เจาะลึก วง Mean 4 หนุ่มนักดนตรีมาแรงแห่งปี นิสัยดี เพลงเพราะมาก!! (มีคลิป)

เรียกว่ามาเรียบๆ แต่แฟนเพียบนะจ๊ะ สำหรับวงดนตรีคุณภาพ วง Mean ประกอบด้วยสมาชิก 4 หนุ่มสุดคูล อย่าง โปเต้-ปิยะพงษ์ เล็กประยูร (ร้องนำ-กีตาร์) ปาล์ม-ปวีร์ ปรีชาวีรกุล (คีย์บอร์ด) พัด-วรภัทร วงศ์สุคนธ์ (กีตาร์) และกัน-กันตพิชญ์ ยาวิราช (เบส-กลอง) แต่ละคนมาพร้อมกับความสามารถทางดนตรี ซึ่งผ่านการคัดกรอง และรับประกันคุณภาพจากบอย โกสิยพงษ์ เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนเลิฟอีส

วง Mean

 

วง Mean 4 หนุ่มนักดนตรีมาแรง 

ทั้ง 4 คนมาร่วมตัวกันได้ยังไงคะ

โปเต้:    พวกเรา 4 คนเรียนที่ธรรมศาสตร์ อยู่ชมรม TU Folksong ด้วยกัน ที่นี่เรียกว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะศิลปินก็ว่าได้นะครับ เพราะ อะตอม-ชนกันต์ โดม-เดอะสตาร์ Tattoo Color ก็มาจากที่นี่ แต่ตอนนั้นพวกเรา 4 คนไม่เล่นด้วยกันนะครับ จะเป็นลักษณะเวียนมาเจอกันมากว่า

พัด:       ผมเคยเล่นกับปาล์ม ปาล์มเคยเล่นกับเต้ ซึ่งก็ได้เจอะเจอคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว

ปาล์ม    พอเรียนจบ ทุกคนต่างก็มีเส้นทางดนดนตรีเป็นของตัวเอง ผมเองก็มีวง แต่มันยังไปไม่ถึงจุดเป็นศิลปินที่มีเพลงเป็นของตัวเองสักที พอถึงจุดหนึ่งสมาชิกก็แยกย้าย บางคนไปดูแลกิจการที่บ้าน บางคนไปทำงานประจำ

พัด:       ก่อนหน้านี้ผมก็ทำเพลงเอง อยู่ค่ายเล็กๆ ช่วงที่ทำเองเรียกว่ากินพลังชีวิตเหมือนกัน เพราะควักเนื้อจนไม่ไหวแล้ว วงก็แตกไป ตอนนั้นรายได้หลักคือ เป็นครูสอนกีตาร์ไฟฟ้า กีตาร์อะคูสติก อูคูเลเล่ เล่นแบ็คอัพให้ศิลปิน

ปาล์ม    ผมทำเพลงประกอบโฆษณา เพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเรายังคีพคอนเทคกันไว้ 3 คนคือ ผม กัน พัด

กัน:       ผมเล่นดนตรีตามร้าน รับงานเบื้องหลังจากปาล์ม มีการแบ่งปันจ็อบ หรือถ้าพัดมีงานเล่นแบล็คอัพก็ตามไปให้ช่วยก็มี

ปาล์ม:   ใจเรายังอยากเล่นดนตรี เลยชวนทำคลิปคัฟเวอร์เพลง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยติดต่อเต้ไว้ แต่เขาติดสัญญากับ AF จนกระทั่งเมื่อปลายปี 59 ผมเห็นเต้ไปออกรายการ I can see your voice ก็เลยติดต่อเขาไป

โปเต้:    ผมเคยประกวด AF8 มาก่อนรุ่นเดียวกับเต๋า-คชา เข้ารอบ 24 คนสุดท้าย และเป็น 12 คนที่ถูกคัดออกจากบ้าน แต่ทีมทรูแฟนตาเซียตอนนั้น เขาสนใจอยากให้ผมทำงานด้วย เลยได้เซ็นสัญญา 5 ปี โปรดิวซ์เพลงให้ศิลปินในสังกัด พอหมดสัญญาก็เลิกเล่นดนตรีไป เพราะรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา และยังไม่ใช่ที่ของเรา เลยเบนเข็มไปเป็นนักเขียนนิตยสารสัตว์เลี้ยง วันหนึ่งได้รับแมสเซส ว่าพี่เต้ว่างมั้ย มาเล่นดนตรีมาเล่นคัฟเวอร์กันมั้ย พอนัดไปที่บ้านปาล์มก็เจอกันกับพัด เพิ่งรู้ว่าเขาอยากให้ผมมาเป็นนักร้อง เป็นการชวนที่กดดันนะ เพราะตอนนั้นเราทำงานประจำ 3 อย่างคือ สอนร้องเพลง เล่นกลางคืน และเป็นนักเขียนควบเออีให้นิตยสาร ปาล์มถามว่ามาเป็นนักร้องฟูลไทม์ได้มั้ย ผมขอเวลาคิด 7 วัน

โปเต้-ปิยะพงษ์ เล็กประยูร (ร้องนำ-กีตาร์)

ปาล์ม-ปวีร์ ปรีชาวีรกุล (คีย์บอร์ด)

แล้วตัดสินใจต่อยังไงคะ

โปเต้:  ความรู้สึกมันได้คำตอบชัดเจนมากครับว่าเราอยากเล่นดนตรี เรามีเพลงที่แต่งอยากให้ออกสู่สาธารณชน เลยปรึกษาเพื่อนในกองบก. ว่ามีเพื่อนชวนทำวงแต่ต้องลาออก ทุกคนสนับสนุนบอกว่าไปเถอะไม่เป็นไร ผมเองเกรงใจเพื่อนๆ กลัวไปแล้วพวกเขาจะลำบาก เพราะในกองมีทีมไม่เยอะ จากนั้นก็ปรึกษาหัวหน้าซึ่งเขาเข้าใจแล้วบอกกับผมว่า “อย่าทิ้งความฝัน” ผมร้องไห้ในร้านอาหารเลย มันตื้นตันที่มีคนเข้าใจ

พัด: ความรู้สึกของพวกเรา 3 คนคือ เต้ลาออกแล้ว เอาไงดี เขาก็มีเงินเดือนอยู่ดีๆ (หัวเราะ)

ปาล์มความตั้งใจแรก คิดว่าจะไปออดิชั่นเล่นตามร้าน แต่คิดไปคิดมาเปลี่ยนแผน เพราะถ้าไปร้านเราจะได้เล่นแค่ 1 ร้าน ไหนๆ ก็ต้องเดินวอล์คอิน หอบเครื่องดนตรีกันอยู่แล้ว เลยเปลี่ยนจากวอล์คอินเดินเข้าร้าน เป็นไปออดิชั่นตามค่ายดีกว่า ซึ่งถ้ามีค่ายไหนรับ เขาจะสามารถหาร้าน หาเวทีให้เราได้เล่นอีกเยอะ จากนั้นก็วอล์คอินไปทุกค่ายเพลงในเมืองไทย

พัดเราไปแบบไม่ส่งเดโม่ไปก่อน เพราะเราส่งมาหลายรอบแล้ว ผมเข้าใจว่าทีมงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเขายุ่งเกินกว่าจะมานั่งเปิดฟังเดโม่ เข้าไปแบบขอเล่นให้ดูเลย จนมาจบที่ LOVEiS ช่วงเย็นๆ พี่ที่บริษัทบอกว่าไม่มีใครอยู่แล้ว สักพักมีพีอาร์ และฝ่ายการตลาดเดินลงมา พวกเราก็ยังตื๊ออยู่ ขอเล่นด้วยการอัดคลิปไว้ส่งให้พี่บอยดูก็ยังดี เพราะตอนนั้นพี่บอยอยู่อเมริกา พี่เหวิน (พีอาร์) ก็ส่งคลิปนี้ไปให้พี่บอยดู จากนั้นก็โทรมาหาบอกว่า “พี่บอยตอบกลับมาแล้ว” แล้วเงียบไปนิดนึง (หัวเราะ) จนผมบอกว่า “พี่ครับ นักร้องผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” พี่เขาก็ต่อด้วย “พี่บอยกลับต้นปี มกราคม 2560 นัดให้เข้าไปคุยกัน” จำได้ว่าวันที่เจอพี่บอย ตื่นเต้นมาก พี่บอยเดินอ้อมหลังบ้านเข้ามา แล้วบอกว่า “ปะ! เข้าห้องอัด” คือให้เราลองร้องและเล่นให้ดู ตอนนั้นเลือกเพลงความคิดของพี่แสตมป์ และเพลงที่เราแต่งเอง

 ปาล์มเข้าห้องอัดยังไม่เซอร์ไพร์สเท่ากับที่วันนั้นพี่บอยบอกพวกเราต่อว่า “อีก 2 เดือนไปญี่ปุ่นนะ” ได้ไปร่วมเดินพรมแดงกับพี่บอย และไปโชว์ในงาน Okinawa International Movie Festival (OH! KINASAI 2017) ด้วยครับ

พัดหลังจากนั้นทุกอย่างก็ไปไวมาก เมษายน 2560 เราปล่อยซิงเกิ้ลแรก “อ่อนแอก็แพ้ไป” กรกฎาคม  ปล่อยเพลง “หมายความว่าอะไร” ซึ่งฟีดแบ็กดีมากเข้าสู่ 4 ล้านวิวแล้ว กันยายน มีเพลง “ผู้ชมที่ดี” ไม่ได้เป็นซิงเกิ้ล Official พวกเราแค่ปล่อยออกมาให้ฟังกันเฉยๆ ซึ่งแฟนก็ชอบกันเยอะมาก ล่าสุดพฤศจิกายนเพิ่งปล่อยเพลง “สตรอง” ครับ

ปาล์ม:  เราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้มีเพลงที่มีพระเอกนางเอกเอ็มวี ตอนที่คุยกับทางค่าย เราบอกเพียงว่า พวกเราแบกรับความฝันกันเองมานานหลายปี ไม่อยากทิ้งมัน อยากส่งต่อให้ใครช่วยพามันไปต่อ ให้ถึงจุดที่ควรจะเป็นเสียที ซึ่ง LOVEis คือคนที่พาเราไปถึงจุดนั้นที่ควรเป็น ซึ่งอยากบอกว่าเต้เกือบจะถอยอีกรอบไปทำงาน Big C แล้ว

โปเต้แม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านที่นครปฐม แล้ว Big C แถวบ้านเปิดรับหลายตำแหน่ง กะว่าจะไปเป็นผู้จัดการสาขาแล้วครับ (ยิ้ม)

พัด-วรภัทร วงศ์สุคนธ์ (กีตาร์)

กัน-กันตพิชญ์ ยาวิราบ (เบส-กลอง)

แล้วทุกอย่างเป็นอย่างที่คิดไว้มั้ยคะ

กัน:  มันดีเกินกว่าที่เราคาดหวังมากครับ เราได้ขึ้นโชว์ครั้งแรกงาน 12 ปีค่าย LOVEis ซึ่งงานนี้ ได้ชวนพี่น้องศิลปินในค่าย และผู้ที่เคยร่วมงานกันทั้งเก่าและใหม่ พร้อมทั้งแฟนเพลง มาร่วมงานใน  “LOVEiS 12th SHARING งานนั้นมีแฟนเพลงของทุกศิลปินมาดูกันเยอะมาก พอแฟนๆ เห็นพวกเราเป็นศิลปินใหม่ในค่าย แฟนเพลงของรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นพี่ตู่ พี่แสตมป์ ที่โต๋ ฯลฯ ก็พลอยเอ็นดูเราไปด้วย

ต้องขอบคุณที่แฟนคลับคอยติดตามไปเชียร์ทุกงานทุกที่เราไป ครั้งที่เห็นแล้วอึ้งคือ รวมตัวไปส่งที่สนามบิน ตอนเราจะไปงาน Okinawa International Movie Festival กับพี่บอยที่โอกินาวา ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ได้ปล่อยเพลงเลยด้วยซ้ำ

ปาล์ม:  หลังจากปล่อยเพลงไปได้แค่ 2 เพลง แฟนคลับก็จัดงานมีทติ้งให้ด้วย ขายบัตร 5 นาทีหมด ในงานแฟนๆ ทำโปรเจทค์ให้ด้วย จุดนี้คือพีคและประทับใจมากครับ เต้นี่ถึงกับร้องไห้เลย บอกว่า “กูเกือบจะไปบิ๊กซีแล้ว” (หัวเราะ)

โปเต้ว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว แต่พอพูดมันก็กลั้นไม่ได้จริงๆครับ

พัด:  เรามีโอกาสได้ไปโชว์หลายงาน ก็เพราะแฟนคลับ เพราะทุกคนเห็นว่าเรามีแฟนๆ คอยสนับสนุน คอยติดตามทำให้เราได้รับโอกาสดีๆ ไปด้วย บางคนบ้านไกลมาหาเราไม่ได้ แต่คอยติดตามตลอด บางคนมาแต่มองอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้ามาถ่ายรูป บางคนเข้ามาหามีของมีขนมมาฝาก พวกเขาเข้ามาเติมเต็มเส้นทางการเป็นศิลปินของพวกเรา เป็นความรักและความปรารถนาดีที่ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ

โปเต้: อีกอย่างที่ไม่คาดคิดคือ ได้มาลงนิตยสารสุดสัปดาห์ เมื่อก่อนบ้านผมขายหนังสือ นิตยสารสุดสัปดาห์คือขายดีมาก ผมอ่านมาตลอด จนมาถึงวันนี้ เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง วันที่ได้ลงสุดสัปดาห์ นิตยสารที่เปิดอ่านมาตลอด (ยิ้ม)

แหม! น่ารัก นิสัยดี มีความมุ่งมั่น ไว้สุดฯ จะชวนมาสัมภาษณ์อีกแน่นอนค่า…

Text: AuAi Photo: sudsapda

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โปเตโต้ ชวนรุ่นใหญ่ ปู พงษ์สิทธิ์ Feat เพลง “ทุกด้านทุกมุม”

แบมแบม got7 กับบทสัมภาษณ์แก้คิดถึง

ผู้ชายหลากมุมชื่อ โอ๊ต ปราโมทย์ #ผมไม่ได้เอะอะก็หยาบคาย

 

 

 

 

 

อัพเดทข่าวเม้าท์ไทยเทศทุกวงการ & คลิปฮา ดารามาเต็ม ...คลิกติดตามที่
keyboard_arrow_up