คุยกับ มิว ศุภศิษฏ์ ถึงทุกข์สุขและการเรียนรู้ที่ต้องเจอในวงการบันเทิง

account_circle
event

คุยกับ มิว ศุภศิษฏ์ นักแสดงและนักร้องมากความสามารถ ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนนี้เขาคือดาวรุ่งอีกดวงของวงการบันเทิงไทยที่มีแฟนคลับทั้งในประเทศและทั่วโลกคอยให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ปังและเป็นกระแสไปหมด

แต่ความสำเร็จในเส้นทางนี้ก็ไม่ได้มีอะไรได้มาง่ายๆ มิวได้พบทั้งความทุกข์ ความสุข ตลอดจนเรื่องราวต่างๆมากมาย และทุกวันนี้เขาเองก็ยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้

คุยกับ มิว ศุภศิษฏ์ ถึงทุกข์สุขและการเรียนรู้ที่ต้องเจอในวงการบันเทิง

ไม่ได้เจอมิวพักใหญ่เลย อัพเดตชีวิตช่วงนี้กันสักนิดค่ะ

ปกติเวลาว่างผมจะชอบดูซีรีส์ และช่วงนี้กำลังฝึกแต่งเพลงอยู่ด้วยครับ พยายามจะหาไอเดียเรื่องการแต่งเพลง เรื่องเครื่องดนตรี เพื่อแต่งเนื้อร้อง เดือนหนึ่งก็จะพยายามแต่งให้ได้ 4 เพลงครับ

อยากให้พูดถึงผลงานเพลงล่าสุด SPACEMAN ในโปรเจ็กต์ Global Collaboration Projection 2021 ที่พอปล่อยปุ๊บก็กระแสแรงติดชาร์ต iTunes ทั่วโลกเลย

เพลงนี้โปรดิวซ์  แต่ง และกำกับการร้องทุกอย่างโดย HONNE ครับ คือ James Hatcher และ Andy Clutterbuck มาช่วยดูทุกอย่างในเพลงนี้ให้ คือผมอยากได้คอนเซ็ปต์เพลงแนวอวกาศ เราคิดว่า HONNE เหมาะกับคอนเซ็ปต์เพลงประมาณนี้ที่สุดครับ

ผมเป็นแฟนคลับ HONNE อยู่แล้ว ก็มีโอกาส interact กับเขาในอินสตาแกรม ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ บ้าง ผมอยากให้เขาทำเพลงให้ ก็เลยติดต่อไป แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19  ทำให้ไปอัดเพลงที่อังกฤษไม่ได้ จึงเป็นการทำงานข้ามประเทศผ่านวิดีโอคอล เขาก็คอยกำกับร้องอยู่ที่นู่น

สำหรับเสียงตอบรับก็ทำให้ดีใจมากครับ แล้วก็อยากจะขอบคุณแฟนๆ มาก อยากขอบคุณ HONNE อยากขอบคุณทุกคน ที่มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์นี้ ซึ่ง SPACEMAN ทำลายทุกสถิติของผมที่ผ่านมาเลย

หนึ่งในสถิติที่ขยันติดมากคือเทรนด์ทวิตเตอร์ มิวรู้สึกยังไงบ้างกับฉายาเจ้าพ่อเทรนด์ทวิตเตอร์

ก็ดีใจมากๆ ครับ ที่ทั้งแฟนๆ ของเรา คนทั่วไปให้ความสนใจตลอดเวลา ขอบคุณจริงๆ ครับ หวังว่าสื่อโซเชียลจะทำให้เราพัฒนาและเติบโตไปได้ด้วยกันครับ

มิวเดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัวมาได้ 1 ปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างไหมคะ   

ได้เรียนรู้และพัฒนามากมายหลายด้านมากครับ ได้พัฒนาเรื่องสกิลทั้งการร้องเพลง การแต่งเพลง และการเพอร์ฟอร์มออนสเตจ ตอนนี้ผมปล่อยอัลบั้มเต็ม “365” แล้ว ล่าสุดปล่อยเพลง SPACEMAN ทุกเพลงพยายามทำออกมาให้ดีมากขึ้น หลังจากนี้ก็ยังจะมีโปรเจ็กต์ Collaboration กับ Global Artist อีก แต่ยังบอกไม่ได้ว่ากี่คน ผมว่าการทำงานเพลงทำให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเอง ย่ิงมีโอกาสได้แต่งเพลงเองด้วย ได้ร้องเพลงกับแฟนๆ ได้มีโอกาสอยู่บนเวที เป็นเมจิคโมเมนต์มากจริงๆ นี่เป็นงานที่ผมชอบ สนุก และมีความสุขที่ได้ทำ

มีศิลปินคนไหนที่มิวอยาก Feat. ด้วยอีก

ถ้าศิลปินที่อยาก Feat. ด้วย คือ Ed Sheeran ครับ สาธุ… อยากร่วมงานด้วยมากจริงๆ (หัวเราะ)

เรื่องของงานแสดง เราจะมีโอกาสได้เห็นมิวในบทบาทต่างๆ อีกบ้างมั้ยคะ

เรื่องงานแสดงจะมีโอกาสได้เห็นผมในหลากหลายแนวอีกเยอะมากๆ ทั้งตัวซีรีส์ที่ทำเอง “The Ocean Eyes” รวมถึงซีรีส์ ละคร หนัง ของค่ายต่างๆ ในอนาคตคาดว่าอาจจะมีผลงานแสดงกับต่างชาติด้วย ฝากทุกคนติดตามกันด้วยครับผม

บทแบบไหนคะที่มิวอยากลองเล่น   

ที่อยากเล่นเหรอครับ อยากเล่นแบบฆาตกรโรคจิต ปกติเราจะชอบได้บทผู้ชายอบอุ่น ผู้ชายเพอร์เฟกต์ หลังๆ ก็เริ่มได้รับบทที่มีความตลกมากขึ้น (หัวเราะ)  ก็มีเหมือนกัน ถ้าได้เล่นบทซีรีเรียสจริงจังจะเป็นอะไรที่ท้าทายมากครับ ซึ่งบทฆาตกรที่เล่นเป็นตัวหลักก็น่าสนใจเหมือนกันครับ

จากกระแสความนิยมที่ถาโถมเข้ามา มีทั้งคนรักและได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มิวรับมือกับกระแสเหล่านี้ยังไง

โห… ต้องบอกว่า เอาจริงๆ เวลามีเรื่องราวต่างๆ เข้ามา มีทั้งดีและไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าในแง่บวก ผมก็ขอบคุณ และก็รู้สึกว่าเราต้องคอยมอนิเตอร์ตัวเอง คอยรีเช็คตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ตัวเราเป็นยังไงบ้าง หมั่นตรวจอารมณ์ตัวเอง หมั่นตรวจสกิลของเรา หมั่นตรวจฟีดแบ็กของเรา ช่วยให้เราไม่หลงไปกับมัน ผมว่าเรื่องพวกนี้คืออีโก้ ซึ่งมันไม่ก่อประโยชน์อะไรกับเรา การที่เราเหลิงมันเป็นบาเรียบางอย่าง อาจจะทำให้เราเข้าไม่ถึงใจคนที่เราจะคุยด้วย

ถ้าเป็นแง่ลบ ผมก็พยายามจะเข้าใจว่า พอเราเริ่มมีชื่อเสียงเป็นปกติที่จะมีหลายๆ คนเข้ามาวิจารณ์งานของเรา ซึ่งต้องบอกว่า ทั้งนอยด์ ทั้งเศร้า ทั้งเครียด สุดท้ายมันขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจครับผม การที่ตัวเราเข้าใจกับสถานการณ์นั้นๆ เข้าใจกับเจตนาของคน ก็จะทำให้ตัวเราทุกข์น้อยลง แต่ถามว่ามีความทุกข์มั้ย ทุกข์นะครับผม แต่พอเวลาผ่านไป เราเจอเรื่องราวต่างๆ มากมายขึ้น เจอความท้าทายที่เข้ามาในชีวิตมากขึ้น เราจะเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย และผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้ในทุกเรื่องที่จะเข้ามาเสมอ

แล้วเวลาเจอเอฟเฟ็กต์เข้ามามากๆ ตั้งรับอย่างไรคะ

เอาจริงๆ  ยอมรับว่าผมเคยเกิดทั้งความท้อ และเคยเกิดคำถามว่า ทำไมเราตั้งใจทำผลงานเพื่อส่งต่อให้ใครหลายคน อยากให้ทุกคนมีความสุข เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเรา ทำไมต้องมาด้อยค่าผลงานของเราด้วย ทำไมมันต้อง… เขาเรียกว่าใช้ hate speech กับเรา กับผลงานของเรา กับครอบครัวของเรา

ผมอยากให้หลายคนๆ คนเข้าใจครับว่า การที่เราวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ทั้งอินเตอร์เน็ตหรือพูดตรงๆ ไม่ต่างอะไรกับการไซเบอร์บูลลี่ อยากให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องการไซเบอร์บูลลี่มากๆ เราทำเขา เราไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วเขารู้สึกอย่างไร แต่คนที่โดนทำร้าย บางครั้งมันติดไปกับชีวิตของเขา ลดการใช้ Hate Speech ลดการไซเบอร์บูลลี่คนอื่นกันดีกว่าครับ

 

มิวคิดว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นที่สุดในการทำงานตรงนี้

‘สติ’ สำคัญมากครับกับการใช้ชีวิตในฐานะที่เราเป็นบุคคลสาธารณะ การที่จะพูดหรือทำอะไรมีผลกระทบกับใครหลายๆ คนมาก พอเราพูดอะไรไป มีผู้รับสารเยอะ มีคนมองเราอยู่เยอะ แต่ละคนก็มีความคิดไม่เหมือนกัน มีการตีความของสารที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เราร้องระมัดระวังมาก เพราะว่าเวลามีอะไรมาเอฟเฟ็กต์กับเรา มากระทบกับเรา แฟนๆ ก็จะได้รับไปด้วย

แต่จะว่าไปเรื่องความดังกับความกดดันในการใช้ชีวิต ผมสามารถแยกกันได้นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไพรเวซี่มากกว่า อย่างแฟนๆ ของผม ทุกคนเข้าใจในจุดนี้ ทำให้ผมใช้ชีวิตปกติมากๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้เราต้องคอยระวังตัวเอง เช่น ถ้าไปร้านอาหารแล้วมีแฟนๆ อยู่ในร้าน ทุกคนจะทำตัวนิ่งเหมือนไม่ได้เป็นแฟนคลับ (ยิ้ม) แต่พอผมเสร็จสิ้นภารกิจในการเอ็นจอยอีทติ้งเรียบร้อยแล้ว เขาถึงค่อยเข้ามาขอถ่ายรูป แฟนๆ ของผมน่ารักมาก ผมเลยรู้สึกว่าการใช้ชีวิตของผมค่อนข้างปกติมาก รู้สึกโอเค ไม่มีอะไรที่เป็นความลำบากหรือกดดันอะไรเลย

 

เล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจระหว่างมิวกับแฟนคลับให้ฟังสักนิดค่ะ

อย่างเพลง SPACEMAN ที่ปล่อยไปก็ประทับใจมาก  เพราะเราได้เห็นแฟนๆ ทั้งประเทศไทย แฟนๆ ทั่วโลก พร้อมที่จะซัพพอร์ต ทุกคนน่ารักกับผมมาก ขอบคุณทุกคนมากครับ ช่วงเวลาที่ผ่านมาสำหรับผมมันดีมากจริงๆ พลังของทุกคนทำให้ผมอยากพัฒนาตัวเองขึ้น อยากสร้างสรรค์ผลงานที่ดีมากขึ้นไปอีก

เป้าหมายสูงสุดในเส้นทางวงการบันเทิงที่มิววางเอาไว้คือ

ถ้าเรื่องงานร้องเพลง อยากมีคอนเสิร์ตใหญ่ในเมืองไทยและต่างประเทศ เรื่องงานแสดง อยากมีโอกาสได้เล่นหนังฮอลลีวูด อยากได้รางวัลทางการแสดงด้วยครับ  อ้อ! แล้วถ้ามีโอกาสนอกจากเป็นโปรดิวเซอร์ เป็นผู้จัดแล้ว ก็อยากลองกำกับการแสดงเองเหมือนกัน ตอนนี้ผมพยายามเรียนรู้เรื่องงานกำกับการแสดงอยู่ครับ

อยากทำหลายอย่างมาก

(หัวเราะ)

แล้วปริญญาเอกของมิวไปถึงไหนแล้วคะ

ตอนนี้ Couse Work เรียบร้อยแล้วครับ เหลือแต่งานวิจัย ซึ่งของค่อนข้างเอฟเฟ็กต์กับสถานการณ์โควิด-19 ก็พยายามหาหัวข้อใหม่อยู่ และคิดว่าจะพัฒนาต่อจากหัวข้อเดิมได้อย่างไรได้บ้าง หรือจะหาหัวข้อใหม่ที่แมทช์กับงานที่เราทำอยู่ไปเลยดี

มิวอยากกลับไปเป็นอาจารย์มั้ยคะ

ถ้าให้ไปช่วยสอนคงพอได้ครับ หรืออาจจะเป็นคลาสพิเศษก็โอเคอยู่นะครับ แต่ด้วยภาระหน้าที่และสถานการณ์ตอนนี้ คงสอนระยะยาวไม่ได้ เพราะผมมีงานสตูดิโอที่ต้องทำตลอด

คุยกับ มิว ศุภศิษฏ์

ล่าสุดได้ร่วมงานถ่ายแฟชั่น Digitital Cover กับสุดสัปดาห์ร่วมกับน้องกะทิ รู้สึกอย่างไรบ้าง

น้องกะทิ เป็น Virtual Influencer น้องใหม่ เป็นอะไรที่ตื่นเต้นและแปลกใหม่ดีครับ รู้สึกว่าเป็นอะไรใหม่ๆซึ่งเรากำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในวงการบันเทิงทั่วโลก งานนี้เลยเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากสำหรับผม ส่วนน้องกะทิก็น่ารักมากๆ ทำงานด้วยกันแล้วสนุกครับ

ก่อนจบบทสัมภาษณ์ อยากบอกอะไรกับแฟนคลับ และฝากผลงานกับแฟนๆ บ้าง

ฝากอัลบั้ม 364 ฝากเพลง SPACEMAN และโปรเจ็กต์ Collaboration ด้วยนะครับ อัลบั้มที่ 2 จะทยอยปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้ฟังได้ในปีหน้าครับ ส่วนซีรีส์กำลังถ่ายทำ น่าจะได้ออนแอร์เร็วๆ นี้ครับผม

ที่สำคัญคืออยากขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตกัน ขอบคุณที่มอบความรักให้กับผม และอยากบอกว่าดีใจที่เราได้มาเจอกัน ไม่ว่าจะมาเจอกันตอนไหน แต่ตอนนี้เราได้เจอกันแล้ว ก็อยากจะบอกว่าอยู่ด้วยกันไปนานๆ นะครับ เรามาเติบโตไปด้วยกัน คอยให้ความรักซึ่งกันและกันต่อไปเรื่อยๆ นะครับ

Text: AuAi 

Model : มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์

Model: @Katii_Katie (กะทิ)

Photographer: ธนพล แก้วพริ้ง
Assistant photographer: สมบูรณ์เกียรติ วงศ์หอม, เกียรติศักดิ์ เจนไพร, วศิน เชี่ยวจินดากานต์
Capture one operator: จีรกร ขอมสระน้อย
Art director: จีรกร ขอมสระน้อย

Makeup artist: อาชวิน กฤติยวนิชช์

Hair stylist: รัชดา พ่วงพวงงาม

Stylist: ศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ
Assistant stylist: คมสัน เพชรคง

Co-Created: LEMONZ / SOUR BANGKOK, Aww Inc, Plan B Media

Special Thanks: Off-White

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Sudsapda Digital Cover การพบกันบนปกแฟชั่นครั้งแรกของ 2 ดาวรุ่ง มิว ศุภศิษฏ์ และกะทิ

ลี-ออม กับการถ่ายแฟชั่นสุดต๊าซซซ และบทสัมภาษณ์ถึงบทบาทสุดท้าทาย

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา