เปิดใจ 4 นักล่าฝัน True AF 2026 จากวันแรกที่ไม่กล้าคาดหวัง สู่ก้าวใหม่บนเส้นทางศิลปิน

account_circle
event

เปิดใจ 4 นักล่าฝัน True AF 2026 จากวันแรกที่ไม่กล้าคาดหวัง สู่ก้าวใหม่บนเส้นทางศิลปิน

ปิดฉากลงอย่างงดงามและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความรัก ความผูกพัน สำหรับปรากฏการณ์การกลับมาของรายการค้นหานักล่าฝันระดับตำนาน True Academy Fantasia 2026 ที่ในซีซันนี้ ได้มอบความสุขและความซาบซึ้งให้แฟนๆ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

สุดสัปดาห์ชวน 4 สุดยอดนักล่าฝัน นำโดย เจเจ – ชนิตา ใบสมุทร (The Winner / อันดับ 1), ยูริ – เจียระไน จุลละนันทน์ (อันดับ 2), โอม – ณัฐพันธ์ ภักดีณรงค์ (อันดับ 3) และ บีม – กันทร ไวยรัตน์ (อันดับ 4) มาถ่ายแฟชั่นเซ็ตพิเศษ Sudsapda Digital Cover พร้อมเปิดใจถึงวินาทีชีวิตบนเวทีไฟนอล โมเมนต์สุดประทับใจ ความผูกพันในบ้าน AF และเป้าหมายก้าวต่อไปในวงการบันเทิงที่กำลังเริ่มต้นขึ้น!

ผลการแข่งขัน True AF 2026

  • สุดยอดนักล่าฝัน อันดับ 1 (The Winner) : V1 เจเจ – ชนิตา ใบสมุทร
  • สุดยอดนักล่าฝัน อันดับ 2 : V5 ยูริ – เจียระไน จุลละนันทน์
  • สุดยอดนักล่าฝัน อันดับ 3 : V10 โอม – ณัฐพันธ์ ภักดีณรงค์
  • สุดยอดนักล่าฝัน อันดับ 4 : V6 บีม – กันทร ไวยรัตน์

ตอนที่ “เจเจ” กับ “ยูริ” ยืนจับมือกันลุ้นแชมป์ ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง?

เจเจ : สำหรับหนู พอมาถึงรอบไฟนอล รู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นใครเรายินดีด้วยหมดค่ะ ตัวหนูเองไม่ว่าจะได้ตำแหน่งไหนก็ดีทั้งหมดค่ะ วินาทีที่ประกาศชื่อหนูเป็นสุดยอดนักล่าฝันอันดับ 1 หนูช็อกค่ะ นึกว่าฝันไป ตกใจมากและดีใจมากๆ ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ซัพพอร์ตหนูจนมีวันนี้ค่ะ

ยูริ : ณ ตอนนั้นเป็นใครก็ได้ค่ะ พี่เจก็ได้ หนูก็ได้ แต่หนูคิดว่าพี่เจเจได้ที่ 1 เพราะตัวหนูเองมาถึงยืน 2 คนสุดท้ายก็ที่สุดแล้วค่ะ ที่ผ่านมาหนูเองก็ไม่กล้าคาดหวังอะไรมากมาก่อน เหมือนไม่ใช่ความจริงเลยค่ะ หนูถามตัวเองว่ามันจริงใช่ไหม ไม่อยากจะเชื่อเลย ตัวหนูมาถึงตรงนี้ได้ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ แล้วค่ะ มันคือความโชคดีมากๆ

หลังจากจบการแข่งขัน พอได้เข้าเปิดโทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อเช็คโซเชียลแล้ว เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เจเจ : เครื่องค้างเลยค่ะ (หัวเราะ) ไลน์หนูมีข้อความเข้ามา 250,000 ข้อความ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนทักมาหา และแสดงความยินดี จนถึงวันที่สัมภาษณ์นี้ยังอ่านไม่ครบและตอบไม่หมดเลยค่ะ

ยูริ : ของหนูเครื่องค้างเหมือนกันค่ะ ข้อความเข้ามาเยอะมากๆ ต้องค่อยๆ ทยอยอ่านค่ะ

บีม : ผมก็เครื่องค้างครับ ข้อความมาเยอะทุกแพลตฟอร์ม (หัวเราะ)

โอม : ของผมไม่ค้างครับ เครื่องผมแรง (หัวเราะ) มีคนรู้จักส่งข้อความมาแสดงความยินดีเยอะเลยครับ ค่อยๆ เลื่อนอ่านไปเรื่อยๆ ขอบคุณทุกคนมากครับ

“เจเจ” จากโชว์แรกในเพลงไทยเดิมอย่าง ‘นกขมิ้น’ มาจนถึงเพลงสากลระดับตำนานอย่าง ‘Bohemian Rhapsody’ ในรอบ Final เจเจได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพที่หลากหลายมาก คิดว่าพลังหรืออารมณ์ไหนในตัวเราที่ส่งไปถึงใจแฟนๆ จนส่งให้เราคว้าตำแหน่ง The Winner? ซึ่งนอกจากกระแสเชียร์แล้ว ก็อาจจะมีคำติบ้าง ผ่านมาได้อย่างไร?

เจเจ : หนูได้พัฒนาตัวเองและปลดล็อกตัวเองเยอะมากเลยค่ะ อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ทำ อะไรที่คิดว่าตัวเองอาจจะไม่กล้าเปิดใจรับ ก็กล้าที่จะเปิดใจรับกับสิ่งนั้น หนูเข้าบ้าน AF มาด้วยความที่นำเสนอความเป็นตัวเองมากๆ หนูดีใจมากๆ ที่คนเห็น หนูหวังว่าหนูจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน ที่อยากจะเป็นตัวเองในรูปแบบของตัวเอง ถ้าถามว่าคิดว่าอะไรที่หนูชนะใจแฟนๆ รายการได้ คิดว่าน่าจะเป็นตอนที่ทำงาน ตัวหนูค่อนข้างมีหลากหลายมุม ส่วนเรื่องคำติ หนูเลือกโฟกัสสิ่งที่ดีค่ะ คำติเราเลือกที่จะนำไปแก้ไขและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แรงเชียร์ก็คือกำลังใจดีๆ ให้สู้ต่อ จุดมุ่งหมายเราต้องชัดเจนว่าต้องทำไปเพื่ออะไร แล้วมันจะง่ายขึ้นมากๆ ในการที่จะรับความคิดเห็นของใครหรือว่าอะไรค่ะ

สำหรับ “ยูริ V5” ตลอดซีซัน ยูริสร้างรอยยิ้มและพลังบวกให้ผู้ชมมาตลอด ตั้งแต่เพลงสายโจ๊ะอย่าง ‘สัญญาเดือนหก’ จนถึงโชว์ที่ได้โชว์ศักยภาพในรอบชิง วันนี้กับการคว้ารองแชมป์ รู้สึกอย่างไรบ้าง และเสน่ห์ ‘ความเป็นยูริ’ แบบไหนที่เราอยากรักษาไว้ต่อไปในเส้นทางศิลปิน

ยูริ : หนูรู้สึกว่าความเป็นธรรมชาติของหนูค่ะ อย่างที่หลายๆ คนบอกว่าหนูมีความเป็นธรรมชาติในแบบของตัวเอง ถ้าหนูมีความสุขก็น่าจะถ่ายทอดไปถึงทุกคนได้ค่ะ

“โอม” ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดเพลงที่มีแง่คิดและความเก๋ามาตลอด จนมาถึงเพลง ‘ความเชื่อ’ ในรอบ Final อยากรู้ว่าเพลงไหนตลอดการแข่งขันที่เปลี่ยนความคิดหรือถ่ายทอดความเป็นตัวตนของโอมได้มากที่สุด

โอม : เพลง ‘หัวใจสะออน’ จริงๆ แล้วมันเป็นตามเรื่องในมิวสิคัลที่ทุกคนได้ดูเลยครับ เพลงบอกความเป็นตัวผมทุกอย่าง ผมเคยผ่านความผิดหวังมาหลายครั้ง แต่มีหัวใจที่สะออนเลยฝ่าฟันมาได้จนถึงทุกวันนี้ครับ

“บีม” เป็นคนที่ปล่อยพลังเสียงหล่อละมุนสะกดใจแฟนๆ จนถึงโชว์ในรอบชิง การที่เราสะสมประสบการณ์และฟันฝ่ามาจนถึงรอบ 4 คนสุดท้าย มีอะไรในตัวเราที่รู้สึกว่าเรา ‘ก้าวข้ามขีดจำกัด’ ของตัวเองมาได้ไกลที่สุด?

บีม : ผมมีความเชื่อมากขึ้น หมายความว่าพอผมได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ตั้งแต่วีคละครเวที ก็ทำให้ผมได้ปลดล็อก ได้กระโจนเข้าไปในความรู้สึกนั้นครับ

การแข่งขันวีคไหนที่หนักที่สุดสำหรับพวกเรา

บีม : วีคที่หนักที่สุดสำหรับผมคือ EDM ครับ

ยูริ : วีค EDM เหมือนกันค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นเป็นวีค BAND แล้วต่อด้วย EDM เหมือนว่าเรายังพักไม่สุด ใช้ร่างกายหนักต่อกัน แล้วก็อาจจะเป็นแนวที่ยากสำหรับตัวหนูด้วยค่ะ

เจเจ : EDM เหมือนกันค่ะ แต่พวกเราก็ผ่านกันมาได้ด้วยความตั้งใจและความทุ่มเทค่ะ

โอม : วีค BAND ครับ วีคนั้นผมป่วยด้วยก็เลยยิ่งเป็นกังวลครับ แต่ก็ผ่านกันมาได้ครับ ผมว่าเหมือนคำที่ ‘พี่โอม’ เคยสอนไว้ว่า ‘คนดูไม่ผิด ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ก็ต้องโชว์ให้เต็มที่ที่สุด ไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้น’ คำสอนนี้ใช้ได้จริงเลยครับ

ความผูกพันของทุกคน 12 นักล่าฝัน เราได้อะไรจากการที่ได้มาใช้ชีวิตกับคนแปลกหน้าที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตมา จนวันหนึ่งกลายมาเป็นเพื่อนและพี่น้อง

เจเจ : มันคือการเปิดใจล้วนๆ เลยค่ะ ด้วยความที่รายการเป็นเรียลลิตี้ ทุกคนต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์ของคนอื่นมากๆ หนูว่าพวกเราเปิดใจให้กันแล้วก็ทำได้ดีมากๆ พวกเราทั้ง 12 คน สนิทและรักกันมากค่ะ โชคดีที่ก่อนเข้าบ้าน เราได้ทำงานด้วยกันบ้าง เดินสายสื่อ เดินสายขอบคุณสปอนเซอร์ ทำให้ช่วงนั้นเราได้คุยกันเยอะ พอเข้าบ้านก็อาจจะง่ายขึ้นค่ะ

โมเมนต์ในบ้านที่พวกเราคิดถึงมากที่สุด

โอม : ตอนที่พวกเรานั่งคุยกันตอนกินข้าวครับ เป็นช่วงที่ได้รีแลกซ์ด้วยครับ แล้วตัวผมเองก่อนหน้าจะมาประกวด AF ผมก็ใช้ชีวิตทานข้าวคนเดียวบ่อยมาก พอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ นักล่าฝันก็เป็นอีกโมเมนต์นึงที่สนุกมากๆ ครับ

เจเจ : โมเมนต์ทานข้าวด้วยกันค่ะ แล้วก็ตอนที่ได้เล่นทำกิจกรรมด้วยกัน ทั้งบอร์ดเกม ว่ายน้ำ

ยูริ : หนูคิดถึงตอนที่ได้กินรามยอนกับเพื่อนๆ พี่ๆ ค่ะ อร่อยกว่ากินคนเดียวมากๆ เลยค่ะ

บีม : ตอนที่ไปเล่นแชร์บอลในสระว่ายน้ำครบ 12 คนครับ มันมากเลยครับ

ในรอบ Final มีช่วงที่เพื่อนๆ อีก 8 คนกลับมารวมตัวกันร้องเพลงเมดเลย์ของ ดิ อิมพอสซิเบิ้ล เพื่อรำลึกถึงอาต้อย-เศรษฐา บรรยากาศบนเวทีตอนนั้นเติมเต็มพลังใจให้อย่างไรบ้าง

บีม : ตอนเพื่อนๆ ขึ้นมาร้องเพลง พวกผม 4 คน ที่นั่งอยู่ร้องไห้ครับ คิดถึงทุกคนมากๆ

ยูริ : พอได้เห็นอีก 8 คน ขึ้นเวทีอีกครั้ง เหมือนเป็นแบตเตอรี่มาเติมพลังให้พวกเราค่ะ หายคิดถึงได้เยอะเลยค่ะ

เจเจ : เห็นหน้าทุกคนปุ๊บ คิดถึงหนักกว่าเดิมค่ะ นอกจากจะไม่ได้คาดคิดแล้ว พอพวกเขาปรากฏตัวหัวใจหนูเต้นแรงเลยค่ะ อยากเข้าไปกอดทุกคนมากๆ แต่สุดท้ายก็ได้กอดกัน พอเห็นหน้า ‘พี่แป้ง’ หนูร้องไห้เลย อยู่ไม่ไหวเลยค่ะ

โอม : ผมก็คาดไม่ถึงเหมือนกันครับ พอมองขึ้นไป โอ้โห! พี่ๆ เพื่อนๆ พวกเรากลับมา ผมก็หน้ายู่เหมือนกัน จะร้องไห้ พอได้เจอกันครบ 12 คน บนเวทีก็ปล่อยความรู้สึกเลย อั้นไม่ไหวแล้วครับ โมเมนต์นั้นยิ่งกว่าดีใจอีกครับ

ถ้าให้เลือก ‘โชว์ที่ประทับใจที่สุด’ ของตัวเองตลอดทั้งซีซัน

ยูริ : หนูขอเลือกวีคที่กดดันและปลดล็อกตัวเองที่สุดค่ะ วีค BAND เพราะว่าตอนได้รับโจทย์หนูมองไม่เห็นภาพตัวเองว่าจะเป็นสายร็อกอย่างไรบนเวทีกับ BAND หนูยอมรับว่าตัวหนูเองอาจจะเป็นคนที่มีแพทเทิร์นหน่อย แต่พอหลังจากซ้อมใหญ่กลับมาก็เครียดมาก กลับมาบ้านให้ ‘นะโม’ ช่วยบิลด์ ซึ่งช่วยได้มากๆ เลยค่ะ พอได้โชว์จริง สนุกกว่าที่หนูคิดไว้เยอะเลย หนูมีความสุขมาก ได้ปลดล็อกตัวเองให้ทำอะไรที่คิดว่าอาจจะทำไม่ได้ หนูพอใจมากๆ เลยค่ะ

เจเจ : สำหรับหนูที่ประทับใจและจะจำไม่ลืม ในชีวิตนี้หนูก็ไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้เลยค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็น่าจะไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว คือวีคที่โชว์เพลง ‘ล่ำบึก’ เพราะหนูได้ครีเอตท่าเต้นเอง มีความสุขมากที่ได้ร้องเพลงนี้กับ ‘พี่แป้ง’ เน้นปล่อยจอย ไม่คิดอะไรมากค่ะ หนูพอใจมากๆ และสนุกมากๆ ค่ะ

บีม : วีคไฟนอลครับ ผมมีความสุขมากๆ กับเพลงที่เลือกมาโชว์ มันเป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ ตอนที่ร้องเพลง ‘ขอบคุณที่รักกัน’ ไม่ว่าจะตอนซ้อมหรือตอนโชว์ ผมก็ร้องไห้ทุกรอบเลยครับ มันคือความรู้สึกที่ผมอยากจะบอกทุกคนที่คอยเป็นแรงผลักดันและให้กำลังใจกันมาตลอดครับ

โอม : รอบไฟนอลเหมือนกันครับ ผมใส่เต็มมากๆ ไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขัน แต่ผมคิดว่ารอบนี้คือคอนเสิร์ตของผม มีพลังเท่าไรใส่ให้สุด ตอนออนสเตจผมมันมาก สนุกไปกับโชว์ให้มากที่สุด นาทีนั้นผมไม่ได้โฟกัสแล้วว่า Judge จะคอมเมนต์ถึงผมอย่างไร ไม่โฟกัสว่าจะได้ที่เท่าไร คิดอย่างเดียวเลยว่าเป็นโชว์สุดท้ายของเวทีนี้แล้ว ตัวเองอยากจะโชว์แค่ไหนก็ใส่ไปเลยไม่ยั้ง ขอบคุณทุกคนที่สนุกไปด้วยกันนะครับ

ตอนอยู่ในบ้าน พวกเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากคุณครูแต่ละแขนง ถ้าให้เลือกโมเมนต์จากคุณครูที่จะจดจำไม่ลืม ที่อาจจะทำให้พวกเราไปต่อได้หรือปลดล็อกอะไรบางอย่างในชีวิตของการล่าฝัน

เจเจ : หนูรักคุณครูทุกคนมากๆ นะคะ หนูอยากจะขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ให้ความรู้และช่วยพยุงพวกเราทุกคนให้ก้าวต่อไปได้ตลอดการแข่งขัน แต่มีคุณครูท่านหนึ่งที่ปลดล็อกชีวิตของหนูเลยคือ ‘ครูเอ็มซี’ (Dance Trainer) คุณครูช่วยป้อนข้อมูลที่ใช่มากๆ ให้หนูเปิดใจในการเต้น เปิดใจในการแสดงมากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนให้บุคลิกหนูดีขึ้นและทำให้หนูเปิดใจรับสิ่งที่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะเปิดใจทำสิ่งนั้นได้ ทำให้หนูกล้าก้าวออกจากเซฟโซนค่ะ

ยูริ : หนูรักคุณครูทุกท่านเหมือนกันค่ะ เพราะคุณครูช่วยสอนและทุ่มเทให้พวกเราดีขึ้นในแต่ละด้าน แต่มีคำหนึ่งของ ‘ครูซอ’ (Head of Voice Trainer) ที่พูดแล้วหนูรู้สึกว่าโดนใจ ครูซอบอกว่าหนูเป็นคนที่สดใสตลอดเวลาตอนอยู่ในบ้าน “แต่ยูริสามารถเหนื่อยได้นะ อ่อนแอบ้างก็ได้ ไม่ต้องสดใสตลอดเวลา” ทำให้หนูคิดได้ว่า จริงๆ ตัวหนูก็สามารถเปิดเผยมุมที่เราอ่อนแอได้ เพื่อที่จะลุกขึ้นมาสู้ต่อ

บีม : ผมก็รักคุณครูทุกท่านเหมือนกันครับ สำหรับ ‘ครูหนิง’ (Head of Acting Trainer) เวลาที่ได้คุยกันจะเข้าใจทุกอย่าง ครูหนิงจะอธิบายให้ผมเข้าใจได้ทั้งหมดในทุกๆ เรื่อง ผมรู้สึกว่าครูหนิงจะมีเทคนิคบางอย่างที่สื่อสารแล้วรู้ว่าบีมจะเข้าใจตรงพอยต์ ถ้าพูดง่ายๆ เลย คือครูหนิงจะรู้ว่าถ้าบอกแบบนี้แล้วบีมจะเข้าใจเลย ประมาณนั้นครับ แต่จริงๆ แล้วผมอยากจะขอบคุณคุณครูทุกท่านมากๆ ผมได้สิ่งดีๆ ที่นำมาใช้ต่อยอดหลังจากออกจากบ้านได้เยอะเลยครับ

โอม : คุณครูทุกท่านใจดีกับผมมากๆ ผมรักคุณครูทุกท่านมากๆ ตลอดระยะเวลาที่ได้เข้าคลาสต่างๆ ผมได้เก็บเกี่ยววิชาเพื่อเอามาใช้ต่อในอนาคตได้เยอะเลยครับ แต่โชว์ล่าสุดรอบไฟนอลที่ ‘ครูเค้ก’ (Dance Trainer) ทำให้ ผมรู้ว่าครูเค้กเข้าใจผม และโชว์จะไม่ออกมาดีขนาดนี้ถ้าไม่มีครูเค้ก ผมเล่าเรื่องราวตัวเองให้ครูฟังเพื่อทำออกมาเป็นโชว์ ครูเค้กเป็นคนดีไซน์โชว์ให้ผมทั้งหมดครับ

การเดินทางในบ้าน AF ตลอดหลายสัปดาห์เต็มไปด้วยความกดดัน แต่นักล่าฝันทุกคนผ่านมันมาได้เพราะกำลังใจจากแฟนๆ อยากพูดอะไรกับ ‘ทัพหน้าและทีมโหวต’ ที่สนับสนุนพวกเรามาจนถึงจุดนี้

เจเจ : หนูไม่รู้ว่าจะพูดออกมาเป็นคำไหนดี ทุกคนให้สิ่งที่มีค่าในชีวิตหนูมากๆ หนูขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ บางคนรู้จักหนูผ่านหน้าจอ แต่มอบความรักและให้กำลังใจหนูเหมือนเป็นคนในครอบครัว เป็นลูกหลานของพวกเขา โดยที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ บางคนมาเชียร์ทุกรอบการแข่งขัน มาไกลแค่ไหนก็มา หนูไม่รู้เลยว่าจะตอบแทนอย่างไร นอกจากจะไม่หยุดนิ่งกับความฝันตัวเองแค่นี้ ต้องพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด พิสูจน์ตัวเองและไปไกลกว่านี้ให้มากที่สุด หนูขอบคุณทุกคนมากๆ หนูจะไม่ทำให้ผิดหวังนะคะ

ยูริ : ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ หนูได้รับความรักจากผู้คนมากมายที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเลย เป็นความรักที่หนูไม่เคยคาดคิดว่าจะได้จากคนที่เราไม่เคยเจอกันหรือรู้จักกันมาก่อน หนูเป็นใครก็ไม่รู้ แต่พวกเขาให้ความรัก ให้ความเอ็นดู เหมือนที่พี่เจเจบอกเลยค่ะ ทุกคนที่มาซัพพอร์ตพวกเราไม่ว่าจะไกลแค่ไหนเขาก็มา มาส่งเสียงเชียร์ มาชูป้ายไฟ เป็นช่วงเวลาที่โชคดีมากๆ ในชีวิตหนูที่ได้เจอกับทุกๆ คนค่ะ

โอม : ผมรู้สึกติดค้างบุญคุณพวกเขามากๆ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปคงไม่สมบูรณ์แบบ ผมซาบซึ้งมาก แค่คำว่าขอบคุณคงไม่เพียงพอ สิ่งที่ทุกคนให้ผมมามันยิ่งใหญ่มากๆ การเดินตามฝันตัวเองเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอด พวกเขาทำให้ผมมาถึงตรงนี้ได้ คำว่าขอบคุณไม่พอจริงๆ ครับ

บีม : ขอบคุณสำหรับความรักที่ไม่มีเงื่อนไขครับ ไม่ว่าผมจะดื้อขนาดไหน (หัวเราะ) แต่พี่ๆ ก็ยังรักอยู่ ทุกคนมาเชียร์ทุกวีค บางคนไม่มีบัตรก็รอเจอตอนผมกลับจากสตู ส่งจนผมขึ้นรถกลับเข้าบ้าน AF ผมไม่รู้จะหาคำไหนมาขอบคุณเลยครับ ทุกคนทำให้ผมรู้ว่าชีวิตผมมีคุณค่า ขอบคุณนะครับ

จบซีซัน True AF 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว ก้าวต่อไปในวงการบันเทิงของ เจเจ, ยูริ, โอม และ บีม แฟนๆ จะได้เห็นผลงานสไตล์ไหน หรือมีแนวเพลงแบบไหนที่อยากทำเป็นซิงเกิลแรกในชีวิต

เจเจ : สำหรับหนู แม้ว่าการประกวด AF จะจบลงแล้ว แต่ชีวิตหนูเพิ่งจะเริ่มต้น หนูมีความคาดหวังในตัวเอง จากที่ก่อนหน้านี้ชิลๆ กับชีวิต ตอนนี้หนูมีเป้าหมายในชีวิตเพราะทุกคนซัพพอร์ตและเติมพลังงานให้หนู หนูกำลังอยากจะบินไปให้ไกลๆ อยากจะโกอินเตอร์ให้ได้ค่ะ และก็อยากทำงานเบื้องหลังควบคู่ไปด้วย สำหรับการแสดงถ้ามีโอกาสหนูก็อยากจะลองทำค่ะ

ยูริ : หนูอยากลองทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้อยากเป็นศิลปินควบคู่ไปกับการแสดงค่ะ เป็นนักร้องที่แสดงได้ หนูกำลังตื่นเต้นกับการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ กับก้าวสำคัญที่จะก้าวเข้าไป อยากเรียนรู้ว่าหนูจะได้มากน้อยแค่ไหน หนูกำลังเรียนรู้และจะทำใหอกมาดีที่สุดค่ะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้หนูเยอะๆ นะคะ

โอม : ถ้ามีโอกาสได้ทำเพลง จริงๆ ผมเป็นคนชอบแนวร็อกมากๆ แต่เพลงที่ผมเขียนส่วนมากเป็นแนวโฟล์กป็อป เดี๋ยวหลังจากนี้จะลองเขียนเพลงแนวร็อกครับ ฝากทุกคนรอติดตามกันนะครับ ส่วนงานอื่นนอกเหนือจากงานเพลง ผมอยากชิมลางการแสดง หลังจากที่ได้ลองในรอบมิวสิคัลแล้วรู้สึกชอบและรู้สึกว่าตัวเองก็ทำได้อยู่นะ ผมสนุกกับการกระโจนเข้าไปเป็นใครสักคน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำพาร์ตนี้ครับ

บีม : ผมอยากทำเพลงที่ตัวเองแต่งเอง ผมเขียนเพลงไว้ค่อนข้างเยอะ ถ้าได้ทำก็อยากจะปล่อยออกมาให้ทุกคนได้ฟัง ทำ MV เจ๋งๆ แล้วก็อยากจริงจังกับพาร์ตการแสดง ผมรู้สึกชอบและรู้สึกว่าท้าทายตัวผมค่อนข้างมากครับ

Entertainment Editor @ Interview  : AuAi

Art Director: Wipawan Chantarakosol

Retoucher : Tirapan Banpaphong

Coordinator : Pathummas Wongprom