นิว – ชัยพล เปลี่ยนตัวเองยังไง เพื่อโลกใบที่เขาแคร์

ถึงจะอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน แต่เราต่างมีแพชชั่นและใช้ชีวิตใน“โลก”ที่แตกต่างกัน นิว – ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต หรือ พี่มากพระโขนงคนล่าสุด จะมาเปิดโลกของเขาให้เราได้เข้าไปเรียนรู้ว่า เมื่อคิดจะรักหรือแคร์ในสิ่งใด เราจะ “เปลี่ยน” ตัวเองได้เพื่อเขา ถึงแม้จะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่พลังของการ “เริ่มลงมือ” มันยิ่งใหญ่จนเปลี่ยนโลกทั้งใบของเราทุกคนได้เลย 

สุดฯ นั่งคุยกับนิวในบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางสวนสวยและร้านกาแฟริมน้ำ เขาสั่งโกโก้เย็นเครื่องดื่มที่ชอบมาดื่มไปคุยไป พร้อมเปิดประเด็นว่า “เชื่อไหมครับ ว่าภายใน 30 ปีนี้ ช็อกโกแลตอาจจะหายไปจากโลกนี้แล้วก็ได้ !?” เอาเป็นว่าเมื่อคำถามที่เตรียมมา กลับถูกตั้งคำถามกลับแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ คงต้องให้นิวเปิดประเด็นก่อนแล้วสินะ 

แค่เครื่องดื่มแก้วเดียว ก็อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

จริง ๆ ผมไม่ได้ชอบแค่น้ำช็อกโกแลตอย่างเดียว แต่เป็นคนที่ชอบกินช็อกโกแลตในทุกรูปแบบมาก ๆ เพราะมันทั้งอร่อยและช่วยเรื่องความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์ได้ด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์การปลูกต้นโกโก้ วัตถุดิบหลักที่นำมาทำช็อกโกแลตกำลังน่าเป็นห่วงมาก เพราะมันเป็นต้นไม้ที่บอบบาง ต้องการอุณหภูมิคงที่ ความชื้นที่เหมาะสม ฝนต้องตกชุก ไนโตรเจนในดินที่พอเหมาะ แต่ด้วยภาวะโลกร้อน ที่อุณภูมิโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ต้นโกโก้เริ่มมีปัญหา เจริญเติบโตช้า และมีสิทธิ์ที่จะสูญพันธุ์ได้เลย มีงานวิจัยบอกว่าภายในปี 2048 มนุษย์ที่เกิดในเจนนั้นอาจจะไม่รู้จักช็อกโกแลตแล้วก็เป็นได้



ฉะนั้นเรื่องภาวะโลกร้อนที่เราได้แต่พูดกัน หรือคิดว่ามันไม่เกิดขึ้นหรอก ตอนนี้ผมว่ามันใกล้ตัวมาก ๆ เลยชอบเล่าให้คนอื่นฟัง เพราะกลัวว่าจะไม่ได้กินของที่ชอบแล้ว

 

“ยูทูบเบอร์หน้าใหม่” วาร์ปไปพบสิ่งที่ใช่ ทำในสิ่งที่หลงรัก 

ต้องบอกว่าผมชอบเดินทาง ชอบเที่ยวมานานแล้ว ภายในเวลาสี่ห้าปีไม่นับช่วงโควิด ผมไปมาแล้ว 56 ประเทศ ก็มีถ่ายรูปเก็บไว้บ้าง แต่ไม่อยากโฟกัสกับมันมาก เพราะประเด็นคือ ตั้งใจไปใช้ชีวิต ไปดูโลกที่เราไม่เคยเห็น แต่ไม่ได้เก็บบันทึกอะไรไว้สักเท่าไหร่เลย เพราะไม่อยากพะวงกับเรื่องการเก็บภาพว่า มันพอจะไปตัดต่อให้สวยหรือยัง ไม่อยากรู้สึกเหมือนว่ากำลังไปทำงาน 

จนวันหนึ่งพี่วิลลี่ (แมคอินทอช) ก็มาเตือนว่า นิวควรถ่ายวิดีโอเก็บไว้นะ สมัยนี้มีคลาวด์ มียูทูบยิ่งสะดวกกว่าสมัยพี่เขา ที่เคยถ่ายเก็บไว้ในเทปเบต้า พอจะเอามาเปิดให้ลูกดูตอนนี้ก็พังหมดแล้ว ผมฟังแล้วก็ เออจริงนะ เลยเริ่มเอารูปถ่ายและวิดีโอที่เก็บ ๆ ไว้ แต่ไม่ได้ถ่ายสวยประดิษฐ์นะ เป็นแบบบันทึกสถานการณ์จริง ฝนตก แดดออก เกิดอะไรขึ้นก็ถ่ายเก็บไว้ เอามาตัดต่อง่าย ๆ แล้วอัพลงช่องยูทูบ New Chaiyapol 

ทำด้วยโจทย์ประมาณว่า ไม่ห่วงคนดู ไม่คิดแทนคนอื่น แค่ทำเพราะอยากเก็บไว้ดูเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วถ้ามันจะสนุก คนก็คงจะเข้ามาดูเอง ปรากฏว่าคนก็ชอบกัน โดยเฉพาะคลิป เที่ยวเลบานอน นี่คนสนใจมาก และคลิปที่มียอดวิวเยอะ ๆ ก็มักจะเป็นประเทศแปลก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนไปกัน หาข้อมูลเที่ยวได้น้อย ก็รู้สึกดีใจที่ช่วยให้ข้อมูลและจุดประกายให้คนอื่นอยากออกเดินทางได้บ้าง 

ธรรมชาติ – การเดินทาง ทำให้นิว “เปลี่ยน” 

นิว – ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต

จุดเริ่มต้นในการเดินทางของผม คือการเห็นภาพถ่ายที่เที่ยวสวย ๆ แล้วอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ เพราะผมเชื่อว่า ตาของเราสามารถมองเห็นได้สวยกว่ากล้อง รวมถึงการได้สัมผัสกับบรรยากาศ เสียงน้ำตก นกร้อง ป่าเขา ลมฝน ได้สัมผัสกับคนที่ไปข้าง ๆ ด้วย มันทำให้เราอินมากขึ้น คอนเฟิร์มจาก 99.99% ของทุกทริปที่ไปมาว่า การเห็นด้วยตาตัวเอง สวยกว่าภาพที่เคยเห็นเกือบทั้งหมด 

มีสองทริปที่ผมประทับใจสุด ๆ ทริปแรกเป็นการไปเดินเขา Everest Base Camp กับ Annapura Base Camp ที่เนปาล ส่วนอีกที่คือโรดทริปที่ไอส์แลนด์ ผมไปลงเครื่องที่เมืองหลวงเรคยาวิก แล้วเช่ารถบ้าน เปิด Google Map ขับเที่ยว อยากไปไหนก็ไป ค่ำไหนนอนนั่น ซื้ออาหารจากซูเปอร์ฯ มาทำกินกันบนรถ การได้ขับรถไปเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องห่วงอะไรเลย ทำให้ทุก ๆ วันของทริปนั้น มีความสุข นึกถึงทีไรก็มีแต่รอยยิ้ม

นิว - ชัยพล

ก่อนหน้านี้ผมเคยสะสมรองเท้า นาฬิกา ของเล่นตัวเล็ก ๆ โน่นนี่นั่นไปเรื่อย แต่พอถึงจุดที่เดินทางมากขึ้น ผมก็หยุดสะสมทุกอย่างแล้วมาเก็บประสบการณ์การเดินทาง เพราะรู้สึกว่ามันประเมินค่าไม่ได้ อยู่ในใจตลอดเวลา พูดถึงเมื่อไหร่ก็มีความสุขทุกครั้ง

อยากขอบคุณธรรมชาติเหมือนกันนะ  ที่มอบสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ให้กับมนุษย์และทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ และอีกอย่างที่ผมเซนส์ได้คือ ผมมักจะโชคดีมาก ๆ ในการเดินทางทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเห็นแสงเหนือค่า KP แรง ๆ เกือบทุกวัน เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยมาก  ๆ ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นว่าฟ้าปิดและพากันกลับลงไปก่อน แต่พอทุกคนลงไปหมดเหลือแค่กลุ่มพวกเราไม่กี่คน ฟ้าก็เปิด เราเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยมาก หรือแม้กระทั่งผมไปอังกฤษประเทศที่ฝนตกเกือบทั้งปี แต่ผมก็ไม่เคยเจอฝน  

 ทั้งหมดไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ ถ้าเราทำดีกับธรรมชาติ เขาจะมอบสิ่งดี ๆ กลับมาให้เรา ธรรมชาติเลือกให้คนได้เห็นสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ผมเชื่อว่าธรรมชาติเลือกให้ผมเห็นแสงเหนือ เชื่อว่าธรรมชาติเลือกให้ผมเห็นพระอาทิตย์ที่สวยงาม เพราะว่าในทุก ๆ วัน ผมตั้งใจที่จะดูแลเขาให้ดีที่สุด เขาก็เลยมอบสิ่งที่ดีกลับมาให้เราเช่นกัน  

โลกใต้ทะเล = อีกโลกของนิว

นิว - ชัยพล

หลายคนแอนตี้สวนสัตว์ หรืออควาเรี่ยม แต่ผมคิดว่าเหรียญมีสองด้านนะ มองในมุมกลับกันคือ สถานที่พวกนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็ก ๆ รวมถึงผมด้วย รักสัตว์รักธรรมชาติ แล้วก็น่าดีใจที่ตอนนี้มีสวนสัตว์แบบใหม่เกิดขึ้นเยอะเลย  

ถ้าอยากไปเที่ยวสวนสัตว์ เราก็ควรขังตัวเราเองไว้ในรถแล้วเข้าไปหาเขา ไม่ใช่ขังเขาไว้ในกรงแล้วเราไปยืนดู หรือผมเองเคยมีความคิดว่าอยากจะเลี้ยงปลาทะเลที่บ้าน แต่เราก็รู้ว่ามันไม่ดี ก็เลยตั้งใจว่าจะเอาตัวเองไปหาเขาแทน ก็เลยเริ่มไปเรียนดำน้ำ 

หลาย ๆ คนอาจคิดว่า การจะรักและดูแลอะไรสักอย่าง เราต้องใส่ใจเทคแคร์ใกล้ชิด แต่สำหรับธรรมชาติผมว่าไม่ใช่นะ แค่เราไม่ใช้ครีมกันแดดเวลาลงไปดำน้ำ ไม่สัมผัสกับทุกสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ นั่นคือการแสดงความเป็นห่วงทุกชีวิตที่อยู่ใต้ทะเล หรืออย่างผมจะพกมีดใส่กระเป๋าใบเล็ก ๆ เก็บฝา ขวดพลาสติก หรือตัดเศษอวนที่เห็นเวลาดำลงไปใต้น้ำ ถึงจะไม่ได้เป็นคนทิ้งแต่มันก็เป็นของมนุษย์ซึ่งเป็นสปีชีส์เดียวกับผมทิ้งเอาไว้  

ล่าสุดช่วงโควิดอยู่บ้านเยอะ ๆ จะมีซีรีส์เรื่อง My Octopus Teacher ที่เน็ตฟลิกซ์เรคคอมเมนด์ขึ้นมาในฟีดผมบ่อยมาก เพราะผมชอบดูแนวสารคดี แวบแรกคือไม่อยากดูเลยนะ คิดว่าคงเป็นสารคดีเกี่ยวกับการจับปลาหมึกหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งผมแพ้ปลาหมึก กินปลาหมึกก็ไม่ได้ (หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่ฟีดมันเด้งมาบ่อยมากจนลองกดเข้าไปดูซะหน่อยกลายเป็นว่า โอ้โห! นี่ไม่ใช่สารคดีแล้วนะ แต่มันเป็นชีวิตของเพื่อนร่วมโลก ดูแล้วเข้าใจความรู้สึกของคุณฟอสเตอร์ที่เป็นช่างภาพของเรื่องนี้เลยนะ 

ไม่อยากสปอยล์ แต่อยากชวนไปดูชีวิตหนึ่งที่อยู่ใต้น้ำ ทั้ง ๆ ที่เรากินเขาอยู่แทบทุกวันแต่กลับแทบไม่เคยรู้เลยว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ยังไง จากที่ไม่เคยคิดจะกดเข้าไปดู กลายเป็นไม่อยากจะเชื่อว่าผมร้องไห้ให้กับสารคดีเรื่องนี้ คือไม่ได้ร้องแบบฟูมฟายแต่เป็นน้ำตาและรอยยิ้มในสิ่งที่เขาให้เรากลับมา

ปลาหมึกตัวนี้เป็นเหมือนเพื่อนและเหมือนครูที่สอนอะไรหลาย ๆ อย่าง ให้เกิดความคิดสะท้อนกลับเข้ามาหาตัวเราเอง แล้วเรื่องนี้ได้ออสการ์สารคดีปีล่าสุด ก็คิดดูแล้วกันว่ามันดีขนาดไหน นี่ไม่ได้ค่าโปรโมตนะ (หัวเราะ) แต่ของเขาดีจริง ๆ 

 

ตามติดชีวิต “เปลี่ยน” เพื่อโลกที่นิวแคร์ 

นิว - ชัยพล
นิว – ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต

เมื่อก่อนพออินเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก ๆ ผมก็จะไปไซโคแฟนจนเคยทะเลาะกันไปเลยก็มี แต่ตอนนี้เลิกบังคับใครให้ทำแบบนั้นแบบนี้แล้ว จะเนียน ๆ แบบแค่เล่าให้ฟัง ทำให้เห็น หรือชวนดูสารคดีสนุก ๆ ซึ่งมันกลายเป็นว่าดีและจุดประกายให้เขาเริ่มทำตาม ดังนั้นการเริ่มต้นจากแฟนที่เป็นหนูทดลอง ทำให้ผมรู้แล้วว่าการใส่ข้อมูลให้เปลี่ยนมาทำอย่างนั้นอย่างนี้เยอะ ๆ มันไม่เวิร์ก (หัวเราะ) 

แต่ผมก็ยังเชื่อว่าทุกคนต้องเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลกับโลกและธรรมชาติรอบ ๆ ตัวเราได้แล้ว ไม่ต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่อะไรเลย เพราะถ้าทุกคนคิดแบบนั้นก็จะไม่มีคนทำ แต่ถ้าเปลี่ยนไปคิดว่า ทำแค่เฉพาะที่เราทำได้ มันก็จะกลายเป็นทุกคนลงมือทำ แล้วโลกก็จะดีขึ้นง่าย ๆ และรวดเร็ว 

นิว - ชัยพล

อย่างตัวผมเองเป็นสายกิน ก็เริ่มจากลองไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ในวันพฤหัส (ยิ้ม) ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองทำไม่ได้ทุกวันเพราะเนื้อวัวมันอร่อยและเป็นเมนูที่ชอบมาก ที่เลือกวันพฤหัสเพราะเป็นวันครู จากนั้นก็ลองเพิ่มสเต็ปไปกินวีแกนทุกวันอังคาร เพราะวันอังคารเป็นวันเกิดของผม ถือว่าลองเริ่มต้นเปลี่ยนตัวเองให้ร่างกายได้พักย่อยอาหาร ให้สุขภาพดีมากขึ้น แล้วก็เขยิบมาอีกหน่อยคือ ตอนนี้ก็พยายามไม่กินเนื้อสัตว์เป็นอาหารเช้าในทุก ๆ วัน 

ทั้งหมดคือทำแบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วไม่เดือดร้อนใครนะครับ ถ้าวันไหนไม่กินเนื้อสัตว์แล้วมีคิวต้องไปทำงานกองถ่าย ผมก็จะหิ้วปิ่นโตไปเอง หรือเวลาไปต่างประเทศ ตอนนี้ก็มีร้านวีแกนอร่อย ๆ  ทั้งจากร้านทั่ว ๆ ไป จนถึงร้านระดับไฟน์ไดนิ่งจากฝีมือเชฟที่ปรุงอาหารวีแกนได้อร่อยสุด ๆ ก็หากินได้ง่าย ๆ ทั่วโลกแล้ว 

นิว - ชัยพล

สรุปว่าตอนนี้แม้กระทั่งวงการอาหาร เขาก็เริ่มเปลี่ยน เริ่มหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ได้ทำจากเนื้อสัตว์มาเป็นวัตถุดิบ และทำได้อร่อยมาก ๆ ด้วย ถึงตอนนี้อาจยังอยู่ในช่วงเพิ่งริ่มต้น แต่ผมเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตได้ 

ขยะ ตามทรรศนะของนิว 

นิว - ชัยพล

คนพูดกันว่าช่วง wfh ขยะเพิ่มขึ้นเยอะมากจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งของออนไลน์หรือซื้ออาหารมากินที่บ้าน แต่เพื่อความสะอาดและปลอดภัยมันก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น ผมจึงมองว่าจะทำยังไงให้การใช้งานพลาสติกเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด จริง ๆ ส่วนตัวแล้วผมว่าพลาสติกมีประโยชน์มาก คนที่คิดค้นนวัตกรรมนี้ได้รางวัลระดับโลกมากมาย เพราะว่ามันให้ประโยชน์และช่วยมนุษย์ได้เยอะมาก แต่ต้องจัดการให้ถูกวิธี 

สิ่งหนึ่งที่ผมทำจนติดเป็นนิสัยเลยคือ การพกขวดน้ำดื่มที่ซื้อตามซูเปอร์ฯ แล้วเติมน้ำซ้ำหลายรอบมาก  ถามว่าลำบากมั้ย ก็นิดนึงแต่ถ้าไม่ลำบากกับโลกผมทำนะ  ส่วนพวกถุงซิปล็อกหรือถุงก็อบแก๊บ ผมก็จะแบ่งใส่ไว้ในเป้ แล้วใช้ประโยชน์จากมันให้เยอะที่สุดก่อน แล้วค่อยทิ้งแบบถูกวิธี ซึ่งมันง่ายนิดเดียวแค่ใช้สติในการแยกทิ้ง แล้วเดี๋ยวก็จะมีหน่วยงานที่ไปจัดการต่อ ยิ่งตอนนี้มันมีนวัตกรรมมากมาย เราสามารถคิดค้นนำพลาสติกใช้แล้วไปทำถนนพลาสติกรีไซเคิลได้ ก็ถือเป็นการมองหาช่องทางใหม่ ๆ ที่จะจัดการกับพลาสติกเหลือใช้เหล่านี้ ซึ่งเมื่อถุงพลาสติกกลายเป็นถนนได้ มันก็ไม่ใช่ขยะอีกต่อไปแล้ว 

นิว - ชัยพล

ในความคิดผม ขยะคือสิ่งที่เราไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์  เช่น ซื้อเสื้อมา 10 ตัว แต่ใส่อยู่ตัวเดียว ผมว่าอีก 9 ตัวมันคือขยะ หรือซื้อนาฬิกามา 10 เรือน แต่ใส่ได้เรือนเดียว ที่เหลือก็คือขยะที่เราฟุ่มเฟือยไปกับมัน หรือเวลาไปซูเปอร์ฯ ยกตัวอย่างเวลาเราจะหยิบนมสดในตู้แช่ เรามักจะอ้อมไปหยิบขวดหลังสุดเพราะอีกนานกว่ามันจะหมดอายุ เรารู้สึกว่าซื้อแบบนี้คุ้มกว่า แต่ถ้าต่อไปนี้เวลาจะซื้อ เราดูวันที่แล้วเห็นว่ากินทัน ผมว่าเราควรเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ เพื่อไม่ให้นมแถวหน้า ๆ กลายเป็นขยะ แล้วในโลกนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นล้าน ๆ  แห่ง ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ จะเป็นขยะล้นโลกไปไม่รู้เท่าไหร่  สิ่งที่สูญเสียทั้งพลังงานกระบวนการผลิต กลายเป็นศูนย์ไปโดยใช่เหตุทันที 

อีกเรื่องที่จะโดนเพื่อนอำบ่อย คือผมจะดูแต่งตัวเดิม ๆ ตลอด ใส่เสื้อผ้าอยู่ไม่กี่สี เอาจริงมันก็อาจจะดูน่าเบื่อ แต่ผมรู้สึกว่ามันใส่สบาย ผมไม่ค่อยซื้อเสื้อลาย ๆ หรือสีสดแปลก ๆ เพราะใส่ซ้ำคนก็จำได้  เวลาเห็นแบรนด์เนมสวย ๆ ก็อยากใส่นะ มันดูเท่ดี แต่พอได้ลองใส่ตอนถ่ายแฟชั่นกลับกลัวไปทำของเขาพัง เคยซื้อกางเกงยีนตัวละเกือบห้าหมื่น สามเดือนแรกไม่กล้าใส่เพราะกลัวพัง พอมานั่งคิดว่าซื้อมาตัวละเท่าไหร่ ไม่ใส่ก็คือเปลือง ยิ่งซื้อมาตั้งแพงก็ยิ่งเครียด (หัวเราะ) เลยไม่ค่อยใส่แบรนด์เนม แต่นั่นก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ คนที่ชอบก็เป็นรสนิยมของเขาไม่มีผิดถูก สไตล์ผมคือชอบสบาย ๆ 

นิว - ชัยพล

ผมไม่แน่ใจว่าคนรวยคนจนวัดกันที่ตรงไหน ผมอาจจะคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าในกระเป๋าเงินแบรนด์เนมใบละเก้าพันมีแบงก์พันหนึ่งใบ เทียบกับกระเป๋าใบละพันเดียวแต่ในกระเป๋ามีเงินเก้าพัน เจ้าของกระเป๋าใบไหนจะรวยกว่า ใครมีความสุขในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริงมากกว่า 

ผมเชื่อว่า ทุกอย่างมีได้ถ้ามันทำให้เรามีความสุข สบายใจ และไม่ลำบาก 

 

คนละไม้คนละมือ “เปลี่ยน” เพื่อโลกที่เราแคร์

นิว - ชัยพล

อย่าคิดว่าเราทำอยู่คนเดียว เพราะตอนนี้ก็มีองค์กรใหญ่ ๆ กระโดดเข้ามาช่วยกันอย่างจริงจังแล้วเหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือการจัดการพลาสติกใช้แล้วของ SCG ที่มีการจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบเม็ดพลาสติกให้ใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อย แต่แข็งแรง ทนทาน ไปจนถึงการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ ด้วยกระบวนการรีไซเคิล ให้กลายเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin – PCR) เพื่อนำกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่กลับมาใช้งานได้อีก  

นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมรีไซเคิลชั้นสูง (Advanced Recycling Process)  เปลี่ยน “พลาสติกใช้แล้ว”  เป็น “วัตถุดิบตั้งต้น” ให้โรงงานปิโตรเคมี ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศ เป็นการช่วยสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยแก้วิกฤติโลกร้อนอีกด้วย

นิว - ชัยพล

ไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อช่วยโลกทั้งใบ แต่เริ่มจากโลกใบที่คุณแคร์

ทั้งหมดที่เราคุยกันมา ผมก็เข้าใจนะครับว่าทุกคนมีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตและมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป แต่อยากให้ทุกคนเริ่ม “เปลี่ยน” ไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้ได้เลย อย่างผมก็จะเริ่มที่การกิน เที่ยว หรือเรื่องใกล้ ๆ ตัวที่ทำได้ง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกเป็นสิบเป็นร้อยวิธี ที่แต่ละคนเลือกทำตามความสะดวกของตัวเองได้เลย 

อย่างผมเอง พอได้เริ่มเปลี่ยนแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันกลายเป็นว่า ผมเป็นคนแคร์คนอื่นมากขึ้น คิดละเอียดกว่าเดิมในทุก ๆ เรื่อง เลยทำให้เริ่มภูมิใจว่า ผมเป็นคนที่ดีขึ้นนะ (ยิ้ม) 

ถ้าเปรียบโลกเป็นบ้านหลังใหญ่ แล้วพวกเรามาช่วยกันดูแลเขาไปด้วยกัน เขาก็จะมีความสุข คนที่อยู่อาศัยอย่างเรา ก็จะพลอยสบายและมีความสุขไปด้วย.

มาร่วม “เปลี่ยนเพื่อโลกที่คุณแคร์” ด้วยกันที่ https://bit.ly/35eMil3

 

เรื่อง : Phanlapa

ภาพ : SCG , IG: newcjp27 , YouTube: New Chaiyapol , รายการ Sudsapda Talk

 

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา