มนต์รักหนองผักกะแยง ละครฟีลกู๊ดที่ “ณเดชน์-โบว์ เมลดา” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก! (มีเรื่องย่อ)

มนต์รักหนองผักกะแยง ละครแนวฟีลกู๊ด โรแมนติก คอมเมดี้ผสมผสานกลิ่นอายถิ่นอีสาน  ณเดชน์-โบว์ เมลดา ชวนเบิ่งความม่วนพร้อมกัน รับประกันความฮาและเรียกรอยยิ้มได้แน่นอน

มนต์รักหนองผักกะแยง ละครฟีลกู๊ดที่ “ณเดชน์-โบว์ เมลดา” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก!

ช่อง 3 ใส่เกียร์เดินหน้าส่งละครไฮไลท์ของปี 2564 มาช่วยลดความเครียด ลดความคิดถึงบ้านในช่วงโควิด-19 กับละครแนวฟีลกู๊ด โรแมนติก คอมเมดี้ผสมผสานกลิ่นอายถิ่นอีสาน สร้างจากบทประพันธ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดของทางกระทรวงวัฒนธรรม “มนต์รักหนองผักกะแยง” โดยงานนี้ได้ “บีบี เอกนรี วชิรบรรจง” ทายาท “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ขึ้นแท่นผู้จัดฯ ละครเต็มตัวเรื่องแรก ภายใต้ บริษัท ดูเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด พร้อมกับการคว้าพระเอกแม่เหล็กระดับซุปตาร์อย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มารับบท เขียว ประกบคู่นางเอกน้องใหม่ “โบว์ เมลดา” ในบท ชมพู่ กับผลงานเรื่องแรกของเธอทางช่อง 3

นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยนักแสดงสายตลก นักร้องลูกทุ่งอีสานอีกคับคั่ง อาทิ แดนนี่ ลูเซียโน่, นับตังค์ นันท์ณภัส, เต๋า ภูศิลป, เปรี้ยว อนุสรา, น้อย โพธิ์งาม, หยอง ลูกหยี, สมจิตร จงจอหอ, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ชไมพร สิทธิวรนันท์ ฯลฯ การันตีความฮาแน่นอน       

เรื่องราวในละคร มนต์รักหนองผักกะแยง เป็นการเล่าเรื่องราวของ เขียว (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ที่ได้มาเรียนและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ แต่แล้วชีวิตกลับพลิกผันต้องซมซานกลับถิ่นฐานเดิมบ้านหนองผักกะแยง และที่ชุมชนบ้านหนองผักกะแยงนี่เองที่ทำให้เขาได้ไปพบกับเรื่องราวในอดีต ความอบอุ่นของเพื่อนบ้าน ประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสาน และได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบวิถีเกษตรกรรม ทำให้เขียวเริ่มหลงรักในวิถีชีวิตอันเรียบง่าย และท่ามกลางเรื่องราวมากมายเขียวก็ได้บ่มเพาะความรักกับคู่ปรับวัยเยาว์อย่าง ชมพู่ (โบว์ เมลดา) ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

คุยกับผู้จัดละคร มนต์รักหนองผักกะแยง

นอกจากจะเป็นละครคลายเครียดขายขำแล้วยังสอดแทรกหลักเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรอินทรีย์ผ่านการถ่ายทอดของตัวละครในเรื่อง รวมถึงการยึดสถาบันครอบครัวเป็นหลักในการดำเนินชีวิตตามคอนเซ็ปต์ “ที่ที่ดีที่สุด คือบ้านของเรา” ของผู้กำกับฯ “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” โดยผู้จัดฯ  “บีบี เอกนรี” ลูกสาวคนเก่งของพี่อ๊อฟก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นมาของละครเรื่องแรกที่เจ้าตัวดูแลเต็มตัวว่า

มนต์รักหนองผักกะแยง

“บีมาทำหน้าที่ผู้จัดละครเต็มตัวเรื่องแรก เกร็ง และกดดันมาก ๆ  บีทำการบ้านอย่างหนักร่วมกับคุณพ่อ  พยายามปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้เป็นไปตามสถานการณ์ ให้ทันสมัย เพื่อให้เนื้อเรื่องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนคุณแม่ก็จะดูเรื่องแคสติ้งนักแสดง  เราพยายามใช้นักแสดงที่เป็นคนอีสานจริงๆ เพื่อให้ได้กลิ่นอายของความเป็นอีสาน มีความเป็นคนพื้นถิ่น นักแสดงบางคนที่ไม่ใช่อีสานแท้ๆ ก็ต้องมาฝึกฝนออกเสียงพูดเยอะๆ

สำหรับพระนาง ในเรื่องนี้อย่าง โบว์ เมลดา  เจอตั้งแต่วันที่มาฟิตติ้ง เห็นความแก่น  ความน่ารักเป็นธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับบทนี้มาก แล้วโบว์ก็เป็นคนขอนแก่นพูดอีสานได้  อาจจะมีเรื่องที่ต้องปรับเรื่องสำเนียงบ้าง เพราะไม่ได้พูดบ่อย แต่พอเข้าฉากบ่อยๆ ก็เริ่มไหลลื่นไปได้ค่ะ ส่วนพระเอก ณเดชน์ คนนี้ให้เกินร้อยเลยค่ะ ตั้งใจทำงานมาก  ทุ่มเทกับทุกอย่าง  ประทับใจมากๆ ซึ่งโดยภาพรวม เราโชคดีที่ได้นักแสดงเป็นทีมที่ดีมาก ทำให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยดีมาตลอดค่ะ”

มนต์รักหนองผักกะแยง

คุยกับพระ-นางมนต์รักหนองผักกะแยง 

ด้าน “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ละครเรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานกับพี่อ๊อฟ แบบเต็มตัวครับ เคยมีเจอกันบ้างตอนซีรีส์ 4 หัวใจแห่งขุนเขา ตอนมาเล่นรับเชิญในเรื่องของพี่อ๊อฟ แล้วก็มีภาพยนตร์นาคี ซึ่งในส่วนของละคร มนต์รักหนองผักกะแยง จึงเป็นการทำงานกับพี่อ๊อฟแบบเต็มตัวครั้งแรก ซึ่งผมแฮปปี้มีความสุขมาก

“ได้เล่นละครเรื่องนี้เหมือนได้อยู่บ้าน ได้ทำงานกับคนในครอบครัว ได้พูดภาษาอีสาน กินอาหารอีสาน ได้รับรู้เรื่องราวของประเพณีอีสาน แล้วเนื้อเรื่องก็ยังแทรกเกี่ยวกับความรู้ในการทำเกษตร ไม่ใช่แบบสารคดี พี่อ๊อฟมีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ แล้วก็มีเส้นความรักของผมกับนางเอกด้วย  ผมว่าท่านผู้ชมน่าจะมีความสุขไปพร้อม ๆ กับผมด้วยเหมือนกันครับ”

 

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา ละครพูดอีสาน ละครพูดอิสาน ละครช่องสาม ละครช่อง3

ด้านสาว “โบว์ เมลดา” ได้พูดถึงความรู้สึกในเรื่องนี้ว่า “โดยส่วนตัว โบว์เป็นคนอีสานอยู่แล้ว เป็นคนขอนแก่น บ้านเดียวกับพี่ณเดชน์   แต่ชีวิตจริงก็ไม่ได้พูดอีสานบ่อยมาก  มีเพี้ยนอยู่เหมือนกัน ต้องตั้งใจฟังกันให้ดี  (หัวเราะ) ละครเรื่องนี้เป็นผลงานละครเรื่องแรกที่โบว์มาทำงานให้กับทางช่อง 3 เป็นความโชคดีหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องของบท  โปรดักชั่น ทีมงาน ดีใจมากที่ได้มาเล่นละครของพี่อ๊อฟ  มันคือความใฝ่ฝัน แล้วมันก็เป็นจริง  ฝากติดตามละครกันด้วยนะคะ  ทั้งโบว์และนักแสดงทุกคน ตั้งใจกันจริงๆ ค่ะ”

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา ละครพูดอีสาน ละครพูดอิสาน ละครช่องสาม ละครช่อง3

เหนื่อยในเมืองหลวงมานานพอแล้ว มาร่วม “ปฏิบัติการพาบักเขียวกลับบ้าน” ไปด้วยกันในละคร “มนต์รักหนองผักกะแยง” เริ่มตอนแรก 14 พฤษภาคม นี้ ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 กด 33 และติดตามความป่วนตัวฮาเพิ่มเติมได้ทาง CH3Plus 

เรื่องย่อ มนต์รักหนองผักกะแยง

บ้านหนองกะแยงเป็นหมู่บ้านขนาดย่อมอยู่ในภาคอีสาน ในหมู่บ้านมีหนองน้ำหลายหนองกระจายอยู่รอบหมู่บ้าน มีผักกะแยงรสเผ็ดกลิ่นร้อนแรงผักโปรดของชาวอีสานบ้านเฮาขึ้นอยู่ริมหนอง ชาวบ้านได้อาศัยเก็บไปแกง ไปทำอาหารสุดแซ่บได้ตลอดปี ทำให้เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน

ธรากร หรือ “เขียว” มีคู่หูคู่ปรับอยู่ข้างบ้านชื่อเด็กหญิงชมพู่ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พอโตขึ้น เขียวย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ ทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกัน จากที่เคยเป็นนักเรียนยอดนิยม นักกีฬาตัวเด่น เขียวกลายเป็นไอ้บ้านนอก ไอ้ลาวเด็กอีสาน พูดไทยไม่ชัด โดนเพื่อนร่วมชั้นนอกชั้นกลั่นแกล้งสารพัด กลายเป็นตัวตลกในโรงเรียน  ธรากรสติแตกโทษว่าเป็นความผิดยายที่เป็นคนอีสานทำให้ตัวเองต้องโดนเพื่อนแกล้ง ไม่มีใครยอมรับ เขียวประกาศกร้าวว่าจะไม่กลับไปบ้านหนองกะแยงอีก ยายเพียรเสียใจมากแต่ไม่โกรธโทษหลานรัก ตรงกันข้ามกลับเป็นห่วงหลานอย่างสุดหัวใจ

 

ธรากรฝึกพูดภาษาไทยจนชัดโดยที่ไม่มีสำเนียงอีสาน ได้กลับมาเป็นหนุ่มป๊อปปูล่าร์อีกครั้งหนึ่ง มันคือชีวิตที่เริ่ดเลอเพอร์เฟคท์ของหนุ่มวัยรุ่น

ส่วนชมพู่จบ ม.6 สอบติดคณะเกษตรที่มหาวิทยาลัยประจำจังหวัด ส่วนเขียวได้เข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ  วันรับปริญญาของเขียว  ชมพู่เดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อมาแสดงความยินดี แต่เขาทำเมิน ดูถูกว่าชมพู่เป็นเด็กบ้านนอก ไม่ได้สนิทกัน มาทำไม ชมพู่โกรธและเสียใจมาก

พอเรียนจบ ชมพู่ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่เกษตรประจำจังหวัด และภายหลังตัดสินใจลาออกมาลงมือทำไร่อินทรีย์ชื่อ ไร่แบ่งฝันปันรัก เพื่อสอนและช่วยเหลือชาวบ้านหนองกะแยง พร้อมกับดูแลพ่อและแม่อย่างมีความสุข

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา ละครพูดอีสาน ละครพูดอิสาน ละครช่องสาม ละครช่อง3

ส่วนเขียวพอเรียนจบ ก็ได้งานเป็นผู้กำกับละครตั้งแต่อายุยังน้อย ได้แฟนชื่ออลิซ เป็นนางร้าย เขียวรักมาก หลงมาก รับทุกงานที่ผ่านเข้ามาทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อผ่อนคอนโดหลักหลายล้าน โดยทำสัญญาซื้อในชื่อของอลิซ ตั้งใจจะใช้เป็นเรือนหอ และใช้สู่ขอแฟนสาว  ระหว่างที่เขียวกำลังฝันหวาน อลิซก็นำโฉนดไปแล้ว  เท่านั้นยังไม่พอ อลิซประกาศแต่งงานกับชายอื่นแบบสายฟ้าแลบ  เขียวช็อกแทบบ้า  เงินไม่เหลือ ติดต่ออลิซไม่ได้ สุดท้ายเขียวจึงจำใจ กลับบ้านหนองผักกะแยงในที่สุด

เขียวมาถึงบ้านหนองกะแยงวันงานบุญของหมู่บ้าน โดยมีชมพู่ขับรถมารับ ชมพู่ปิดหน้าปิดตาจนเขียวจำไม่ได้  ที่สำคัญกว่าจะกลับถึงบ้าน ก็ต้องพบกับเรื่องราวมากมายเกินบรรยาย จนเขียวถึงกับร้องไห้ออกมา ทั้งยายเพียร  มานิต พิไล น้าพิลา ต่างดีใจที่เขียวกลับมาบ้าน แต่เขียวกลับมองว่า หากวันหนึ่งเขาขายที่ดินซึ่งเป็นสมบัติของครอบครัวได้เมื่อไหร่ จะหอบเงินกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯให้ได้

ชมพู่มาเช่าที่ดินของยายเพียรเพื่อทำไร่เกษตรอินทรีย์ มีชื่อว่า ไร่แบ่งฝัน ปันรัก ไร่อินทรีย์แห่งนี้มีการจัดสรรพื้นที่ให้มีการทำนา ปลูกผักหมุนเวียน ปลูกผลไม้หลายชนิด ที่ผลัดกันออกผลผลิตครบทุกฤดู เลี้ยงไก่อินทรีย์ เลี้ยงไส้เดือน ใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ ปุ๋ยหมักเศษอาหาร และน้ำหมักชีวภาพ

ไร่ของชมพู่ไม่มีลูกจ้าง อาศัยแรงงานอาสาสมัครชาวบ้าน ครูและนักเรียน มีการตอบแทนแรงงานด้วยตะกร้าอาหาร ผลผลิตจากไร่ อาสาสมัครตัวหลักประจำไร่ คือ ครูริช ครูอาสาชาวอเมริกัน สอนภาษาอังกฤษ ณ โรงเรียนบ้านหนองกะแยง หนุ่มรูปหล่อ นิสัยดี เป็นคนติดดิน พูดอีสานได้ ชอบวัฒนธรรม อาหารอีสาน แถมยังชอบสาวอีสานที่ชื่อชมพู่อีกด้วย

ชมพู่เปิดตัวว่าเป็นเจ้าของโครงการไร่ เขียวเจรจาขอให้เธอยกเลิกสัญญา ชมพู่จึงมีข้อแม้ ให้เขียวเรียนรู้เรื่องการทำเกษตรจนครบทุกด่านเสียก่อน  แล้วเธอจะยอมคืนไร่แบ่งฝันปันรักให้ การกลับมาครั้งนี้เขียวได้พบกับเพื่อนเก่าอย่างยอดและส้มแป้น  ซึ่งตอนนี้ยอดกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว หลังจากที่กระเจี๊ยบ เมียของเขาทิ้งไปมีสามีใหม่ ส่วนส้มแป้นก็เปิดร้านขายส้มตำ เลี้ยงดูลูกสาวฝาแฝดสองคน เพราะสามีเอาแต่กินเหล้า และติดการพนัน จนต้องแยกทางกัน

ความรู้สึกดีๆ เริ่มเกิดขึ้นในใจเขียว

ถึงแม้เขียวจะไม่เต็มใจทำงานในไร่นัก แต่กาลเวลาก็ทำให้เขาเกิดความรัก ความผูกพันกับบ้านเกิดอีกครั้ง  ความสัมพันธ์อันเอื้อเฟื้อ มีจิตใจอันงดงามของผู้คนที่บ้านหนองผักกะแยง ทำให้เขียวเริ่มเปลี่ยนไป เขียวเริ่มเรียนรู้วิถีชีวิตที่แท้ ทั้งเรื่องการทำนาข้าวอินทรีย์  การเลี้ยงไส้เดือน การปลูกผักอินทรีย์  การทำน้ำส้มควันไม้  การเลี้ยงไก่อารมณ์ดี การทำน้ำหมักหลากสูตร อีกทั้งประเพณีของชาวอีสานอีกต่าง ๆ มากมาย  ที่แสดงถึงความรักสามัคคีที่มีต่อกัน

จากคนที่ไม่อยากพูดภาษาอีสาน เขียวกลับมาพูดภาษาอีสานอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ ส่วนครูริช ก็ยังคงหลงรักชมพู่ โดยไม่ได้หันไปมองครูน้ำฝนเลยว่า เธอเองก็รักและหวังดีต่อครูริชเช่นเดียวกัน เขียวเริ่มตัดใจจากคนรักเก่าได้ และเริ่มรู้ตัวว่าหลงรักชมพู่เข้าให้แล้ว ทั้งพิลา พิไล ยายน้อย มานิต สมศักดิ์  ต่างเชียร์ให้ชมพู่และเขียวรักกัน   เขียวเห็นว่าชมพู่สนิทสนมกับครูริชมาก ก็ลังเลและนึกน้อยใจ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าชมพู่นั้น  แอบรักเขียวมาตั้งแต่วัยเด็ก และหัวใจของเธอก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง รอคอยวันที่เขียวจะกลับมาที่บ้านหนองกะแยงอีกครั้ง

ครูริชได้รับรู้หัวใจของชมพู่ในที่สุดว่า ทั้งสี่ห้องของใจเธอมีแต่เขียวเพียงคนเดียวเท่านั้น ครูน้ำฝนปลอบใจครูริช   จนทำให้ครูริชใจอ่อน ยอมเปิดใจให้กับครูน้ำฝน ส่วนยอดและส้มแป้น ก็มาช่วยงานที่ไร่แบ่งฝันปันรักเสมอ   หัวใจที่เคยอ้างว้าง ผิดหวังของทั้งสองคน  ต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้ทั้งสองครอบครัว หล่อหลอมหัวใจเป็นหนึ่งเดียว

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา

 

รวงข้าวในนาเริ่มตั้งท้อง มองไกลๆเห็นเมล็ดข้าวสีเขียว สีเหลืองอ่อนสลับกับสีทองระยิบระยับ แล้ววันหนึ่ง มอส ก็ยกกองถ่ายทำมาที่บ้านหนองกะแยง โดยมีอลิซมาด้วย  อลิซเลิกกับสามีแล้ว และตามกลับมาขอคืนดีกับเขียว  เขียวสับสนว่าจะเลือกทางไหน  ส่วนชมพู่ก็ร้องไห้เสียใจ ยิ่งเมื่อยายเพียรและครอบครัวรู้ความจริงว่าเขียวจะขายที่ ทำให้ทุกคนผิดหวัง เสียใจมาก ชมพู่คืนสัญญาการเช่าไร่แบ่งฝันปันรักให้ แล้วเดินจากเขียวไปแบบหัวใจสลาย

มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา มนต์รักหนองผักกะแยง ณเดชน์ คูกิมิยะ โบว์ เมลดา

สุดท้ายเขียวจะทำเช่นไร เขาจะเลือกกลับไปใช้ชีวิตหรูหราที่กรุงเทพฯ กับคนรักเก่า หรือจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหนองกะแยง ที่ไร่แบ่งฝันปันรักแห่งนี้  ติดตามกันต่อไป

เรื่อง AuAi Photo: ช่อง 3

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เรื่องย่อสองเสน่หา คู่จิ้น เจมส์ มาร์-คิมเบอร์ลี่ คืนจออีกครั้ง

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา