้านไม่แสวงหาผลกำไร ผู้เยี่ยมชมสามารถใส่เงินบริจาคที่กล่องหน้าบ้านได้ แล้วทางบ้านอาจ้อจะนำเงินไปช่วยเหลือเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านไม้ขาว และถ้ามาพักที่บ้านอาจ้อ หรือไปกินอาหารที่ร้านของบ้านอาจ้อทั้งสองร้าน รายได้ส่วนหนึ่งก็จะนำไปช่วยเหลือเด็กๆ เช่นกัน

เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

ที่ตั้ง : 102 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง https://maps.app.goo.gl/52ciFFrjv3PuheZg9

Website : http://baanarjor.com

สัมผัสเสน่ห์ทะเลใต้

หมู่เกาะพีพี (เกาะพีพีเล และเกาะพีพีดอน)

(ซ้าย) อ่าวมาหยา เกาะพีพีเล, (ขวา) เกาะพีพีดอน

เกาะพีพีเลและเกาะพีพีดอนเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยทั้งสองเกาะเป็นเกาะใหญ่ของหมู่เกาะพีพี ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่ไกล ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง เกาะพีพีเลมีจุดเด่นคือความสวยงามของธรรมชาติ ไม่มีที่พัก ไม่มีร้านอาหาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากห้องน้ำกับร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ นักท่องเที่ยวจึงต้องมาเที่ยวแบบไปกลับภายในวันเดียว เน้นเดินเที่ยวเก็บบรรยากาศและถ่ายรูปเพราะมีการควบคุมไม่ให้ลงเล่นน้ำ แต่แค่ได้เห็นความสวยงามของหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสก็ทำให้การเดินทางคุ้มค่าแล้ว โดยเฉพาะบริเวณอ่าวมาหยา ไฮไลต์ของเกาะพีพีเลที่ใครๆ ก็ต้องแวะถ่ายรูป และเดินเตะคลื่นกัน

เรือของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกเกาะพีพีเล

ส่วนเกาะพีพีดอนเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีบรรยากาศต่างจากเกาะพีพีเลพอสมควร เพราะเกาะพีพีดอนมีที่พัก ร้านค้า ธนาคาร ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ต่างจากในเมืองเลย

หมายเหตุ – การเข้าบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์-หมู่เกาะพีพี มีอัตราค่าบริการสำหรับชาวไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท / เกาะพีพีเลมีกำหนดปิดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปีเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวและเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวเพราะเป็นช่วงมรสุม

บรรยากาศของร้านค้า ร้านอาหารบนเกาะพีพีดอน

ที่ตั้ง : เกาะพีพีเล https://maps.app.goo.gl/4Se8ShqgNEyJDBXSA

เกาะพีพีดอน https://maps.app.goo.gl/joxtiSzqbL3c9wwr5

Website : dnp.go.th

เกาะไม้ท่อน

เกาะไม้ท่อน

เกาะไม้ท่อนมีลักษณะยาวเหมือนไม้ท่อน อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่กี่นาที เกาะไม้ท่อนเป็นเกาะส่วนตัวจึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปน้อย และจะเดินทางแบบไปกลับภายในวันเดียว ทำให้เกาะไม้ท่อนยังคงรักษาธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้เป็นอย่างดี คุณสามารถมองเห็นเหล่าปลาและแนวปะการังได้เพราะน้ำทะเลรอบเกาะใสมาก เกาะไม้ท่อนจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับกิจกรรมดำน้ำเป็นอย่างมาก

ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/EUPr5CGkAYpCwbV16

4 ร้านอาหารไทยอร่อยล้ำในภูเก็ต

ร้านโกปี๊ เดอ ภูเก็ต

(จากซ้าย) ปลาตาเดียวทอดกระเทียม, น้ำชุบหยำกุ้งสด, ชา, ออเดิร์ฟภูเก็ต ประกอบด้วย ขนมจีบกุ้ง เต้ากั้วจี่ ลูกชิ้นปลาภูเก็ต ทอดมันปลาภูเก็ต

ร้านโกปี๊ เดอ ภูเก็ต เป็นร้านอาหารกลางเมืองที่อยู่คู่ชาวภูเก็ตมานาน บรรยากาศร้านอบอุ่น อาหารอร่อย ราคาสมเหตุสมผล เสิร์ฟทั้งอาหารภูเก็ตแท้ๆ ขนม ของหวานดังอย่างโอ้เอ๋ว หรือเครื่องดื่มประจำท้องถิ่นก็มีครบครัน

เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : 61 ถนนภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต https://maps.app.goo.gl/sgRk57ttHKAchXWB8

Website : kopidephuket.com

ร้านโต๊ะแดง และร้านหว่ออ้ายหนี่ บ้านอาจ้อ

(ซ้าย) ร้านโต๊ะแดง, (ขวา) ร้านหว่ออ้ายหนี่

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คห้ามพลาดของเกาะภูเก็ต เพราะที่นี่เป็นมากกว่าร้านอาหาร อย่างที่ได้กล่าวไปในพาร์ทแรกว่าบ้านอาจ้อมิวเซียมมีการเปิดร้านอาหารในบริเวณบ้านเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือเด็กๆ ซึ่งร้านโต๊ะแดงและร้านหว่ออ้ายหนี่คือร้านที่ว่านั้น การันตีความอร่อยด้วยรางวัลบิบกูมองด์ จากมิชลินสามปีซ้อน

ร้านโต๊ะแดงจะเป็นร้านที่ติดกับตัวบ้านอาจ้อ เดิมเป็นห้องอาหารของบ้าน มีโต๊ะสีแดงสดใสรอต้อนรับ ส่วนร้านหว่ออ้ายหนี่อยู่ห่างจากตัวบ้านกับร้านโต๊ะแดงไม่กี่เมตร เหมาะกับการรับแขกกลุ่มใหญ่ที่มาสัมมนาหรือปาร์ตี้ วัตถุดิบที่ใช้ภายในร้านเป็นของที่มาจากชุมชนทั้งสิ้น เพื่อกระจายรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน

อาหารที่เสิร์ฟในทั้งสองร้านจะเป็นเมนูอาหารท้องถิ่น เช่น หมี่กรอบภูเก็ต ผัดผักลิ้นห่าน ผักชื่อแปลกที่พบได้ตามชายฝั่งทะเลโดยเฉพาะบนเกาะภูเก็ต เรียกได้ว่าใครอยากลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่มีรางวัลการันตีต้องมาร้านนี้เลย

(ขวา) หมี่กรอบภูเก็ต, (ซ้าย) ผัดผักลิ้นห่าน

เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

ที่ตั้ง : 102 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง https://maps.app.goo.gl/52ciFFrjv3PuheZg9

Website : http://baanarjor.com

ร้าน Crunchy by Patcharee เกาะพีพีดอน

(ซ้าย) ชาไทยรสเข้มข้นแต่ก็หวานกำลังดี, (ขวา) เฟตตูชินี่ซอสเพตโตหอยเชลล์กับขนมปังกระเทียม

ร้าน Crunchy by Patcharee ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่สุดน่ารักบนเกาะพีพีดอน ภายในร้านตกแต่งได้น่ารักสดใส ผนังเต็มไปด้วยภาพวาดเก๋ๆ ชวนให้ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป โซนที่นั่งมีหลายแบบให้จับจอง เมนูอาหารเองก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ขนม เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ไปจนถึงอาหารคาวทั้งไทยและเทศ

ที่ตั้ง : บนเกาะพีพีดอน ร้านตั้งอยู่ตรงข้าม 7-Eleven https://maps.app.goo.gl/J3wXXFfjeBGrpWFC8

Tel. : 0928969355

ร้าน House of Tin Baron

ร้าน House of Tin Baron

เราขอปิดท้ายด้วยร้าน House of Tin Baron ร้านอาหารใต้ในคฤหาสน์อายุ 100 ปี แรกเริ่มเดิมทีคฤหาสน์นี้เป็นสโมสรของนายหัวชาวจีนที่มาทำธุรกิจเหมืองแร่ในภูเก็ต เมื่อกาลเวลาผ่านไปคฤหาสน์สไตล์ผสมผสานศิลปะเอเชียกับตะวันตกก็ถูกรีโนเวทให้กลายเป็นร้านอาหารและบาร์เพื่อมอบประสบการณ์สุดพรีเมียมให้กับลูกค้าที่มาเยือน

นอกจากบรรยากาศภายในร้านที่สวยงามอลังการแล้ว อาหารก็อร่อยน่าประทับใจไม่แพ้กัน เพราะที่นี่เสิร์ฟอาหารใต้แท้ๆ วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น และเมนูพิเศษอีกหลายเมนูที่รังสรรค์เฉพาะร้านทินบารอนเท่านั้น

(จากซ้าย) ใบเหลียงผัดไข่, ปลาทรายทอดขมิ้น, แกงกะทิเนื้อปู เส้นหมี่, โอ้เอ๋ว

เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 23.00 น.

ที่ตั้ง : 18 ถนนสตูล ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต https://maps.app.goo.gl/4g16EUecKW89uprXA

Website : http://tinbaron.com

ขอขอบคุณ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้

ขอขอบคุณ ข้อมูลบางส่วนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, โกปี๊ เดอ ภูเก็ต, บ้านอาจ้อ, House of Tin Baron

Text : Nattakarn Saekhoo

อ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติม

6 จุดเช็กอินย่านปทุมวัน เอาใจสายอาร์ต-สายถ่ายรูป

ชวนรู้จักนอร์วีเจียนซาบะ พร้อมแจกสูตรอาหารไทยจากเชฟจิ๊บ Hell’s Kitchen Thailand

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up