แอบส่องเบื้องหลังแฟชั่นสไตล์อปป้าและเม้าท์มอยกับช่างแต่งหน้าคิวทอง น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ

น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ , น้องฉัตร-ฉัตรชัย , ช่างแต่งหน้า
น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ , น้องฉัตร-ฉัตรชัย , ช่างแต่งหน้า

เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว อย่าเพิ่งสงสัยว่าอปป้าคนไหนมาขึ้นปกสุดสัปดาห์ฉบับนี้กันนะ เพราะถึงจะงานกริบราวกับหลุดออกมาจากซีรีส์ แต่นี่ไม่ใช่พระเอกเกาหลีอย่างที่หลายคนคิดนะคะ และอย่าเพิ่งตกใจหากสุดฯ จะเฉลยว่าหนุ่มหน้าใสคนนี้คือช่างแต่งหน้ามือเทพ น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาต ที่สะบัดแปรงแต่งหน้าเองจนออกมาละมุนราวกับกงยูผสมลีดองวุกยังไงยังงั้น ซึ่งไม่ใช่แค่ภาพในแฟชั่นเซตเท่านั้นที่ใสเป๊ะ เบื้องหลังก็งานดีงานละเอียดมาก ถ้าไม่เชื่อตามสุดไปตะลุยกองถ่ายแฟชั่นแสนละมุนเซตนี้ พร้อมเม้าท์หอยสังข์กับน้องฉัตรด้วยกันเลยค่ะ

 

สารภาพว่าพอรู้ว่าน้องฉัตรจะมาขึ้นปก สุดฯ ก็คิดมาตลอดว่าต้องออกมาเวอร์วังดาวล้านดวงแน่ๆ ที่ไหนได้คอนเซ็ปท์ของแฟชั่นปกเซตนี้กลับออกมาใสๆ เบาๆ สไตล์เกาหลีสุดๆ แต่ด้วยความที่แบบของเราเป็นเมกอัพอาร์ติสระดับท็อปของชั่วโมงนี้ ภายใต้ความเบาๆ ใสๆ นั้นจึงเต็มไปด้วยความว้าว ว้าว ว้าว

เริ่มตั้งแต่หน้าผมที่เจ้าตัวจัดแจงแต่งเองจนออกมาเป็นลุคอ้ปป้าซารังเฮ ตามมาด้วยสไตลิ่งที่จัดเต็มรับวินเทอร์ให้อารมณ์อบอุ่นน่าซบมาก แม้บางชุดจะน้อยชิ้นแบบเสื้อตัวกางเกงตัว แต่ก็ยังออกมาดูดีเป๊ะปังเข้ากับลุคอ้ปป้า นี่ล่ะนะที่เขาว่าหน้าดีมีชัย พอแต่งหน้าออกมาหล่อๆ ใสๆ ใส่อะไรก็ดูดีไปหมดแถมวันนั้นตลอดการทำงานช่างแต่งหน้าสุดฮ็อตของเราก็สนุกกับการแต่งตัวและโพสท่า แม้จะไม่ใช่นายแบบมืออาชีพแต่ก็พยายามทำออกมาอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เห็นเป็นระยะ การทำงานจึงไหลลื่นไม่มีสะดุด จนได้ออกมาเป็นแฟชั่นสวยๆ แบบที่เห็นกันนี่ล่ะค่ะ

หลังจากกระหน่ำถ่ายแฟชั่นอย่างต่อเนื่องไปเกือบสิบชุด เมื่อถึงเวลาพักกองสุดฯ ก็พุ่งตัวเข้าหานายแบบคนพิเศษของเราทันที เพราะได้ชื่อว่าเป็นช่างแต่งหน้าคิวทองอย่างน้องฉัตร การจะเจอตัวและได้สนทนาแบบใกล้ชิดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย พอได้โอกาสมีหรือสุดฯ จะปล่อยให้หลุดมือ รีบคว้าตัวมานั่งจับเข่าล้วงความลับและเรื่องเล่าสนุกๆ ในการเป็นช่างแต่งหน้าระดับเทพให้แฟนๆ ได้รู้กันไปเลย

 

น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ , น้องฉัตร-ฉัตรชัย , ช่างแต่งหน้า

 

น้องฉัตรเริ่มจับเครื่องสำอางครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไร

“ฉัตรชอบการแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็กๆ เวลาเห็นเรื่องสำอางก็ชอบหยิบมาเล่น เห็นผู้หญิงผมยาวๆ ก็อยากจับมาถักเปีย เวลาเด็กๆ แถวบ้านมีงานโรงเรียนก็ไปแต่งหน้าให้เขา คือเรียกได้ว่าตั้งแต่รู้ความก็ชอบและหยิบจับเครื่องสำอางมาตลอดก่อนจะไปเรียนแต่งหน้าจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 13 โชคดีที่ตอนนั้นแม่ไม่ปิดกั้น แต่พ่ออาจจะไม่ชอบเท่าไร เพราะตามธรรมเนียมจีนลูกผู้ชายควรจะเรียนอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรียนแต่งหน้า แต่ท่านก็โอเคและให้ลองเรียนดู”

 

แต่งหน้าตัวเองก็เป๊ะ แต่งให้คนอื่นก็ปัง ถามจริง ในชีวิตนี้เคยแต่งพลาดบ้างไหม

“หลายครั้งเลยครับ โดยเฉพาะตอนที่ยังเป็นช่างผมอยู่ จำได้ว่าครั้งหนึ่งทำผมให้เจ้าสาวเสร็จแล้วจะลงไปในงานเพื่อตามไปเช็คความเรียบร้อยให้เขา ปรากฏว่าทรงผมเจ้าสาวเปลี่ยนไปเป็นอีกทรงหนึ่ง ไม่เหมือนที่เราทำไว้ คือเขาไม่ชอบทรงนั้นแล้วไปให้ช่างอีกคนหนึ่งแก้ให้ เราก็เลยรู้สึกเสียเซลฟ์ว่าทำไมถึงไม่บอกกันตรงๆแต่พอมองย้อนกลับไปในตอนนั้นฝีมือเราก็ยังเด็กอยู่จริงๆ อาจจะไม่ถึงมาตรฐานที่เขาต้องการก็เลยต้องทำแบบนั้น

“อีกเหตุการณ์หนึ่งคือรับงานถ่ายแฟชั่น พอไปถึงสไตลิสต์สั่งให้ทำแบบนี้เราก็ทำตามแต่พอเจอช่างภาพที่หน้าเซต กลับถูกด่าว่าทำไมทำแบบนี้โน่นนี่นั่นโน่น พอจะอ้าปากอธิบายเขาก็บอกว่าเราเถียงไล่ให้กลับบ้านแล้วหาช่างใหม่เลยตอนนั้นเรายังเด็กจึงช็อกมาก มองว่าเป็นเรื่องที่แย่สุดๆทำไมวงการนี้ถึงโหดร้ายจัง รู้สึกกดดันจนไม่อยากทำงานในวงการอีกเลย”

 

 

แล้วความเฟลที่สุดในชีวิตช่างแต่งหน้าของน้องฉัตรคือครั้งไหน

“ที่เฟลสุดๆ ไม่ใช่เรื่องการแต่งหน้าครับ แต่เป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดคิดว่าเราไปแย่งงานช่างแต่งหน้าท่านอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะแย่งงานเขา แต่ลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างเรา โดยที่ฉัตรไม่รู้มาก่อนว่าเขาไปคุยกับใครไว้บ้างจนถึงวันงานเราก็ทำงานตามปกติแล้วลงรูปในอินสตาแกรม อยู่ๆ ก็มีช่างที่เขาอาจจะเจรจาอะไรกับลูกค้าไว้ก่อนหน้านี้มาคอมเม้นท์ว่าเราเป็นเด็กรุ่นใหม่ไปปาดหน้าเขา จนกลายเป็นข่าวดัง

“ตอนนั้นเสียใจมาก เพราะบางคนไม่รู้ความจริงแล้วเข้าใจผิด มองว่าเราเป็นเด็กไม่ดี คนเขียนข่าวก็เขียนบิดเบือนว่าเราไปขอแต่งหน้าในงานแต่งงานดาราท่านนั้นท่านนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่เคยขอแต่งหน้าให้ดาราคนไหนเลย ตอนนั้นฉัตรผ่านมาได้เพราะมีคุณแม่คอยให้กำลังใจ และมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคารพรักเตือนสติว่าเรื่องร้ายๆ แบบนี้ก็เหมือนจุดที่เปื้อนบนผ้าขาว ถ้ายิ่งถูยิ่งขยี้ก็จะยิ่งขยายวงกว้าง ให้อยู่เฉยๆ นิ่งๆ แล้วเวลาจะช่วยคลี่คลายให้รอยจุดที่ด่างดำค่อยๆ จางลงไปเองฉัตรเลยไม่ตอบโต้แล้วหันมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแทน”

 

แล้วการทำงานครั้งไหนที่ประทับใจที่สุด

“ครั้งที่แต่งหน้าให้คุณญาญ่าญิ๋ง (รฐา โพธิ์งาม) ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2013 เพราะเป็นงานแจ้งเกิดน้องฉัตรจริงๆเหมือนพี่ญิ๋งเป็นคนเปิดโอกาสให้เราขึ้นมาเป็นหนึ่งในช่างแต่งหน้าที่ได้ทำงานในระดับประเทศ และระดับโลก ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจมากที่เด็กคนหนึ่งซึ่งรักในการแต่งหน้าได้รับโอกาสนี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วพี่ญิ๋งจะเลือกใครไปแต่งให้ก็ได้ แต่เขาเลือกเราจึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตครับ”

 

เห็นแปลงโฉมให้คนดังบ่อยมาก ครั้งไหนที่น้องฉัตรคิดว่าทำออกมาได้ว้าวที่สุด

“ถ้าสำหรับน้องฉัตรเองคือการแต่งหน้าให้เทพพิทักษ์ แอสละ ไปออกรายการพี่วู้ดดี้ (วุฒิธร มิลินทจินดา) เพราะรู้สึกว่าเป็นการแปลงโฉมที่คนว้าวกันเยอะ หรือแม้แต่เร็วๆ นี้ที่ทำให้ยอดฟอลโลว์ในไอจีของน้องฉัตรเพิ่มมากขึ้นคือการแปลงโฉมเจ๊น้ำเน็ตไอดอล (ณัฐนัน ต้นศึกษา) ซึ่งคนให้การตอบรับดีมาก”

 

เป็นช่างแต่งหน้าชื่อดังแบบนี้ ต้องแต่งหน้าตัวเองทุกวันไหม

“จริงๆ ถ้าไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่แต่ง จะเน้นการทาครีมบำรุงมากกว่า แต่ถ้าเป็นวันที่ออกไปข้างนอกก็ต้องแต่ง เพราะเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นเลยต้องดูดีนิดหนึ่ง อีกอย่างเราก็มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองด้วยก็ต้องนำเสนอกันบ้างครับ”

 

น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ , น้องฉัตร-ฉัตรชัย , ช่างแต่งหน้า

 

ปกติใช้เวลาแต่งหน้าตัวเองกี่นาที

“แป๊บเดียว 5-10 นาทีแค่ลงมอยส์เจอไรเซอร์ครีมกันแดด แล้วตามด้วยคอนซีลเลอร์ ลงรองพื้นนิดๆ หน่อยๆ แล้วปิดด้วยแป้งพัพลิปส์มัน แค่นี้ อ้อ! อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือปัดคิ้ว”

 

แล้วถ้ารีบมากๆ แบบต้องไปแล้ว เครื่องสำอาง 1 ชิ้นที่จะเลือกหยิบมาใช้คืออะไร

“คอนซีลเลอร์ เพราะเก็บพวกรอยสิวและรอยคล้ำใต้ตาได้ คือน้องฉัตรเป็นคนเชื่อโหงวเฮ้งแบบคนจีน ซึ่งคนที่โหงวเฮ้งดีคือคนที่มีใบหน้านวลเนียน ก็เลยเลือกเป็นคอนซีลเลอร์ดีกว่า อย่างปากถ้าอยากให้ชุ่มชื่น แค่ไปกินไก่ย่างก็มันๆ เหมือนทาลิปส์มันแล้วครับ” (หัวเราะ)

 

มีเสียงร่ำลือว่าแป้ง RAN ของน้องฉัตรดีเวอร์ เล่าถึงที่มาของแป้งตัวนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม

“จริงๆ ชื่อแบรนด์มาจากภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวคันจิบางคนอ่านว่าแรน บางคนอ่านว่ารัน แต่เราเลือกที่จะอ่านว่ารันเพราะออกเสียงเหมือน RUN แป้งเราจะได้วิ่งไปตลอดคือเอาเรื่องดวงมาเกี่ยวด้วยเลยอ่านว่ารันดีกว่า

“เป้าหมายในการทำแป้งรันของฉัตรคืออยากทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับแบรนด์ต่างประเทศ แต่ตอบโจทย์ผู้หญิงไทยมากกว่า เพราะเรารู้ว่าผู้หญิงไทยมีปัญหาอะไรบ้าง อย่างที่เห็นชัดเลยก็คือบ้านเราอากาศร้อน ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ของประเทศยุโรปเรื่องสภาพอากาศก็ไม่ได้แล้ว โทนสีผิวยิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะบ้านเขาจะผิวขาวอมชมพู แต่ผู้หญิงบ้านเราผิวจะออกหลืองๆ หรือไม่ก็ดำอมแดง เลยคิดสูตรขึ้นมาโดยพัฒนาจากสิ่งที่ชอบในแบรนด์ต่างๆ เช่น ชอบความปกปิดของแบรนด์นี้แต่ชอบสีของแบรนด์นั้นก็เอามารวมกันอยู่ในแป้งรันตลับเดียว”

 

ถ้าให้บอกคุณสมบัติของแป้งRAN แบบรวบรัด น้องฉัตรจะอธิบายว่า…

“ปกปิด บางเบาสีสวย เหมาะกับผู้หญิงไทย และที่สำคัญคือเจ้าของแบรนด์ตั้งใจทำสินค้าเพื่อผู้หญิงไทยทุกคนครับ”

 

สำหรับน้องฉัตร “การแต่งหน้า” คืออะไร

“สำหรับน้องฉัตรการแต่งหน้าคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นและสามารถเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งได้ อย่างที่เขาบอกว่าเวลาดูผู้หญิงห้ามดูตอนแต่งหน้า ให้ดูตอนหน้าสด (หัวเราะ)แต่จริงๆ แล้วการแต่งหน้าคือสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน และบางครั้งก็ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนที่สวยที่สุดในชีวิต อย่างเช่นเวลาเราแต่งหน้าเจ้าสาว เขาก็จะรู้สึกว่าเขาสวยมากๆดังนั้นการแต่งหน้าจึงเป็นความมหัศจรรย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉัตรอยากจะบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออินเนอร์ เพราะหากแต่งหน้าสวยอย่างเดียวแล้วไม่มีอินเนอร์ก็สวยไม่สุดนะครับ”

นักมายากล เอ้ย! ช่างแต่งหน้าระดับท็อปของไทยบอกเคล็ดลับมาขนาดนี้แล้ว อย่าลืมมีอินเนอร์ความสวยในตัวเองกันด้วยนะคะสาวๆ ดูตัวอย่างอินเนอร์ความเกาหลีของน้องฉัตรในแฟชั่นเซตปกฉบับนี้เป็นตัวอย่างกันได้เลย จะอ้ปป้า นูน่า หรือนางฟ้า ถ้าอินเนอร์มาก็สวยหล่อแบบที่คิดได้ เชื่อสิ

 

TEXT / PHOTO : ASK 

 

ข่าวที่น่าสนใจของซุปตาร์เมืองไทยมีให้อ่านต่อที่นี่!

สวยเฉียบเรียบโก้กับ แต้ว – ณฐพร เตมีรักษ์

พีช-แพท รักจริงจัง มีแพลนอนาคตร่วมกัน

“18 ปีไทเทเนียม” พิสูจน์ความเป็นตัวจริงบนเส้นทางฮิปฮอป

อัพเดทข่าวเม้าท์ไทยเทศทุกวงการ & คลิปฮา ดารามาเต็ม ...คลิกติดตามที่
keyboard_arrow_up