คุยลึกลับกับนางพญากระสือ หญิง-รฐา โพธิ์งาม ในภาพยนตร์แอคชั่นระทึกขวัญ “SisterS กระสือสยาม”

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48
กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

ล่าสุดมีภาพยนตร์ไทยเรื่องใหม่ต้อนรับซัมเมอร์ ซึ่งมีนักแสดงสาวสุดฮ็อต หญิง – รฐา โพธิ์งาม และมิวนิค BNK48 ที่จะมาประชันบทบาทกันในหนังเรื่อง SisterS กระสือสยาม ก่อนที่จะไปดูหนัง สุดฯ มีบทสัมภาษณ์กระสือสาวสวยหญิง รฐา และเรื่องย่อมาฝากค่ะ

วายร้ายสุดเซ็กซี่ “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” ในภาพยนตร์แอคชั่นระทึกขวัญ “SisterS กระสือสยาม

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

บทบาท – คาแร็กเตอร์

เรื่องนี้หญิงรับบท “ราตรี” นางพญากระสือ เป็นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้นำ หญิงมองว่าเขาเป็นคนที่รักครอบครัว รักน้องสาว แล้วตัวละครตัวนี้เราจะมองว่าเขาร้ายซะทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะจริงๆ เขาถูกกระทำก่อน ดังนั้นความแค้นจากอดีตกาลมันก็ติดตัวเขามา แล้วเขาก็ไม่ได้แค้นใครพร่ำเพรื่อด้วยนะ เขาแค้นคนนี้ เขาแค้นตระกูลนี้ เขาก็จะต้องเอาคนในตระกูลนี้ให้ได้ เขาก็คือคนๆ หนึ่งที่มีความแค้นแล้วก็ต้องการที่จะแก้แค้น มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีความจริงจัง แล้วในเวลาเดียวกันก็มีความน่ากลัว

ราตรีเป็นกระสือที่มีความน่ากลัวและจริงจัง ตัวละครตัวนี้จริงๆ ถ้ามองว่าร้ายไหม เขาก็เป็นคนที่ร้ายแบบมีเหตุผล ครอบครัวเขาถูกกระทำก่อน ดังนั้นเนี่ยการถูกกระทำก่อน มันเริ่มสร้างปมที่ทำให้เขารู้สึกแค้นอีกตระกูลหนึ่ง ดังนั้นการแก้แค้นจึงเกิดขึ้นและจบลงก็ต่อเมื่อคนในตระกูลนั้นถูกทำลายลง คือถ้าไม่มีใครมาทำอะไรเขาก่อน เขาก็จะไม่ทำคืนสำหรับตัวละครตัวนี้

หรือแม้แต่กระทั่งมุมชีวิตที่เขาเป็นเจ้าของคลินิก คือเขาก็ไม่ได้เข่นฆ่าชีวิตใดชีวิตหนึ่ง มันเป็นคนที่ต้องการที่จะเอาชีวิตนั้นออกไปอยู่แล้ว คือถ้ามองในมุมของหญิงนะ ตัวละครตัวนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียว แต่มันมีความเลว แต่ไม่ได้ร้ายถึงขั้นไม่มีเหตุและผลเลยซะทีเดียว

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

วิวัฒนาการของนางพญากระสือ

แต่ก่อนเวลาเราพูดถึงกระสือก็จะเห็นภาพเป็นกระสือที่เกิดตามต่างจังหวัด หรือว่าเป็นแคร่ เป็นห้องน้ำที่เป็นเพิง แต่ว่ามันก็เหมือนโรคหวัดหรือไวรัสต่างๆ ที่มันอยู่ในโลกใบนี้มานาน ดังนั้นมันจึงมีการเปลี่ยนแปลง “กระสือราตรี” เนี่ยเป็นกระสือที่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องสปีชีส์ มันไม่ใช่แค่เรื่องการถอดหัวอย่างเดียวละ มันเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน ดำรงชีวิตอยู่ในรูปแบบไหน เขาใช้ชีวิตอยู่มานานหลายร้อยหลายพันปีได้ยังไง ดังนั้นเขาก็มีวิธีการที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันโดยทำอาชีพของตัวเองขึ้นมาบังหน้า คือคลินิกเสริมสวย แต่เบื้องหลังมันคือคลินิกทำแท้ง และเราก็เอารกเด็กที่ถูกทำแท้งมาให้บริวารเราทาน ส่วนตัวเราและน้องสาวก็จำเป็นที่จะต้องทานอยู่แล้ว แต่จะเปลี่ยนวิธีการทานตามรูปแบบตามยุคสมัย

คราวนี้เรารู้สึกว่าน้องสาวเราที่โดนทำร้ายมาตั้งแต่อดีตกาล เขาจะหายดีก็ต่อเมื่อเขามีร่างใหม่ คือเราจะเอาร่างใครก็ได้ บริวารเราก็มีตั้งเยอะแยะ หรือเราไปหาใครๆ หรือเด็กๆ ตามถนนก็ได้ แต่ราตรีเป็นคนที่แค้นแล้วแค้นเลย เขาก็ต้องการร่างของเด็ก “โมรา” (มิวนิค นันท์นภัส) คนนี้เพียงคนเดียว ซึ่งเป็นลูกของคู่อริของเราซึ่งมีการสู้รบกันมาเมื่อครั้งอดีต แล้วทางฝั่งเราเป็นฝั่งที่ถูกทำร้าย เขาเลยคิดว่าไม่มีใครทดแทนได้นอกจากเด็กคนนี้เท่านั้น เขาก็พยายามตามหา จงเกลียดจงชัง ควานหาเด็กคนนี้เพื่อที่จะเอาร่างมาให้น้องสาวตัวเองให้ได้ เพราะว่าน้องสาวเราเหมือนอยู่ไปวันๆ เหมือนเติมเชื้อไปวันๆ พยายามเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ ให้เขาดีขึ้น แต่สักวันหนึ่งก็จะทรุดลงอีกตลอดเวลา

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

เรื่องนี้เป็นหนังกระสือแนวใหม่ยังไงบ้าง

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง SisterS” เนี่ย มันก็เป็น Thriller เป็น Horror เป็นหนังผีแน่ๆ  แต่เป็นหนังผีที่มีความแอคชั่นไซไฟขึ้น ดังนั้นเนี่ยอย่าไปยึดติดกับคำว่าหนังผี หญิงว่ามองเป็นมุมของวิทยาศาสตร์ บวกกับความสัมพันธ์ของตัวละคร คือพูดถึง SisterS ในสองคู่จะมีทั้งคู่ “วีณา-โมรา” แล้วก็มีคู่ “ดวงดาว-ราตรี” เป็นพี่น้องผู้หญิงเหมือนกันด้วย มีความสัมพันธ์คล้ายคลึงกัน คนหนึ่งแข็งแรง อีกคนหนึ่งอ่อนแอ มันค่อนข้าง Reflect ความสัมพันธ์ของ 2 คู่นี้ชัดเจนมาก

ในขณะที่ตัวราตรีเองก็แข็งแรง ต้องการต่อสู้เพื่อน้อง เหมือนกันกับทาง “วีณา” (โจ้ พลอยยุคล) เองก็เป็นผู้หญิงแข็งแรง ต้องการปกป้องน้องเช่นกัน ดังนั้นเนี่ยแทบจะเป็นตัวละครที่หันหน้ามองกันเหมือนมองกระจกด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วเรา Fight for Family คือเราต่อสู้เพื่อคนในครอบครัวของเรา ดังนั้นถ้ามองในความสัมพันธ์ของตัวภาพยนตร์จริงๆ แล้วหญิงว่ามันก็ให้มุมมอง Family Comes First หญิงก็เลยรู้สึกว่ามีทั้ง Drama, Horror, Sci-fi มีซีจีด้วย ดังนั้นหญิงว่าครบรสสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้

 

SisterS กระสือสยาม” คือความผูกพันของพี่น้อง

สำหรับความสัมพันธ์ของ SisterS” ทั้งหมดทั้งมวลทั้งเรื่องที่มันมีตัวละครหลายๆ ตัวที่มาอยู่ในหนังเรื่องนี้นั้น จริงๆ มันมีความสัมพันธ์เด่นๆ อยู่แค่ 2 คู่เท่านั้นแหละ ก็คือคู่พี่น้องที่หันไปแล้วมันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ถ้าจะถามว่าราตรีเปิดคลินิกนี้มาเพื่ออะไร ก็คือเพื่อวันหนึ่งจะได้เจอร่างของ “โมรา” เนี่ยแหละ คาดหวังว่าวันหนึ่งจะได้เจอเด็กคนนี้ ทุกอย่างที่ทำมันก็คล้ายกับคนที่ตามหา เหมือนเราคือ Hunter เพื่อตามล่า หนึ่งคือเอาร่างคืน สองคือแก้แค้น ความแค้นเนี่ยมันก็แค้นทั้งตระกูลเนี่ยแหละ

แต่สุดท้ายมันต้องมาลงกับเด็กคนนี้ให้ได้ “วีณา” เองก็อยู่ในฐานะที่ต้องปกป้องน้องสาวตัวเอง คือหันไปหาใครก็ไม่มี ก็มีกันอยู่สองคน ถึงแม้จะมีความผิดใจกัน ไม่ถูกใจไม่ถูกคอกัน มีความอิจฉาริษยากันอยู่บ้าง แต่สุดท้ายมันก็คือพี่น้อง หันไปหาใครมันก็เหลือกันแค่นี้ สำหรับหญิงมองว่าเป็นความสัมพันธ์ของสองตัวละครที่ค่อนข้าง Relate กันในมุมของความสัมพันธ์พี่น้อง

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

ในแง่ของการแสดงแตกต่างจากเรื่องที่ผ่านๆ มายังไงบ้าง

หญิงว่าตัวละครในเมืองไทยที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ เกี่ยวกับผีมันมีผีไม่กี่ตัวอย่าง “แม่นาคพระโขนง” กับ “ผีกระสือ” เนี่ยแหละ ตอนแรกที่รับเล่นก็กังวลอยู่เหมือนกัน เพราะว่าภาพยนตร์ผีที่เป็นผีกระสือหลายครั้งก็ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในมุมของละครหรือภาพยนตร์ มันก็มีความกดดัน แต่พอมาคุยกับผู้กำกับ “พี่ปรัช” (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) พี่ปรัชก็บอกมันก็จะเป็นไซไฟมากขึ้น แล้วพื้นฐานหญิงเป็นคนชอบหนังไซไฟ หญิงดูหมดอะ ด้วยอินเนอร์เราชอบหนังพวกนี้อยู่แล้ว พวกพรีเดเตอร์, เอเลียน ดังนั้นเลยปรับความเข้าใจใหม่ว่า ณ วันนี้เราทำหนังผีที่มีความไซไฟ ดังนั้นวิธีการแสดงมันจะไม่ใช่คนที่มีอารมณ์เป็นมนุษย์มากนัก มันจะไม่ใช่คน มันคือวิญญาณผีที่อยู่ในร่างคน ดังนั้นวิธีการพูดเขาจะไม่มีอารมณ์ โมโห วีน เหวี่ยง จะไม่ใช่อารมณ์มนุษย์ เขาจะมีความนิ่งๆ แต่พอถึงเวลาเขาจะเฉียบขาด เขาก็จะคมมากๆ

 

เคยร่วมงานกับพี่ปรัชมาแล้ว ครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง

ใช่ค่ะ ตอน “ต้มยำกุ้ง 2” (2556) นั้นพี่ปรัชจะให้เตะต่อยเต็มที่ ตอนนี้พี่ปรัชจะให้นิ่งและถอดหัว แล้วก็เซ็กซี่นิดๆ แต่ไม่มาก ก็ตามวัย ก็รู้สึกดีใจที่พี่ปรัชยังคิดถึง คือจริงๆ พี่ปรัชคุยโปรเจกต์นี้มาสักพักใหญ่แล้ว จริงๆ ก่อนตอนทำ “ต้มยำกุ้ง 2” เสร็จ พี่ปรัชบอกว่าอยากทำหนังเต้น เราก็เออ…หนังเต้นน่าสนใจพี่ ไปๆ มาๆ เอ้า…มาเป็นกระสือ ก็ขอบคุณที่พี่ปรัชยังคิดถึง เราก็พร้อมที่จะร่วมงานกับเขาเสมอ มุมมองของผู้กำกับคนนี้เขาจะมองอะไรเหนือเกินความคาดหมาย มองเกินไปอีก ดังนั้นดูภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องคิดเกินสิ่งที่เชื่อ พอเราพูดถึงผีกระสือ ภาพเก่าๆ จะกลับมาเองคือ กินเลือด, กินน้ำลาย, เช็ดผ้าอ้อมที่ตากไว้ แต่อันนี้มันคือเรื่องราวใหม่ มันคือบวกไซไฟเข้าไปอีก อยากให้ลองเปิดใจลองดู และเด็กทั้ง 2 คน (โจ้-มิวนิค) ก็เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่แสดงได้ดี ตัวหญิงเองการแสดงอาจจะไม่ได้เหมือนเรื่องอื่นๆ เพราะว่าเราตีโจทย์มาว่าเราไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นมันก็เป็นการแสดงอีกรูปแบบหนึ่ง ก็อยากให้ลองมาดูกันค่ะ

กระสือสยาม, หญิง รฐา, มิวนิค BNK48

การร่วมงานกับน้องใหม่ 2 คนอย่าง “โจ้ พลอยยุคล” และ “มิวนิค นันท์นภัส” เป็นยังไงบ้าง

น้องทั้ง 2 คน จริงๆ ได้เจอกันน้อยมากในเรื่อง ได้เจอกันเกือบท้ายๆ เรื่อง แต่ก็มีบางคิวที่ได้เจอกัน ด้วยความที่มันเป็นหนังแบบกระสือ มันมีเรื่องของซีจี การแต่งหน้าเอฟเฟกต์เข้ามา มันมีเรื่องของขั้นตอนของมัน ซึ่งเด็กในวัยนี้มันต้องใช้ความรับผิดชอบมากๆ ในการทำงาน ซึ่งน้องทั้ง 2 คนทำได้ดี โดยเฉพาะ “น้องโจ้” ที่เล่นเป็นวีณา เขาต้องไปฝึกแอคชั่น พอพูดถึงหนังพี่ปรัชถ้าไม่มีแอคชั่นเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ น้องโจ้เนี่ยเขาก็ต้องไปเรียนไปฝึก ส่วน “น้องมิวนิค” ก็เรียกว่าเหมาะสมกับคาแร็กเตอร์ เพราะเขาใสๆ บวกกับ มีความดื้อบางอย่างในแววตาซึ่งมันเหมาะกับบท เขามีความอ่อนหวานแต่เขาก็มีความสู้ ดังนั้นหญิงคิดว่าเลือกมาได้เหมาะสมกับคาแร็กเตอร์ แล้วทั้งคู่ก็มีความตั้งใจมากๆ อย่างน้องมิวนิคเขาต้องเป็นกระสือเหมือนหญิง ดังนั้นเนี่ยเขาต้องทำเอฟเฟกต์ และเขาก็ต้องอยู่แบบนั้นทั้งวัน ขนาดเรายังจะเป็นลม ยังจะแย่เลย เราเลยรู้สึกว่าน้องเขาก็อึดใช้ได้เลย ก็ถือว่าเป็น 2 นักแสดงหน้าใหม่ที่น่าสนใจค่ะ

 

บทสัมภาษณ์ยังไม่จบนะคะ ตามไปหน้าสองเลยค่า (มีเรื่องย่อด้วยน้าาา)

อัพเดทข่าวเม้าท์ไทยเทศทุกวงการ & คลิปฮา ดารามาเต็ม ...คลิกติดตามที่
keyboard_arrow_up