รวมเรื่องเล่าและภาพประทับใจ พระองค์ภาฯ เจ้าหญิงผู้ทรงพระปรีชารอบด้าน

account_circle
event

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหญิงผู้ทรงอุทิศพระองค์ตามรอยเบื้องพระยุคลบาททูลกระหม่อมปู่ และทูลกระหม่อมพ่อ ทรงนำความรู้ทางกฎหมาย และน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นทลายกำแพงแห่งโอกาส มอบ “กำลังใจ” และชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม พระเมตตา รอยพระสรวลแสนอบอุ่น และพระจริยวัตรที่งดงาม จะยังคงสถิตตราตรึงในหัวใจของชาวไทยนานเท่านาน

พระองค์ภาฯ เจ้าหญิงของชาวไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

This image has an empty alt attribute; its file name is ea94c15a9ce10dcb5d7743d9a9095a8a-390x600.jpg

เจ้าหญิงเมื่อทรงพระเยาว์

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงเป็นเจ้าหญิงพระองค์น้อยที่น่ารักแจ่มใส ทรงเป็นที่รักยิ่งของพระบรมชนกนาถ พระชนนี ทูลกระหม่อมปู่ สมเด็จย่า และพระประยูรญาติ รวมถึงพสกนิกรชาวไทย ในวาระที่ประสูติใหม่ๆ ประชาชนต่างรักและเอ็นดูเจ้าหญิงพระองค์น้อยเป็นอย่างมาก ด้วยทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในรัชกาลที่ 9 รอยพระสรวล (รอยยิ้ม) ของพระองค์ทำให้หัวใจคนไทยชุ่มฉ่ำเสมอมา

This image has an empty alt attribute; its file name is 433ae1c9aca59662aae521c1aa258135-452x600.jpg

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2522 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ตามโบราณราชประเพณี ในการนี้ทรงจรดพระกรรบิดขริบพระเกศา และทรงเจิมพระขวัญตามพระราชประเพณี

พระพี่เลี้ยงผู้ถวายอภิบาลได้เล่าถึงเมื่อครั้งทรงมีพระชันษาครบ 1 ปี ว่า ทรงสามารถทรงพระดำเนิน (เดิน) ได้ลำพังองค์ 6 – 7 ก้าว ทรงมีพระทนต์ (ฟัน) ขึ้น 4 องค์ และทรงเริ่มหัดรับสั่งเรียกใครต่อใครได้หลายคำ ทรงเรียกพระชนนีว่า “แม่” ได้อย่างชัดเจน และตรัสเรียกพระบรมชนกนาถว่า “ป้อ” (พ่อ) และเมื่อทูลกระหม่อมปู่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยม จะทรงดีพระทัยมากและรับสั่งว่า “ปู่ ตู่ๆ” ทั้งยังทรงตรัสเรียกชื่อและล้อเลียนมหาดเล็กผู้ใกล้ชิดด้วยความร่าเริง

เจ้าหญิงผู้ทรงมุ่งมั่นเรื่องการเรียน

  • ระดับอนุบาล ประถม และมัธยมศึกษาตอนต้น: โรงเรียนราชินี
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา
  • ระดับปริญญาตรี: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)
  • ระดับปริญญาตรี: สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (เกียรตินิยมอันดับ 1)
  • เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.): เนติบัณฑิตยสภา
  • ระดับปริญญาโท (LL.M.): มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
  • ระดับปริญญาเอก (J.S.D.): มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

เจ้าหญิงนักกฎหมาย

พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง หลังจากทรงผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงมุ่งมั่นศึกษาด้านกฎหมายอย่างเต็มที่ เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายและงานอัยการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีพระกรณียกิจเพื่อสังคมที่ประชาชนชาวไทยคุ้นเคยผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงกล่าวถึงการอบรมเลี้ยงดูพระธิดาว่า ทรงสอนอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ให้สัมผัสความเป็นธรรมดาโดยการพาออกงานด้วยตั้งแต่พระชันษาเพียง 1 ปี เพื่อให้เห็นวิถีชีวิตจริง ขณะเดียวกันก็ทรงสอนเรื่องการวางพระองค์เสมอว่า

“แม้ลูกจะเป็นเจ้านาย แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ ต้องอยู่ในสังคม ดังนั้นจึงต้องรู้จักเข้าหาคน ดำรงพระองค์เหมือนปกติ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำอะไรเอง และช่วยเหลือตัวเองเหมือนกับผู้อื่น”

นอกจากนี้ยังทรงเล่าเพิ่มเติมว่า เดิมทีพระองค์ภาฯ ทรงอยากเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และแพทย์ ทรงสอบได้คะแนนดีมาตลอด แต่เมื่อครั้งที่ทูลกระหม่อมปู่ทรงพระประชวร ทรงเป็นห่วงมากจึงตัดสินใจกลับมาเรียนที่เมืองไทย ทำให้ต้องเรียนหนักกว่าเดิมเป็นสองเท่า ท้ายที่สุดจึงหันมาศึกษาทางด้านกฎหมายจนสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุด

“ภูมิใจที่ลูกทำงานเพื่อประเทศชาติ งานกฎหมายเป็นงานที่ละเอียดอ่อน… จะสอนลูกเสมอว่า ลูกเป็นอัยการถึงแม้จะไม่ได้ตัดสินอย่างผู้พิพากษาโดยตรง แต่ต้องเป็นคนชงเรื่องทั้งหมดให้แก่ผู้พิพากษานำไปพิจารณา ฉะนั้นขอให้ลูกละเอียดรอบคอบ… ขอเพียงให้ลูกเป็นคนดี ช่วยสังคม และช่วยเหลือประชาชน”

“กำลังใจ” จากพระองค์ภา

ทรงก่อตั้ง โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยเริ่มแรกได้เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง ด้วยความสนพระทัยในสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง

ต่อมาโครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องมารดาก่อนเข้าจำคุก รวมถึงผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือนี้เป็นวาระสากล ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง หรือที่รู้จักกันในนาม “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (Bangkok Rules) หรือ “Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

ผู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาททูลกระหม่อมปู่

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในกิจกรรมครบรอบ 10 ปี ของการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจ ทรงประทานพระดำรัสเปิดงาน มีใจความตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าเริ่มโครงการนี้ ประการหนึ่งเพราะได้แรงบันดาลใจจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (พระนามในขณะนั้น) ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย อีกประการหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาด้านนิติศาสตร์ และต่อมาได้ทำงานที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าเป็นปัญหากลุ่มคนด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ จึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมที่เริ่มต้นจากผู้ต้องขัง”

และอีกตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่:

“ขอให้ทุกคนให้โอกาสผู้ที่เคยผิดพลาด และช่วยกันให้กำลังใจ และส่งเสริมผู้ที่เคยผิดพลาดให้ได้ศึกษาเรียนรู้ และกลับตัวคืนสู่สังคม ซึ่งการให้โอกาสนั้นหมายถึง การไม่รังเกียจ ให้อภัย อันเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ที่เคยผิดพลาด และเป็นการน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้”

เจ้าหญิงนักกีฬา

ทรงโปรดการออกกำลังกายและกีฬาหลากหลายประเภท เช่น การวิ่ง การขี่ม้า และการปั่นจักรยาน ประชาชนมักเห็นพระองค์ทรงร่วมแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ อยู่เสมอ อาทิ ทรงร่วมวิ่งประเภท “เต็มมาราธอน” ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ในรายการ “สสส. จอมบึงมาราธอน” ครั้งที่ 32 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังจากที่ทรงใช้พระวิริยะอุตสาหะฝึกซ้อมนานข้ามปี และทรงร่วมการแข่งขันไตรกีฬาในรายการ “ISUZU Roboman Triathlon” ที่จังหวัดระยอง เป็นต้น พระองค์จึงทรงเป็นแรงบันดาลใจในด้านการดูแลสุขภาพ และการกีฬาให้ประชาชนเสมอมา

พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการฝึกอบรมการทรงม้าอย่างถูกหลักสากล และทรงเคยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ความรักในกีฬาขี่ม้าของพระองค์ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้ทรงหันมาสนพระทัยกีฬาขี่ม้าตามอย่างพระเชษฐภคินี ก่อนจะทรงพัฒนาพระอัจฉริยภาพและก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยในเวลาต่อมา

ทรงเป็นที่ยอมรับและยกย่องจากพสกนิกรในฐานะ “เจ้าหญิงนักกีฬา” อย่างแท้จริง พระองค์ไม่ได้เพียงแต่ทรงร่วมกิจกรรมกีฬาตามพระราชกรณียกิจเท่านั้น แต่ทรงมีความมุ่งมั่น มีวินัย และทรงฝึกซ้อมอย่างหนัก ในการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลหลายรายการ

สิ่งที่ทำให้นักกีฬา และประชาชนปลาบปลื้มในพระองค์มากที่สุด คือ “ความไม่ถือพระองค์” และ “ความมีน้ำใจนักกีฬา” พระองค์ทรงปฏิบัติตามกฎกติกาการแข่งขันเหมือนนักกีฬาทุกคน ทรงลงทะเบียน ทรงติดหมายเลขบิ๊บ (BIB) และทรงเหน็ดเหนื่อยร่วมกับผู้ร่วมแข่งขันในเส้นทางเดียวกัน พระองค์จึงทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการใช้กีฬาเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

จากเจ้าหญิงนักกฎหมาย สู่ราชองครักษ์ 
พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงรับราชการในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยเริ่มจากตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ต่อมาทรงเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

แม้ในวันนี้ พระผู้ทรงเป็นพลังใจของแผ่นดินจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่เรื่องราว พระปรีชาสามารถรอบด้าน และรอยพระสรวลที่อบอุ่นของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” จะยังคงตราตรึง และจารึกอยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการสุดสัปดาห์



สุดสัปดาห์

keyboard_arrow_up