เปิดใจ บี-พีระพัฒน์ เล่าเบื้องหลังเพลงฮิต เส้นทางดนตรี 20 ปี และบทเรียนชีวิตที่ทำให้รักปัจจุบัน

account_circle
event

เปิดใจ บี-พีระพัฒน์ เล่าเบื้องหลังเพลงฮิต เส้นทางดนตรี 20 ปี และบทเรียนชีวิตที่ทำให้รักปัจจุบัน

การเดินทางบนเส้นทางสายดนตรีตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ของ บี-พีระพัฒน์ เถรว่อง เต็มไปด้วยบทเพลงระดับตำนานที่ก้าวผ่านกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยของวง Crescendo มาจนถึงบทบาทศิลปินเดี่ยว ภาพจำของเสียงร้องอันทรงพลังและสไตล์ดนตรี Soul-R&B ที่มีเอกลักษณ์ยังคงชัดเจนเสมอ

ล่าสุด เขากลับมาพร้อมกับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปี  “BE & BEYOND : BE PEERAPAT LIVE CONCERT” ที่เจ้าตัวเผยว่าจะนำเสนอความเป็นตัวเองในมุมที่ทุกคนคุ้นเคย ควบคู่ไปกับความ “บียอนด์” และเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน สุดสัปดาห์ ได้มีโอกาสนั่งคุยกับ บี-พีระพัฒน์ ถึงเบื้องหลังการเตรียมงาน เบื้องลึกของเพลงฮิตอย่าง “พูดตรงตรง” โมเมนต์ประทับใจบนเวที B.DAY และมุมมองชีวิตในปัจจุบันที่ทำให้เขารู้สึก appreciating กับทุกช่วงเวลา

 

BE & BEYOND : ตัวตนเดิมในมุมมองที่มากกว่าเดิม

“คำว่า BE คือตัวผมเองที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ส่วน BEYOND คืออะไรที่มากกว่าที่ทุกคนเคยเห็นมาก่อน แต่ก็ยังคงความเป็น บี-พีระพัฒน์ อยู่ จะมีความเป็นอันซีน มีความบียอนด์อยู่ในคอนเสิร์ต หลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นภาพนี้ หรือเรื่องราวนี้มาก่อน เช่น แขกรับเชิญบางคนที่เราไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ไม่เคยเจอ เป็นอะไรที่หลายคนคาดไม่ถึงแน่นอน ซึ่งมีทุกเจนที่เกี่ยวข้องกับผม และที่ไม่เคยเกี่ยวข้องมาก่อนด้วยครับ”

Song List กุมขมับ กับการคุมเวลาไม่ให้แฟนเพลงกลับบ้านดึก

“กุมขมับมากครับ ตอนนี้กำลังหาวิธีเซ็ตอยู่เพราะเพลงเยอะมาก คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี จะเป็นเมดเลย์หรือทำให้กระชับมากขึ้นได้อย่างไร คอนเสิร์ตจะยาวประมาณ 3 ชั่วโมง พยายามไม่ให้เกินมากไปกว่านี้ อยากให้ดูจบแล้วเกิดความรู้สึกอยากดูอีก ให้รู้สึกเต็มอิ่มกำลังดี และไม่อยากให้ทุกคนต้องกลับบ้านดึกครับ”

“พูดตรงตรง” เพลงซิกเนเจอร์ที่ได้มาจากความโชคดี

“จริง ๆ มีหลายเพลงเลยครับ แต่ถ้าบอกว่าเพลงที่เซอร์ไพรส์ที่สุด แบบไม่ได้ตั้งความหวังอะไรเลย เป็นซิงเกิลท้ายๆ เลย คือ ‘พูดตรงตรง’ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เพลงที่มีเมโลดี้บ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้จะกลายเป็นเพลงที่ทุกคนชอบ และร้องกันในผับจนถึงทุกวันนี้

กระทั่งวันนี้กลายเป็นเพลงงานแต่งงานไปแล้ว ผมไปร้องเพลงนี้ในงานแต่ง เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาร้องเพลงพูดตรงตรงด้วยกัน เมื่อสัก 10 ปีก่อน ผมไม่สามารถร้องเพลงนี้ในงานแต่งงานได้นะ แต่ตอนนี้เจนของคนเปลี่ยนไป พฤติกรรมการฟังเพลงเปลี่ยนไป ยุคนั้นงานแต่งต้องการเพลงมงคล แต่ยุคนี้เน้นสนุก เป็นช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ไม่คิดมาก บางงานขอเพลง ‘ความจริงในใจ’ เพิ่มไปด้วยซ้ำ (ยิ้ม)”

เบื้องหลังเพลง “พูดตรงตรง” กับโจทย์สุดหินที่ทำเอา ‘พี่บอย โกสิยพงษ์’ ถึงกับต้องเอ่ยปาก

“ถ้าย้อนไปดูในอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรก มันจะเป็นแทร็กที่ 10 เป็นแทร็กที่ผมแต่งเมโลดี้สนุกๆ ขึ้นมา เพราะทำอัลบั้มเดี่ยวอยากให้แตกต่าง ตอนอยู่วง Crescendo จะเป็น Soul-Funk พอมาทำเพลงนี้ผมเลยเปลี่ยนทางเป็นเมโลดี้ R&B ที่มีริทึมมิก (Rhythmic) เยอะหน่อย

ตอนส่งให้คนเขียนเนื้อ ผมโดนตีกลับมาหมด ซึ่งผมเพิ่งสารภาพกับพี่บอย โกสิยพงษ์ ไปว่า ผมส่งเมโลดี้ให้พี่บอยเพราะไม่รู้จะส่งให้ใครแล้ว ไม่มีใครยอมเขียนให้ เอาไปเขียนแล้วมันไม่ได้ เขาเลยไม่รับ พอพี่บอยได้เมโลดี้ไปก็โทรกลับมาด่าผมทันที ‘บี! นี่มันเพลงบ้าอะไร เมโลดี้ทำไมเยอะอย่างนี้’ (หัวเราะ) แต่พี่เขาก็บอกว่าท้าทายดี พี่จะเขียนให้ได้เลย (ยิ้ม)

แล้วพี่บอยก็เขียนออกมาได้จริง ๆ เขียนจบมา 2 แบบด้วย ซึ่งผมเลือกแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ (จำไม่ได้แล้วว่าอีกแบบเป็นอย่างไร) ตอนแรกในอัลบั้มเราไม่ได้คิดจะโปรโมตเพลงนี้เลย ปล่อยเพลง ‘คนเดียวในโลก’ กับ ‘คำสำคัญ’ ออกไปก่อน

กระทั่งผมไปเล่นที่ร้านหนึ่งในเชียงใหม่ แล้วคนดูตะโกนขอเพลง ‘พูดตรงตรง’ ทั้งที่เรายังไม่ได้ปล่อยเพลงนี้ ฮึม… ทำไมเขารู้จักเพลงนี้นะ แล้วคนดูในร้านจะร้องกันได้เหรอ? โชคดีที่วงเล่นได้อยู่แล้วเพราะอัดด้วยกัน ตอนนั้นมี โอ Jetset’er ร่วมวงด้วย พอขึ้นเพลงนี้ไป คนร้องกันทั้งผับ พวกเรางงกันมาก เลยรีบกลับมาบอกค่ายว่าต้องปล่อยเพลงนี้แล้ว

ผมโทรบอกพี่บอยว่าจะปล่อยเพลงนี้ พี่บอยบอก ‘จริงเหรอ… เป็นพี่ พี่จะเก็บเอาไว้เป็นเพลงที่ 10 เลยนะ’ คือแกให้กำลังใจผมมาก (หัวเราะ) พอปล่อยออกไป มันกลายเป็นเพลงซิกเนเจอร์ใหญ่ของผมเลย เคยไปร้องงานไหนสักแห่ง มีพี่แม่บ้านมายืนร้องอยู่ข้างเวที น่ารักมาก เป็นอะไรที่ผมเซอร์ไพรส์มากครับ”

สปอยล์เพลงหาฟังยากที่จะได้ยินในคอนเสิร์ต

“ถ้าบอกก็เป็นการสปอยล์นะ (หัวเราะ) บอกให้นิดนึงก็ได้ครับ อย่างเช่นเพลง ‘คำสำคัญ’ แฟนของผมชอบเพลงรักเพลงนี้มาก เป็นเพลงง่าย ๆ ร้องง่าย ๆ ต้องมีแน่นอน แล้วก็เพลง ‘ทุกคืน’ เมโลดี้รัว ๆ หวานและโรแมนติกกว่าพูดตรงตรง เพลงนี้น้าเน็กชอบมาก ตอนไปทำคอนเสิร์ต Wednesday น้าเน็กขอให้อยู่ใน Song List เลย”

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดบนเส้นทางศิลปิน คือ “ปัจจุบัน”

“ตอบแบบไม่เฟกเลยนะ คือช่วงเวลานี้แหละครับ ผมมีความสุขกับปัจจุบัน ผมเชื่อว่าคนเราควรมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงนี้ ถ้าเราไม่แฮปปี้กับปัจจุบัน ก็เหมือนเราไปไขว่คว้าเรื่องในอดีตหรือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

มันอาจจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ บางช่วงเวลาเราอาจจะรู้สึกว่าชื่อเสียงเราฟูมาก แต่ตัวเราตอนนั้นยังไม่โต ยังไม่เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าเรายึดติดกับอดีต มันจะไปข้างหน้าไม่ได้ แม้แต่จะมีความสุขกับปัจจุบันยังทำไม่ได้เลยถ้ามัวแต่คิดว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราสามารถรำลึกเพื่อภูมิใจในการเดินทางของเราได้ แต่เราไม่ควรมองว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเราผ่านไปแล้ว ปัจจุบันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของทุกคนครับ”

โควิดเปลี่ยนชีวิต และสัจธรรมที่ได้เรียนรู้

“วิกฤตโควิดเปลี่ยนชีวิตมนุษย์หลายคน เมื่อก่อนผมมีมายด์เซ็ตว่า ตราบใดที่ยังร้องเพลงได้ ผมไม่มีวันอดตาย จะไปร้องตรงไหนก็ได้ ร้องบนสะพานลอย หรือเปิดหมวกก็ไม่อดตายแน่นอน

แต่เราไม่เคยนึกว่าจะมีวันที่เราร้องเพลงได้ แต่ไม่สามารถออกไปร้องได้ พอมันเกิดขึ้นจริงเลยงงว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ ชีวิตเปลี่ยนเลย เข้าใจสัจธรรมหลายอย่าง ทำให้ผม appreciate กับปัจจุบันมากขึ้น เพราะตอนนั้นสมองเอาแต่คิดถึงอดีตกับอนาคต เนื่องจากปัจจุบันมันไม่มี มีแต่อดีตและความหวังว่าสิ่งนี้จะหายไป นั่งดูเฟซบุ๊กแล้วร้องไห้เลย เกือบจะเป็นซึมเศร้า ไม่อยากตื่น ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีอะไรให้เราทำเลยเหรอ ถ้าตอนนั้นไม่มีภรรยา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านมันมาได้อย่างไร

มันให้บทเรียนชีวิตว่า สิ่งที่เราอยู่ตรงนี้ดีที่สุดแล้ว ตอนที่เรายังตื่นมาได้หายใจ ได้ใช้ชีวิต ได้ทำสิ่งที่รักอยู่ มันคือดีที่สุดแล้วครับ”

ปรากฏการณ์ นักร้องนำ Crescendo 2 คนบนเวที B.DAY กับคำว่า “ปลดล็อก”

“วันนั้นผมเห็นคนดูร้องไห้แล้วเข้าใจเขาเลย มันเป็นคอนเสิร์ต B-Day รอบสุดท้าย ซึ่งพี่บอยจัด 5 รอบ ผมไม่ได้ขึ้นในนามวง Crescendo เพราะเขามีนักร้องนำอยู่แล้ว ในฐานะศิลปินเดี่ยวผมจึงไม่มีเพลงที่ร้องกับเบเกอรี่เลย แต่พี่บอยน่ารักมาก ชวนผมเป็นเกสต์ในช่วงของพี่บอย ซึ่งผมไม่ใช่ต้นฉบับของเพลงเหล่านั้นเลย รอบแรกผมร้องเพลง ‘เจ้าหญิง’ โดยมีพี่ป๊อดนั่งดูอยู่ พอลงมาจากเวทีผมบอกพี่ป๊อดเลยว่า ‘พี่… ผมโคตรเขินพี่เลย’ พอร้องเพลง ‘คนข้างล่าง’ ร่วมกับเบน (ชลาทิศ) ก็เกรงใจเขา รู้สึกว่านี่เป็นช่วงของเบน เบนต้องชายน์ที่สุด เราไปเกี่ยวอะไรนะ กลายเป็นว่าผมไปแจมกับคนนู้นคนนี้เต็มไปหมด

กระทั่งรอบสุดท้าย พี่บอยให้ทีมงานเปิดสปีเกอร์โฟนคุยกับผมตอนกำลังแต่งตัว เสียงพี่บอยพูดมาว่า ‘บี… เดี๋ยวบีขึ้นไปร้องกับ Crescendo นะ’ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงียบกริบ ผมเงียบไปแป๊บนึง พี่บอยเลยบอกว่า ‘พี่คุยกับทุกคนหมดแล้ว ทุกคนโอเค’ ผมเลยถามต่อว่า ‘โอเคจริง ๆ ใช่ไหมครับ’ ในสมองตอนนั้นเห็นความรักของคนดูที่ส่งมาให้ งั้นเราทำเพื่อแฟนเพลง ตอบพี่บอยไปว่า ‘โอเค ผมทำเพื่อพี่ครับ ทำเพื่อเบเกอรี่ เพื่อแฟน ๆ’ แล้วน้อง ๆ ทีมงานตรงนั้นเฮกันหมดเลย

ตอนขึ้นไปแจมกับวง Crescendo บนเวที ผมเห็นคนร้องไห้อยู่ข้างเวที Feeling ตอนนั้นคือคนดูต้องมีความสุขแน่ ๆ ตัวผมเองก็แฮปปี้ แต่คนดูมีความสุขมากกว่าผมแน่นอน สิ่งนี้ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พอลงมาจากเวที เห็นคำว่า ‘ปลดล็อก’ เต็มฟีดไปหมด อ่านแล้วเข้าใจเลย ขอบคุณแฟน ๆ มากครับที่อินกับพวกเราขนาดนี้”

 B.DAY UN-CUT เติมไฟสู่ BE & BEYOND

“พอลงมาจากเวที B.DAY ผมนั่งทำการบ้านตลอดว่าจะเติมอะไรในคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองบ้าง B.DAY UNCUT อารมณ์เหมือนงานเลี้ยงรุ่น ได้เจอเพื่อนที่ร่วมเริ่มต้นเล่นดนตรีมาด้วยกันตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จนเดินทางมาถึง 20 ปี สำหรับผมมันมหัศจรรย์มาก ก่อนหน้านี้ถ้ามีใครบอกว่าเพลงของเราจะอยู่มาถึง 20 ปี ผมก็คงไม่เชื่อ”

เมื่อเพลงในตำนาน โดนใจเด็ก Gen Z

“แรก ๆ ยอมรับว่ารู้สึกแปลก ๆ (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าจะดีใจหรืออะไรดี เฮ้ย… คนรุ่นใหม่ร้องกันเต็มเลย แต่หลัง ๆ เริ่มภูมิใจว่าเราคงทำอะไรถูกต้องบ้างแหละ เขาถึงยังร้องเพลงของเราอยู่จนถึงปัจจุบัน

มีซีนน่ารัก ๆ อย่างลูกของเพื่อน อายุ 20 ต้น ๆ เพื่อนพาลูกมาดูคอนเสิร์ตผม พอดูจบลูกบอกว่า เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาบีเป็นคนร้องเพลง ‘พูดตรงตรง’ เพราะเวลาไปผับกับเพื่อนก็นำมาร้องกันตลอด คือผมก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีครับ (หัวเราะ)”

ข้อคิด ความรักในงาน และการเรียนรู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

  • สิ่งที่อยากบอกตัวเองในวันแรกที่เริ่มต้นเป็นศิลปิน: “ออกกำลังกายให้เยอะ ๆ ดูแลร่างกายให้ดีกว่านี้”
  • ถ้า บี-พีระพัฒน์ วันแรก มาเห็นตัวเองบนเวที BE & BEYOND: “คงบอกว่า นายก็ทำได้ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ”
  • สิ่งที่อยากบอกคนรุ่นใหม่ที่กำลังตามฝัน: “สิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้นาน คือความรักในงานของเราครับ รักแบบเป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ ตื่นขึ้นมาแล้วอยากทำสิ่งนี้ หมกมุ่นอยู่กับมัน ซึ่งความรักในงานของผมไม่เคยลดลงเลย การขึ้นคอนเสิร์ตแต่ละครั้งต้องเตรียมตัวเสมอ เราจะยืนตรงไหน จะใช้กิมมิกอะไร ผมไม่เคยหยุดนิ่ง ผมเรียนรู้เยอะมาก เพราะผมเริ่มจากศูนย์ ตอนเข้าวงการผมเพอร์ฟอร์มไม่เป็นเลย ก็ไปเรียนเต้นแท็ป เรียนเต้นฮูลาฮูป เรียนเต้นฟังค์ เรียนการแสดง เพื่อนำมาพัฒนาตัวเราให้มากขึ้น การได้มาอาจจะง่าย แต่การรักษาไว้ยากยิ่งกว่าครับ”

ฝากคอนเสิร์ต BE & BEYOND : BE PEERAPAT LIVE CONCERT

“ทุกคนรอวันนี้ ผมเองก็รอเจอทุกคนเหมือนกัน อยากมาร้องเพลงที่คิดถึงด้วยกัน เพลงที่เราเคยมีความสุขด้วยกัน อยากเจอลูก ๆ หลาน ๆ ที่ไม่เคยรู้ว่าคุณอาหรือคุณลุงคนนี้เป็นคนร้องเพลง ‘พูดตรงตรง’ หรืออีกหลาย ๆ เพลง

อยากเจอมากครับ มาส่งมอบความรู้สึกและเรื่องราวดี ๆ ร่วมกันใน BE & BEYOND : BE PEERAPAT LIVE CONCERT วันที่ 14 พฤศจิกายน 2026 นี้ ที่ BCC Hall เซ็นทรัล ลาดพร้าว สามารถจองบัตรได้แล้วทาง ThaiTicketMajor ครับ”

Text: AuAi

Photo: CI Showbiz