ทำความรู้จัก จีจี้ BNK48 กับตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่มาพร้อมกับดวงและความพยายาม

ปล่อยเพลงใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับ  “Warota People” หรือชื่อเพลงไทย “หัวเราะเซ่” เพลงหลักประจำอัลบั้มที่ 3 ของศิลปินไอดอลหญิงวง BNK48 และมาพร้อมกับเซ็นเตอร์คนใหม่ที่ได้มาจากการชนะกิจกรรมเป่ายิงฉุบ มาทำความรู้จัก จีจี้ BNK48 – ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกับตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่มากับดวงและความพยายาม

“Warota People” หรือชื่อเพลงไทย “หัวเราะเซ่” ซึ่งนับว่าเป็นเพลงหลักประจำอัลบั้มที่ 3 ของศิลปินไอดอลหญิงวง BNK48 โดยซิงเกิ้ลนี้ยังเป็นซิงเกิ้ลที่มาจากวงรุ่นพี่อย่าง NMB48 โดยมาพร้อมกับ คอนเซ็ปต์เพลงที่เหมาะกับทุกเทศกาลแห่งความสุข ครบรสความสนุกสนาน ให้ทุกท่านมีความเฮฮาไปด้วยกัน ตอบโจทย์คลายเครียดและเรื่องที่เจอมาไม่ดีให้โยนทิ้งไปในปีเก่าๆ  พร้อมชวนทุกท่านหัวเราะใส่ทุกเรื่องราวที่เจอ รวมทั้งเพลงนี้ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่นเพลงที่มีดนตรีที่พอฟังแล้วทำให้อยากจะลุกขึ้นมาเต้น เป็นเพลงที่มีท่าเต้นเป็นเอกลักษณ์ จดจำได้ง่าย ที่ทำให้แฟน ๆ สามารถมาขยับร่วมสนุกไปพร้อมกันได้

ในส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลง WAROTA PEOPLE – หัวเราะเซ่ ยังได้ผู้กำกับแนวหน้าของประเทศไทย อย่าง มะเดี่ยว – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลมานั่งแท่น Executive Producer โดยทั้ง 16 สาว มาในคอนเซปป์แมวจากอวกาศ พร้อมท่าเต้นสุดฮา หน้าตายที่เป็นเอกลักษณ์ ที่รับรองว่าจะมาสร้างทั้งความสดใส รอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะ ให้แฟนคลับอย่างแน่นอน

ความพิเศษของอัลบั้มที่ 3 นี้ มาจากการคัดเลือกแบบพิเศษ แตกต่างจากที่ทุกครั้งจะเป็นการเลือกโดยทางคณะผู้บริหาร กรรมการ คณะครู รวมไปถึงคัดเลือกโดยให้แฟนคลับลงคะแนน มาเป็นการให้สมาชิกในวง BNK48 และวงCGM48 ใช้ดวงของตัวเอง ผ่านกิจกรรมการเป่ายิงฉุบ – Janken Tournament 2020 สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั่วโลก พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 3 ด้วยการชมผ่านระบบ AIS PLAY ทั้งนี้เมื่อเมมเบอร์ท่านใดชนะก็จะได้รับหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์ของเพลงนี้ไป ซึ่งผู้ชนะในกิจกรรมครั้งนี้ก็คือ จีจี้ – ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุลตำแหน่ง Janken Queen นำทีมความสนุกฮามันส์แก่ทุกๆ ท่าน โดยเป็นเพลงที่เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของ จีจี้ เป็นอย่างมากอีกด้วย

16 เซ็มบัตสึ ศิลปินไอดอลหญิงวง BNK48 ประกอบไปด้วย จีจี้ – ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล ,  วี – วีรยา จาง, เฌอปราง – เฌอปราง อารีย์กุล, มายยู – กวิสรา สิงห์ปลอด, อร – พัศชนันท์ เจียจิรโชติ, ก่อน- วฑูศิริ ภูวปัญญาสิริ, ปัญ -ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เจนนิษฐ์ – เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, นิว – ชัญญาภัค นุ่มประสพ, มินมิน – รชยา ทัพพ์คุณานนต์ และ พาขวัญ – พาขวัญ น้อยใจบุญ ส่วนศิลปินไอดอลหญิงวง CGM มีจำนวน 5 เมมเบอร์ อาทิ ปะริมะ – ชุติปภา รัตนกรญาณวุฒิ, นีน่า – ณัฐริกา บุญตั๋ว, มิลค์ – ชยานันท์ เจ็ดพี่น้องร่วมใจ, ณิชา- ณิชารีย์ สังขทัต ณ อยุธยา และ เคียล่า – เคียล่า ซื่อหยุน คู

ทำความรู้จัก จีจี้ BNK48 กับตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่มาพร้อมกับดวงและความพยายาม

แนะนำตัวเองกับแฟนๆ สุดสัปดาห์หน่อยคะ

สวัสดีค่ะ จีจี้ BNK48 ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล อายุ 19 ตอนนี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ค่ะ

ตอนเด็กๆ หนูจะค่อนข้างดื้อแล้วก็ซนนิดนึง เป็นเด็กขี้สงสัยค่ะ ป๊าม้าก็จะเลี้ยงเหมือนเป็นเพื่อน เขาจะค่อนข้างปล่อยให้เราคิดเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนเด็กๆ หนูเป็นเด็กที่บอกป๊าม้าเองเลยว่าอยากให้เลี้ยงแบบไหน ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เลย ประมาณ ป.1 เด็กมากค่ะ (หัวเราะ)

คือหนูเห็นจากครอบครัวเพื่อน ตอนนั้นพ่อแม่เพื่อนก็จะบังคับว่าต้องเรียนเก่ง ต้องนู่นนี่นั่น หนูเลยกลับบ้านไปบอกม้าป๊าว่า จี้ไม่ชอบเลยที่พ่อแม่เพื่อนมาบังคับว่าต้องเรียนเก่ง เพราะหนูรู้สึกว่าแต่ละคนก็มีความสามารถต่างกันไป อย่างเพื่อนบางคนเรียนเก่ง แต่บางคนก็เล่นดนตรีเก่ง แต่ละคนก็มีความเก่งเป็นของตัวเอง ไม่อยากให้การเรียนมาตัดสินชีวิตทั้งหมด หนูเลยถามม้าว่า ม้าจะบังคับหนูมั้ย ด้วยความเป็นเด็ก เราก็สงสัยว่าเราจะโดนบังคับแบบนี้มั้ย

ณ ตอนนั้น พ่อแม่ก็ยังไม่ได้บังคับอะไรหนูเลย แต่แค่บอกไว้ก่อน ว่าหนูไม่ชอบ (ยิ้ม) อะไรที่หนูไม่ชอบก็จะบอกเขา เพราะเราคุยกันทุกเรื่อง ตอนนั้นเขาก็ตอบประมาณว่าเขาจะไม่บังคับลูกนะ หนูอยากจะเป็นอะไรก็ให้บอก หนูอยากจะทำอะไร พร้อมสนับสนุนในสิ่งที่หนูชอบ เขาพูดแบบนี้ หนูก็เลยรู้สึกว่าดีจังที่ป๊าม้าเข้าใจเรา

 

รู้มาว่าจีจี้เป็นเด็กชอบทำกิจกรรมมาก

ใช่ค่ะ ถึงแม้ว่าครอบครัวหนูจะเป็นคนจีน แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบเข้มงวดอะไรมาก คือให้ลูกเลือกด้วยตัวเอง อย่างหนูมีพี่สาว ที่บ้านก็จะเลี้ยงพี่สาวแบบเดียวกับหนู หนูรู้สึกโชคดีมากๆ ที่พ่อแม่ไม่เปรียบเทียบพี่กับน้อง อย่างหนูจะไปทางสายกิจกรรมมากกว่าเรียน ถามว่าเรียนได้มั้ยเรียนได้ หนูเคยสอบได้ที่ 1 นะคะ แต่หนูจะไม่ชอบอะไรที่ตีกรอบ อยากจะทำให้ดีในแบบของเรา ทำให้เขาภูมิใจ โดยที่เขาไม่ต้องมาบังคับเรา ส่วนพี่สาว เขาจะเป็นอีกแนวเลย เป็นสายเรียนมากๆ เรียบร้อย ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่เคยถามว่าทำไมไม่เก่งเหมือนพี่สาว ทำไมไม่เน้นเรียนเหมือนพี่

หลังจากเข้ามาเป็น BNK48 จีจี้แบ่งเวลาเรียนยังไงคะ

หนูเป็นคนที่เรียนสุด เที่ยวสุดค่ะ ตอนเข้า BNK48 ช่วงนั้นหนูอยู่ ม.ปลาย อายุ 16 ค่ะ เวลาเรียนในห้อง เราก็จะโฟกัสที่ตอนอาจารย์สอนมากๆ อาจจะมีว่อกแว่กคุยกับเพื่อนเล็กน้อย แต่ก็จะตั้งใจเรียน หรือตอนจะสอบ หนูก็จะอ่านหนังสือจนกว่าจะมั่นใจว่าพรุ่งนี้จะสอบได้ คือหนูจะไม่ยอมนอน จะอ่านจนกว่าจะเข้าหัว เพราะเวลาเข้าห้องสอบแล้วสอบไม่ได้  มันจะรู้สึกไม่ดี หนูก็เลยอยากจะอ่านจนกว่าจะทำได้

แต่พอเบรก ช่วงพักก็จะเที่ยวสุดเลย หนูเต็มที่มาก วันหยุดคือไปเที่ยว ทำ activity ทำกับเพื่อนหาอะไรอร่อยๆ กินให้ผ่อนคลาย ให้สมกับที่เราได้หยุดพักผ่อน เรียนก็เต็มที่ เที่ยวก็เต็มที่ รู้สึกว่าเราก็ใช้ชีวิตให้คุ้มค่ะ

 

ทำไมถึงอยากเป็นนักร้องเป็นศิลปินคะ

หนูไม่ได้มีไอดอลว่าเป็นใคร แต่หนูแค่รู้สึกว่าเราชอบ เราอยากทำงานแบบนี้ อาจจะมาจากความฝันด้วย ความฝันที่ว่าเราอยากไปออกรายการนู่นนี่นั่น อยากอยู่ในทีวี อยากอยู่ในวงการบันเทิง เรากล้าแสดงออก เราอยากร้อง อยากเต้น เราก็รู้สึกว่าถ้าเราได้อยู่ในตรงนั้น ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำงานที่เรารักไปด้วย คงมีความสุขมากๆ ตอนนั้นคิดแค่นั้น ก็ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งจะได้เข้ามาจริงๆ

แล้วเข้ามาเป็น 1 ในสมาชิก BNK48 ได้ยังไงคะ

จริงๆ ก่อนหน้าที่จะมาเป็น BNK48 หนูก็ชอบทำกิจกรรมในโรงเรียนอยู่แล้ว หนูเคยไปแคสต์งานบ้างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งก็ไม่ติดเลย แต่ก็ไม่ได้แคสต์จริงจังนะคะ อันนี้น่าจะเป็นที่ที่จริงจังสุดแล้ว ตอนนั้นพี่สาวเป็นคนแนะนำมาค่ะ เขาเห็นว่ามีรับสมัคร BNK รุ่น 2 เราก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี ช่วงนั้นเป็นตอน ม.4 พอดี แล้วเรารู้สึกว่าเราก็อยากจริงจังกับอะไรสักอย่างหนึ่งในชีวิตก็เลยมาสมัคร แต่หนูก็กังวลเรื่องเรียนเหมือนกัน ก็เลยกลายเป็นจุดที่ว่า ถ้ารอบนี้ไม่ติดอันนี้ หนูก็คงตั้งใจเรียนเต็มตัวเลย แต่ผลออกมาหนูก็ได้เป็นหนึ่งใน BNK48

 

รู้จัก BNK48 อยู่แล้วหรือเปล่าคะ

ตอนแรกหนูก็ไม่รู้ว่า BNK48 คือวงที่ร้องคุกกี้เสี่ยงทายด้วยซ้ำ  เรียกว่าไม่รู้อะไรเลยดีกว่า หนูไม่รู้จักวงเลย (หัวเราะ) อย่างเพลงคุกกี้เสี่ยงทายหนูก็เพิ่งมารู้ เป็นเพลงของวง BNK48   แล้วเราก็ไปเสิร์ชว่า BNK คืออะไร อ๋อ… วงนี้ร้องคุกกี้เสี่ยงทาย แล้วก็อ๋อมาเรื่อยๆ แล้วพอเข้ามารอบแรก เราก็ช็อก เราเลยเสิร์ชข้อมูลว่าวงนี้เป็นยังไง เลยรู้ว่าเขาเป็นวงน้องสาวมาจาก AKB48 หนูก็ตกใจมากว่าวงมีสตอรี่มากมาย ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ (ยิ้ม)

พอได้เข้ามาออดิชั่นรอบ 2 รอบ 3 เราเริ่มรู้สึกว่าเราอยากเป็นส่วนหนึ่งของวงนี้จริงๆ เพราะว่ามันไม่ใช่แค่ร้องกับเต้น แต่การเป็นศิลปิน การได้เป็น BNK48 เหมือนเราได้ส่งมอบความสุขให้คนอื่นด้วย เราเป็นอีกช่องทางที่สามารถให้กำลังใจหรือให้พลังบวกให้คนอื่นได้มากขึ้น

เคยมีช่วงเวลาที่เหนื่อยหรือท้อบ้างไหมคะ

มันจะมีช่วงที่เรารู้สึกว่า เฮ้อ… ทำไมมันยากจัง หนูจำได้ว่าหนูผอมมากเลยตอนนั้น ปกติหนูจะหนักประมาณ 48 กิโลฯ แต่มันลดเหลือ 45 ลงไป 3-5 กิโลฯ บางทีก็กินข้าวไม่ได้ เพราะมันเหนื่อยมาก แล้วบางทีหนูก็รู้สึกว่าเราเต้นแปลกๆ  ทำไมยังทำได้ไม่ดีเลย เพื่อนเต้นได้หมดแล้ว แต่เราเป็นคนที่เก็บท่าช้า เพราะว่าเต้นไม่เก่ง เต้นช้า

ความกดดัน ความผิดหวัง หนูผ่านมาหมดทุกอย่าง หนูรู้สึกว่าการอยู่ในวงนี้ ความผิดหวังหรือการคาดหวังมากไปมันก็มีผลเสียอยู่เหมือนกัน เพราะว่าต้องยอมรับความผิดหวังให้ได้ มันมีทั้งโอกาสที่เราจะได้รับและไม่ได้รับ มันเป็นเรื่องของความพร้อมหลายๆ อย่างในตัวเรา

หนูพยายามเป็นคนที่ควบคุมความกดดันตัวเอง เพราะหนูรู้สึกว่าไม่อยากให้ตัวเองแบกรับอะไรมากไป อยากใช้ชีวิตแบบมีความสุข ไม่อยากกดดันตัวเอง หนูก็เลยพยายามควบคุมตัวเอง ปกติหนูก็จะคุยกับตัวเองประมาณว่า เธออยากติดเซ็มฯใช่มั้ย เธอก็ต้องพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องไปแข่งกับใคร แค่แข่งกับตัวเองให้ชนะก่อน ถ้าเต้นไม่เก่งก็ต้องซ้อมสิ ซ้อมๆ เยอะ อยากติดเซ็มฯ ก็ต้องตั้งใจสิ พยายามสิ พยายามเยอะๆ ในสิ่งที่เรายังไม่เก่ง เราจะได้ทบทวนกับตัวเองตลอดค่ะ ง่ายๆ เลย เราต้องทำตัวให้พร้อมกับโอกาสที่จะมาเสมอ ถ้าวันหนึ่งมันมา เราจะได้พร้อมรับมันได้อย่างสวยงาม

ล่าสุดเพลง Warota Peopleได้เป็นเซ็นเตอร์จากการเป่ายิ้งฉุบด้วย มีที่มาที่ไปอย่างไร

การติดเซ็มบัตสึมันก็เป็นอะไรที่ว้าวมากสำหรับหนูแล้ว หนูไม่คิดว่าจะได้เป็นเซ็นเตอร์ด้วย การเลือกเซ็มบัตสึมันมีหลายอย่าง มาจากผู้บริหารเลือกก็มี อย่างซิงเกิ้ลแรกที่หนูติด คือ Jabaja ที่ออฟฟิเชียลเป็นคนเลือก หนูก็ช็อกเหมือนกันว่ามาได้ยังไง แล้วก็มีงานเลือกตั้ง ก็คือแฟนคลับเลือกค่ะ จนล่าสุดเลยคืองานจังเก้น (Janken) ที่เป็นเรื่องดวง จะเป็นการเป่ายิ้งฉุบ อันนี้คือดวงล้วนๆ ไม่มีใครเลือก ใช้ดวงอย่างเดียว เป็นการนำต้นแบบมาจากทางญี่ปุ่น มันก็ลุ้นดีค่ะ เพราะว่ายิ่งเกมง่ายก็ยิ่งกดดันเหมือนกันนะ เป่ายิงฉุบคือรู้ผลเลย

วันนั้นบรรยากาศสนุกสนาน ขำๆ ชุดของหนูก็นั่งลำบาก หนูใส่ชุดกระทิงมาค่ะ แล้วก็ถือดาบเป็นบางระจันมา ใจมาแบบเอาฮาเลย ไม่คิดว่ามาก ไม่ได้ไม่เป็นไร ตลกไว้ก่อน กะว่าขี่กระทิงลงเวทีแน่ๆ  เขาจะให้ธีมแต่งตัวมาค่ะ ดูเหมือนมาปาร์ตี้แต่ไม่ใช่ปาร์ตี้ธรรมดา เพราะว่ามันกดดันมาก ตอนนั้นหนูใส่ชุดกระทิง ก็คือตื่นตั้งแต่ตี 4 มาแต่งตัว

 

พอเหลือคู่สุดท้ายคือหนูกับวี (วีรยา จาง – วี BNK48) แล้วเราเราเป็นเพื่อนสนิทกัน คือเป็นเพื่อนคนแรกที่รู้จักกันตั้งแต่เข้าวง ตั้งแต่ยังไม่เป็น BNK48 เลย จนวันนี้ต้องมาเป่ายิงฉุบแข่งกันเอง  วินาทีนั้นตอนที่เป่ายิ้งฉุบกันหนูรู้สึกว่าใครชนะก็ได้ ยังไงก็เพื่อนกัน มันไม่เครียดเลยนะ มันขำ (หัวเราะ)

หนูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหนูออกอะไร (หัวเราะ) หนูไม่ได้มองใครเลย แล้วพอชนะหนูก็หูดับไปเลย หนูไม่ได้ยินอะไรเลย หนูเห็นแต่หน้าแฟนคลับอ้าปาก เฮ้ แล้วหนูไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

 

ฟีดแบ็กเป็นยังไงบ้างคะ

ส่วนมากแฟนคลับเขาก็จะสนุกกันค่ะ เขาชอบกันมากเลยนะคะ เหมือนได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ อะไรทำนองนี้ แต่คนที่แข่งเป่ายิงฉุบอยู่ข้างบนคือขำไม่ออก มันปวดท้องไปหมดเลย มันลุ้นค่ะ แต่หนูก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ได้เปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ หรือหน้าใหม่ได้ติดเซ็มบัตสึหรือว่าได้เป็นเซ็นเตอร์บ้าง เพราะว่าคนมันเยอะ เราก็เปลี่ยนวิธีการบ้าง เผื่อจะได้เห็นน้องๆ ใหม่ๆ ขึ้นมา ก็จะมีพื้นที่สื่อให้โปรโมทมากขึ้น หนูรู้สึกว่าก็เป็นการกระจายแอร์ไทม์อย่างหนึ่ง เป็นอะไรที่แปลกใหม่และดีมากๆ

แนะนำเพลง Warota People หน่อยค่ะ

เพลง Warota People ชื่อไทยว่า หัวเราะเซ่ ค่ะ เป็นเพลงที่เหมาะกับเทศกาลแห่งความสุข หรือช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะว่าเป็นเพลงที่ตลกเฮฮา หนูรู้สึกว่าเป็นเพลงที่ค่อนข้างแหวกแนวจาก BNK48 ที่เคยมีมา เหมือนเป็นการเชิญชวนทุกคนมาหัวเราะไปด้วยกันกับเพลงเพลงนี้ค่ะ เนื้อเพลงจะบอกเล่าประมาณว่า ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิต เราก็อยากให้ทุกคน Move on แล้วก็ทิ้งมันไป เพราะถ้าเก็บมันมาทุกอย่าง มันก็ไม่ดีกับตัวเอง ให้เรามา Move on แล้วก็มีความสุขในทุกๆ วันกันดีกว่าค่ะ

มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้จีจี้หัวเราะได้มากที่สุดคะ  

ส่วนมากจะเป็นเพื่อน เป็นคนรอบข้างค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่าคนรอบข้างหนูหลายคนเป็นคนที่ค่อนข้างโบ๊ะบ๊ะ BNK48 เป็นไอดอลที่เป็นสายตลกมากค่ะ อย่างล่าสุดคือเมื่อคืนนี้หนูอยู่ห้องเดียวกับวี แล้วพอเรามี Dance Practice ที่เพิ่งออกมา ของ Warota People เราก็ไปนั่งดูอะไรเก่าๆ สมัยเด็กๆ กัน จนไปเจอ MV ของวี คือเพลง Festival ตอนนั้นวีได้เป็นเมมเบอร์แถวหน้า แล้ววีก็บอกว่าวีปรับตัวไม่ถูก วีไม่รู้จะโพสต์ท่าอะไรใน MV พอเรากดเข้าไปดู MV เปิดมาก็เป็นวียืนหันหน้า แต่ตัวเอียงไปฝั่งนี้ แล้วก็เกร็งมาก (หัวเราะ) เหมือนเพิ่งติดเซ็มบัตสึแถวหน้าครั้งแรก พวกหนูก็ขำกัน เหมือนเป็นการย้อนวัย ตอนนี้ก็ 3 ปีแล้ว เร็วมาก ก็เลยย้อนดูอะไรเก่าๆ กัน

 

เล่าถึงความภูมิใจที่ได้เป็น BNK48 หน่อยค่ะ

หนูรู้สึกภูมิใจที่ตัวตนหนูเป็นคนแบบนี้แล้วสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้คนอื่นได้ อย่างแฟนคลับหนูบางคนเขาเครียด เขาท้อ หนูก็จะอ่าน Direct Messages แล้วก็จะรับรู้นะว่าเขาเครียด คือเรารับรู้แต่เราตอบไม่ได้ บางคนก็บอกว่ามาไลฟ์หน่อยได้มั้ย ครียดมากเลย อย่างมีคนนึงที่เขาคิดสั้นแล้ว เขาไม่อยากอยู่แล้ว เขารู้สึกว่าชีวิตเขาไม่มีความสุข แต่เขาก็บอกว่าขอบคุณที่มาไลฟ์ มาสร้างเสียงหัวเราะ แค่คำพูดหนูก็สามารถทำให้เขามีกำลังใจได้ เราก็เลยรู้สึกว่าเราภูมิใจที่เราทำให้หลายๆ คนที่ท้อกลับมาฮึดได้อีกครั้ง เหมือนเป็นฮีลลิ่งของเขา อยากให้เขามีชีวิตต่อไป เลยรู้สึกว่าการที่เราเป็นคนตลกมันก็เป็นข้อดี แล้วอีกอย่างคือเราได้ทำงานในช่วงอายุนี้ ก็เหมือนได้ช่วยที่บ้านไปด้วย ได้ช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องเงิน เราก็ดูแลตัวเองได้แล้ว ก็เป็นความคิดตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้วที่เราอยากให้เขาอยู่สบายโดยที่ไม่ต้องเป็นห่วงเรา

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานในวงการนี้คืออะไร

หลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกเลยคือสติ เป็นอะไรที่เราต้องมีสติอยู่ตลอด เราต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆ เพราะว่าเวลาเราพูดอะไรออกไปแล้วมันจะไปเลย แก้ไขยาก มีคนจับตามองเราเยอะแยะมากมาย เราต้องมีสติ แล้วก็คิดเยอะๆ เวลาจะทำอะไร แล้วพออยู่ในวงมันได้รับอะไรหลายอย่าง ได้ทำสิ่งที่เราไม่เคยทำ ได้ก้าวผ่านความกลัว ได้ทำอะไรหลายอย่าง ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราเป็นเด็กธรรมดาเราก็คงไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันก็ตรงกับที่หนูคิดไว้ เพราะหนูก็เป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับช่วงเวลาแล้วก็ความทรงจำต่างๆ หนูอยากใช้ชีวิตให้คุ้ม พออยู่ในวงเราก็ได้ทำตามสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ ปกติหนูเป็นคนที่คิดโตกว่าวัยตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีค่ะ

 

 ฝากผลงานของ BNK48 หน่อยค่ะ

ฝากด้วยนะคะ เพลง Warota People เป็นเพลงหลักในอัลบั้มที่ 3 จากงานจังเก้น เป็นเพลงที่เหมาะกับทุกๆ เทศกาลแห่งความสุข เครียดๆ ท้อๆ อะไรก็มาฟังได้ มาหัวเราะไปกับเพลงนี้ค่ะ จริงๆ เราก็มีแฮชแท็กเป็น #หัวเราะเซ่ และสามารถเต้นตามได้ใน TikTok ค่ะ

แล้วก็ตอนนี้เราถ่ายคอนเทนต์เก็บไว้ค่อนข้างเยอะมากๆ และเราก็กำลังค่อยๆ ปล่อย เนื่องด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้ต้องโปรโมทแบบออนไลน์ แต่รับรองว่าไม่เบื่อแน่นอน ฝาก BNK48 ด้วยนะคะ

Text: พิชามญชุ์ เอี่ยมละออ Photo: Sudsapda

สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา