6 วิธี กำจัดสิวเสี้ยนที่จมูก ให้กลับมาเนียนใส ไม่มีสะดุด

สาวๆ เคยได้ยินคำว่า จมูกสตรอว์เบอร์รี่ กันไหมคะ ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือจมูกที่มี สิวเสี้ยน และสิวหัวดำขึ้นเยอะๆ จนเหมือนผิวสตรอว์เบอร์รี่นนั่นเอง (แหม ช่างคิดกันได้เนอะ) ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับสาวๆ ที่ผิวหน้ามัน จึงทำให้มีการสะสมของสิ่งสกปรก และไปอุดตันบริเวณรูขุมขนได้ง่าย แต่ไม่ต้องกังวัลไปค่ะ เพราะวันนี้สุดฯ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะกำจัดเจ้าสิวเสี้ยนตัวร้ายนี้ ให้จมูกของสาวๆ กลับมาเนียนใสอีกครั้ง

6 เคล็ดลับกำจัด สิวเสี้ยน ให้จมูกกลับมาเนียนใส

 

วิธีแรก ตัวช่วยชั้นดีที่จะหยุดปัญหาสิวเสี้ยนกวนใจคือ แผ่นลอกสิวเสี้ยน ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปใกล้บ้านเลย โดยการนำแผ่นลอกสิวเสี้ยนมาแปะบริเวณจมูกทิ้งไว้สักพัก พอเริ่มแข็งตัว ก็ลอกออก ขั้นตอนนี้แหละ ที่สะใจยิ่งนัก ^^ เพียงเท่านี้สิวเสี้ยนก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

 

 

วิธีที่ 2 การสครับอย่างเบามือบริเวณจมูกเป็นประจำขณะล้างหน้า สามารถช่วยให้สิวเสี้ยนลดจำนวนลงได้ โดยเลือกครีมสครับที่มีเม็ดละเอียด ไม่บาดหน้า และควรสครับอย่างเบามือที่สุด โดยการวนเบาๆ บริเวณจมูก และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ที่สำคัญควรสครับขณะที่ผิวหน้าเปียกน้ำอยู่ วิธีนี้เหมาะกับคนผิวบางที่ไม่สามารถทนการลอกสิวเสียนในแบบแรกได้จ้า

 

วิธีที่ 3 อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเปิดรูขุมขน ให้ได้รับการทำความสะอาดได้อย่างดี เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปตกค้าง จนเกิดสิวเสี้ยนขึ้น คือ การอบไอน้ำ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วยการต้มน้ำในภาชนะที่สะอาด รอจนน้ำเดือดได้ที่ จากนั้นก็ทำการปิดแก๊ส แล้วเอาหน้าไปอังบริเวณที่มีไอน้ำลอยขึ้นมา หลังจากนั้นก็ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นสะอาดเพื่อเป็นการปิดรูขุมขน หรือถ้าไม่อยากยุ่งยาก ปัจจุบันก็มีเครื่องพ่นไอน้ำสำหรับบำรุงผิวหน้าออกมาวางจำหน่ายด้วย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเปิดรูขุมขน และทำให้เราสามารถทำความสะอาด ชำระสิ่งสกปรกให้ออกจากผิวหน้าได้ดีขึ้น

 

วิธีที่ 4 สูตรภูมิปัญญาชาวบ้านแบบง่ายๆ ที่สาวๆ ทำเองได้อย่างการใช้น้ำผึ้งมานวดคลึง ๆ ที่บริเวณจมูก จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถ้าทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 3 – 4 ครั้ง จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หายไป และช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย เพราะในน้ำผึ้งนั้น มีสารช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ซึ่งจะทำให้รูขุนขนของสาวๆ กระชับขึ้นนั่นเอง

 

 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA (ยาละลายสิวเสี้ยน) ที่จะช่วยทำให้ไขมันอ่อนตัวลง ทำให้เราสามารถเอาสิวเสี้ยนออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ส่วนผสมจำพวกนี้ก็แอบแรง อาจทำให้เกิดอาการผิวหน้าลอกได้ เพราะฉะนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเปอร์เซ็นของ AHA และ BHA ที่น้อยๆ ไว้ก่อน หรือใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ที่สำคัญควรทามอยส์เจอไรเซอร์ เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าโดยเฉพาะบริเวณที่ทา AHA และ BHA ด้วยนะ

 

วิธีสุดท้าย เป็นวิธีที่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าสามารถทำได้ด้วยอย่างการ เลเซอร์สิวเสี้ยน  ซึ่งสามารถกำจัดสิวเสี้ยนได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในครั้งเดียว และเมื่อทำติดต่อกันหลายๆ ครั้ง จะสามารถกำจัดสิวเสี้ยนได้เกือบหมด แต่ก็อาจจะมีข้อเสียนิดหน่อยคือ หลังการทำอาจมีรอยแดงบริเวณที่เลเซอร์ ซึ่งจะหายไปเองประมาณ 2-3 วัน และมีค่าบริการที่ค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าสาวๆ ไม่รีบร้อน ก็สามารถค่อยๆ รักษาไปตามวิธีอื่นๆ ที่กล่าวไว้ด้านบนได้ค่ะ

 

ภาพ : pinterest

Text : mewyeahh

 

อ่านเรื่องอื่นๆ ได้ที่

ผิวเบิร์นกู้ได้! 10 เจลว่านหางจระเข้ ชุ่มชื้น อ่อนโยน

7 วิธี แก้อาการ ‘ รักแร้เปียก ’ หน้าร้อนนี้ไม่มีอายชัวร์!

5 Tips กู้ผิวหมองให้ดูใสทันใจ ทำง่าย ประหยัด ปลอดภัย

เคล็ดลับความสวย ซองเฮเคียว ทำไมผิวสวย หน้าเด็กตลอดกาล?

มาส์กหน้า It’s skin ผิวเด้งแบบสาวเกาหลีได้ใน 3 นาที

 

 

 

 

 

อัพเดทข่าวเม้าท์ไทยเทศทุกวงการ & คลิปฮา ดารามาเต็ม ...คลิกติดตามที่
keyboard_arrow_up