วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล ceo ที่เปลี่ยนฝันธรรมดา ให้กลายเป็นฝันใหม่ – ดีต่อใจ ยิ่งใหญ่กับคนรอบข้าง   

Alternative Textaccount_circle
event

กว่าจะมีวันนี้   คุณท็อป – วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล CEO “ EXP Entertainment ” และ Wongsapat Group เจ้าของแบรนด์อาหารเสริม Nyce ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างแน่น จนทำให้เป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไป!  

จากคอนโดสักห้อง รถสปอร์ตสักคันที่เคยใฝ่ฝันว่าชีวิตนี้ต้องมีให้ได้  กลายเป็นฝันใหม่ที่ทั้งดีต่อใจ และกับคนรอบข้าง  พร้อมแจกประสบการณ์ แง่คิด ที่อ่านแล้วหยิบมาเตือนตัวเองได้แบบที่ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง หรือเจ็บเองไปทุกเรื่อง

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

เรียนมายังไง ไม่ใช่ต้องเป็นแบบนั้น 

“ผมเรียนจบนิเทศนศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่พอจบมาก็อยากทำงานสายการตลาดมากกว่า เพราะระหว่างที่เรียนจะชอบอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ เคยลองขายของแบบ Dropship (เป็นตัวกลาง ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ ในการขายสินค้าออนไลน์โดยไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้ามาสต็อคไว้ก่อน) ทำกราฟฟิคเอง ทำเว็บไซต์เอง เรียกว่ารู้ในทุกกระบวนการขายสินค้าออนไลน์

“พอเรียนจบก็มองหาธุรกิจทำ เริ่มจากการเป็นนักการตลาดออนไลน์ ชวนเพื่อนๆ มาทดลองทำอะไรด้วยกันหลายอย่างมาก ถ้าให้พูดตรงๆ ตอนนั้นก็คือรอดบ้างเจ๊งบ้าง” (ยิ้ม) 

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

กล้าคิด กล้าทำ – กล้าได้กล้าเสีย

“จริงๆ ตอนเรียนจบ ผมก็เริ่มมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งแล้วนะครับ ก็เริ่มสนใจลงทุนในหุ้นแบบเทรดออปชั่นต่างประเทศ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็จะสูงกว่าการซื้อหุ้นแบบธรรมดา คือตอนนั้นผมยังอายุน้อย ก็ชอบอะไรที่หวือหวาหน่อย ยอมรับความเสี่ยงได้สูง 

“เล่าด้านบวกก่อนว่า ผมเคยทำผลตอบแทนได้สูงสุดเป็นหลักพันเปอร์เซ็นต์ ลงทุนไปสามแสน เงินกลับมาเป็นหลักล้าน แต่จุดที่เสียที่สุดมันก็มีนะครับ เคยติดลบสามสิบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างรุนแรง แต่ก็ต้องบอกว่ายังเป็นจุดที่เรายอมรับมันได้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่เราก็ศึกษามาแล้วว่าตัวเองรับได้แค่ไหน

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

“ส่วนงานอีกด้านนึงก็คือ ยุคนั้นเป็นยุคที่เค้าเริ่มทำเพจกัน คือถ้ายุคนี้จะเรียกว่าอินฟลูเอ็นเซอร์ ทุกคนจะมีพื้นที่โปรโมทตัวเอง ตอนนั้นผมเอง ได้ทำเพจเกี่ยวกับดนตรีแนวเพลง EDM เพราะด้วยไลฟ์สไตล์แล้วชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้ว พอทำไปทำมาก็มีอยู่คอนเท้นต์นึงที่เป็นไวรัล จากนั้นก็มีสปอนเซอร์เข้า จากที่เป็นงานอดิเรกทำเล่นๆ ก็เลยกลายเป็นธุรกิจหลักของเราไปเลย 

“ซึ่งจะว่าไปถ้าพูดถึงเรื่องเงิน งานนี้ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้ผมรวยเลย แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเข้ามาแล้วผลตอบรับดี การได้เห็นความสำเร็จมาเร็วขนาดนั้นผมก็ดีใจแล้ว

รีวิวบทเรียน กล้าได้กล้าเสีย 101

“เป็นคนคิดเร็วทำเร็ว กล้าคิดกล้าทำ แล้วก็กล้าได้กล้าเสียด้วย ประสบการณ์ครั้งนึงที่จำไม่ลืมเลยคือ มีคนมาชวนไปลงทุน โดยเราแค่ลงเงิน ส่วนเค้าจะไปบริหารเงินต่อเอง ด้วยการไปเทรดจากโปรดักต์ต่างๆ มีการเปิดพอร์ตโชว์นิดหน่อย ให้เห็นว่าเคยทำกำไรได้ขนาดนี้ๆ นะ มาร่วมลงทุนด้วยกันมั้ย เดี๋ยวได้กำไรแล้วมาแบ่งกัน มีการการันตีผลตอบแทนให้ผมที่ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เท่ากับว่าลงทุนล้านนึง ผมจะได้กำไรเดือนละห้าหมื่นแล้วนะ ก็เลยกระโดดลงไปเลย โดยที่ไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อน ซึ่งก็ถือเป็นความผิดพลาดของเรา 

“แถมพลาดคนเดียวไม่พอ เพราะเมื่อเห็นเงินที่ได้มาง่ายในช่วงแรกๆ ก็มีการไปชวนเพื่อน ชวนญาติพี่น้อง มาร่วมลงทุนด้วย พอสักพักนึงเริ่มละ มีติดขัด มีเหตุผลต่างๆ นาๆ มาอธิบายปัญหาโน่นนี่ จนในที่สุดก็เสียเงิน เสียมิตรภาพ ทะเลาะกับญาติพี่น้อง แต่มันก็กลับทำให้ผมกลายเป็นคนแอคทีฟขึ้น กระตุ้นให้ผมต้องหาอย่างอื่นทำให้มีรายได้กลับมาคัฟเวอร์ในสิ่งที่เราสูญเสียไป” 

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

เป้าหมายใหม่ ทำธุรกิจที่ช่วยเหลือคนได้ 

“พอช่วงอายุประมาณ 37 ผมก็เริ่มตั้งตัวได้ เริ่มมีเงินเก็บ เริ่มเป็นที่รู้จักบ้าง ก็พอจะเรียกว่าเริ่ม Success ละ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนมาขอความช่วยเหลือ มาขอยืมเงิน มาถามว่ามีอะไรให้ทำบ้างรึเปล่า แล้วช่วงนั้นคือช่วงเริ่มโควิดเลย คนก็ไม่มีงานทำกันเยอะมาก

“ก็เลยจุดประกายให้ผมอยากทำธุรกิจอะไรสักธุรกิจนึง ที่ช่วยเหลือคนได้ เพราะการให้ยืมเงิน สุดท้ายก็คือจบแค่นั้น ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ผมเชื่อว่าคนที่กำลังเดือดร้อนเค้าต้องการรายได้ ต้องการงานเพื่อให้เค้ายืนได้ด้วยตัวเองมากกว่า เลยมองว่าธุรกิจอาหารเสริมตอบโจทย์มาก 

“ถามว่าทำไมต้องเป็นอาหารเสริม เพราะมองว่าตลาดนี้ใหญ่มาก ถ้าลองเอาตัวผมเองเป็นที่ตั้ง ก็คือที่บ้านนี่อาหารเสริมเยอะมาก ตอนเรียนผมก็กิน โตมาผมก็กิน คนรอบตัวผมก็กินกันหมด ฉะนั้นถ้าตลาดมันมีดีมานด์ขนาดนี้ ผมก็ตัดสินใจเลือกทางนี้แล้วกัน เพราะอยากน้อยเมื่อเปิดธุรกิจนี้ขึ้นมา ตัวแทนที่มาร่วมงานด้วย เค้าก็สามารถนำไปต่อยอด ไปทำกำไรได้เพิ่มขึ้นอีก  

“ซึ่งก่อนจะเริ่มทำ ผมศึกษาหาข้อมูลเยอะมาก มีการทำรีเสิร์ชทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และการตลาดอยู่ 6 เดือนจนได้ข้อสรุปว่าจะทำคอลลาเจน ซึ่งจริงๆ มีโปรดักต์แบบนี้อยู่ในตลาดเยอะมากแล้ว แต่ผมมองว่า สุดท้ายคนเราจะมีผิวที่ดูดี จะมีสุขภาพที่ดี มันเริ่มจาก Back to Basic ก็คือการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ ถ้าเรานอนหลับพักผ่อนเพียงพอ กินอาหารถูก สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย  ก็เลยตัดสินใจทำเป็นคอลลาเจนสูตรกินก่อนนอนขึ้นมา

รีวิวซีอีโอ

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล คือบอสแบบไหน

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

“ผู้ประกอบการคนอื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่ผมจะเข้าออฟฟิศจันทร์ – ศุกร์ เพราะผมอยากเจอทีมงานของผมทุกวัน คือไม่รู้ว่าน้องอยากเจอผมหรือเปล่า แต่ผมอยากเจอน้องทุกวัน (หัวเราะ) บริษัทผมจะเข้างานสิบโมงเลิกหกโมงเย็น เพราะผมค้นพบมาแล้วว่าการเข้างานเช้า ไม่ได้ช่วยเพิ่ม Performance แต่อย่างใด ฉะนั้นเราเจอกันในจุดที่ทุกๆ คนพร้อมดีกว่า จะได้มีเอเนอร์จี้ มีพลังงานมาช่วยกันแชร์ไอเดีย ช่วยกันทำงาน อีกเรื่องที่ซีเรียสสำหรับผมคือ เวลางานขอให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเวลาที่เราสนุกกัน ผมก็จะให้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน 

“เมื่อก่อนจากเด็กคนนึงที่เคยมีฝัน อยากมีคอนโดสักห้อง ก่อนแก่ก็ขอมีรถสปอร์ตสักคันนึงก็โอเคแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจ มีทีมงานหรือต้องไปช่วยเหลือใครอะไรมากมาย จนกระทั่งพอมาทำธุรกิจที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีคนข้างหลังเรา มายด์เซ็ตทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลย ตอนนี้สิ่งที่คาดหวังคือไม่ใช่แค่ตัวเองแล้ว แต่กลายเป็นว่ายิ่งผมโตเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากให้ทีมงานโตไปด้วยเท่านั้น โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นด้วยกันมาตั้งแต่แรกๆ ก็ต้องโตขึ้นไปด้วย และนี่คือสิ่งที่มีความสุขมากกว่า” 

กำลังหนุน ที่ต้องบอกออกสื่อ 

“กว่าจะมีวันนี้ได้ อย่างแรกเลยต้องขอบคุณพ่อแม่ที่คอยให้กำลังใจ ซัพพอร์ตตลอด บ้านอื่นพ่อแม่อาจจะคอยชี้นำ ให้ทำแบบนี้ ให้เรียนแบบนั้น แนะนำที่ทำงานให้ แต่ผมเป็นคนดื้อ เชื่อมั่นใจตัวเองมาตลอดว่าผมจะทำแบบนี้ๆ พ่อแม่ก็จะคอยสนับสนุน และช่วยซัพพอร์ตถ้าเกิดเรื่องผิดพลาด 

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

“อีกคนที่สำคัญมากก็คือภรรยาของผม เราต่อสู้ด้วยกันมาตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย พูดได้ว่าเราตั้งต้นมาด้วยกัน ฝ่าฟันความลำบากมาด้วยกัน จนมาถึงจุดที่เรา Success ในระดับนึงแล้ว 

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

วงศพัทธ์ รติพัชรพรกุล

“ทีมงานของผมก็เช่นกัน ขอบคุณที่พวกเขาเชื่อใจพร้อมลุยไปด้วยกัน ไม่ว่างานจะมีอุปสรรคอะไร หรือเจอช่วงที่มันแย่ ก็ยังจับมือกันเดินต่อ  ก็รู้สึกเหมือนเราช่วยซัพพอร์ตกันและกัน ทำให้ต่างฝายต่างมีกำลังใจ จนมาถึงจุดนี้ด้วยกัน 

“มีอีกคนที่ผมอยากขอโทษ นั่นก็คือตัวผมเอง เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าไหร่นัก คือชอบทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา แต่ไม่เคยกล้าคิดใหญ่ ไม่เคยกล้าคิดว่าจะสามารถเป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ เคยคิดแค่ว่าเราทำงานของเรา ตัวเองมีกินมีใช้ แค่นั้นคือพอแล้ว 

…ถ้าผมนั่งไทม์แมชชีนกลับไปได้ ผมจะกลับไปบอกเค้าว่า เฮ้ย! ขอโทษว่ะ ที่วันนั้นเราไม่มั่นใจ แล้วก็ขอบคุณนะ ที่ทำให้เรากลายเป็นคนแบบนี้” 

นิว – ชัยพล เปลี่ยนตัวเองยังไง เพื่อโลกใบที่เขาแคร์

keyboard_arrow_up