เบ็คกี้ อาร์มสตรอง สลัดภาพจำเดิม สู่บทเรียนบทใหม่ที่แลกมาด้วยความท้าทายใน เด็กใหม่ The Reset (Girl from Nowhere: The Reset)
เบ็คกี้-รีเบคก้า อาร์มสตรอง กับความท้าทายใหม่ในฐานะนักแสดงที่พร้อมจะ Reset ทุกความเชื่อเดิมๆ อะไรคือสิ่งที่ได้เรียนรู้ และในวัย 23 ปี เธอเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง ติดตามบทสัมภาษณ์นี้ พร้อมแฟชั่นเซตปกดิจิทัลสุดพิเศษสำหรับแฟนๆ สุดสัปดาห์
รีวิวปีนี้ ก่อนจะถึงปีใหม่ไทย
ไวมากเลยค่ะ จะสงกรานต์แล้วเนอะ ปีนี้เหนื่อยมากๆ เป็นซีอีโอบริษัทของตัวเอง ทำแบรนด์ตัวเอง ร่วมงานกับแบรนด์อื่นด้วย ทำงานเยอะมาก แต่สนุกมากค่ะ เลยมีแรงตื่นมางานทุกวัน
เวลาเหนื่อยๆ ทำอย่างไรให้มีพลังตื่นมาทำงานได้ทุกวัน
ง่ายๆ คือแพสชันค่ะ เหมือนเราตื่นมามีความสุข เราอยากทำสิ่งนี้ เราอยากเจอผู้คน ตื่นมาสดใสเลย แม้บางทีจะนอนไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่เรามีพลังจากตัวเราเองนี่แหละค่ะ
มีอะไรในวงการบันเทิงที่เบ็คกี้อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำบ้างไหมคะ
โห… จริงๆ มีอีกเยอะที่ยังไม่ได้ทำ อยากเล่นบทแอ็คชั่น เป็นสิ่งชอบอยู่แล้ว เราชอบต่อยมวย อยากลองเล่นฟีลต่อสู้

จัดสมดุลชีวิตอย่างไร
มันถึงจุดที่เราต้องเลือกบ้าง เมื่อก่อนจะทำทุกอย่าง แต่ร่างกายฟ้องว่าไม่ไหว ตอนนี้เลยเบรกเรื่องเรียนไว้ก่อน ชีวิตวนลูป ออกกองตี 5 กลับบ้าน 4 ทุ่ม อาบน้ำ นอนได้ 1 ชั่วโมง ตื่นเรียนมาเรียนออนไลน์ แล้วก็ไปออกกองต่อ คือเบ็คเรียนออนไลน์ค่ะ ไทม์โซนต่างกัน เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็เรียนออนไลน์ หนูเชื่อว่าไม่มีใครสายเกินเรียน หนูอายุแค่ 23 ปี อายุ 30 ก็ยังเรียนได้ ตอนนี้โกลความฝันหนูใหญ่มาก เลยต้องโฟกัสตรงนี้เยอะๆ
ทำไมถึงสนใจเรียนด้านกฤมายด้านอาชญาวิทยาและจิตวิทยา
ดูซีรีส์เรื่อง Sus มีคดีต่างๆ ที่ต้องสืบสวน ดูแล้วรู้สึกเท่จัง ก่อนหน้านี้อยากเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะชอบภาษา พอดูเรื่องนี้ เปลี่ยนใจเลยค่ะ (ยิ้ม)
ศิลปะด้านแขนงไหนที่อธิบายความเป็นเบ็คกี้ได้ดีที่สุด
จริงๆ ก็ทั้งร้องเพลง การแสดง แฟชั่นด้วย ปีนี้อยาก explore แฟชั่นค่ะ ชอบด้านนี้อยู่แล้ว อยากรู้ว่าเราจะไปสุดที่ตรงไหนค่ะ
หลายๆ คนมองเบ็คกี้เป็นแรงบันดาลใจ และกำลังใจรู้สึกอย่างไรบ้าง
จริงเหรอคะ (ยิ้ม) ดีใจที่ได้เป็นโรลโมเดลให้หลายๆ คน หวังว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ ก็จะเต็มที่ ตั้งใจกับทุกอย่างที่ทำ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
แฟนคลับคือแรงซัพพอร์ดีที่ดีเสมอ มีข้อความอะไรอยากบอกพวกเขาไหมคะ
อยากบอกว่าถ้าไม่มีแฟนคลับ ก็ไม่มีเบ็คกี้ในวันนี้ ทุกแรงซัพพอร์ตที่เขาทำให้เรา เบ็คซาบซึ้งใจมาก ดีใจที่มีเขาในชีวิต และหวังว่าจะเติบโตไปด้วยกันทุกเส้นทาง เรารักกัน แต่ก็อยากให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขด้วยค่ะ
จุดเริ่มต้นของผลงานใหม่ล่าสุดที่หลายคนจับตามอง บท “แนนโน๊ะ” จากซีรีส์ เด็กใหม่ The Reset (Girl from Nowhere: The Reset)
โปรเจ็กต์นี้เกิดจากการที่ไปแคสติ้งปกติเลยค่ะ เราไปแบบชิลมาก ไม่แต่งหน้า ใส่หมวก แต่งตัวสบายๆ ไปถึงพี่ทีมงานให้จำบทตรงนั้น ก็แอบยากในเรื่องภาษาไทย แต่วันนั้นก็ทำอย่างเต็มที่มากค่ะ

ภาพจำของแนนโน๊ะก่อนหน้านี้ในสายตาเบ็คกี้
ไอคอนิค ชีเริด! อืม… ควรมีคนแบบนี้ในชีวิตจริงนะ จัดการสังคมได้จริง คือในซีรีส์สะท้อนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมค่ะ ทั้ง 6 อีพี จะเห็นเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ใกล้ตัวเราในทุกวัน เบ็คว่ามันมีความใกล้ตัวขึ้น อาจเคยเห็นเรื่องราวนี้มาก่อน หรือได้ยินมา หรือบางคนเคยสัมผัสมาแล้ว พอมาทำในรูปแบบซีรีส์โรงเรียนที่สะท้อนสังคม มันพาวเวอร์ฟูลมากเหมือนกันนะคะ
ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าได้รับบทแนนโน๊ะ
ตื่นเต้น อืม… เราจะทำได้ไหมนะ เป็นบทที่ยากและถูกคาดหวัง เราได้รับโอกาสนี้แล้ว คิดอย่างเดียวเลยว่าจะตั้งใจ จะทำให้เต็มที่อย่างดีที่สุด ตั้งใจมากตั้งแต่วันแรกของการเวิร์กช็อป จนกระทั่งถ่ายทำในทุกๆ ซีน โฟกัสมากๆ ตอนนั้นถ่ายพร้อมกัน 2 เรื่อง ก็มีความยากด้วย ต้องสลับฟีลกันไปมาระหว่าง 2 กอง
หนูเคยพาแนนโน๊ะไปอีกกองหนึ่งด้วยค่ะ แล้วสายตาเปลี่ยนไปเลย ทุกคนบอกว่า… เบ็คแป๊บนึงนะ เหมือนจะไม่ใช่ละ (หัวเราะ) พอกลับบ้านพยายามเอาเขาออก อยากกลับมาเป็นเบ็คกี้ปกติ แต่ได้แป๊บนึงค่ะ เพราะเราต้องอ่านบทต่อ เป็นคนไม่ชอบอ่านบทหน้าเซต ต้องทำการบ้านก่อนเข้ากองทุกครั้ง ไม่ได้นอนไม่เป็นไร เราต้องมั่นใจไว้ก่อน ด้วยภาษาไทยด้วยค่ะ ทำให้เราต้องทำการบ้านเยอะ คำนี้แปลว่าอะไร แบ่งวรรคถูกหรือยัง เมคเซนส์ไหม
เครียดกับบทแนนโน๊ะไหมคะ
ยอมรับว่าเครียดช่วงหนึ่งค่ะ พอเริ่มเรียนแอ็กติ้ง กับเวิร์กช็อปกับผู้กำกับและนักแสดงคนอื่นๆ ก็เริ่มทำงานได้อย่างสนุก และเอ็นจอยกับการเป็นแนนโน๊ะ

นิยามแนนแนนโน๊ะในสายตาเบ็คกี้ เธอคือ…
เขาเป็นเขานั้นแหละ ในแบบที่ไม่เหมือนใคร เหมือนเขารู้อะไรมากกว่ามนุษย์ปกติ เขาเลยแบกรับทุกอย่าง แบกรับทุกตอน ถามว่าเราจะเข้าไปถึงความดาร์กนั้นอย่างไร ก็คือการเข้าใจสังคมจริงๆ มองแบบไม่ตัดสิน เพราะแนนโน๊ะไม่มีความรู้สึก ถ้าคนตรงหน้ากำลังทุกข์ทรมานอยู่ แนนโน๊ะจะยิ้มใส่ แต่ถ้าเป็นเบ็คกี้ จะถามว่าเธอเป็นอะไรไหม อยากให้ช่วยอะไรไหม การเอาความสงสารออกจากตัวเราไม่ง่ายนะสำหรับเบ็ค เบ็คกี้เป็นมนุษย์ แต่แนนโน๊ะเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นทำตัวเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
ฉากไหนที่เล่นเองแล้วรู้สึกช็อกหรือมันพีคมาก
ก็มีหลายซีนอยู่ค่ะ แต่ไม่สปอยล์ เพราะเมจิกโมเมนต์เกิดขึ้นเยอะมาก ผู้กำกับเปิดโอกาสให้เราได้ explore เต็มที่ พื้นที่นี้เป็นของเรา จะเล่นกับคนตรงหน้า เล่นกับสิ่งของ เล่นกับตัวเองอย่างไรได้หมด จึงเกิดสิ่งที่ไม่ได้แพลนเยอะเลยค่ะ
ในฐานะที่เป็นนักแสดงคิดว่ามีแง่มุมอะไรแฝงไว้ได้ให้คิดบ้างคะใน ‘เด็กใหม่ The Reset’
ข้อคิดมีแน่นอนค่ะ อย่างที่บอกคือทุกอย่างในซีรีส์เกิดขึ้นในชีวิตจริง มันอยู่รอบตัวเรา
ถ้าเป็นเบ็คกี้เป็นผู้ถูกกระทำจะสู้กลับแบบแนนโน๊ะไหม
เบ็คจะค่อนข้างไม่ชอบเผชิญ ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร ด้วยความที่เราเป็นอินโทรเวิร์ตด้วยแหละ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็จะหาวิธีจัดการในแบบของเรา พยายามไม่มีเรื่อง ไม่อยากมีเรื่องกับใครค่ะ (ยิ้ม)
บท “แนนโน๊ะ” จากซีรีส์ เด็กใหม่ The Reset (Girl from Nowhere: The Reset) ทำให้เบ็คกี้เติบโตอย่างไร
ได้ประสบการณ์เยอะมาก ได้ทำงานกับผู้กำกับที่เก่งมากๆ ถึง 6 คน รวมถึงนักแสดงทุกคน พี่ๆ ทีมเบื้องหลังเก่งมาก และทุกคนมีภาพที่ชัดเจน ช่วยสอนเราเยอะมาก มันอธิบายไม่ถูกค่ะ แต่พอเรากลับไปเล่นเรื่องอื่นๆ ที่ถ่าย เราจะมีความ Confidence ในตัวเอง มีความกล้ามากขึ้นค่ะ
ซีรีส์ได้ออนแอร์ใน Netflix ด้วย รู้สีกอย่างไรบ้าง ถือว่าเป็น Soft Power ให้กับซีรีส์ไทยไปทั่วโลก
พยายามไม่กดดันตัวเอง แต่ก็ตื่นเต้นนะ เอ็นจอยไปกับทุกโมเมนต์ ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุดค่ะ
ถ้าเขียนตอนจบของแนนโน๊ะได้ อยากให้เขาพบจุดจบแบบน่าสงสารหรือจบแบบสะใจ
รีเซต พูดถึงความสว่างและความืดของมนุษย์ เราอยากให้เขาได้เจอแสงสว่างและความหวังบ้าง อย่างน้อยให้แนนโน๊ะได้อยู่ในโลกที่น่าอยู่ขึ้นค่ะ

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก จากซีรีส์ เด็กใหม่ The Reset (Girl from Nowhere: The Reset)
ทำให้เบ็คเข้าใจประเด็นสังคมมากขึ้น เราชอบจิตวิทยาอยู่แล้ว พอได้เล่นจริง ยิ่งทำให้เข้าใจทุกฝ่ายว่าทำไมเรื่องจึงเกิด เหตุผลมาจากอะไร เพราะตอนเรียนเราเน้นเรียนทฤษฏี มี case study แต่เรื่องนี้มีมุมที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคม เราได้เห็นและลงลึกผ่านการเล่นซีรีส์เรื่องนี้ค่ะ
บรรยากาศกองถ่ายเป็นอย่างไรบ้างคะ
สนุกนะคะ มีเพื่อนๆ อายุใกล้เคียงกัน ทุกคนจับมือช่วยกันให้ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรู้ว่าแต่ละซีนหนักมาก กินข้าวไม่ทัน ก็ต้องถือเดินกินกันไป วันหนึ่งถ่ายหลายซีนเยอะมาก โลเคชั่นประเทศไทยก็ร้อนมาก มีซีนในอีพี 3 ที่แนนโน๊ะต้องนั่งอยู่บนที่สูง เบ็คถามว่าให้หนูนั่งจริงเหรอคะ (หัวเราะ) ทุกคนบอกจริง! แล้วหนูต้องพูดให้ทุกคนข้างล่างได้ยินด้วย คือสูงมากและแอบกลัว แต่พยายายามไม่มองลงมาที่พื้น (ยิ้ม)
ฝากผลงานกับแฟนคลับชาวไทย และชาวต่างชาติ
ขอบคุณทุกคนที่รอชมและเป็นกำลังใจ อยากบอกว่าทั้งนักแสดง และทีมงานเบื้องหลังทุกคน ตั้งใจทำ และอยากให้ผลงานออกมาดีมากๆ เราเวิร์กกันมาสักพักใหญ่ หวังว่าคนดูจะชอบ และนำข้อคิดในเรื่อง มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงค่ะ
ภูมิใจอะไรในตัวเองที่สุด และอยากจะขอบคุณตัวเองอย่างไรบ้าง
ภูมิใจที่ไม่ปฏิเสธอะไร ทำเต็มที่หมดทุกอย่าง Power of You ทุกวัน กว่าจะผ่านแต่วันสำหรับเบ็คไม่ง่ายเลย แต่เราสู้ หวังว่าผลงานจะออกมาดีในทุกเรื่อง และในทุกงานที่ทำค่ะ (ยิ้ม)
Entertainment Editor&Text : AuAi
Stylist : Neti Poomtong @toonznetistyle
Photographer : BomTana
Photographer Ass. : Photographer: Manatvibes ,Prarawaa
Outfits: @vickteerutofficial @greyhoundoriginal @veladebangkok
Shoes: @jimmychoo
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19 “POWER OF YOUTH ” รวมพลัง 16 ศิลปินเจนใหม่มาร่วมทำดี








