GELBOYS 2 การกลับมาของกลิ่นอายที่คิดถึง พร้อมการเติบโตและสีสันใหม่ๆ ที่ทำให้ใจเต้นแรง

account_circle
event

หลังจากซีรีส์ปรากฏการณ์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” สร้างกระแสเล็บเจลฟีเวอร์ไปทั่วเมือง พร้อมส่งเพลงประกอบซีรีส์ เลิกกั๊กแล้วรักก่อน” ไปคว้ารางวัลนาฏราชมาครองได้สำเร็จ วันนี้ 4 หนุ่ม GELBOYS “ไป๊ป-มนธภูมิ” “นิว-ชยภัค” “พีเจ-มหิดลและ เลออน เซ็คกลับมาอีกครั้งในภาคต่อ “GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน”

ซีซันนี้พกพาความพิเศษแบบยกกำลังสอง ด้วยการต้อนรับ 2 นักแสดงหน้าใหม่ ภีม-วีรวิชญ์และ ไม้-ณัฐภัทรในนาม GELZBABY ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวบทใหม่ผ่านมุมมองของตัวละคร เจลและ เบบี้ในอีก 30 ปีข้างหน้า!

สุดสัปดาห์ ชวนทั้ง 6 หนุ่มมาพูดคุยเปิดใจถึงการเดินทางตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จากความทรงจำในแฟนมีตครั้งแรก้าวสำคัญในพาร์ตศิลปิน T-POP จนถึงเบื้องหลังการอ่านบทซีซัน 2 ที่มาพร้อมหลากอารมณ์จนถึงขั้นต้อง “ปีนโต๊ะ” พร้อมถ่ายแฟชั่นเซตสุดเท่ใน Digital Cover ฉบับนี้!

ขอเริ่มต้นด้วยการให้ทุกคนแนะนำตัวพร้อมบทบาทที่ได้รับในเรื่อง

GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน
พีเจ ไม้ เลออน ไป๊ป นิว ภีม

ไป๊ป: สวัสดีครับพวกเรานักแสดงจากซีรีส์ ‘GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน’ ผมไป๊ป รับบทเป็น ‘เชียร’ ครับ
นิว: ผม นิว ชยภัค รับบทเป็น ‘โฟร์มด’ ครับ
พีเจ: สวัสดีครับ ผมพีเจ รับบทเป็น ‘บ้าบิ่น’ ครับ
เลออน: สวัสดีครับ ผมเลออน รับบทเป็น ‘บัว’ ครับ
ภีม: สวัสดีครับ ผมภีมครับ รับบทเป็น ‘เจล’ ครับ
ไม้: สวัสดีครับ ผมไม้นะครับ รับบทเป็น ‘เบบี้’ ครับ

ก่อนจะเข้าเรื่องซีซัน 2 อยากให้ GELBOYS รีแคปความรู้สึกเกี่ยวกับแฟนมีตครั้งแรกเมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมาหน่อยค่ะ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค, พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค

นิว: จำได้ว่าร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยครับ (หัวเราะ) พอพูดความรู้สึกบนเวทีจบแล้วเดินลงมาเจอพี่ๆ ทีมงานยืนรออยู่ มันรู้สึกดีใจและตื้นตันมากครับ

ไป๊ป: เขาร้องไห้จริงครับ ลองไปหาภาพนั้นดูได้ ผมแอบไป Photobomb อยู่ในรูปด้วย (หัวเราะ)

พีเจ: ช่วงทำเบเนฟิต แฟนคลับบางคนร้องไห้ มือสั่น รับรู้ได้เลยว่าเขาตื่นเต้นมาก หลายคนพูดความในใจกับพวกเรา ซึ่งผมพยายามฟังทุกคนให้ได้มากที่สุด เพราะเรารู้สึกว่าเขามาด้วยใจ ตั้งใจมาหาพวกเราจริงๆ ครับ

เลออน: พอขึ้นสเตจไปเห็นคนมากมายที่ตั้งใจมาดูเรา มันเป็นวันที่ทำให้แพสชันของผมลุกโชนขึ้นมาเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากทำทุกวินาทีบนเวทีให้ดีที่สุด เพราะทุกคนตรงหน้าคือคนที่ส่งเรามาจนถึงจุดนี้ เวทีนี้ และได้มานั่งสัมภาษณ์อยู่ตรงนี้ พอหลังจบแฟนมีต ผมได้ลองเปิดอ่านจดหมายที่แฟนคลับเขียนให้ มันคือวันที่ผมร้องไห้หนักมาก เพราะทุกอย่างที่แฟนๆ พิมพ์หรือเขียนมามันมาจากใจจริงๆ จุดนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าการเป็นคนหน้ากล้องมีอิทธิพลต่อผู้คนมากมายขนาดไหน

ไป๊ป: พอเห็นแฟนๆ ทุกคนมาดู มาเชียร์ และให้ความร่วมมือกันมากๆ มันทำให้เห็นว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้นมากเลยครับ ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงานต่อไป ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากขอบคุณทุกคนให้ครบ และอยากตอบแทนพวกเขาด้วยการตั้งใจสร้างผลงานดีๆ ออกมาครับ

ไป๊ป มนธภูมิ

ช่วงเตรียมซีซันใหม่ ทั้ง 4 คนได้ปล่อยเพลงและทำกิจกรรมเหมือนเป็นไอดอล T-POP กันเลย เคยคิดไหมว่าเส้นทางในวงการของเราจะมาในแนวทางนี้ด้วย

นิว, พีเจ: ไม่ครับ (หัวเราะ)

นิว: แต่ผมรู้สึกว่ายุคนี้เป็นยุคของการมีศิลปินไอดอลเป็นเหมือนที่พึ่งทางจิตใจ พอ GELBOYS เป็นซีรีส์รักวัยรุ่นที่เล่าเรื่องของยุคสมัยนี้ ก็ไม่แปลกที่เราจะต่อยอดจากซีรีส์ออกไปเป็นโชว์ การร้อง การเต้น หรือการปล่อยเพลง สารภาพว่าแรกๆ ไม่ชินเลยครับ แต่การมีสกิลร้องและเต้นติดตัวไว้ก็เป็นเรื่องดี ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับพวกเราทั้ง 4 คนเลย

นิว ชยภัค

ความรู้สึกแรกตอนรู้ว่าจะมีซีซัน 2 คิดว่าเรื่องราวของ GELBOYS จะดำเนินไปในทิศทางไหน

นิว: ตอนที่ประกาศซีซัน 2 พวกเราก็อยู่ต่อหน้าแฟนๆ พอดี ได้เห็นรีแอกชันว่าทุกคนดีใจกันมาก ตัวผมเองก็ดีใจ ตื่นเต้น และรอคอยมากครับ ตอนพี่บอส (นฤเบศ กูโน) เรียกเข้าไปคุยเรื่องบท เขาถามผมว่า ‘คิดว่าโฟร์มดจะเป็นอย่างไรในซีซัน 2′ ซึ่งผมก็พูดเล่นๆ ไปว่า โฟร์มดเหรอ มันต้องเป็นดารา แล้วเชียรต้องตามหึงโฟร์มดแน่ๆ เพราะซีซันแรกเชียรทำกับโฟร์มดไว้เยอะ ถ้าได้เอาคืนก็น่าจะสนุก แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงครับ (ยิ้ม)

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค, พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค

ไป๊ป: ตอนนั้นในหัวประมวลผลไม่ถูกเลยครับ เพราะซีซัน 1 คลี่คลายปัญหาลงตัวหมดแล้ว ก็นึกไม่ออกว่าซีซัน 2 จะมาในรูปแบบไหน จะทำอย่างไรให้แปลกใหม่ แต่พอได้ไป Read Through กับทุกคน ผมรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ทุกอย่าง ทุกไอเดียเลย คิดว่าทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถอินกับเรื่องราวในซีซันนี้ได้แน่นอนครับ

พีเจ: ตื่นเต้นมากครับ แต่ตอนแรกเดาทางไม่ออกเลยว่าบทจะไปในทิศทางไหน พอรู้ว่าซีซันนี้มีรุ่นลูกด้วยยิ่งตกใจ ไม่คิดว่าจะมาไกลได้ขนาดนี้ครับ

เลออน: ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นและช็อกครับ จริงๆ เดาไว้ตั้งแต่แรกว่าคนคงอยากเห็นความสัมพันธ์แบบแฟนของทั้งสองคู่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ แต่ก็เดาไม่ออกอยู่ดี พอได้อ่านบทจริงๆ ก็ไม่มีอะไรตรงกับที่คิดไว้เลยครับ

ทราบมาว่าหนุ่มๆ แอบส่องฟีดแบ็กของ GELBIE อยู่เรื่อยๆ มีทฤษฎีไหนของแฟนๆ ที่รู้สึกว้าวหรือประทับใจบ้างไหม

นิว: ตอนนี้ผมนึกว่าซีรีส์เราเป็นหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลนแล้วครับ (หัวเราะ) พอไปนั่งอ่านทฤษฎีของแฟนๆ ก็รู้สึกว่าถ้าทุกคนรวมตัวกันคงเขียนบทได้เรื่องหนึ่งเลย แซวนะครับ ผมว่าการเดาพล็อตและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแบบนี้มันเป็นเสน่ห์และสีสันของซีรีส์เรามาก

เลออน: ทฤษฎีของแฟนๆ มีทั้งตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง หรือหลุดลู่ทางไปเลยก็มีครับ ส่วนทฤษฎีที่เหมือนจนนึกว่าเป็นทีมเขียนบทมาเองก็มี แต่ผมชอบตอนที่ LOOKE ปล่อยภาพสปอยล์แล้วคนเอาไปตีความกันสนุกมาก ผมเลยอยากไปดูซีรีส์พร้อมๆ กับแฟนๆ และดูรีแอกชันของทุกคนไปพร้อมกันเลยครับ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค, พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค

พีเจ: มีทฤษฎีน่าสนใจหลายอันเลยครับ ทำให้ได้บรรยากาศความสนุกของซีซันแรกกลับมา ตอนซีซันแรกออนแอร์ ทุกคนก็เดากันล่วงหน้าว่าตอนต่อไปต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้แน่เลย พอซีซันนี้ประกาศตามหานักแสดงใหม่มาเป็น GELBOY05 ทุกคนก็เดากันว่าตัวละครใหม่จะมาทำอะไร เป็นเพื่อนใหม่หรือคนที่เข้ามาป่วนความสัมพันธ์รึเปล่า

สุดสัปดาห์: สุดท้ายพีคเลย มาเป็นลูก

พีเจ: ใช่ครับ (หัวเราะ)

ไป๊ป: ผมจะบอกว่าเดาไปเถอะครับ ไม่มีทางถูกแน่นอน พวกผมอยู่กับพี่ๆ เขามานานยังเดาไม่ถูกเลยครับ

ช่วยเล่าบรรยากาศตอนได้อ่านบท GELBOYS 2 ให้ฟังได้ไหมคะ เป็นอย่างไรกันบ้าง

เลออน: เราอ่านบทกัน 2 วันครับ ซึ่งตลอด 2 วันนี้ ทุกความรู้สึกบนโลกเกิดขึ้นกับตัวผมหมดเลย มีคนปีนโต๊ะตอนอ่านบท ทั้งออฟฟิศกรี๊ดพร้อมกัน ตอนอ่านผมอินมากจนไม่อยากอ่านหน้าถัดไปก่อนคนอื่น เพราะอยากอ่านและรู้สึกไปพร้อมๆ กัน ตอนนั้นคิดว่าถ้าตัวหนังสือตรงหน้าได้ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพให้คนได้ดูและรักมัน มันคงจะอิมแพ็กมากๆ ครับ

ไป๊ป มนธภูมิ

ไป๊ป: ตอนอ่านบท รู้สึกว่าตัวหนังสือมันมีพลังมาก รายละเอียดต่างๆ ที่ทีมเขียนบทพยายามอธิบาย มันทำให้เราเห็นภาพตาม อย่างที่เลบอก ทุกอารมณ์ความรู้สึกเกิดขึ้นกับเราตลอดทั้ง 2 วันที่อ่านบทด้วยกัน บางทีอ่านๆ ไปก็ต้องขอพักเคลียร์อารมณ์หน่อย แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ มันสนุกและน่าทึ่งมากครับ

นิว: วันแรกที่อ่านบทมีความตื่นเต้นและเอเนอร์จีเยอะมาก แต่พอเข้าวันที่ 2 ผมเหมือนคนอมทุกข์เลย มันทวิสต์อารมณ์สุดๆ แต่มันสนุกมากครับ ชื่นชมทีมเขียนบทมากๆ ที่พัฒนาบทออกมาได้ขนาดนี้ ตัวหนังสือมีพลังมากจนทำให้ตัวละครของเราเหมือนมีชีวิตออกมาจากบทจริงๆ มาเดินเล่นอยู่ในสยามจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกอิมแพ็กมากครับ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค, พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค, ภีม วีรวิชญ์, ไม้ ณัฐภัทร

ภีม: ด้วยความที่ผมยังใหม่มากๆ กับการเป็นนักแสดง ครั้งแรกที่ได้ Read Through ผมเลยโฟกัสไปที่ศัพท์เทคนิคก่อนครับ เพราะตอนนั้นยังไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคที่ใช้ในการถ่ายทำซีรีส์ มันเลยเป็นความตื่นเต้นท้าทายที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้วค่อยมาทำความเข้าใจกับบทในภายหลังครับ

ไม้: ไม้ได้อ่านบทครั้งแรกกับภีมในพาร์ตของตัวละครเจลกับเบบี้ครับ ด้วยความที่เป็นครั้งแรก ผมเลยมีคำถามเต็มไปหมด สงสัยว่าภาพจะออกมาประมาณไหน พอกลับบ้านไปทำการบ้าน ไม้ได้อ่านบททุกตอนของทุกคน ตอนนั้นความรู้สึกมันล้นอกไปหมด ตั้งตารอคลาสการแสดงและรอวันเปิดกล้องเลยครับ

พีเจ มหิดล

พีเจ: เป็นการรอคอยที่คุ้มค่ามากครับ จำได้ว่าก่อนวันอ่านบทวันแรกผมนอนไม่หลับเลย เพราะลุ้นว่าจะเป็นอย่างไร พออ่านบทวันแรก อารมณ์มาเต็มทุกอย่าง สนุก กรี๊ด พอจบวันแรกผมนอนไม่หลับอีก เพราะมันค้างคา รู้สึกเหมือนโดนดึงปลั๊กแล้วต้องมารออีกคืนเพื่ออ่านบทต่อ จำได้ว่าวันต่อมาผมไปถึงออฟฟิศคนแรกเลย อยากอ่านบทให้ไวที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้องอ่านพร้อมกันอยู่ดี (หัวเราะ) เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก ผมชอบบทซีซันนี้มากครับ ซีนที่ผมอ่านแล้วถึงขั้นต้องปีนโต๊ะก็สปอยล์ไม่ได้จริงๆ แต่เชื่อว่าถ้าแฟนๆ ได้ดู ทุกคนก็จะ…

สุดสัปดาห์: ก็จะปีนโต๊ะเหมือนกันใช่ไหม

พีเจ: ผมว่าถึงขั้นปีนหลังคาครับ ถ้าตอนนั้นผมปีนหลังคาได้ก็คงปีนไปแล้ว

อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ในซีซันนี้คือการเล่าเรื่องในอีก 30 ปีข้างหน้าด้วย รู้สึกอย่างไรกันบ้างที่ต้องมารับบทเป็นพ่อคนแล้ว

นิว: อึ้งครับ!

พีเจ: ตอนนั้นยังไม่ได้นักแสดงที่จะมารับบทเจลกับเบบี้ด้วย เลยไม่รู้ว่าลูกจะออกมาหน้าตาแบบไหน นึกภาพไม่ออกเลยครับ

นิว: ไม่ชินเลยครับ ตอนแรกได้ข้อมูลมาคร่าวๆ ว่าจะมีน้องๆ มาเล่นเป็นลูก แต่ตัวละคร GELBOYS ในความรู้สึกผมมันยังดูจี๊ดจ๊าดและเป็นเด็กมัธยมกันอยู่เลย คิดไม่ออกว่าลูกในซีรีส์จะออกมาทรงไหน ต้องเป็นเบบี๋เด็กจิ๋วเลยหรือเปล่า ทีมเขียนบทจะปั้นคาแรกเตอร์ลูกเราออกมาอย่างไรให้สมจริงและทำให้คนดูเชื่อว่าเรามีลูกแล้วจริงๆ แต่พี่ๆ เขาทำได้ ชื่นชมมากเลยครับ ซึ่งดูก็น่าจะรู้นะครับว่าใครเป็นลูกใคร (ยิ้ม)

ไป๊ป: ผมคิดอยู่ 2 อย่าง คือไลฟ์สไตล์ของลูกเราจะเป็นแบบไหน เพราะสไตล์ของ GELBOYS แต่ละคนจัดจ้านมาก และอีกอย่างคือ แค่ 4 คนก็วุ่นวายมากแล้ว ซีซันนี้มี 6 คน มันจะวุ่นวายขนาดไหน

เลออน: นึกภาพไม่ออกเหมือนกันครับ ยิ่งตัวเราอยู่ในวัย 20 ต้นๆ ยิ่งนึกภาพไม่ออก ไม่รู้เลยว่าบัวจะเอาอย่างไรกับลูกตัวเองเหมือนกัน งงไปหมดเลยครับ

เลออน เซ็ค

ซีซันนี้ได้ผู้กำกับคนใหม่ ‘เอส-ปริญวัฒน์ รัตนชัยพิบูลกิจ’ มารับไม้ต่อ การร่วมงานกับพี่เอสเป็นอย่างไรบ้าง

ไป๊ป: ความจริงพี่เอสเป็นคนที่อยู่กับ GELBOYS มาตั้งแต่กำเนิดอยู่แล้วครับ เพราะเขาร่วมเขียนบทและเห็นพวกเรามาตลอด ในโซเชียลเขาก็โพสต์ถึงพวกเราเยอะมาก พี่เอสคือหนึ่งในคนที่เข้าใจ GELBOYS มากที่สุด และมีความเป็น Perfectionist สูงมาก มีภาพในหัวชัดเจน ทำให้ GELBOYS มีชีวิตชีวามากขึ้น ในซีซันนี้เล่าทั้งการเติบโต มิติใหม่ๆ ของตัวละคร และองค์ประกอบอื่นๆ อีกเยอะมาก ซึ่งพี่เอสกลั่นกรองออกมาได้เข้มข้นและสวยงามมากครับ ขอบคุณพี่เอสมากๆ ที่ดูแลพวกเราเสมอและตั้งใจทำเรื่องนี้ สำหรับพี่เอส เรื่องพักผ่อนไว้ทีหลังเลย เพราะเขาคิดถึงแต่เรื่อง GELBOYS ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่เรานั่งสัมภาษณ์กันอยู่นี้ เขาก็ทำงานอยู่ในห้องตัดครับ

นิว: ก่อนจะมากำกับซีซันนี้ พี่เอสเคยเป็นตากล้องเบื้องหลังมาก่อน ทั้ง Documentary ของ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ’ และ ‘GELBOYS’ ภาคแรก ผมว่ามุมมองของเขาคือคนที่มองมาจากเบื้องหลัง ทำให้เขาเห็นรายละเอียดที่คนที่อยู่ในแสงสว่างอาจมองไม่เห็น เขาจะเห็นเบื้องหลัง ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ แล้วหยิบมาใช้ในซีรีส์ครับ อีกอย่างที่อยากบอกคือ เขาก็เป็น GELBIE คนหนึ่ง เขารักพวกเรามากและทำสิ่งนี้ด้วยความรักจริงๆ ครับ

นิว ชยภัค

ตลอดเวลาที่อยู่กับโปรเจกต์ GELBOYS มีวิธีการทำงานร่วมกันอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงแรกบ้างไหม

นิว: พวกเราทุกคนทั้ง GELBOYS ทั้งน้องที่เข้ามาใหม่ เรามีมายด์เซตเหมือนกันว่าเราเป็นทีมเดียวกัน เราก้าวไปด้วยกัน พอเรามองการทำงานแบบนี้ เราก็แทบจะไม่ต้องปรับจูนอะไรกันเลย วันนี้พี่นำ ผมตาม วันนี้ผมนำ พี่ตาม เราเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน และช่วยกันแก้ปัญหาตลอด ซีซันนี้เรารู้จังหวะรับส่งของอีกฝ่ายแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นเลยจะเกี่ยวกับทิศทางของซีนหรือชอยส์ในการแสดงมากกว่า เราควรจะเลือกทางไหนให้มันถูกต้องที่สุด ต้องทำอย่างไรให้มันใช่ที่สุด ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหาครับ

ไป๊ป: นอกจากเราเป็นนักแสดง เราเป็นนักแก้ปัญหาด้วยครับ ต่อให้เราเข้าใจบทกับตัวละคร มันก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอด แต่ถ้าเราไว้ใจกัน ช่วยกัน มันก็ไปต่อได้ ยิ่งมาซีซันนี้ เรารู้ใจกันมากขึ้น มองตาก็เข้าใจกันเลย เราก็จะแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

ซีซันนี้ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์แบบคู่รัก แต่เล่าถึงความรักของ ‘แฟนคลับ’ ด้วย นิยามคำว่า ‘ติ่ง’ ของแต่ละคนคืออะไร และการเป็นศิลปินท่ามกลางความรักของแฟนคลับมีความหมายอย่างไร

ไป๊ป: ผมได้เห็นความรักและความเอาใจใส่ของพวกเขา แฟนๆ รู้หลายเรื่องเกี่ยวกับเรา ทั้งที่บางเรื่องเราเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เขาคอยมองเราด้วยความเป็นห่วงเป็นใยตลอด ผมได้อ่านจดหมายจากแฟนๆ และรับรู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรเลย นอกจากอยากเห็นเราเติบโตไปเรื่อยๆ ผมเลยรู้สึกว่าการเป็นแฟนคลับคือความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและอบอุ่นมาก หลายคนอาจคิดว่าความรักจากครอบครัวคือที่สุดแล้ว แต่ความรักจากแฟนคลับก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

พีเจ มหิดล

พีเจ: ตอนทำการบ้านบทบ้าบิ่น ผมได้แรงบันดาลใจมาจาก GELBIE เหมือนกัน สิ่งที่เห็นคือแฟนคลับให้ความรักกับเราโดยไม่หวังผลตอบแทน นอกจากเห็นเราเติบโตอย่างดี เวลาเราไปออกงานหรือรวมพล เขาไม่ได้หวังให้เราต้องจำเขาได้ แค่อยากมาซัปพอร์ตเราเฉยๆ จะยืนอยู่ห่างๆ ก็ได้ ขอแค่เราเติบโตไปในทางที่ดีก็เติมเต็มเขาแล้ว แต่จะบอกว่าเวลาเจอแฟนคลับ ผมจำได้นะครับ

นิว: ขอเสริมจากพี่ไป๊ปและพีเจครับ ในฐานะศิลปินที่อยู่ท่ามกลางแฟนคลับ ได้พบปะพูดคุย มันทำให้เรารู้ว่าเราทำตรงนี้ไปเพื่ออะไร หน้าที่ของเราคืออะไร และมีความสุขกับมันแค่ไหน เวลาไปออกงานแล้วได้สบตาแฟนๆ มันเห็นชัดจริงๆ ว่าความรักของเขาคือการอยากเห็นเรามีความสุข ได้ทำสิ่งที่รัก และเติบโตไปในทางที่ดี ทุกครั้งที่ GELBOYS มีโชว์ใหม่ GELBIE จะภูมิใจมาก เพราะเขารู้ว่าเราเริ่มมาจากการเป็นนักแสดง การที่เราพัฒนาตัวเองจนขึ้นโชว์ได้ขนาดนี้ทำให้เขาภาคภูมิใจ และผมเชื่อว่าพัฒนาการของพวกเราคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขายังติดตามเราอยู่ครับ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค, พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค, ภีม วีรวิชญ์, ไม้ ณัฐภัทร

ไม้: ก่อนจะมารับบทนี้ เพื่อนๆ รอบตัวไม้เป็นแฟนคลับกันเยอะมาก ทำให้ไม้ได้ซึมซับมาด้วยครับ พอมาเล่นเรื่องนี้เลยเข้าใจบทบาทมากขึ้น สำหรับไม้ การเป็นแฟนคลับคือความสัมพันธ์ที่น่ารักครับ ในพาร์ตของเจลกับเบบี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับการเป็นติ่งเหมือนกัน อยากให้ทุกคนรอติดตามครับ

ภีม: ก่อนหน้านี้ผมก็อยู่ในฐานะติ่งมาก่อน ติ่งดาราคนนู้นคนนี้ เลยพอจะเข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับประมาณหนึ่ง พอมาเล่นเรื่องนี้ สลับสถานะมาเป็นศิลปิน มันพลิกเลยครับ มีคนมอบความรักให้เรา ซัปพอร์ตเรา ยอมเสียค่าเดินทางเพื่อมาเจอเรา รู้สึกตื้นตันและดีใจมากๆ ครับ

เลออน: ผมว่าการติ่งใครสักคนคือการรักคนคนหนึ่งโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับไปคือการได้เห็นศิลปินที่รักมีความสุข ได้กินของอร่อยๆ ซึ่งนั่นก็คือความสุขของเขาแล้ว อย่างการไปรวมพล แล้วมีช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 4 วินาทีที่ได้สบตากัน แค่นั้นมันก็คือความสุขที่เขาได้รับแล้ว ถ้าวันหนึ่งคนมาเยอะขึ้นจนเขาต้องยืนไกลกว่าเดิม หรือโมเมนต์ 4 วินาทีจะเหลือแค่ 0.5 วินาที เขาก็ไม่กลัวเลยครับ ขอแค่ได้เห็นคนรักเรามากขึ้นก็พอ มันยิ่งใหญ่มากจริงๆ

เลออน เซ็ค

ถามทีละคู่บ้าง เริ่มจากคู่ ‘เชียร-โฟร์มด’ ในซีซันนี้ ‘โฟร์มด’ เดบิวต์เป็นไอดอล T-POP แล้ว นิวมีการเตรียมตัวหรือทำการบ้านอย่างไรบ้าง

ไป๊ป: จริงๆ ต้องบอกว่าเขาเป็นไอดอลอยู่แล้วครับ ดีกรีนิว ชยภัค เจ้าของรางวัลนาฏราช!

นิว: แหม ไม่ขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) ขอแยกเป็น 2 พาร์ตครับ พาร์ตแรกคือเรื่องความรัก ซีซันนี้เล่นง่ายกว่าซีซันแรกมาก ซีซันแรกจะมีความปั่นป่วนวุ่นวายในใจ ไม่รู้ต้องทำอย่างไร ซึ่งความไม่รู้เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับนักแสดง พอมาซีซันนี้สถานะแฟนชัดเจน เราเลือกอยู่ทีมเดียวกันแล้ว ไม่มีความไม่รู้แบบซีซันแรก มีแค่จะไปต่ออย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ส่วนพาร์ตศิลปิน ผมหยิบยืมประสบการณ์จากชีวิตจริงมาใช้ แต่ก็จะมีคาแรกเตอร์บางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของโฟร์มดซึ่งไม่ใช่ตัวผมเลย เช่น การพูดคุยโต้ตอบกับแฟนๆ เราก็จะเลือกชอยส์ในการแสดงออกให้เหมาะกับตัวละครว่าแบบไหนคือโฟร์มด แบบไหนคือนิวครับ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค

ฝั่ง ‘เชียร’ มีความเปลี่ยนแปลงหรือเติบโตไปในทิศทางไหนบ้าง

ไป๊ป: เชียรเติบโตขึ้นครับ แต่บางทีก็ดูเหมือนไม่โตขึ้นเลย (หัวเราะ) เชียรเป็นคนมีอีโก้ในใจนิดๆ ว่าเรารู้และเข้าใจทุกอย่างในความสัมพันธ์ แต่มันจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้เขาต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในชีวิตเยอะมาก เป็นสเตจที่เชียรได้เรียนรู้ว่า ความรักมันมีมากกว่าแค่คำว่ารัก แต่มันต้องมีความเข้าใจและเปิดใจต่อกันมากขึ้น สนุกดีครับที่ได้เห็นตัวละครเติบโตขึ้นสักที

เชียรกับโฟร์มดในซีซันนี้รักกันมาก แต่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกและการแสดงออกไว้ ความขัดแย้งตรงนี้ท้าทายอย่างไร

นิว: ผมรู้สึกสนุกที่จะถ่ายทอดออกมาครับ สมมติเราเป็นไอดอลแล้วจะไปเดินสยามกับแฟน เราจะไปอย่างไรไม่ให้คนจับได้ ซึ่งจุดนี้ก็เป็นการตั้งคำถามกับวงการบันเทิงด้วย และซีรีส์เราก็แตะประเด็นในวงการพอสมควร ตรงนี้ทีมเขียนบทเก่งมาก ครีเอตวิธีเดตใหม่ๆ ได้สนุกมากครับ

ไป๊ป: มีหลายวิธีมากครับ บางวิธีผมยังคิดไม่ถึงเลย

นิว: ต้องรอดูครับ (ยิ้ม)

ไป๊ป: สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำให้เชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง บริษัทเราซีเรียสเรื่องการแสดงมาก ถ้าพี่ๆ มองตาแล้วยังไม่รู้สึก เราต้องกลับไปทำการบ้านใหม่ การเข้าใจตัวละครถึงแก่นแท้คือสิ่งที่ยาก แต่ถ้าเราอ่านบท ทำการบ้าน และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากพี่เอส เราจะเข้าใจเองว่าการกระทำของตัวละครมันสมเหตุสมผลแล้ว ถึงเราจะโตกว่าตัวละคร แต่เราจะเข้าใจว่ามนุษย์ก็เป็นแบบนี้ ทั้งความต้องการ ความหึงหวง และความคิดถึงครับ

ไป๊ป มนธภูมิ, นิว ชยภัค

ในมุมมองของ ‘ไป๊ป-นิว’ อยากให้คำแนะนำหรือช่วยแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของ ‘เชียร-โฟร์มด’ อย่างไร

นิว: ถ้าน้องโฟร์มดมาปรึกษา ผมจะบอกเขาว่า ‘เชียรกับโฟร์มดเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ ถ้าปัญหามันเข้ามา อย่างน้อยก็ช่วยกันแก้ สำคัญที่สุดคืออย่าทำร้ายกัน แค่นั้นเลยครับ

ไป๊ป: ผมมองว่าบอกอะไรไป เขาก็ไม่ทำตามหรอกครับ สองคนนี้เขาจะหาหนทางของเขาได้เอง

นิยามความสัมพันธ์ของคู่ ‘เชียร-โฟร์มด’ ในซีซันนี้

นิว: ถ้าพวกเราผ่านเรื่องนี้ไปจนสุดทาง เราจะรักกันมาก

ไป๊ป: ทุกปัญหาต้องมีทางออก

มาที่คู่ของ บ้าบิ่น-บัว’ กันบ้าง ซีซันแรกบ้าบิ่นเคยสร้างคดีใหญ่อย่าง ‘ไม่อินตาฟ้า ผมน้ำตาล’ ไว้ คิดว่าซีซันนี้จะลบล้างความผิดได้ หรือจะก่อคดีเพิ่ม

พีเจ: ลบล้างได้แน่นอนครับ ในอีพีแรกเราจะได้เคลียร์ใจกันหลายๆ อย่าง ปมจากซีซันแรกจะได้รับการสะสาง เพราะฉะนั้นลบล้างได้ครับ

สุดสัปดาห์: เลออนเห็นด้วยไหมคะ

เลออน: เห็นด้วยครับ จบซีซันแรก บ้าบิ่นก็ดูจะติ่งเรา คลั่งรักเรามาก แต่ผมก็ยังไม่ได้ดูซีซัน 2 แบบเต็มๆ เลยยังบอกไม่ได้ทั้งหมดนะครับ (ยิ้ม)

ในซีซันนี้ ความสัมพันธ์ของบ้าบิ่นกับบัวเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

พีเจ: พอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟน ความสัมพันธ์ก็จริงจังมากขึ้นครับ ตอนอ่านบท ผมนิยามความสัมพันธ์ของเขาสองคนเลยว่าเป็น ‘การเลือกกันแบบ 100%’ เราจะเลือกเขาเป็นอันดับ 1 เสมอ

เลออน: เราคืออันดับ 1 ของกันและกัน ทุกอย่างที่เราเลือกทำหรือมองเห็นก็เป็นเขาไปหมด ต่อให้มีคนยืนอยู่เป็นล้านคน จะมีคนคนหนึ่งที่เราหันไปมองเมื่อไรก็รู้ทันทีว่าเป็นเซฟโซน บัวเป็นนางฟ้าครับ บัวคือนิยามของคำว่าให้โดยไม่หวังผลตอบแทน อยากทำอะไรก็ทำ ถ้ามีความสุขก็ทำเลย เราจะยืนมองอยู่ตรงนี้ เธอยิ้ม ฉันก็ยิ้ม ถ้าฉันมีร่ม 2 คัน ฉันก็จะให้เธอทั้ง 2 คัน

นิว: ผมว่าควรเปลี่ยนชื่อซีซันนี้เป็น ตกอยู่ในสถานะให้โดยไม่หวังผลตอบแทน แล้วครับ (หัวเราะ)

พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค

ความรู้สึกรักและหลงใหลกันมากขนาดนี้ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตัวละครในแง่ไหนบ้าง

พีเจ: ส่งผลแน่นอนครับ แต่เชื่อว่าจะทำให้ตัวละครเกิดการเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตขึ้น

เลออน: ตอบดี มงลงเลยครับ (หัวเราะ) สำหรับผม ความรู้สึกแบบนี้มีผลต่อการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตตัวละครแน่นอน แต่ผมมั่นใจมากว่าบัวกับบ้าบิ่นจะไม่ทิ้งกัน เขารักกันครับ

ซีซันนี้ บ้าบิ่นกับบัว เข้าสู่โลกของ T-POP เต็มตัว พีเจกับเลออนได้ศึกษาหรือทำการบ้านเพิ่มเติมอย่างไร

พีเจ: วัฒนธรรม T-POP และเพลงต่างๆ อยู่ในชีวิตประจำวันของผมอยู่แล้วครับ ส่วนตัวฟังเพลง T-POP และเสพสื่อในวงการนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มทำ GELBOYS ภาคแรก ผมก็ศึกษาตลาดเพลงมากขึ้นว่ามีเพลงแบบไหน แต่ละวงมีคาแรกเตอร์อย่างไรครับ

เลออน: เคยคิดอยากลองไปตามงานศิลปินคนอื่นบ้าง อยากไปดู PROXIE ขึ้นเวทีตามอีเวนต์ ลองไปต่อแถวสัมผัสความรู้สึกแฟนคลับ แต่พอคิดจริงๆ มันยาก เพราะเราเองก็เป็นศิลปิน ผมเลยใช้วิธีศึกษาแบบย้อนกลับ สังเกตแฟนคลับจากบนเวทีแทน พยายามมองว่าเขาทำอะไร สังเกตความต้องการจริงๆ ของเขา ‘ทำไมอยากอยู่แถวหน้า‘ ‘ทำไมทำป้ายนี้‘ ‘ถ้าเราเห็นสิ่งที่เขาทำ เขาจะมีรีแอกชันอย่างไรใช้วิธีสังเกตแฟนๆ เป็นหลักครับ

จุดที่ยากหรือท้าทายที่สุดในการรับบท บ้าบิ่น-บัว’ ในซีซันนี้คืออะไร

พีเจ มหิดล, เลออน เซ็ค

พีเจ: ผมกลับคิดว่าซีซันนี้ง่ายกว่าซีซันแรก เพราะเราอยู่กับตัวละครมานาน ผ่านการเวิร์กช็อปและทำการบ้านมาเยอะ อีกอย่างตัวละคร GELBOYS ทั้ง 4 คนก็พัฒนามาจากตัวพวกเราเอง มีความเป็นเราอยู่ในนั้น เราอยู่ด้วยกันมา 2 ปี เจอและทำงานด้วยกันทุกวัน ซีซันนี้เลยไม่ต้องปรับจูนอะไรมากครับ

เลออน: เรื่องการแสดงกับ GELBOYS ที่เหลือไม่มีปัญหาเลยครับเพราะรู้ทางกันหมดแล้ว แต่อีกอย่างที่ช่วยได้มากในการถ่ายซีซัน 2 คือการเรียนเรื่อง ‘จักระ’ ตอนไปเวิร์กช็อปครับ เป็นสิ่งที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันช่วงนี้ และช่วยได้มากๆ ในซีนที่มีอารมณ์เข้มข้น

ในมุมมองของ ‘พีเจ-เลออน’ อยากให้คำแนะนำหรือแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของ ‘บ้าบิ่น-บัว’ อย่างไร

พีเจ: ถ้าเป็นผม ผมยอมทุกอย่าง อะไรที่เขาสบายใจ พีเจจะทำให้หมดครับ

เลออน: ถ้าบัวรู้จักเลออน บัวคงเดินมาถามเลบ่อยแน่ๆ ซึ่งเลก็จะบอกว่า ทำถูกแล้ว สิ่งนี้แหละถูกแล้ว ทำต่อไป ต่อให้ผมมีทางเลือกให้บัว สุดท้ายการตัดสินใจก็เป็นของตัวละครอยู่ดี รอติดตามกันนะครับ

นิยามความสัมพันธ์ของคู่ ‘บ้าบิ่น-บัว’

พีเจ: มันคือการจับมือไปด้วยกัน แม้ระหว่างทางจะมีปัญหาให้แก้ไขหรือปรับจูน แต่พอจับมือกันไว้ เราจะผ่านมันไปได้ครับ

เลออน: ทุกอย่างที่เราทำ เป็นเพราะคนคนนี้

ขอถามคู่รุ่นลูก ‘เจล-เบบี้’ บ้าง ภีมกับไม้เข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร

ภีม วีรวิชญ์, ไม้ ณัฐภัทร

ภีม: จริงๆ ผมติดตามพี่เลออนมาตั้งแต่ก่อนเขาจะเล่น GELBOYS แล้วครับ เพราะพี่เขาดังใน TikTok พอช่วงโปรโมต GELBOYS เห็นพี่เขาลงโพสต์ถี่ๆ เลยลองเข้าไปดู รู้สึกว่าพล็อตสดใหม่มาก พอมีประกาศตามหานักแสดงใหม่ซีซัน 2 ไม้ไปแคสต์ก่อน แล้วค่อยมาชวนผมครับ

ไม้: ถ้าย้อนไปช่วงปีที่แล้วตอนซีรีส์ภาคแรกออนแอร์ เพื่อนๆ ของไม้ดูกันเยอะมาก แล้วฮิตไปทำเล็บตามกัน ตอนนั้นตรงกับช่วงปิดเทอมพอดี ไม้เลยลองไปทำเล็บเจลตามเพื่อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำเล็บเลยครับ ในฐานะเด็กที่ใช้ชีวิตแถวสยามและอยู่ในช่วง Gen Z ไม้รู้สึกว่าเรื่องนี้ใกล้ตัวมาก พอมีประกาศตามหานักแสดง ไม้เลยไปแคสต์ก่อน แล้วพี่ทีมแคสต์ก็ถามว่ามีเพื่อนที่รู้จักกันมานานไหม สักพักถึงมีการเรียกแคสต์คู่ ตอนนั้นสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องแคสต์คู่ เพราะเคยเห็นแค่ประกาศตามหา GELBOY05 ไม่รู้ว่าจะมีตัวละครอื่นด้วย จนกระทั่งได้ยินพี่ๆ ใน LOOKE พูดคำว่า GELZBABY ถึงได้เข้าใจว่าเราต้องมารับบทเป็นลูกของ GELBOYS ซึ่งตัวละครเบบี้มีความใกล้เคียงกับไม้มากครับ เบบี้คือตัวไม้ที่บวกความกล้าและความคิดสร้างสรรค์เข้าไป ตอนแรกที่เข้ามาตื่นเต้นและกดดันนิดหน่อย แต่พี่ๆ ทุกคนต้อนรับอบอุ่นมาก เหมือนเป็นครอบครัวครับ

ทำไมไม้ถึงเลือกชวนภีมมาแคสต์ด้วยกัน ทำไมต้องเป็นเพื่อนคนนี้

ไม้ ณัฐภัทร

ไม้: ไม้กับภีมเคยอยู่โมเดลลิงเดียวกันครับ รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล ประถม (ป.4) ตอนทำงานเจอกันบ่อยจนสนิทกันมาก พอต้องเลือกเพื่อนมาแคสต์สักคน ผมคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ เหมาะที่สุดแล้วครับ

ความสนิทกันมานานมีส่วนช่วยในการทำงานมากน้อยแค่ไหน

ภีม วีรวิชญ์

ภีม: ช่วยได้เยอะมากครับ ตอนไปเรียนการแสดงด้วยกัน ครูบอกว่าเคมีคู่เราเป็นธรรมชาติมาก ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทำงาน เล่น หรือเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนด้วยกัน เราก็ซ้อมด้วยกันตลอด เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากพอจนเข้าใจกันจริงๆ พอมาทำงานแสดงด้วยกัน แม้จะเข้มข้นกว่างานก่อนๆ แต่ความเข้าใจกันทำให้เราผ่านมันไปได้ รู้สึกว่าถูกต้องแล้วที่เป็นเขาครับ

ไม้: Interaction หลายอย่างของเจลกับเบบี้ มีส่วนคล้ายกับชีวิตจริงของไม้กับภีมครับ มันเลยง่ายในการต่อบทและเข้าใจตัวละคร พอมาเล่นเรื่องนี้ได้เห็นหลายๆ มุมของภีมมากขึ้น ดีใจที่ได้ทำงานด้วยกัน ภีมเป็นคนเอนเตอร์เทนและสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนเสมอ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเขาครับ

ในฐานะน้องใหม่ คิดว่าเสน่ห์ของคู่เราที่จะตกแฟนๆ คืออะไร

ภีม วีรวิชญ์, ไม้ ณัฐภัทร

ภีม: ผมมองว่าเจลกับเบบี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนพี่ๆ 4 คนก่อนหน้าครับ

GELBOYS: (แซว) เอาแล้วภีม พูดดีดีนะ!

ภีม: ใจเย็นครับพี่ๆ (หัวเราะ) ผมมองว่าแต่ละตัวละครมีสไตล์ต่างกัน เจลกับเบบี้ก็มีสีสันที่ต่างออกไป น่าจะตกแฟนๆ ที่ชอบเคมีอีกแบบได้ครับ ตอนอ่านบทคู่เรา รู้สึกว่าน่ารักดี ในเรื่องพวกเราอายุ 17 ปี เป็นเพื่อนวัยใส ใกล้เคียงกับอายุจริง ถ่ายทอดอารมณ์ได้ไม่ยาก คาแรกเตอร์เจลก็มีส่วนคล้ายผมด้วยครับ

ช่วยเล่าถึงเส้นเรื่องของ ‘เจล-เบบี้’ ในปี 2054 หน่อย มีอะไรใหม่ๆ ที่ต้องเจอบ้าง

ภีม: รู้สึกว้าว อึ้ง ทึ่ง ทุกอย่างเลยครับ

ไม้: ปี 2054 มันจัดจ้านกว่าเดิมครับ ถ้าให้จินตนาการโลกอีก 30 ปีข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร แต่ละคนอาจคิดต่างกัน แต่สำหรับเรื่องนี้ เราถ่ายทอดภาพออกมาอย่างที่ทุกคนจะได้เห็นครับ มันสดใหม่มาก ตอนดูภาคแรก ไม้คิดว่า GELBOYS แปลกใหม่แล้ว พอมาถึงโลกอนาคต โลกของ GELZBABY ไม้อึ้งกว่าเดิมอีกครับ ว้าวกับพร็อพเข้าฉากหลายๆ ชิ้นมาก อยากให้ทุกคนรอติดตามครับ

แฟนๆ แอบแซวว่าเนื้อเรื่องใน GELBOYS 2 อาจเป็นแฟนฟิกชันที่เจลกับเบบี้แต่งกันเองหรือเปล่า

ไม้: เห็นทฤษฎีนี้ใน X เหมือนกันครับ เรื่องที่เราเล่าอาจเป็นเรื่องจริง หรืออาจเป็นจินตนาการเพิ่มเติมก็ได้ แต่ผมไม่กล้าพูดมาก เดี๋ยวสปอยล์ เอาเป็นว่าความน่าสนใจของคู่เรามี 2 ประเด็นคือ เจลกับเบบี้จะมาเล่าเรื่องอะไร และ ใครเป็นลูกใคร บอกได้แค่ว่าเรื่องที่เราจะเล่าน่าสนใจและน่าติดตามมากๆ ครับ

ไม้ ณัฐภัทร

นิยามความสัมพันธ์ของคู่ ‘เจล-เบบี้’

ภีม: รักนะเพื่อน

ไม้: สำหรับเบบี้ มันคือการรักในสิ่งที่เพื่อนเป็นครับ

มุมมองของ GELBOYS ต่อรุ่นน้อง GELZBABY คิดว่าตัวละคร ‘เจล-เบบี้’ มาเพิ่มมิติให้ซีซันนี้อย่างไรบ้าง

นิว: เสน่ห์ของ GELBOYS ซีซันแรกคือความรักวัยใสกุ๊กกิ๊ก ความเฟรชที่ลุ้นไปกับการกั๊กกันไปมาครับ พอผ่านสเตจการกั๊กนั้นมา ความเฟรชอาจลดลงบ้าง แต่การมีเจลกับเบบี้เข้ามา ทำให้มวลบรรยากาศแบบนั้นยังวนเวียนอยู่ในเรื่องเสมอ น้องๆ มีความเป็นธรรมชาติมาก มองน้องแล้วเหมือนเห็นตัวเองสมัยก่อนที่ตื่นเต้นกับทุกอย่าง พูดผิดพูดถูกบ้าง เห็นแล้วเอ็นดู เด็กปั้นผมเองครับ

พีเจ: ประทับใจน้องๆ ครับ ช่วงออกกองหรือเวิร์กช็อปแม้จะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เห็นความตั้งใจตลอด น้องชอบเดินมาถามว่า เครียดมาก ทำอย่างไรดี ผมก็ให้คำแนะนำในฐานะรุ่นพี่ ภีมน่ารัก ส่วนไม้หัวไวมาก เด็กปั้นผมครับ

ไป๊ป: พี่ๆ ผู้จัดการพูดบ่อยว่าน้องๆ มีความคล้ายพวกเรา 4 คน ตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าน่าจะจริง การมีน้องเข้ามาทำให้พวกเรา 4 คนต้องมีความเป็นพี่มากขึ้น อยากให้น้องทำได้ตามที่ตั้งใจและผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งน้องๆ น่ารักอยู่แล้ว ไม่ค่อยห่วงเท่าไรครับ

เลออน: รู้สึกเซนซิทีฟกับทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้อง 2 คนมาก อย่างตอนนี้ผมมองสายตาภีม สิ่งที่เห็นคือความสดใหม่ ซีซันแรกพวกเรา 4 คนก็มีสายตาแบบนี้ แต่มันค่อยๆ เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ที่เจอ ถ้าวันหนึ่งสายตาแบบนี้หายไปจากน้องทั้งคู่ ผมคงรู้สึกเศร้ามากครับ

ภีม วีรวิชญ์

กิจกรรมจับฉลากชื่อเพื่อนเพื่อบอกความในใจ (กติกา: ให้ GELBOYS 4 คนจับฉลากชื่อเพื่อน หากได้ใครให้พูดสิ่งที่อยากพูดกับคนนั้น)

เลออน: (จับได้ นิว) ในวันที่เลเจอปัญหาหรือต้องการคำปรึกษาจริงๆ พี่นิวจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น สายตาพี่นิวจะเปลี่ยนไป เขาจริงจังในการรับฟังเสมอ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากครับ

ไป๊ป: (จับได้ พีเจ) ไม่พูดอะไรมาก สั้นๆ รักเสมอครับตี๋ จะดูแลเสมอ รู้กัน!

นิว: (จับได้ ไป๊ป) พี่ไป๊ปเป็นเสาหลักของ GELBOYS เป็นที่พึ่งทางจิตใจของน้องๆ รู้สึกว่าบรรยากาศดีได้เพราะมีพี่ไป๊ปอยู่ พี่ทำให้ทุกอย่างไปต่อได้ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร พอหันไปเจอพี่ไป๊ป ผมรู้สึกอุ่นใจเสมอที่มีพี่อยู่ตรงนี้ครับ

พีเจ: (จับได้ เลออน) พูดถึงเลออน ช่วงนี้เขาทำงานหนักมาก ทำทั้งวง CIR*CRL และ GELBOYS จนเริ่มมีปัญหาสุขภาพและความเหนื่อยล้าสะสม ขอให้เลออนสุขภาพแข็งแรง ดูแลตัวเองดีๆ ขอให้หายไวๆ และได้ทำงานเยอะๆ อย่างที่ตั้งใจนะครับ

GELBOYS: (พูดพร้อมกัน) ชอบทำงานครับ สาธุ!

ฝากซีรีส์ GELBOYS 2 และข้อความถึงแฟนคลับ

ไป๊ป: ฝากซีรีส์ ‘GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน’ ด้วยนะครับ เชื่อว่าซีซันนี้ยังคงมีกลิ่นอายเดิมๆ ที่ทุกคนคิดถึง แต่จะมีเฉดสีใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา พร้อมเซอร์ไพรส์อีกเพียบ เชื่อว่าทุกคนจะรักและเติบโตไปพร้อมตัวละครครับ ส่วนข้อความถึงทีมพี่เชียร เชียรไม่ดื้อนะครับ

เลออน: ฝากถึง GELBIE ทุกคน ไม่ว่าพล็อตจะออกมาตามที่คิดไว้หรือไม่ อยากบอกว่าพวกเราทุกคนเต็มที่มากๆ การเห็นทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่มันเพิ่มพลังให้พวกเรามาก ทีมงานทุกคนตั้งใจมากครับ ส่วนข้อความถึงทีมบัว หนูมีปีกแล้วนะ

พีเจ: ข้อความถึงทีมแม่ๆ บ้าบิ่นนะครับ กลับบ้านเราเถอะ มาอยู่ด้วยกัน รักกัน กอดกัน ซัปพอร์ตกันไว้ เราก็มีกันอยู่แค่นี้

นิว: ฝากถึงแม่ๆ โฟร์มดนะครับ ถึงแม้ซีซันนี้จะเป็นพี่โฟร์แล้ว แต่ผมก็จะเป็นลูกมดของแม่ๆ ต่อไปนะครับ

ภีม: ฝากตัวละครเจลด้วยนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผม ผมตั้งใจและทำเต็มที่จริงๆ ฝากเอ็นดูด้วยนะครับ

ไม้: เป็นเรื่องแรกของไม้เช่นกันครับ ตัวไม้ ภีม พี่ๆ ทั้ง 4 คน และทีมงานทุกคนเต็มที่กันมากๆ ฝากเอ็นดูไม้และเบบี้ด้วยนะครับ

ติดตามชมซีรีส์ GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 23.00 น. บนแอปพลิเคชัน iQIYI และเว็บไซต์ iQ.com

Entertainment Editor : AuAi
Interview/Text : Nattakarn Saekhoo
Photo : Krittee Pongseree

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แอลม่อน – โปรเกรส จากเคมีต่างขั้วสู่ความลงตัวสุดกลมกล่อม ชวนสัมผัสรสหวานอมเปรี้ยวในซีรีส์ “ต้นส้มอยู่บ้านเขา แต่ผมส้มหล่นมาบ้านเราตลอดเลย”

TATA SMTR25 เด็กไทยผู้เดินตามความฝัน กับความท้าทายและเส้นทางการเติบโตเป็นศิลปินในประเทศเกาหลี