อัพลุคสวย เพิ่มความมั่นใจให้ใบหน้า ที่ส่งตรงจากความจริงใจ จาก Patcha Clinic

account_circle
event

ความสวยไม่คอยท่า เวลาไม่คอยใคร อยากสวยต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้นะคะทุกคน เมื่ออายุมากขึ้น บางทีใบหน้าของเราไม่ได้เหมือนเดิมตลอดไป นอกจากการดูแลประจำวันก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยกันหน่อย ซึ่งหนึ่งในนวัตกรรมยอดฮิตคือ การร้อยไหม

หลายคนอาจจะมีภาพจำว่าการร้อยไหมเป็นอะไรที่น่ากลัว ดูเสี่ยงอันตราย แต่ คุณหมอมิลค์ – พญ. พิชญ์ญาพร ศิริอุดมเศรษฐ แพทย์ผู้ชำนาญและผู้ก่อตั้ง Patcha Clinic อธิบายว่าความจริงแล้วการร้อยไหมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด สิ่งสำคัญคือเราต้องหาข้อมูลและทำความเข้าใจกับการร้อยไหมให้ดี รวมถึงต้องมองหาผู้มีประสบการณ์ด้านการร้อยไหมที่เชื่อถือได้จริงๆ เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำ และทำการร้อยไหมออกมาได้อย่างปลอดภัยและสัมฤทธิ์ผล

คนที่สนใจในแวดวงความงาม อาจจะเคยได้ยินชื่อ Patcha Clinic มาบ้างแล้ว เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในคลินิกซึ่งเป็นที่รู้จักเรื่องการร้อยไหม ใครที่ได้มาใช้บริการต่างก็ติดใจและบอกต่อ ซึ่งหลังจากที่มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับร้อยไหม รวมถึงการทำงานของทางคลินิก ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Patcha Clinic ถึงเป็นคลินิกในดวงใจของใครหลายๆ คน งานนี้เราจึงได้ขอความรู้เรื่องการร้อยไหมจากคุณหมอมิลค์มาฝากคนที่กำลังสนใจนวัตกรรมนี้

วิวัฒนาการของการร้อยไหม

“เมื่อก่อนการร้อยไหมจะเป็นลักษณะของโลหะ เช่น พวกไหมทองคำ ซึ่งเป็นไหมที่ไม่สามารถละลายได้ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใช้กันแล้ว เนื่องจากว่าอะไรก็ตามที่ไม่สามารถสลายได้ แล้วอยู่บนหน้าเราไปตลอดอาจจะเกิดผลเสียได้มากกว่า เช่น อาจจะเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ ปัจจุบันเทรนด์จึงเปลี่ยนมาเป็นไหมละลาย

“ไหมละลายมีหลายแบบมาก ทั้งไหมชนิดเรียบแบบไม่มีเงี่ยง เป็นไหมจำพวกไหมคอลลาเจนที่ร้อยเข้าไปเพื่อทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ซึ่งต้องใช้ปริมาณเส้นไหมค่อนข้างเยอะ ไหมแบบนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟู ผิวหน้ามีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น

“แต่ถ้าอยากให้หน้าดูกระชับขึ้นก็จะต้องเป็นไหมที่มีเงี่ยง ซึ่งวิวัฒนาการของไหมเงี่ยงจะเริ่มตั้งแต่เป็นเงี่ยงแบบบาก แต่ตัวเงี่ยงที่มันบานออกไม่แข็งแรง เวลามีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้ามันอาจจะหลุดได้ง่าย และความที่เส้นไหมไม่ได้เกาะกับผิวหน้าเราตลอดเส้นอาจทำให้มองเห็นริ้วไหมได้ง่าย หรือบางเคสหน้าอาจจะกลับมาตกไว ก็เลยมีการพัฒนาขึ้นอีกเป็นเงี่ยงแบบที่หล่อขึ้นมาซึ่งตัวเงี่ยงจะแข็งแรงกว่าฉะนั้นเวลาที่มันเกี่ยว หนึ่งคือแน่น สองคือแข็งแรง แต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างเงี่ยงยังอยู่ ทำให้ตลอดทั้งผิวของเราไม่ได้เกาะกับไหมหมดจึงทำให้อาจมองเห็นริ้วไหมได้ในช่วงแรกซึ่งเป็นจุดที่ผู้รับบริการหลายๆ คนกังวลกัน

“เมื่อก่อนในไทยแทบจะไม่ค่อยยอมรับในเรื่องของการร้อยไหมเลย เพิ่งจะมาบูมในปีนี้ สังเกตว่าในปีนี้มีเส้นไหมที่ผ่าน อย. หลายตัวมากๆ หนึ่งในนั้นคือไหมที่ใช้นวัตกรรมที่ทำให้มีตาข่ายด้านนอกขึ้น จะเหมือนกับเรามีไหมอยู่ 2 ชั้น ข้างในเป็นเงี่ยงแบบหล่อ แล้วเขาเอาตาข่ายมาโอบล้อมรอบไหมอีกทีหนึ่งเพื่อให้ผิวเกาะกับไหมตลอดเส้น แล้วก็เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่าเส้นไหมธรรมดา เมื่อเกิดการสร้างคอลลาเจนได้มาก ก็จะเพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวเรามากกว่าไหมปกติ เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ในเรื่องของการยกกระชับก็จะอยู่ได้นานขึ้น ทั้งยังลดโอกาสเกิดพวกริ้วไหมได้ด้วยค่ะ” คุณหมอเล่าถึงข้อดีข้อเสียของเส้นไหมแบบต่าง ๆ อย่างกระจ่าง

การร้อยไหมเหมาะกับใครและแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง

อย่างหนึ่งที่คุณหมออยากให้พวกเราเข้าใจคือ ‘การร้อยไหมไม่ได้เหมาะกับทุกคน’ เพราะอาจจะมีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นที่เหมาะกับแต่ละคนมากกว่าก็ได้ แล้วจริงๆ การร้อยไหมเหมาะกับใครหรือเหมาะกับปัญหาแบบไหนกันแน่ …มาหาคำตอบกัน

  1. การร้อยไหมสามารถทำได้หลายจุด เช่น ร้อยยกหน้าอกให้กระชับขึ้น หรือร้อยยกพวกบั้นท้าย หรือแม้กระทั่งการร้อยยกท้องแขนที่ดูหย่อนได้อีกด้วย แต่ในประเทศไทยของเรา จะนิยมการยกหน้า หรือยกคิ้ว ยกหางตา หรือว่าเหนียงมากกว่า
  2. การร้อยไหมไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเยอะ เช่น กระดูกกร่อนไปแล้ว ไขมันในผิวชั้นลึกหายไปเยอะ ถ้าเป็นกรณีดังกล่าวอาจจะต้องใช้หัตถการอื่นๆ มาร่วมด้วย
  3. คนที่มีไขมันบนใบหน้าเยอะอาจจะต้องสลายไขมันออกไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสลายไขมัน การดูดไขมัน หรือใช้พวกเครื่องต่างๆ เพราะถ้ายังมีไขมันเยอะ เวลาร้อยไหมจะเหมือนดึงก้อนไขมันขึ้นมาด้วย หน้าจะเรียวแค่ช่วงล่าง แต่ทั้งหมดจะย้ายขึ้นมาอยู่ตรงกลางแก้มแทน ซึ่งผู้รับบริการส่วนใหญ่จะไม่ชอบให้มีโหนกแก้มใหญ่
  4. การร้อยไหมไม่เหมาะคนแก้มตอบหรือหน้าตอบ ในบางกรณีไหมสามารถทำให้แก้มตอบดูเต็มขึ้นก็จริง แต่จะต้องเป็นคนที่มีกระเปาะแก้ม ในทางกลับกันถ้าเป็นคนไม่มีเนื้อที่จะดึงขึ้นมาได้ก็อาจจะทำให้ตัวแก้มดูตอบหนักกว่าเดิม ในเคสแบบนี้คุณหมอแนะนำว่าอาจจะมองหาหัตถการอื่น เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือการเติมเต็มด้วยไขมันจะเหมาะกว่า

คุณหมอยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า “การร้อยไหมไม่ได้เหมาะกับทุกคน เราไม่ได้ร้อยไหมให้ผู้รับบริการทุกคนที่มาปรึกษา เพราะต้องดูความเหมาะสมกับปัญหาในแต่ละเคสด้วย ไม่ใช่ใครอยากร้อยก็จับร้อยหมด การเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวตามวัยของคนเรามีความซับซ้อนเพราะผิวมีหลายชั้น เมื่อเราแก่ขึ้นจะเกิดความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่กระดูกที่เริ่มกร่อน ไขมันที่อยู่ในชั้นลึกเริ่มหายไป รวมถึงเส้นเอ็นที่พยุงหน้าของเราอยู่ที่หย่อนตัวลง รวมถึงไขมันชั้นบนที่หย่อนลงจากโครงสร้างข้างล่างที่มันทรุดลง ซึ่งในส่วนของการร้อยไหมจะเข้าไปแก้ไขในส่วนผิวชั้นบน เพราะฉะนั้นมันจะดึงได้แค่ชั้นบนเท่านั้น”

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม & การดูแลหลังทำ

การเตรียมตัวก่อนทำ

  1. ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อน
  2. ต้องเผื่อเวลาถ้ามีนัดหรืองานสำคัญ เพราะการร้อยไหมไม่ได้ทำแล้วสวยเลย ต้องมีการพักฟื้น โดยหลังร้อยไหมจะไม่สามารถอ้าปากกว้างได้ประมาณ 4 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นถ้าต้องออกงานสำคัญ หรือมีนัดทำฟัน ก็อาจต้องเลื่อนนัดไปก่อน โดยเผื่อเวลาไว้สักครึ่งเดือนเป็นอย่างต่ำเพราะแต่ละคนมีการอักเสบไม่เท่ากัน
  3. ควรหยุดกินวิตามินบางกลุ่มก่อนมาร้อยไหมอย่างน้อย 3-7 วัน เช่น วิตามินที่ทำให้ผิวขาว วิตามินอี เพราะอาจทำให้เลือดหยุดยาก
  4. ถ้ามีผื่นอักเสบให้เลื่อนนัดร้อยไหมออกไปก่อน เพราะการร้อยไหมจะทำให้เกิดการอักเสบใต้ผิวในช่วงแรก ผื่นอาจจะหายช้าขึ้น หรืออาจจะทำให้บวมนานขึ้น รวมถึงบางคนมีสิวในตำแหน่งที่จะมีการเปิดไหม เช่น ตรงบริเวณแถวกรอบหน้า แถวไรผม แถวช่วงขมับ แถวช่วงหน้าหู ถ้ามีสิวอักเสบอยู่บริเวณนั้น แนะนำให้ถ่ายรูปให้คุณหมอดูก่อนว่ามากหรือน้อย พอหลบสิวได้ไหม ถ้าไม่ได้จริงๆ ควรรอสิวหายอักเสบก่อน เพราะการร้อยไหมอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ถ้าร้อนผ่านในตำแหน่งที่มีสิวอักเสบอยู่
  5. หากมีโรคประจำตัวหรือมียาที่กินประจำต้องแจ้งแพทย์ก่อน เพื่อพิจารณาผลข้างเคียงหรือปรับยาชาหรือปรับเทคนิคการห้ามเลือดหลังทำ
  6. ควรลดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เพราะว่ายากลุ่มนี้ก็ทำให้เลือดออกง่าย

การดูแลตัวเองหลังทำ

  1. ขยับใบหน้าให้น้อยที่สุด หรือยุ่งกับไหมให้น้อยที่สุด เช่น งดการกด นวด สัมผัสหน้า ในช่วงประมาณ 4 สัปดาห์แรก และลดการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า
  2. ในช่วง 2 สัปดาห์หลังร้อยไหมแนะนำให้ใส่ผ้ารัดหน้าเรียว (Face Band) เพื่อช่วยประคองผิว
  3. ช่วง 3 วันแรกหลังจากที่ร้อยไหม แนะนำให้ประคบเย็นตามแนวที่ร้อยไหมโดยเฉพาะในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังจากร้อย เพื่อช่วยลดบวม ลดการเขียวช้ำ รวมถึงลดการระบม
  4. งดทำเลซอร์ประมาณ 4 สัปดาห์

“หลังการร้อยไหม 1 สัปดาห์แรกเป็นช่วงพีค โดยเฉพาะ 3 วันแรกจะตึงมาก เลยช่วง 3 วันแรกมาแล้ว อาจจะรู้สึกปวดหรือระบม แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนใหญ่หลังสัปดาห์หนึ่งก็จะรู้สึกสบายหน้าขึ้น บวมน้อยลง ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทานข้าวอ้าปากได้ ไม่ดูตึงเหมือนตอนแรก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ด้วย ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านี้

“พอเข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์ก็แทบไม่บวมแล้ว จะเริ่มเห็นโครงหน้าชัดขึ้นว่าการร้อยไหมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง แต่เวลาสัมผัสหน้าอาจรู้สึกเหมือนเป็นไตๆ อยู่ใต้ผิวตามแนวไหม เพราะผิวบริเวณนั้นมี reaction ผ่านไปสัก 2-3 สัปดาห์ ก้อนใต้ผิวจะหายไป คลำแล้วจะรู้สึกถึงเส้นไหมชัดเจน

“จากนั้นจะเริ่มเข้าที่ช่วงประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพราะผิวระเริ่มสร้างคอลลาเจนในช่วงประมาณสัก 3 สัปดาห์ขึ้นไปจนถึง 12 สัปดาห์” คุณหมอให้รายละเอียดของอาการอย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจมากๆ

การร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน และมีอะไรต้องระวังบ้าง

สำหรับประเด็นนี้ คุณหมอให้ข้อมูลว่าโดยทั่วไปผลของการร้อยไหมจะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน แต่ถ้าเป็นไหมแบบเงี่ยงจะอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือนแม้ไหมจะสลายไปแล้ว เพราะจะยังเหลือแนวคอลลาเจนหรือแนวพังผืดที่เข้ามาแทนที่เส้นไหม ซึ่งก็ยังจะทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอยู่ ในบางเคสอาจอยู่ได้ยาวถึง 2 ปีเลยก็ได้ พร้อมกันนี้คุณหมอได้ฝากเรื่องความคาดหวังให้กับคนที่กำลังสนใจการร้อยไหมด้วยว่า

“การร้อยไหมไม่ได้ยกหน้าได้เท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า การร้อยไหมก็เหมือนมีลวดเส้นหนึ่งที่ตรึงผิวไว้ ถ้าผู้รับบริการมีการขยับหน้าเยอะ พูดเยอะ มันก็จะตกไว มีผู้รับบริการบางคนผ่านไป 3 ปีหน้ายังดูกระชับ ขณะที่บางคน 6 เดือนก็ต้องมาร้อยใหม่แล้ว ทั้งนี้นอกจากไลฟ์สไตล์ก็ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของผู้รับบริการด้วยว่าอยากจะให้ผิวหน้าตึงในระดับไหนด้วย แต่ถ้าให้แนะนำก็เลือกไหมที่สร้างคอลลาเจนได้เยอะ มีเงี่ยงไหมที่แข็งแรง มันก็มีโอกาสอยู่ได้นานขึ้น”

ในส่วนของข้อควรระวัง คุณหมอมิลค์ยืนยันว่าถ้าศึกษาหาข้อมูลดีๆ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

จริงๆ การร้อยไหมไม่ได้น่ากลัวเลยค่ะ เพราะในปัจจุบันไหมที่ได้มาตรฐาน อย. เป็นไหมละลาย สามารถสลายไปได้เอง บางคนอาจจะกลัวแพ้ แต่วัสดุที่ใช้คือ PDO ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับไหมที่เอาไว้เย็บลิ้นหัวใจซึ่งมีความปลอดภัยอยู่แล้ว มีโอกาสแพ้น้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อเราเลือกร้อยไหมในสถานพยาบาลที่มั่นใจได้ในเรื่องการดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัย แพทย์มีความชำนาญจริงๆ เพราะว่าเมื่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ ขึ้น แพทย์จะแก้ไขได้ทัน”

ความจริงใจและซื่อสัตย์คือกุญแจสำคัญของ Patcha Clinic

เนื่องจาก Patcha Clinic ขึ้นชื่อในเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการร้อยไหม เราจึงอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกประทับใจและบอกต่อ ซึ่งคุณหมอก็อธิบายถึงที่มาของความไว้วางใจนี้ว่า

“ตั้งแต่ที่เริ่มเปิดคลินิกมา เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราถนัดที่สุดคือการร้อยไหมค่ะ แล้วก็เราอยากจะให้คลินิกของเราเป็นคลินิกที่เด่นในเรื่องของการร้อยไหมจริงๆ ก็เลยตั้งใจพัฒนาในด้านนี้ รวมทั้งยึดถือความจริงใจและความซื่อสัตย์กับคนไข้ เราคิดว่าการดูแลผู้รับบริการอย่างดีจะทำให้คลินิกเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการให้ความหวังที่เกินจริง หรือยัดเยียดผู้รับบริการว่าต้องทำโน่นทำนี่ เพราะอย่างที่บอกแต่แรกว่าไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับการร้อยไหม

“หลายเคสที่ผู้รับบริการเห็นรีวิวของเราแล้วอยากทำหรืออยากให้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนในรีวิว
แต่ปัญหาของเขาอาจจะมีวิธีอื่นที่สามารถแก้ไขได้ดีกว่าการร้อยไหม เราก็จะแนะนำผู้รับบริการ
อย่างตรงไปตรงมา จึงทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายใจ และกลับมาหาเราเรื่อยๆ”

เทคนิคเฉพาะที่เป็นมาตรฐานของ Patcha Clinic

นอกจากนี้คุณหมอยังได้เล่าถึงเทคนิคการร้อยไหมเฉพาะของทางคลินิกที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของคุณหมอมิลค์ ซึ่งนอกจากจะเป็นแพทย์ผู้ชำนาญด้านการร้อยไหมของ Patcha Clinic แล้ว ยังเป็นวิทยากรแชร์ประสบการณ์ความรู้ให้กับแพทย์ท่านอื่นๆ ในการเวิร์คช็อปต่างๆ ด้วย “ทางคลินิกจะมีการจัดเทรนนิ่งทีมแพทย์ทุกคน โดยการยึดหลักว่าแพทย์ทุกคนจะต้องมีเทคนิคและมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเทคนิคนี้มาจากการเรียนรู้ตลอดการทำงานของตัวหมอเองจากเคสที่หลากหลายจำนวนมาก แล้วมาปรับให้มันกลายเป็นเทคนิคเฉพาะของคลินิก”

งานนี้เราได้พูดคุยกับผู้รับบริการที่ได้ร้อยไหมกับคุณหมอมิลค์ด้วย ซึ่งเธอได้แชร์ประสบการณ์การร้อยไหมกับ Patcha Clinic ว่า

“ตอนร้อยไหมไม่รู้สึกเจ็บ จะมีเจ็บหน่อยก็ตอนฉีดยาชา ส่วนหลังทำก็จะรู้สึกตึงๆ แต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผ่านไป 1 – 2 วันรู้สึกตึงขึ้น และหน้าบวมนิดหน่อย พอครบ 1 สัปดาห์ก็ไม่รู้สึกตึงแล้วถ้าไม่อ้าปากกว้าง ส่วนอาการบวมลดลงมาก และใบหน้าดูยกกระชับขึ้น รู้สึกว่าแก้มที่หย่อนๆ ดีขึ้นมากเลยค่ะ” – อรปรียา งามสง่า

เรียกว่าคุณหมอมีความชำนาญและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า สมกับที่ได้รับรางวัล Best of facial thread lift 2 ปีซ้อนจากงาน “สุดสัปดาห์ Beauty Awards” ในปี 2021 และ 2022 ซึ่งคุณหมอก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “รู้สึกยินดีมากๆ ที่อย่างน้อยมีคนเห็นถึงความตั้งใจของของคลินิกเราที่อยากจะเป็นที่สุดในด้านการร้อยไหม เชื่อว่าผู้รับบริการสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเราในการให้คำแนะนำและรักษา ตรงนี้เป็นจุดที่แฮปปี้มากๆ ค่ะ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามหรือติดตามข้อมูลได้ที่ Patcha Clinic

โทร: 062-292-6464, 098-909-8564

Website: https://patchaclinic.com/

Facebook: Patcha clinic พัชชา คลินิก

Instagram: Patcha.clinic

Line: @patcha.clinic

Youtube: Patcha Clinic

*หมายเหตุ – ความรู้สึกและผลลัพธ์ในการรักษาเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ

keyboard_arrow_up