หนังรัก 10 เรื่องในดวงใจ ยังจำได้ไหมว่าอินเรื่องไหนกันบ้าง

10-20 ปีมานี้มี หนังรัก แบบไทยๆ หลายเรื่องที่เข้าฉายแล้วเป็นที่พูดถึงและประทับใจคนดู สุดจึงรวบรวม หนังรักกระแสดี มาให้คุณผู้อ่านระลึกถึงความซาบซึ้งและโรแมนติกกัน

จำได้ไหมว่าตอนดู หนังรัก เหล่านี้ คุณยิ้มกว้างขนาดไหน และเสียทิชชูซับน้ำตาไปกี่แผ่นกันบ้าง

 

มนต์รักทรานซิสเตอร์

“คนอะไร กวนตีนยังน่ารัก”

กำกับโดย : เป็นเอก รัตนเรือง / เข้าฉาย : ธันวาคม 2544

เรื่องราวความรักของ “แผน” และ “สะเดา” หนุ่มสาวบ้านนอก ที่ถูกความทันสมัย (ตามช่วงเวลาในหนัง) อย่างวิทยุทรานซิสเตอร์และเพลงลูกทุ่งเป็นเครื่องนำพา ให้ต้องพบเจอกับความฝัน อุปสรรค และปัญหาต่างๆ นานา จนทำให้แผนต้องทิ้งเมียและลูกไปเผชิญโลกในเมืองใหญ่

หนังรัก

นับเป็นหนังรักครบรสระดับตำนาน เพราะถ่ายทอดอารมณ์หวาน โศก ซึ้ง และตลกขบขัน ผ่านภาพเปรียบเทียบระหว่างชนบทและเมืองใหญ่ ได้ครบรสและกลมกล่อม จนหลายคนอินจัดและยกให้เป็นหนังรักในดวงใจกันเลย

 

แฟนฉัน

“กูไม่ได้เป็นแฟนกับน้อยหน่าเว้ย”

กำกับโดย : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม, นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง และ วิชชพัชร์ โกจิ๋ว / เข้าฉาย : ตุลาคม 2546

ภาพแก๊งเด็กน้อยในเรื่องนี้ ทำให้หลายคนยิ้มตามทุกครั้งเมื่อได้เห็น เพราะทุกตัวละครสร้างความประทับใจให้กับคนที่ได้ดูจนยากที่จะลืม ไม่ว่าจะเป็น “เจี๊ยบ” กับ “น้อยหน่า” สองตัวเอก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Puppy love ในเรื่อง รวมไปถึงแก๊งเด็กหญิงและเด็กชายที่ต่างฝ่ายต่างแสบจนชนะใจคนดูกันทุกคน

แม้ความผูกพันของเพื่อนบ้านวัยเดียวกัน อย่างเจี๊ยบกับน้อยหน่า ซึ่งอยู่ในวัยประถม ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรักแบบหนุ่มสาว แต่ก็นับเป็นความรักของเพื่อนต่างเพศที่อบอุ่นและน่าประทับใจ ถึงจะไม่ได้คิดถึงกันทุกวัน แต่ก็ยังคงระลึกได้ในมุมหนึ่งของความทรงจำ เมื่อย้อนกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ต่างคนต่างเติบโต ก็ทำให้ยิ้มได้กับเรื่องราวในวัยเด็ก จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรักหนังเรื่องนี้ เพราะดูกีทีก็หวนนึกถึงเพื่อนๆ ในวันเก่าๆ ทุกที

 

The Letter จดหมายรัก

“คุณไปอยู่ไหนมาคะต้น ทำไมเราเพิ่งมาเจอกันคะ”

กำกับโดย : ผอูน จันทรศิริ / เข้าฉาย : มิถุนายน 2547

น้ำตาท่วมจอ คือคำนิยามที่สุดฯ อยากจะมอบให้กับหนังเรื่องนี้ เพราะเป็นหนังโรแมนติกดราม่า ที่เล่าถึงชีวิตของโปรแกรมเมอร์สาว ที่ต้องพบกับการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเมื่อมีความรักกับนักวิจัยหนุ่มประจำสถานีวิจัยทางการเกษตร ผู้อบอุ่นและอ่อนโยน เธอจึงตัดสินใจกลับไปปลูกต้นรักกับเขาที่บ้านเกิด จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจจะก่อร่างสร้างความครัวด้วยกัน แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อฝ่ายชายป่วยหนัก เอ่อ… ขอเล่าเท่านี้พอนะ สุดฯน้ำตาจะไหล

ตัวหนังเล่าถึงความรักของคนสองคนที่มีต่อกันผ่านความรู้สึกอันหลากหลาย ทว่านำเสนอออกมาได้อย่างเรียบง่ายและกระทบใจคนดู จนถูกจัดอันดับให้เป็นหนังรักสัญชาติไทย ที่เรียกน้ำตาได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลย

หนังรัก

ติดตามอีกหลายเรื่องได้ที่หน้าถัดไปจ้ะ

เพื่อนสนิท

“แกมาทำอะไรเอาตอนนี้”

กำกับโดย : คมกฤษ ตรีวิมล / เข้าฉาย : ตุลาคม 2548

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเคยดูหนังเรื่องนี้แล้วอยากสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่บ้าง ต้องบอกว่าสมัยที่เพื่อนสนิทเข้าฉาย “ไข่ย้อย” และ “ดากานดา” ตัวเอกของเรื่อง ทำให้คนดูตกหลุมรักหนักมาก หลายคนถึงขนาดออกไปตามรอยทั้งที่เชียงใหม่และเกาะพงัน โลเคชั่นหลักของเรื่อง คืออินกันสุดๆ ส่วนตัวละครก็ฮ็อตกันมาก เป็นที่พูดถึงแทบทุกคน นอกจากไข่ย้อยและดากานดา ยังมีนุ้ยและพี่แตน พยาบาลสาวสุดแซ่บจากเกาะพะงัน ที่คนสุดแสนจะเอ็นดู

ตัวหนังนำเค้าโครงเรื่องมาจากหนังสือ “กล่องไปรษณีย์สีแดง” ของ อภิชาติ เพชรลีลา ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนรักในคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ความผูกพันค่อยๆ ก่อตัวจนคิดเกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน เป็นการแอบรักที่ทั้งซึ้ง เศร้า และขำไปพร้อมๆ กัน แม้จะไม่ได้ทำให้น้ำตาไหลพราก แต่เพื่อนสนิทก็ทำให้หลายคนน้ำตาซึมได้เหมือนกัน

 

Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

“ป้อม ไม่ชอบกินผัก ทำไมไม่บอก”

กำกับโดย : นิธิวัฒน์ ธราธร / เข้าฉาย : สิงหาคม 2549

นับเป็นหนังสร้างแรงบันดาลใจที่สอดแทรกความรักไว้ได้อย่างลงตัว กับเรื่องราวของ ‘ป้อม’ ที่หลงรัก ‘ดาว’ เพื่อนนักดนตรีโรงเรียนเดียวกัน จึงสอบเข้าเรียนที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ๆ เธอ ทั้งที่ทางบ้านไม่สนับสนุน แต่ที่นี่เองก็ทำให้ได้เจอกับ ‘อ้อม’ หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิท และเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของเขา

อย่างที่บอกว่า Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่ใช่หนังรักที่เน้นเรื่องราวของความรักจ๋า แต่ยังมีเรื่องของครอบครัว ความฝัน และการค้นหาตัวตนด้วย จึงเป็นสไตล์หนัง coming of age ที่ให้อะไรกับคนดูมากกว่าเรื่องรักๆ

 

รักแห่งสยาม

“เราคงคบมิวเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้รักมิวนะ”

กำกับโดย : ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล / เข้าฉาย : พฤศจิกายน 2550

หากจะบอกว่า รักแห่งสยาม เป็นหนังมาสเตอร์พีซของมะเดี่ยว ผู้กำกับ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเป็นหนังที่ทำให้เกิดกระแสหลากหลายทางมาก ทั้งรัก และไม่ชอบ แต่สำหรับสุดฯ หนังเรื่องนี้นับเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งเลย เพราะไม่ได้นำเสนอเพียงแง่มุมความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังเล่าถึงความรักในด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งความรักของครอบครัว ความรักของเพื่อน  และความรักของเพื่อนมนุษย์ที่มีต่อผู้อื่น

ตัวหนังถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัว “โต้ง” และ “มิว” ซึ่งเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่งโต้งย้ายบ้านจากมา หลังจากที่พี่สาวของโต้งหายสาบสูญไป และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นในครอบครัว และทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อต่างอยู่ในวัยมัธยมกันแล้ว ความผูกพันก็เริ่มกลับมา ในขณะที่ปัญหาทางบ้านของโต้งก็ค่อยๆ คลี่คลาย หลายคนดูแล้วรักเรื่องนี้มาก ในขณะที่อีกหลายคนไม่ชอบเอาเสียเลย สุดฯ ว่าเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจริงๆ ถ้าอยากรู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ คงต้องไปหามาดูกันแล้วละค่ะ

 

ยัง ยังไม่หมด หนังไทยดีๆ มีเยอะนะ

รัก / สาม / เศร้า

“ถ้าเราเป็นแฟนกัน เราจะไม่ทำให้กันต้องร้องไห้ใช่ไหม”

กำกับโดย : ยุทธเลิศ สิปปภาค / เข้าฉาย : มิถุนายน 2551

อีกหนึ่งเรื่องซึ่งมีที่มาจากความเป็นเพื่อน เมื่อเพื่อน 3 คนต่างตกหลุมรักกันเอง เรื่องราวของรักสามเศร้าจึงเกิดขึ้น

ตัวหนังเล่าถึงเพื่อนรัก “ฟ้า” “น้ำ” และ “พายุ” บัณฑิตจบใหม่จากคณะมัณฑนศิลป์ อันเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสามต้องเลือกทางเดินของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือความรัก ซึ่งฟ้าเลือกที่จะแต่งงานกับคนที่เธอรักโดยยอมทิ้งงานในสายอาชีพที่เธอเพิ่งเรียนจบมา ส่วนน้ำเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เธอแอบมีให้กับพายุ เพื่อจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ ด้านพายุก็จะตัดใจจากความรักที่แอบมีให้กับฟ้า แล้วกลับไปดูแลกิจการโรงแรมที่เชียงราย แต่เมื่อฟ้าป่วยหนักและถูกคนรักทรยศ พายุจึงเข้าไปดูแลเธอในช่วงชีวิตสุดท้าย จนทำให้เธอรู้ว่าเขารักเธอ และยอมเปลี่ยนความสัมพันธ์จากเพื่อนมาเป็นคนรัก

แต่หลังจากนั้นฟ้าก็บังเอิญได้พบความลับว่าน้ำแอบรักพายุอยู่ เธอจึงตัดสินใจหลีกทางให้ด้วยการเดินออกมาจากชีวิตของทั้งคู่ นั่นจึงกลายเป็นเรื่องราวของความรักสามเศร้าที่ทำให้หลายคนอิน  และเป็นหนึ่งในหนังรักที่ยังคงคิดถึงกันอยู่จนทุกวันนี้

 

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

“แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา”

กำกับโดย : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม / เข้าฉาย : ตุลาคม 2552

เรื่องของ “เหมยลี่” สาวออฟฟิศ หน้าตาธรรมดา อายุ 30 ที่ยังไม่มีแฟน และตั้งหน้าตั้งตาหารักแท้ น่าจะกระทบใจสาวๆ วัยทำงานไม่น้อย เพราะในช่วงที่หนังเรื่องนี้ออกฉายก็ทำรายได้ทะลักทลายไปถึง 100 กว่าล้าน

จะว่าไปชีวิตของเหมยลี่ ก็ตรงกับชีวิตผู้หญิงอีกหลายคน (รวมถึงสุดฯ ด้วย) แต่อาจจะแตกต่างตรงที่ฟ้าส่งให้เธอได้เจอกับ “ลุง” ชายหนุ่ม หน้าตาดี อาชีพการงานเลิศ เป็นวิศวกร  Maintenance แห่งรถไฟฟ้า BTS ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมปล่อยให้เขาหลุดมือเด็ดขาด โดยถือคติว่า ถ้าไม่รุกจีบก่อน ชีวิตนี้อาจจะไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้อีกแล้ว จึงกลายเป็นที่มาของภารกิจพิชิตใจชาย และเรื่องราวหวานปนขำ ที่ชนะใจคนดูแบบอยู่หมัด (โดยเฉพาะสาวโสด)

 

กวน มึน โฮ

“เวลาผมอยู่กับคุณ ผมโคตรมีความสุขเลย ”

กำกับโดย : บรรจง ปิสัญธนะกูล / เข้าฉาย : สิงหาคม 2553

เคยถามตัวเองไหมว่า ถ้าถูกทิ้งคุณจะทำยังไง บางคนคงเปิดฝักบัวราดตัวเองทั้งชุดเต็มยศ บางคนอาจจะนั่งฟังเพลงเศร้าเคล้าน้ำตา แต่สำหรับพระเอก กวน มึน โฮ เลือกที่จะซื้อทัวร์ไปเที่ยวเกาหลี เพราะแอบหวังว่าจะได้เจอกับแฟนที่ทิ้งเขาไป

จนบุพเพอาละวาด ทำให้บังเอิญไปเจอกับสาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งโกหกแฟนเรื่องเที่ยวเกาหลีจนถูกจับได้ และบอกเลิก  เมื่อคนเฮิร์ทกับเฮิร์ทมาเจอกัน จึงเกิดเป็นความผูกพันบางอย่างขึ้นมา โดยที่ต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่า อีกฝ่ายชื่ออะไร เป็นความสัมพันธ์แบบกวนๆ มึนๆ งงๆ และต้องร้องโฮตอนท้ายเรื่อง  ซึ่งคว้าหัวใจคนดูไปได้เต็มๆ พร้อมกับกวาดรายได้ไปงามๆ 100 กว่าล้านเช่นกัน

 

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า…รัก

“ตอนนี้น้ำรู้แล้วว่าสิ่งที่น้ำควรจะทำมากที่สุดและควรจะทำมาตั้งนานแล้ว คือบอกกับพี่โชนตรงๆ ว่า…น้ำชอบพี่โชน”

กำกับโดย : พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร และ วศิน ปกป้อง / เข้าฉาย : สิงหาคม 2553


สุดฯ เชื่อว่าสมัยเรียนต้องมีคนเคยแอบชอบรุ่นพี่อยู่เกินกว่า 80% แน่นอน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า…รัก จะกระทบใจคนไทยจนกลายเป็นหนึ่งในหนังรักที่มีคนรักมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะหนังเรื่องนี้เล่าถึง “น้ำ” สาวน้อยวัยมัธยมต้นที่หลงรัก “โชน” รุ่นพี่มัธยมปลายสุดเพอร์เฟ็กต์ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาหันมามอง โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายก็แอบปลื้มตัวเองอยู่เหมือนกัน

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้คนที่เคยแอบรักทั้งหลายได้หวนนึกถึงตัวเองในวันก่อน แต่เอาเข้าจริง ถึงจะไม่เคยแอบชอบใคร สุดฯ ก็เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คนดูอิ่มใจกับความรักใสๆ ได้ไม่ยาก

แต่ละเรื่องถึงจะแตกต่างกันด้วยเนื้อหาและการนำเสนอ แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับคนดูได้ไม่ต่างกัน และอย่างที่มีคนเคยบอกว่า ความชอบเป็นเรื่องส่วนบุคคล ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกที่บางคนอาจจะรักเรื่องนั้นไม่ชอบเรื่องนี้ ส่วนสุดฯ ที่ยกมานี่อยากบอกว่าอินทุกเรื่องเลยจ้ะ

 

ภาพจาก : www.fivestarproduction.co.th , zubzib.com

board.postjung.com , www.thaicinema.org

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

#ซันคุณญ่า “Brother&Sister” หนังใหม่ GDH เปิดกล้องแล้ว

ย้อนตำนานเพลงดีต่อใจ ที่ทำให้เรารักหนังเรื่อง แฟนฉัน

รวม หนัง-ซีรี่ส์ไทย โกอินเตอร์ ดังระเบิดในจีน

keyboard_arrow_up