ร้านอาหารเปิดใหม่ : Wang Hinghoi เสิร์ฟความอร่อยท่ามกลางแสงหิ่งห้อยในเมืองกรุง

ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมู่ตึกและแสงไฟ คงเป็นเรื่องยากมากที่จะมีโอกาสได้พบเห็นหิ่งห้อยตัวน้อยเปร่งแสงสีเหลืองอ่อนสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ณ กลางใจเมืองอย่าง RCA มี ร้านอาหารเปิดใหม่ เป็นพิกัดที่คนกรุงเทพฯ สามารถเสพความโรแมนติกของแสงหิ่งห้อยได้ง่ายๆ แบบที่ไม่ต้องเดินเข้าป่าไปตามหาให้วุ่นวาย

 

Wang Hinghoi (วังหิ่งห้อย)

กินข้าวกลางป่าและแสงหิ่งห้อยในเมืองกรุง 

ร้านอาหารเปิดใหม่

วังหิ่งห้อย คือร้านอาหารที่นำเสนอความเป็นธรรมชาติในทุกมิติ ไม่เพียงนำหิ่งห้อยหลายร้อยตัวมารวมอยู่ในพื้นที่ป่าจำลองที่รายล้อมอยู่โดยรอบ แต่ยังมีคอนเซ็ปต์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุก 4 เดือนเป็นตัวกำหนดรายละเอียดของทุกองค์ประกอบ โดยช่วง 4 เดือนแรก (เมษายน-กรกฎาคม 2561) จะเน้นเรื่องราวของ ‘ดิน’ ดังนั้นทันทีที่เดินเข้าสู่ตัวร้านทุกคนจึงจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสดชื่นผ่านกลิ่นดิน รวมถึงแสงและเสียงที่ชวนให้จมดิ่งไปกับธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งอย่างแท้จริง

ในส่วนของเมนูอาหาร ทางร้านเสิร์ฟคอร์สอาหารไทยที่สร้างสรรค์และนำเสนอด้วยเทคนิคสมัยใหม่ แต่รสชาติยังคงความเป็นไทยแท้ๆ ไว้อย่างครบถ้วน

เริ่มจาก Amuse Bouche ออร์เดิร์ฟหลากรส แบบพอดีคำ ที่เราชอบเป็นพิเศษคือเมี่ยงกลีบบัว เพราะนอกจากสวยชวนมองยังอร่อยกลมกล่อมด้วย

 

ตามด้วย ซี่โครงหมูสะเต๊ะ หน้าตาดี รสชาติแบบสะเต๊ะเป๊ะๆ ทางร้านเล่าให้ฟังว่านำเสนอให้เหมือนขอนไม้ที่ผุพัง พร้อมจะย่อยสลายและกลายเป็นหนึ่งเดียวของผืนดิน ตามคอนเซ็ปต์ร้านในช่วง 4 เดือนแรก

 

จากนั้นจึงเพิ่มดีกรีความจัดจ้านกับ ต้มยำกุ้ง ที่มาในซุปแบบครีมมี่ แต่เข้มข้นถึงเครื่องต้มยำ จานเด็ดที่รับรองว่าชิมแล้วจะต้องติดใจ

 

ก่อนจะปรับการรับรสของลิ้นด้วยความสดชื่นของ ยำส้มโอ ที่ผสมผสานเบอร์รี่หลากหลายชนิดเข้าไปด้วย จึงได้รสเปรี้ยว หวาน แซมขมเล็กๆ กำลังดี

 

แกงเผ็ดเป็ดย่าง
ฉู่ฉี่ปลากะพง
สเต็กเนื้อวากิวน้ำจิ้มแจ่ว

เข้าสู่จานหลัก ทางร้านเปิดโอกาสให้คนรักอาหารไทยสามารถเลือกได้ระหว่าง แกงเผ็ดเป็ดย่าง ซึ่งใช้ Duck Confit แทนเป็ดย่างแบบทั่วไป หรือ ฉู่ฉี่ปลากะพง รสชาติดีงาม และ สเต็กเนื้อวากิวน้ำจิ้มแจ่ว ที่แซ่บนัวมาก จนอยากจะขอซื้อน้ำจิ้มกลับบ้านกันเลยทีเดียว

 

ปิดท้ายด้วยของหวานแสนเก๋อย่าง ขนมเปียกปูนชุบไวท์ช็อคโกแลต เสิร์ฟมาพร้อมงาดำและงาขาวบดกับเนยจนหน้าตาออกมาเหมือนดินเป๊ะแต่กลับอร่อยเกินคาด

 

ที่อยากแนะนำอีกอย่างคือ Sorbet Talingping ที่เซอร์ไพรส์เราหนักมาก เพราะไม่คิดว่าตะลิงปิงจะเอามาทำเป็นไอศกรีมซอร์เบต์ได้อร่อย แถมรสชาติก็ยังเหนือความคาดหมายอีกด้วย รับรองว่าถ้าได้ลองชิมจะต้องติดใจจนต้องขอสอง

งานนี้นอกจากรสชาติที่ต้องยกนิ้วให้ อาหารทุกจานยังมีเสน่ห์ชวนหลงใหลด้วยเรื่องเล่าที่สื่อถึงดินได้อย่างลึกซึ้งในทุกจาน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะถ่ายทอดให้ฟังขณะเสิร์ฟเพื่อเพิ่มจินตนาการและความดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงส่วนของร้านอาหาร วังหิ่งห้อยยังมีพิพิธภัณฑ์รวบรวมงานศิลป์ของศิลปินชื่อดัง อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ให้ได้ชมด้วย

รวมถึงบาร์เอาท์ดอร์ที่เปิดโอกาสให้คนเมืองได้ใกล้ชิดกับป่ากลางกรุงแบบสุดๆ แต่คนเมืองผู้รักป่ารักธรรมชาติต้องรีบกันหน่อย เพราะที่นี่จะเปิดให้บริการเพียง 18 เดือนเท่านั้น (เมษายน 2561-กันยายน 2562) ตามช่วงอายุขัยของเจ้าหิ่งห้อย ที่นับตั้งแต่เริ่มออกจากไข่หิ่งห้อยแต่ละตัวจะมีอายุอยู่ได้ 18 เดือน และทุกตัวจะเปร่งแสงออกมาจากบริเวณส่วนท้องด้านล่างเพื่อหาคู่เพียงได้ 7 วันเท่านั้น ก่อนจะจบชีวิตลงในที่สุด

 

Wang Hinghoi (วังหิ่งห้อย) ตั้งอยู่ด้านหน้าสนามกอล์ฟ RCA Driving Range ถนนกำแพงเพชร 7 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10:00-00:00 น. หากอยากสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกลางเมืองกรุง ควรโทรจองก่อนล่วงหน้าที่ โทร. 091-979-6226 หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/WangHingHoi

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง :

ร้านน่าแวะ 8 พิกัดในจังหวัดลำปาง เชียงใหม่ พะเยา

คาเฟ่ เปิดใหม่ย่านสาทร The Pantry จิบกาแฟ ชมงานศิลป์ แถมนั่งทำงานได้ด้วยนะ

keyboard_arrow_up