เค เลิศสิทธิชัย จากบัณฑิตเกียรตินิยมสู่เส้นทางในวงการบันเทิงที่พร้อมจะเรียนรู้

เค เลิศสิทธิชัย จากหนุ่มนักเรียนนอกที่โด่งดังในโลกโซเชียลในฐานะยูทูบเบอร์ที่แชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิต และการเรียนในต่างแดน กระทั่งมีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะนักแสดงเต็มตัว ซึ่งเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ล่าสุด เคกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก Deep…โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย ออนแอร์ทาง Netflix มาทำความรู้จักนักแสดงดาวรุ่งฝีมือไม่ธรรมดาคนนี้ให้มากกว่าเดิม จะรู้ว่าเขาทั้งหล่อ เรียนเก่ง ความสามารถครบเครื่องจริงๆ

 

เค เลิศสิทธิชัย จากบัณฑิตเกียรตินิยมสู่เส้นทางในวงการบันเทิงที่พร้อมจะเรียนรู้

 

แนะนำตัวเอง และเรื่องราวในชีวิตก่อนที่จะเข้ามาในวงการบันเทิงให้ฟังกันสักนิดค่ะ 

สวัสดีครับผม เค เลิศสิทธิชัย  เคเกิดที่กรุงเทพฯ เติบโตที่นครปฐม พ่อเคเป็นคนนครปฐม แม่เป็นคนกรุงเทพฯ ครับ ซึ่งตั้งแต่เด็กจนถึงมัธยมต้นเรียนที่นครปฐม ชีวิตเด็กนครปฐม สนุกสนานดีครับ จริงๆ ก็ไม่น่าจะต่างจากเด็กกรุงเทพฯ เท่าไรนะครับ แต่แค่หลังเลิกเรียน เราอาจจะไม่ได้ไปเดินสยาม ไปเซ็นทรัล (ยิ้ม)

เคเป็นเด็กเรียนมั้ยคะ 

โอ้โห… ไม่เลยครับ สาเหตุหลักที่ไปเมืองนอกเพราะไม่เรียนนี่แหละครับ เกเรมากครับ แต่ผมไม่ได้เกเรแบบหาเรื่องคนนะ ผมแค่ไม่เรียน ติดเพื่อน ติดเกม ชอบเล่นกีฬา โดดข้ามรั้วโรงเรียนออกไป แล้วโทรหาแท็กซี่ประจำให้ไปส่งร้านเกม คือเราติดเล่น แต่เรียนสายวิทย์นะ เพราะว่าหัวสมองพอที่จะไปได้ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้ลูกเรียนคณะที่มีอาชีพที่ค่อนข้างมั่นคง อย่าง วิศวะฯ กับ หมอ

ผมก็มีไปเรียนพิเศษนะ จ่ายเงินแต่ก็ไม่เรียน ไปเล่นเกม พ่อก็บอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ  แล้วพอดีมีโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ พี่เคก็ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เราก็บอกว่าพ่อกับแม่ว่า ถ้าเคสอบติด เคไปนะ เขาคิดว่าเราสอบไม่ติดหรอก เพราะต้องสอบวัดภาษาเพื่อชิงทุน ภาษาตอนนั้นผมก็ไม่ได้เลยนะ แต่เวลาผมอยากได้อะไร ผมต้องได้ เป็นคนอยากเก่งอะไรสักด้าน อยากได้อะไรผมพยายามทำให้ได้ เลยเตรียมตัวกับการสอบ ด้วยการลงเรียนพิเศษ ไปหาครูพิเศษเอง ติวเข้มเป็นเดือนๆ

ตอนไปเรียนภาษาอังกฤษ ผมโฟกัสทุกอย่างที่ครูสอน พยายามจำ ตรงไหนไม่เข้าใจก็อ่านให้จำ ตรงไหนสงสัยก็ถามครูเลย พอถึงเวลาไปสอบ ผลออกมาก็คือติด ได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา เป็นประเทศที่เราอยากไป คือผมว่าทุกคนถ้าอยากจะทำอะไร  แล้วโฟกัสไปกับสิ่งที่เราอยากทำ ทุกคนทำได้หมดครับ

ตอนไปเรียนที่อเมริกาปรับตัวยากมั้ยคะ

อยู่ที่นู่นต้องเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง ถึงจะมีโฮสต์แฟมิลี่ คอยดูแล แต่ไม่มีใครตามใจ เราจะเกเร และเอาแต่ใจตัวเองเหมือนอยู่บ้านไม่ได้เลย อยู่กับโฮสต์แฟมิลี่จะมีกฎระเบียบในการอยู่ที่บ้านด้วย เวลากิน นอน เวลาคุยโทรศัพท์ ต้องพูดภาษาอังกฤษนะ ห้ามพูดไทย

และความที่ภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรง การที่อยากจะมีเพื่อนสักคน เราต้องพยายามด้วย เพื่อนพยายามเข้าใจเรา แต่ถ้าเขาพยายามมากๆ แต่เราไม่พยายามไปกับเขา เดี๋ยวเขาก็ไป มันก็เลยเป็นแรงผลักดันให้เราต้องเก่งภาษา ต้องพูดได้ ต้องเรียนรู้ ผมตัดสินใจไม่คุยกับเพื่อนที่เมืองไทย ไม่ติดต่อพ่อแม่ ไม่งั้นภาษาเราจะไม่ได้ เคจะอยู่กับเพื่อนฝรั่งอย่างเดียวเลยครับ

ตอนสอบครั้งแรก คะแนนได้น้อยมากเพราะเราอ่านโจทย์ไม่เข้าใจ ผลสอบติด F  อาจารย์ก็เรียกคุย เราเองก็เหนื่อย กดดันตัวเอง เลยปรับมุมมองใหม่ หันมาสนใจเรียนมากขึ้น

พอถึงเวลาต้องเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมถึงเลือกเรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ประกันภัยคะ 

ตอนแรกผมอยากเข้าสาขาวิศวะนิวเคลียร์ แต่รู้สึกว่าอาชีพที่ไทยไม่น่ารองรับ เราไม่ได้มีโรงงานนิวเคลียร์ ผมก็เลยถามพ่อว่า อาชีพไหนได้เงินเยอะที่สุด เราอยากมีเงิน เขาแนะนำ Actuary ก็คือคณิตศาสตร์ประกันภัย ในไทยก็มีเรียนครับ แต่คนไม่ค่อยคุ้นกัน  จะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับตัวเลขโดยเฉพาะเลย ซึ่งเรียนแล้วเราสามารถนำไปปรับใช้ได้หลายแนวทาง ทั้งไฟแนนซ์ ธุรกิจประกัน หุ้น การเงิน ได้หมดเลยครับ

พูดคร่าวๆ ก็จะเป็นการวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต แล้วมาวิเคราะห์เหตุการณ์ปัจจุบัน เพื่อทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สรุปคือเรียนเพื่อเป็นนักอ่านอนาคตของการเงิน ถ้าในธุรกิจประกัน ก็คือคนคิดเบี้ยประกัน

เรียนยากมั้ยคะ

ยากครับ ยากมาก… ผมเรียนยังทรมานมาก คือสูตรมันเยอะมากเลย เป็นร้อยกว่าสูตรเลย

 

เรียนจบด้วยเกียรตินิยม เควางแผนการเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างไร 

ผมรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำอะไร เพราะผมทำยูทูบด้วย เรียนด้วย เล่นกีฬาด้วย ผมว่าเราต้องจัดการเวลาของตัวเองให้ได้ แล้วเราจะทำทุกอย่างได้ดี เรามีตารางเวลาชีวิต มีเวลาเรียน เรามี Year Plan เราจะรู้ว่าจะมีสอบเมื่อไร ส่ง essay เมื่อไร ผมจะจดและวางแผน อ่านหนังสือกี่โมง เล่นกีฬากีโมง เที่ยวได้วันไหนบ้าง ผมจะลงตารางเวลาไว้เลย ผมอ่านหนังสือไม่เยอะนะ วันละครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอ่านทุกวัน รวมกันหนึ่งอาทิตย์ก็สามชั่วโมงกว่าแล้ว ทบทวนความรู้ สะสมไปเรื่อยๆ เราจะจำได้

ทำไมถึงมาเริ่มทำยูทูบคะ

เคเริ่มทำยูทูบ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 เทอม 1 เหุตผลคือเราอยากกลับเมืองไทยบ่อยๆ แต่ค่าเครื่องบินแพง พ่อแม่บอกว่า ถ้าอยากกลับให้หาเงินกลับเอง ซึ่งเคก็สมัครงานพิเศษอื่นๆ เป็นครูสอนเลข พนักงานเก็บดัมเบล อาสาเก็บของ ทำงานที่โรงอาหาร ทำแซนวิช ที่มาทำยูทูบเพราะมีคนถามเรื่องการมาเรียนที่ต่างประเทศเยอะ ก็เลยทำคลิปเลยน่าจะดี หยิบตรงนี้มาเป็นคอนเทนท์ นำเสนอการเรียน การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นอย่างไร เราคิดเห็นอย่างไร มีความแตกต่างอย่างไร ปรากฎว่าอีพีแรก คนก็ให้ความสนใจเลย มีคนดูสามแสนกว่าคน มีคนคอมเมนท์เยอะมากๆ ผมทำเองทุกอยาง คิดเอง ทำเอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง เขียนสคริปท์เอง

 

ได้อะไรจากการเป็นยูทูบเบอร์บ้างคะ

การที่เราเป็นยูทูบเบอร์ มันก็เปิดโอกาสให้ผมมากมายในชีวิต จากที่เราจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัย กลายเป็นเราได้ทำสายงานอาชีพที่แปลกใหม่ ได้เจอคนเยอะขึ้น ได้เรียนรู้คน ทำให้ผมได้ไปเที่ยวหลายๆ ประเทศ ได้ไปหลายๆ รัฐในอเมริกา ก็เพราะยูทูบพาผมไป

เค เลิศสิทธิชัย

จากยูทูบเบอร์เข้ามาเป็นนักแสดงได้อย่างไรคะ

ก็เพราะยูทูบนี่แหละครับ ตอนแรกผมเป็นยูทูบเบอร์ธรรมดา เราได้มีโอกาสไปทำงานแฟชั่นโชว์หนึ่ง เหมือนไปถ่ายงานในงานนี้ แล้วเราก็ได้โอกาสได้เดินแฟชั่นโชว์ด้วย ตอนนั้นเดินกับพี่ปู ไปรยา รายการของพี่ป๋อมแป๋ม ทอล์ก-กะ-เทย  ก็ติดต่อมาให้ไปออก คนดูรายการนี้เยอะ แล้วก็มีอีกหลายรายการติดต่อมา จากนั้นทาง GMMTV ติดต่อมาให้ลองไปเล่นซีรีส์ เราก็ยังไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็เล่นรับเชิญไปก่อนครับ สรุปเราชอบ ก็เลยตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด GMMTV

มาเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ

ยูทูบก็เป็นงานสายบันเทิงเหมือนนักแสดง ยูทูบเบอร์คือ การนำเสนอความเป็นตัวเอง นำคอนเทนท์ที่อยากสื่อสารใส่ไปในยูทูบ แต่การเป็นนักแสดงคือนำ คาแร็คเตอร์คนอื่นมาใส่ตัวเรา มันสนุก และมีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว มีเรื่องให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาในทุกบทบาท

ผมชอบเจอคนใหม่ๆ ชอบกองถ่าย ชอบเจอคนเยอะๆ เพื่อนพี่น้องนักแสดงด้วยกันก็น่ารักมาก คอยให้คำแนะนำเพื่อให้ผมได้พัฒนาตัวเอง  เราโชคดีมากๆ ที่หาอาชีพที่อยากทำเจอ แล้วก็มีความสุขไปด้วย สามารถทำงานได้ทุกวันแบบไม่มีเบื่อ

เค เลิศสิทธิชัย

อยากร่วมงานกับใครคะ

พี่ญาญ่าครับ ผมติดตามหลายๆ ผลงาน ได้เห็นบทบาทที่พี่เขาเล่น มันท้าทายมาก เรื่องที่ต้องพูดภาษาเหนือ (กลิ่นกาสะลอง) เนียนมาก เก่งมาก หลายๆ เรื่องที่พี่ญาญ่าเล่น เราดูแล้วอินทุกเรื่อง พี่เขาเก่งด้วย สวยด้วย และเต็มที่กับทุกงาน น่าชื่นชมมากๆ ครับ

ได้เรียนรู้อะไรจากการมาเป็นนักแสดงบ้างคะ

อย่างแรกคือ เข้าใจคนมากขึ้น ด้วยความที่เราได้นำตัวละครคนอื่นมาใส่ในตัวเรา หรือว่าตัวละครของเพื่อนๆ คนอื่น ทำให้เราได้เข้าใจคนมากขึ้น การที่บางคนแสดงออกแบบนั้น เขาไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ต้องการอะไรจากสังคม แต่เขาคิดแบบนั้นจริงๆ คนเรามีหลากหลายมากครับ  ทุกอย่างที่ทุกคนทำออกมา มีสาเหตุ มีประเด็น มีอะไรในใจ เลยทำให้ผมจะไม่ตัดสินใคร ถ้าเราไม่รู้จริง

สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ทำไมตัดสินใจลองรับเล่นเรื่อง Deep…โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย

ผมชอบลองทำงานใหม่ๆ และพล็อตเรื่องนี้ก็น่าสนใจมาก ซึ่งทางทีมงานติดต่อมาทางแกรมมี่ครับ บอกว่าบทนี้น่าสนใจดีนะ พอแคสท์ผ่าน ผมก็ถามทีมงานว่าทำไมเลือกให้ผมมาเล่นบท “วิน” เขาก็บอกว่าเขาดูจากองค์ประกอบรวมของนักแสดงทั้งหมด พอเขาคัดมาได้ระดับหนึ่งก็เลือกเรามา พอได้เล่นเรื่องนี้ก็ดีใจนะครับ เป็นหนังเรื่องแรกของเคเลย

 

ตอนออดิชั่นผู้กำกับบอกเลยว่า อยากได้แบบนี้ เค ที่เป็นตัวตนแบบในยูทูบเป็นคนที่เฟรนด์ลี่ เข้าสังคมง่าย เป็นคนสร้างสีสันให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม เดินในมหาลัยคนต้องรู้จัก

คาแร็คเตอร์ “วิน” เป็นอย่างไร

วินเป็นเพลย์บอยอารมณ์ดี หน้าตาดี ชอบปาร์ตี้ เป็นหนุ่มป๊อปปูล่าร์ เพราะเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย เป็นนักศึกษาแพทย์หัวดีแต่ไม่ตั้งใจเรียน เหมือนจะเป็นคนไม่เครียด เฮฮาไปวันๆ  แต่จริงๆ เขามีปมในใจ เรียกว่าเป็นอีกตัวละครที่เป็นสีสันของเรื่อง

บทของวินจะมีปมเรื่องครอบครัว ต้องมีมุมดราม่าด้วย ยากไหม

วินต้องเสียแม่ไป เขาจะโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของพ่อ ก็จะมีดราม่า เรื่องนี้เคก็ต้องมานั่งเขียนภูมิหลังให้ตัวละครก่อนเริ่มงานเพื่อซัพพอร์ตความรู้สึกของวินว่าเกลียดพ่อเพราะอะไร เคต้องทำการบ้านกับวินเยอะ ครูร่ม ซึ่งเป็นแอ็คติ้งโค้ช บอกว่าควรทำเพื่อสร้างจุดโฟกัสในการแสดง ทำให้เราแสดงอารมณ์ได้ถูกต้อง คนเรามีความโกรธหลายอย่าง โกรธแบบโมโหทั่วไป กับโกรธแบบไม่เข้าใจพ่อเชิงมีปม อารมณ์มันแตกต่างกันนะครับ การเขียนแบ็คกราวนด์ตัวละครจะทำให้เราลงลึกในรายละเอียดได้เยอะกว่า

เล่นหนังกับเล่นซีรีส์อันไหนยากกว่ากันคะ

ตอนแสดงซีรีส์ยากกว่า น่าจะเป็นเพราะผมไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อนเลย แล้วถ่ายทำแบบโหด 1 วันต้องถ่ายอย่างต่ำ 10-20 ซีน แต่หนังเยอะสุดแค่ 8 ซีน ผมโฟกัสกับบทได้มากกว่า  รู้สึกว่าชิลล์กว่า แต่ถ้าวันไหนที่ต้องเล่นบทเศร้า ๆ เครียด จะใช้เวลาสร้างอารมณ์นานกว่า

 

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้น่าสนใจตรงไหน

เรื่องราวของ 4 นักศึกษาแพทย์  ที่ค้นพบวิธีการหาเงินล้านเพื่อสนองความต้องการของตัวเองด้วยการห้ามนอน  เดิมพันยิ่งสูงก็ยิ่งเสี่ยง มีมิสชั่นที่ต้องทำให้ได้ หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีพระ-นางตายตัวเหมือนหนังไทยทั่วไป นักแสดงนำ 4 คนมีคาแร็คเตอร์แตกต่างกัน  แต่ละคนมีปมชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ต้องมาร่วมทำมิสชั่นเดียวกันให้สำเร็จ ผมว่ามันมีความเรียลหลายๆ มุมในหนังเรื่องนี้

หลายคนๆ ดูแล้วน่าจะรีเลทกับเรื่องนี้ได้ ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่า Deep…โปรเจกต์ลับ หลับเป็นตาย เกี่ยวกับการนอน การไม่ได้นอน เชื่อว่าวัยรุ่นหลายคนต้องเคยโต้รุ่ง อดนอน มีหลายมุมที่คนดูแล้วจะเข้าใจได้ไม่ยากนัก เรื่องราวสนุก มีความท้าทายในเรื่อง มีดราม่า ซึ่งจะได้เห็นปมของแต่ละตัวละคร และยังสอนในเรื่องการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง และคุณค่าของเวลาด้วยครับ เรียกว่าได้ทั้งข้อคิดและความสนุกแน่นอนครับ

เค เลิศสิทธิชัย

ฝากผลงานล่าสุด

หนังเรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัน อยากให้เปิดใจ อย่ามองว่าเป็นผู้กำกับใหม่ นักแสดงก็ใหม่ แต่พวกเราเต็มที่ทุกคน หนังมีรสชาติใหม่ เป็นแนวลุ้น ๆ เร้าใจ สนุก ฮา ดราม่าก็มี ครบทุกฟีลเลยครับ สนุกแน่นอน รับชมได้ทาง Netflix ครับ

Text: AuAi Photo: เนาวพจน์ 

 

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา