ก้อย ตูน คู่แท้ สวย เท่ เก่ง ตั้งแต่วัยละอ่อน ดูกันชัดๆ #สุดฯแยกพัฒนาการ

เรียกว่าเป็นขวัญใจคนไทยทั่วประเทศไปแล้ว สำหรับ ก้อย ตูน คู่แท้ คู่วิ่ง คู่รัก และกำลังจะเป็นคู่ชีวิตในเร็วๆนี้ เพราะวาเลนไทน์ปี 2020 พี่ตูน บอดี้สแลม ได้ขอน้องก้อยแต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้วยความชื่นชม และยินดี สุดสัปดาห์ ขอย้อนอดีตคู่นี้กันสักนิดนึง แล้วคุณจะรู้ว่าคู่นี้เขา สวย เท่ และเก่ง มาตั้งแต่วัยละอ่อนเลยนะ

ย้อนอดีตวัยเรียน ก้อย ตูน

ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ เรียนอนุบาล-มัธยมศึกษาที่ โรงเรียนราชินีบน ส่วนระดับอุดมศึกษา เรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยเรียนมหา’ลัย ก้อยยังร่วมเล่นละครนิเทศ ปี 46 และ ปี 47 อีกด้วย 

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เรียนระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนสุพรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี จบระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 115 (OSK 115) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
พี่ตูนสมัยเรียนที่สวนกุหลาบวิทยาลัย มีความเป็นหนุ่มตี๋ น่ารักอะ

 

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
ตูน ก้อย สมัยเป็นนิสิตจุฬา หล่อ สวยทั้งคู่เลย

 

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
ก้อยสมัยเล่นละครนิเทศฯ จุฬาฯ

 

เส้นทางดนตรีพิสูจน์ฝีมือ

ในวัยละอ่อน ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เป็นหนุ่มสุพรรณฯ ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี สมัยเรียนอยู่สวนกุหลาบวิทยาลัย ช่วงมัธยมปลาย ตูนได้รวมตัวกับเพื่อน ตั้งวงดนตรีชื่อ วงละอ่อน ขยันซ้อม ขยันเล่นกันด้วยความรักในดนตรี และในที่สุดได้จับมือกันเข้าประกวดเวที Hot Wave Music Award ครั้งที่ 1  เมื่อปี 2539 ซึ่งถือว่าเป็นเวทีประกวดวงดนตรีนักเรียนมัธยมที่โด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น ครั้งนั้นวงละอ่อน คว้ารางวัลชนะเลิศ และทำให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงมิวสิค บั๊กส์

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
พี่ตูนตอนประกวด Hot Wave Music Award

 

วงละอ่อน ออกอัลบั้ม 2 ชุด ชุดแรกอัลบั้ม ละอ่อน ในปี 2540 และ อัลบั้มที่ 2 เทพนิยายนายเสนาะ ในปี 2541 หลังจากนั้นวงก็ยุบ เพราะสมาชิกขอตัวแยกย้ายกันไปเรียน และปฏิบัติภาระหน้าที่ของตัวเอง สมาชิกที่ยังเหนียวแน่น เหลือแค่ ตูน ปิ๊ด  (ธนดล ช้างเสวก มือเบส) และเภา (รัฐพล พรรณเชษฐ์ มือกีตาร์) ก็รวมตัวกันสร้างวงใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “บอดี้สแลม” มีความหมายว่าการทุ่มเทอย่างสุดตัว

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
สมัยออกอัลบั้มในนาม วงละอ่อน

 

 

วงบอดี้สแลม เข้าสู่ค่ายใหม่ จีนี่ เรคคอร์ดส โดยการชักนำของรุ่นพี่คุ้นเคยอย่าง พี่ๆ วงบิ๊กแอส ซึ่งเคยอยู่มิวสิค บั๊กส์มาด้วยกัน  หลังเซ็นสัญญา บอดี้สแลมก็ได้ออกอัลบั้ม ชุดแรกของวงชื่อว่า บอดี้สแลม (Bodyslam) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่ามมาก มีเพลงฮิตอย่าง “งมงาย” “ย้ำ” และ “สักวันฉันจะดีพอ” ต่อมาได้ออกวางจำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 2 ไดร์ฟ (Drive) ในปี พ.ศ. 2546 เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จพอๆ กับอัลบั้มชุดแรก มีเพลงฮิตอย่าง “ปลายทาง” “ความซื่อสัตย์” “ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่” และ “หวั่นไหว”

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน
พี่ตูน ในยุคเพลง “ย้ำ” กำลังดัง

 

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน ก้อยตูนแต่งงาน
ซ้าย: อัลบั้ม Bodyslam และ ขวา : อัลบั้ม Drive

 

ในปี พ.ศ. 2548 บอดี้สแลมออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3  บีลีฟ (Believe) และประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตอย่าง “ขอบฟ้า” “ห้ามใจ” “ความรักทำให้คนตาบอด” “พูดในใจ” “รักก็เป็นอย่างนี้” “ชีวิตเป็นของเรา” “คนที่ถูกรัก” และ “ความเชื่อ” เรียกว่าดังทั้งอัลบั้ม เพลงเหล่านี้กลายเป็นเพลงซิกเนเจอร์ของวงเลยก็ว่าได้  และจากความสำเร็จของอัลบั้มนี้ บอดี้สแลม มีคอนเสิร์ตใหญ่ชื่อว่า “Big Body” ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยจัดร่วมกับวงบิ๊กแอส

ปี 2550 ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 เซฟมายไลฟ์  (Save My life) มีเพลงฮิตอย่าง “แค่หลับตา” “นาฬิกาตาย” “อกหัก” “เสี้ยววินาที” “คนมีตังค์” และ “ยาพิษ” และมีคอนเสิร์ต บอดี้สแลมเซฟมายไลฟ์ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ความสำเร็จในอัลบั้มนี้ ทำให้วงมีฐานแฟนคลับกว้างขึ้นทั่วไประเทศ และบอดี้สแลมก็กลายเป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน ก้อยตูนแต่งงาน
ซ้าย: อัลบั้ม Believe ขวา: อัลบั้ม Save My life

 

อัลบั้มชุดที่ 5  คราม  ออกมาเมื่อกลางปี 2553 อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง “คราม” “คิดฮอด” “โทน” “แสงสุดท้าย” “ทางกลับบ้าน” “ความรัก” “สติ๊กเกอร์” “เงา” “ปล่อย” และ “เปราะบาง” วงได้ออกแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่เรียกว่า บอดี้สแลมไลฟ์อินคราม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน  พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 มีผู้ชมมากกว่า 65,000 คน

ก้อย รัชวิน ตูน อาทิวราห์ ตูน บอดี้สแลม งานแต่งงานก้อยตูน ตูนขอก้อยแต่งงาน ก้อยตูนแต่งงาน

อัลบั้ม คราม

 

เดือนกันยายน 2557 บอดี้สแลมออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6  ดัม-มะ-ชา-ติ  (dharmajāti) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “ธรรมชาติ” โดยอัลบั้มนี้จะเน้นไปทางเกี่ยวกับชีวิต และมีแนวเพลงไปทางโพรเกรสซิฟร็อก มีเพลงดังอย่าง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” “ปลิดปลิว” “ดัม-มะ-ชา-ติ” “รักอยู่ข้างเธอ” “ชีวิตยังคงสวยงาม” “ความฝันกับจักรวาล” และ “คิดถึง” 

31 มกราคม พ.ศ. 2562 ออกอัลบั้ม วิชาตัวเบา โดยพี่ตูนที่เล่าถึงที่มาของอัลบั้มนี้ว่า 

คำว่า “วิชาตัวเบา” มีความเป็นเราในช่วงหลังๆ มาก ด้วยสถานการณ์ ด้วยประสบการณ์ อายุ หรืออะไรก็ตามที่ผ่านมา มันทำให้เราเรียนรู้ และจัดแจงกับมันได้มากขึ้นทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว จัดแจงกับอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น จัดแจงกับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตได้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้ดีที่สุด แต่เรารู้สึกปล่อยมากขึ้น เบาขึ้นในบางจังหวะของชีวิต เหมือนเรากำลังได้เข้ามาเรียนรู้ “วิชาตัวเบา” เป็นเทอมแรก แล้วรู้สึกติดใจจนกระทั่งอยากใช้ชื่อนี้เป็นชื่ออัลบั้มที่ 7

ดนตรีและเรื่องราวในอัลบั้ม เป็นเหมือนไดอารี่เพลงในแต่ละช่วงชีวิตของบอดี้สแลมอยู่แล้ว เราจะพูดในเรื่องที่เรารู้สึก สังเกตว่าอัลบั้มแรกๆ เราจะพูดเรื่องหนุ่มสาวเยอะหน่อย มีเจือความฝันเล็กน้อย อัลบั้มต่อๆ มาก็เพิ่มสัดส่วนของเพลงที่จริงจังมากขึ้น เพลง “ความเชื่อ” ในอัลบั้ม Believe เพลง “โทน” ที่พูดถึงทหาร ในอัลบั้มคราม อย่างอัลบั้มวิชาตัวเบา เราก็ได้ร้องสิ่งที่เราเป็นในวัยเกือบ 40 เราชอบที่จะเป็นแบบนี้ วงดนตรีบอดี้สแลม เหมือนคนๆ หนึ่ง ที่โตและแก่ไปตามวัย

อัลบั้ม ดัม-มะ-ชา-ติ

อัลบั้ม วิชาชาตัวเบา

 

ดูพัฒนาการความสวย และความเก่ง ของก้อยได้ที่หน้าถัดไป

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา