น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหญิงผู้ทรงอุทิศพระองค์ตามรอยเบื้องพระยุคลบาททูลกระหม่อมปู่ และทูลกระหม่อมพ่อ ทรงนำความรู้ทางกฎหมายและน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นทลายกำแพงแห่งโอกาส มอบ ‘กำลังใจ’ และชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม พระเมตตา รอยพระสรวลแสนอบอุ่น และพระจริยวัตรที่งดงาม จะยังคงสถิตตราตรึงในหัวใจของชาวไทยนานเท่านาน

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เจ้าหญิงของชาวไทย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง




เจ้าหญิงเมื่อทรงพระเยาว์
เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงเป็นเจ้าหญิงพระองค์น้อยที่น่ารักแจ่มใส ทรงเป็นที่รักยิ่งของสมเด็จพระบรมชนกนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระประยูรญาติ รวมถึงพสกนิกรชาวไทย นับแต่แรกประสูติ ประชาชนต่างจงรักภักดีและเอ็นดูเจ้าหญิงพระองค์น้อยเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในรัชกาลที่ 9 รอยพระสรวลอันแสนอบอุ่นของพระองค์ยังคงตราตรึงในใจคนไทยเสมอมา




วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2522 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ตามโบราณราชประเพณี ในการนี้ทรงจรดพระกรรบิดขริบพระเกศา และทรงเจิมพระขวัญตามพระราชประเพณี
พระพี่เลี้ยงผู้ถวายอภิบาลได้เล่าถึงเมื่อครั้งมีพระชันษาครบ 1 ปี ว่า ทรงสามารถทรงพระดำเนินได้ลำพังองค์ 6 – 7 ก้าว มีพระทนต์ขึ้น 4 องค์ และทรงเริ่มหัดรับสั่งคำสั้นๆ ได้หลายคำ ทรงเรียกพระมารดาว่า “แม่” ได้อย่างชัดเจน และตรัสเรียกทูลกระหม่อมพ่อว่า “ป้อ” และเมื่อทูลกระหม่อมปู่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยม จะทรงดีพระทัยมากและรับสั่งว่า “ปู่ ตู่ๆ” ทั้งยังตรัสเรียกชื่อและล้อเลียนมหาดเล็กผู้ใกล้ชิดด้วยความร่าเริงแจ่มใส

เจ้าหญิงผู้ทรงมุ่งมั่นเรื่องการเรียน
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นขัตติยนารีที่ทรงพระปรีชาสามารถและทรงมีพระวิริยอุตสาหะในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยทรงสำเร็จการศึกษาในแต่ละระดับชั้น ดังนี้
- ระดับอนุบาล – มัธยมศึกษาตอนต้น: โรงเรียนราชินี
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: โรงเรียนฮีธฟิลด์ (Heathfield School) ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
- ระดับปริญญาตรี: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)
- ระดับปริญญาตรี: สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (เกียรตินิยมอันดับ 1)
- เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.): สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
- ระดับปริญญาโท (LL.M.): มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐอเมริกา
- ระดับปริญญาเอก (J.S.D.): มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) สหรัฐอเมริกา




เจ้าหญิงนักกฎหมาย
สเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและมีพระปรีชาสามารถด้านการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง หลังจากทรงผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทรงมุ่งมั่นศึกษาด้านกฎหมายอย่างเต็มพระกำลัง เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายและงานอัยการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีพระกรณียกิจเพื่อสังคมที่ประชาชนชาวไทยคุ้นเคยผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ
ครั้งหนึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงกล่าวถึงการอบรมเลี้ยงดูพระธิดาว่า ทรงสอนอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ให้สัมผัสความเป็นธรรมดาโดยการพาออกงานด้วยตั้งแต่มีพระชันษาเพียง 1 ปี เพื่อให้เห็นวิถีชีวิตจริง ขณะเดียวกันก็ทรงสอนเรื่องการวางพระองค์เสมอว่า
“แม้ลูกจะเป็นเจ้านาย แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ ต้องอยู่ในสังคม ดังนั้นจึงต้องรู้จักเข้าหาคน ดำรงพระองค์เหมือนปกติ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำอะไรเอง และช่วยเหลือตัวเองเหมือนกับผู้อื่น”
นอกจากนี้ยังทรงเล่าเพิ่มเติมว่า เดิมทีสมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์ภา ทรงปรารถนาจะศึกษาต่อทางด้านวิทยาศาสตร์และแพทย์ และทรงสอบได้คะแนนดีมาตลอด แต่เมื่อครั้งที่ทูลกระหม่อมปู่ประชวร ทรงเป็นห่วงมากจึงตัดสินใจกลับมาศึกษาต่อที่เมืองไทย ทำให้ต้องทรงเรียนหนักกว่าเดิมเป็นสองเท่า ท้ายที่สุดจึงหันมาศึกษาทางด้านกฎหมายจนสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุด
“ภูมิใจที่ลูกทำงานเพื่อประเทศชาติ งานกฎหมายเป็นงานที่ละเอียดอ่อน… จะสอนลูกเสมอว่า ลูกเป็นอัยการถึงแม้จะไม่ได้ตัดสินอย่างผู้พิพากษาโดยตรง แต่ต้องเป็นคนชงเรื่องทั้งหมดให้แก่ผู้พิพากษานำไปพิจารณา ฉะนั้นขอให้ลูกละเอียดรอบคอบ… ขอเพียงให้ลูกเป็นคนดี ช่วยสังคม และช่วยเหลือประชาชน”



“กำลังใจ” จากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ทรงก่อตั้ง “โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยเริ่มต้นจากการที่เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง ด้วยความสนพระทัยในสภาพความเป็นอยู่และการให้โอกาสทางสังคมแก่ผู้ต้องขัง
ต่อมาโครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องมารดาในเรือนจำ รวมถึงผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พระองค์จึงทรงบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อองค์การสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง หรือที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันในนาม “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (Bangkok Rules) หรือ “Enhancing Life for Female Inmates: ELFI” นั่นเอง

พระราชนัดดาผู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาททูลกระหม่อมปู่
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในกิจกรรมครบรอบ 10 ปี ของการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์ภา ได้ประทานพระดำรัสเปิดงาน มีใจความตอนหนึ่งว่า
“ข้าพเจ้าเริ่มโครงการนี้ ประการหนึ่งเพราะได้แรงบันดาลใจจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย อีกประการหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาด้านนิติศาสตร์ และต่อมาได้ทำงานที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าเป็นปัญหากลุ่มคนด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ จึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นจากผู้ต้องขัง“
และอีกตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่และน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์:
“ขอให้ทุกคนให้โอกาสผู้ที่เคยผิดพลาด และช่วยกันให้กำลังใจ และส่งเสริมผู้ที่เคยผิดพลาดให้ได้ศึกษาเรียนรู้ และกลับตัวคืนสู่สังคม ซึ่งการให้โอกาสนั้นหมายถึง การไม่รังเกียจ ให้อภัย อันเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ที่เคยผิดพลาด และเป็นการน้อมนำพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้”

เจ้าหญิงนักกีฬา
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พระองค์ภา โปรดการออกกำลังกายและกีฬาหลากหลายประเภท เช่น การวิ่ง การขี่ม้า และการปั่นจักรยาน ประชาชนมักเห็นพระองค์ทรงร่วมแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ อยู่เสมอ อาทิ ทรงร่วมวิ่งประเภท “เต็มมาราธอน” ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ในรายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” ครั้งที่ 32 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังจากที่ทรงใช้พระวิริยะอุตสาหะฝึกซ้อมนานข้ามปี และทรงร่วมการแข่งขันไตรกีฬาในรายการ “ISUZU Roboman Triathlon” ที่จังหวัดระยอง พระองค์จึงทรงเป็นแรงบันดาลใจในด้านการดูแลสุขภาพและการกีฬาให้แก่ประชาชนเสมอมา

นอกจากนี้ ยังมีพระปรีชาสามารถในกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการฝึกอบรมการทรงม้าอย่างถูกหลักสากล และทรงเคยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ความรักในกีฬาขี่ม้าของพระองค์ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้ทรงหันมาสนพระทัยกีฬาขี่ม้าตามอย่างพระเชษฐภคินี ก่อนจะทรงพัฒนาพระอัจฉริยภาพและก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยในเวลาต่อมา
ด้วยพระจริยวัตรดังกล่าว ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับและยกย่องจากพสกนิกรในฐานะ “เจ้าหญิงนักกีฬา” อย่างแท้จริง พระองค์ไม่ได้เพียงแต่ทรงร่วมกิจกรรมกีฬาตามพระราชกรณียกิจเท่านั้น แต่ทรงมีความมุ่งมั่น มีวินัย และทรงฝึกซ้อมอย่างหนักในการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลหลายรายการ

สิ่งที่ทำให้นักกีฬา และประชาชนปลาบปลื้มในพระองค์มากที่สุด คือ “ความไม่ถือพระองค์” และ “ความมีน้ำใจสิ่งที่ทำให้นักกีฬาและประชาชนปลาบปลื้มในพระองค์มากที่สุด คือ “ความไม่ถือพระองค์” และ “ความมีน้ำใจนักกีฬา” พระองค์ทรงปฏิบัติตามกฎกติกาการแข่งขันเหมือนนักกีฬาทุกคน ทรงลงทะเบียน ทรงติดหมายเลขประจำตัวนักกีฬา (BIB) และทรงเหน็ดเหนื่อยร่วมกับผู้ร่วมแข่งขันในเส้นทางเดียวกัน พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการใช้กีฬาเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

จากเจ้าหญิงนักกฎหมาย สู่ราชองครักษ์
พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงรับราชการในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และต่อมาทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) ทรงปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ด้วยความจงรักภักดีและพระวิริยอุตสาหะเป็นล้นพ้น


แม้ในวันนี้ เจ้าหญิงผู้ทรงเป็นพลังใจของแผ่นดินจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระเมตตา พระปรีชาสามารถรอบด้าน และรอยพระสรวลอันอบอุ่นของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” จะยังคงตราตรึงและจารึกอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน
น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการสุดสัปดาห์