ความไม่ยุติธรรมที่เคยได้รับ และคืนยุติ-ธรรมในแบบฉบับ ก็อต จิรายุ

ดูเหมือน “คืนยุติ-ธรรม” ภาพยนตร์แนวดราม่า-ทริลเลอร์-แอ็คชั่น ที่นำแสดงโดย ก็อต จิรายุ จะเข้าฉายได้ตรงจังหวะกับที่บ้านเมืองเรากำลังมีประเด็นทางสังคม เนื้อหาในภาพยนตร์ได้หยิบมุมดาร์กบางส่วนที่เกิดขึ้นในสังคมมาสะกิดให้คิด ส่วนข้อสรุปที่มีคำตอบ (แน่นอนว่าเฉพาะในภาพยนตร์) จะเป็นอย่างไรนั้น งานนี้คุณต้องไปดูกันเอง 

คืนยุติ-ธรรม เล่าเรื่องราวของ “มานพ” ( ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล) ชายหนุ่มผู้มีอนาคตอันสดใส ทั้งเรื่องการงานและความรัก และกำลังจะแต่งงานกับ “ดวงใจ”  แต่อนาคตของเขากลับต้องพังทลาย เมื่อ ดวงใจ โดนเจ้านายที่ชื่อ “สิทธิชน” (กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ) ข่มขืน ทำให้มานพโกรธแค้น จึงไปทำร้ายสิทธิชนที่บริษัท นำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อสิทธิชนพลั้งมือยิงดวงใจตาย ส่วนมานพได้รับบาดเจ็บสาหัส และตื่นขึ้นมาพร้อมตกเป็นผู้เป็นต้องหาในคดีฆ่าภรรยาตัวเองจนเขาต้องติดคุก  หลังจากออกจากคุกเขาได้พบกับ “กานดา” (ปูเป้ รามาวดี นาคฉัตรีย์) จิตแพทย์สาวที่อาสาเข้ามาเยียวยาอาการป่วยทางจิตใจของเขา แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับค้นพบ มานพ อีกคนที่เธอไม่รู้จัก ที่ลุกขึ้นมาตั้งตนเป็นศาลเตี้ยทวงความยุติธรรมแก่สังคมด้วยความรุนแรงในทุกค่ำคืน ยิ่งค่ำคืนล่วงเลยความรุนแรงก็ทวีความโหดเหี้ยมจนกลายเป็นการนองเลือด และนำไปสู่ความจริงปริศนาที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด

ความไม่ยุติธรรมที่เคยได้รับ และคืนยุติ-ธรรมในแบบฉบับ ก็อต-จิรายุ

สุดสัปดาห์มีนัดคุยกับ ก็อต-จิรายุ ตันตระกูล ถึงบทบาทสุดเข้มข้นในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา “คืนยุติ-ธรรม” และความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของก็อต เรื่องราวคืออะไร และก็อตจัดการกับความไม่แฟร์นี้อย่างไร มาฟังก็อตกันเลย

ก่อนอื่นขอคุยถึงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ก็อตรับเล่น คืนยุติ-ธรรม คาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้น่าสนใจอย่างไรคะ

คืนยุติธรรมผมรับบท “มานพ” ครับ เป็นตัวละครที่ถูกกระทำ ซึ่งเขารู้สึกว่าอยากทวงความยุติธรรมในแบบของตัวเอง สำหรับคาแร็คเตอร์ ผู้กำกับอาจจะตีความแบบหนึ่ง ตัวนักแสดงก็จะตีความแบบหนึ่ง ไม่มีการตีความแบบไหนผิดแบบไหนถูก ดังนั้นการตีความเรื่องนี้ ควรจะเป็นไปเพื่อให้คนที่เล่นเชื่อจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้น

ถ้าตีความจากบทตัวละครตัวนี้ คนที่ถูกกระทำ ซึ่งมีชีวิตธรรมดาปกติ วันหนึ่งลุกขึ้นมาสู้ ใช้อาวุธสงครามเป็น ผมตีความว่าแบ็คกราวนด์เขาต้องไม่ธรรมดา เขาต้องมีความดิบเถื่อนอยู่ในตัว ต้องเคยฝึก หรือเคยทำงานด้านมืดอะไรบางอย่างมาก่อน และตัดสินใจเลิก แต่พอเลิก สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่อย่างที่คิด เขาก็เลยคิดว่าเมื่อโลกอยากให้เลว ก็จะเลวให้ดู

จิรายุ ตันตระกูล คืนยุติ-ธรรม

ทำไมก็อตถึงตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่องนี้คะ

อย่างแรกเลย ผมอยากทำงานกับพี่อุ๋ย-นนทรีย์ เพราะความชื่นใจของนักแสดงคือการได้ร่วมงานกับคนเก่ง อย่างพี่อุ๋ยก็เป็นหนึ่งในตองอูที่ผมอยากร่วมงานด้วย อย่างที่สอง ตัวบทน่าเล่น เนื้อหาของหนังยังไม่ค่อยมีใครทำแบบนี้เท่าไหร่ เนื้อเรื่องในหนังมันดาร์กมากก็จริงนะ แต่ผมว่าโลกความจริงดาร์กกว่าเยอะ เนื้อเรื่องนำเสนอมุมดาร์กของโลกมาแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ความจริงแล้วด้านมืดมีเยอะกวานี้ ในประเทศเราก็มี ต่างประเทศก็มีไม่น้อย

เรื่องนี้ก็อตมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้างคะ

เรื่องนี้ผมแบ่งการฝึกซ้อมเป็นสองลักษณะ ก็คือฝึกซ้อมด้านแอ็คติ้ง กับฝึกซ้อมการใช้อาวุธ ผมถามผู้กำกับชัดเจนเลยว่า คนนี้ใช้อาวุธยังไง เขาต้องเป็นแค่ไหน ไม่เป็นเลย หรือแค่ประมาณหนึ่ง  ถ้าในเรื่องมานพไม่ได้เป็นทหารหรือตำรวจมาก่อน แต่ใช้ปืนแบบคนเป็น แล้วเขาทำอะไรมาก่อน ของแบบนี้ไม่ได้ฝึกได้ในคุกนะ นี่คือเรื่องที่ผมวิเคราะห์

ผมมีไปฝึกเกี่ยวกับอาวุธด้วย แต่ผมไม่ฝึกให้ชำนาญแบบนาวิก ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เพราะตัวบทมันไม่เอื้อให้ตัวละครต้องเป๊ะเรื่องอาวุธมากขนาดนั้น คือไม่ต้องเป๊ะแต่ต้องเป็น

จิรายุ ตันตระกูล คืนยุติ-ธรรม

เบื้องหลังการทำงานบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

ค่อนข้างดาร์กตามเรื่องนะ (หัวเราะ) เพราะเนื้อเรื่องหนัก แต่เวลาทำงานเราแฮปปี้ ความยากจะอยู่ตรง Process การทำงานมากกว่าครับ อย่างการถ่ายซีนแอ็คชั่น การเข้าซีนอารมณ์ เพราะต้องถ่ายทำกันหลายเทค ก็ตึงเครียดหน่อย แต่เลิกงานก็เลิกเครียด นอกจากนี้ก็จะมีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศระหว่างการทำงานเข้ามาด้วย เพราะช่วงถ่ายทำ ค่าฝุ่น pm 2.5 สูง แล้วต้องถ่ายเอาท์ดอร์ ช่วงนั้นหายใจแสบปอดมากครับ

ดูเหมือนก็อตเป็นคนที่จัดสรรกระบวนความคิด และทำการบ้านเยอะก่อนที่จะถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ออกมานะ

ต้องทำครับ ต้องคิด ต้องซ้อม ใครบอกว่าการแสดงไม่ต้องซ้อม บางคนเข้าใจผิดว่าการแสดงไม่ต้องซ้อม ต้องเล่นสดหน้ากล้อง คำถามคือทำไมนักมวยต้องซ้อม ทั้งๆที่ต่อยเป็นอยู่แล้ว ซ้อมก็เพื่อเกิดการชำนาญการใช้ทุกอาวุธ แล้วไปแก้ไขสถานะการตอนที่อยู่ตรงหน้า เพราะฉะนั้นการแสดงมันต้องซ้อมเรื่องอารมณ์ ซ้อมว่าใช้ความคิดแล้ว มันจะผลิตแอ็คชั่นทางร่างกายยังไง ถ้าใช้เสียงนี้ตัวละครรู้สึกยังไง

ก็อต-จิรายุ

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในนักแสดง อยากถามก็อตว่าทำไมเราต้องไปตีตั๋วดูหนังเรื่องนี้คะ

ด้วยความที่เรื่องหยิบความดาร์กจากเรื่องจริงในพาร์ทเล็กๆ ที่เกิดขึ้นสังคมมาทำเป็นหนัง ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นหนังแบบนี้ในบ้านเรา คืนยุติ-ธรรม เป็นการหยิบยกสถานการณ์ที่เป็นด้านมืดของสังคมมาเล่า คือคนเราอย่าเห็นแต่มุมของตัวเอง เวลามองอะไรต้องมองให้รอบ เพื่อดึงสติก่อนที่จะทำอะไร จะเห็นว่าตัวละคร ศิวะ หรือ มานพ สุดท้ายการตัดสินใจของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่มันทำไปด้วยความอาฆาต ซึ่งการทำอะไรด้วยความอาฆาตไม่ได้ทำให้เขาคลายปม แต่กลับทำให้ปมหนาขึ้นทุกวัน

และที่น่าดูคือ เรื่องนี้คือผลงานการโปรดิวซ์โดยพี่อุ๋ย นนทรีย์ และยังมีพี่ปูเป้ รามาวดี กับพี่กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ ร่วมแสดงด้วย ซึ่งทุกคนเป็นนักแสดงมืออาชีพมาก ทุกคนตั้งใจกับเรื่องนี้มากๆ และไม่ง่ายเลยที่เราจะได้โคจรมาร่วมงานกัน

ก็อต-จิรายุ

แล้วในชีวิตจริงก็อตเคยเจอเรื่องความไม่ยุติธรรมอะไรบ้างไหม และจัดการกับเรื่องนั้นอย่างไรคะ

เรื่องที่จัดการได้ก็จัดการ ส่วนเรื่องที่จัดการไม่ได้ก็ต้องวางใจให้ถูกจุด บางเรื่องก็ไม่รู้จะทำยังไง

ก็อต จิรายุ

เช่น…. ?

ตอนผมอายุ 20 ปี ผมเคยถูกรุมตี มี 5-6 คนมารุมผมคนเดียว มาไวไปไวมาก มาตีเราโดยที่เราไม่ได้ทำอะไร จากนั้นก็แยกย้ายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใดๆ ก็แล้วแต่ การรุมผมว่ามันลูกหมาไปนะ ตอนแรกๆ ผมแค้นมาก อยากจะเอาคืน อยากจับเข้าคุกให้ได้ เป็นความคิดแบบเด็กๆ ใครทำอย่างไรก็อยากให้ได้คืนแบบนั้น แต่พอโตขึ้นเราไม่ได้คิดแบบนั้น ผ่านมาแล้วช่างมันเถอะ ในทางอารมณ์เราอาจจะรู้สึกว่าการล้างแค้นเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เวิร์คนะ มีแต่ทำให้ใจเราคับแค้น คลุ้มคลั่งมากกว่าเดิม ถ้าเราจดจ่อแต่ว่าฉันต้องเอาคืนให้ได้ ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องทำคืนเป็นสิบเท่า สุดท้ายมันจะผูกเงื่อนปมในจิตใจ แล้วใครเป็นคนเครียด ก็ตัวเราไง

ถามว่าเราว่า อยากได้ความยุติธรรมมั้ย? เราอยากได้ แต่สุดท้ายแล้ว ทำไปทำมา โห… กระบวนการมันน้านนาน ไม่รู้ว่าต้องเดินเรื่องกี่รอบ ถึงได้ความยุติธรรมกลับมา แล้วมีอะไรง่ายกว่านั้นมั้ย ก็ให้อภัยเขาเถอะ ผมยังบอกแม่อยู่เลยว่า “หนูให้อภัยเขาแล้วนะแม่” แม่ก็บอก “เออ… แม่ก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่เอ็งจะพูดประโยคนี้” เพราะแม่รู้ว่าการให้อภัยเป็นที่สิ่งที่ทำยากที่สุด

ก็อต จิรายุ

หนังฉายในช่วงที่สังคมบ้านเรากำลังเกิดประเด็นถกเถียงและหาข้อสรุปถึงมาตรฐานในสังคมของคนจนกับคนรวย ก็อตมองเรื่องนี้อย่างไร

ตรงๆ เลยนะ มันเป็นความเหลื่อมล้ำที่เราเห็นได้ทั่วไป ไม่ใช่แค่ประเทศเรา ทั่วโลกก็เจอเรื่องแบบนี้กันหมด ถามว่าผมชอบมั้ย ไม่ชอบหรอก เรารู้สึกว่า อยากให้ทุกคนได้ความเท่าเทียมกัน แต่ในเมื่อโลกมันเป็นแบบนี้ ในส่วนที่เราทำได้ เราก็ทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนที่ทำไม่ได้ก็ต้องวางใจให้ได้ ต้องเข้าใจธรรมชาติ บางครั้งหาทางออกไม่เจอ ต้องหาทางเข้า เข้าใจโลกให้เป็น เพราะบางทีมันไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้หรอก บางทีคนที่อยู่ในกระบวนการ ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ด้วยความที่มันเป็น… อืม…. เป็นเรื่องที่พูดยาก ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน

ผมจึงบอกว่า อะไรที่เราทำได้ ในส่วนพอจะทำให้สังคมมันดีขึ้น ก็ช่วยๆกันทำ แต่อะไรที่เราทำไม่ได้ เราต้องหาวิธีวางใจไว้ให้ถูก เพื่อไม่ให้ตัวเราเองมันเป็นทุกข์กับเรื่องนี้ ถามว่าชอบมั้ยความยุติธรรม ถามว่าชอบมั้ยความเท่าเทียม? ชอบ… ถามว่าชอบมั้ย คนถูกเอารัดเอาเปรียบ? ไม่ชอบ! ไม่ชอบเลย แต่บางครั้งการเปลี่ยนโลกทั้งใบมันยาก การเปลี่ยนทัศนคติตัวเอง มันทำให้เรามองโลกตามความเป็นจริงว่า ยังมีเรื่องพวกนี้อยู่จริงๆ ในสังคม สิ่งผิดกฎหมายมากมาย กลายเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายก็เพราะอำนาจของเงิน

เราเสพข่าวมากๆ ผ่านหูผ่านตาทุกวัน  รับรู้จากที่ต่างๆ เกี่ยวกับการไม่ได้รับความยุติธรรมในมุมต่างๆ มันอึดอัดหัวใจมาก ผมจะไปทำบุญ พาตัวเองไปเจอโลกฝั่งที่ดี ล่าสุดไปทำบุญกับแม่ ช่วยพระสงฆ์ที่ป่วยติดเตียง เบนความคิดความสนใจไปเรื่องอื่น ไปช่วยเด็ก ไปให้ปัจจัยที่จำเป็นกับคนที่เขาต้องการ ผมใช้วิธีนี้ เพราะบางเรื่องมันจัดการไม่ได้จริงๆ เราทุกข์ใจมาก อยากจะให้มันเปลี่ยนไปวันนี้ แต่มันไม่เปลี่ยนวันนี้ แต่มันอาจจะเปลี่ยนวันหน้าได้ แล้วเราเองก็คาดหวังว่าวันหน้ามันจะดีขึ้น แต่ถ้าวันนี้มันยังไม่เปลี่ยน ยังไง ก็ต้องเอาตัวเองออกมา อย่างที่ผมบอก เราเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้

คืนยุติ-ธรรม

กว่า 10 ปี ที่เป็นนักแสดง ได้เรียนรู้อะไรจากหน้าที่การงานนี้คะ

ต้องรักในการแสดงจริงๆ การแสดงมีคำว่าศิลปะอยู่ข้างหน้า ศิลปะเป็นเรื่องของความคิดคำนึง เป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ความรู้ที่สะสม เป็นเรื่องของการแสดงออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “นักแสดง” แสดงออกทางด้านร่างกาย และสีหน้า เวลาที่กล้องใกล้เราเข้ามา กล้ามเนื้อทั้งหมดบทใบหน้าเป็นเวทีการแสดง

ก็อตมองภาพตัวเองในวงการบันเทิงอีก 10 ปีไว้อย่างไร

เลิกแล้วครับ ผมจะไปเป็นเกษตรกรครับ เห็นผมแบบนี้ผมดูยูทูบปลูกต้นไม้ทุกวันเลยนะ (ยิ้ม) คาดว่าอีก7-8 ปีข้างหน้าจะเริ่มเฟดออกจากวงการบันเทิง ไปอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด

ผมอยากเดินตามในหลวงรัชกาลที่ 9 กับท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ท่านทั้งสองเป็นไอดอลสูงสุดในชีวิตผม ด้วยความที่ผมนับถือในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ดังนั้นจึงเกิดการตั้งคำถามว่า ศรัทธาที่เรามีต่อพระองค์ท่าน ไม่ใช่แค่บอกว่าเราศรัทธาท่าน เรารักท่าน แต่คือปฏิบัติตามคำสอน ชีวิตของผมนับจากวันนี้เป็นต้นไป เริ่มมองหาที่ดิน เริ่มศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ เกษตรทฤษฎีใหม่ การบริหารจัดการพื้นที่ การบำรุงดิน ผมศึกษาทุกวันเพื่อวางแผนระยะยาว เพราะผมมองว่าต้องกินต้องอยู่ให้ได้แบบพึ่งพาตัวเอง เมื่อวันหนึ่งเราพึ่งตัวเองได้อย่างที่ในหลวงสอนแล้ว ผมว่าชีวิตเราจะมีความสุขที่ยั่งยืนในอีกรูปแบบหนึ่ง

Tex: AuAi Photo: Sudsapda

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ก็อต จิรายุเบื้องหลังความหล่อร้าย คือผู้ชายที่น่ารู้จัก

ก็อต จิรายุ ดาราไทยหน้าหล่อ โกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวูด

 

 

 

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา