SHINE BOYS แจกความสดใสกับ 9 หนุ่ม ตัวแทนจากรายการเซอร์ไววัลเฟ้นหาไอดอลสุดเข้มข้น

account_circle
event

 

SHINE BOYS แจกความสดใสกับ 9 หนุ่ม ตัวแทนจากรายการเซอร์ไววัลเฟ้นหาไอดอลสุดเข้มข้น

SHINE BOYS ร้อนแรงไม่มีพักสำหรับรายการเซอร์ไววัลเฟ้นหาไอดอลที่รวมเด็กหนุ่มทั้ง 38 คนมาใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกัน พร้อมผ่านการฝึกซ้อมและมิชชั่นสุดเข้มข้นเพื่อเดบิวต์เป็นศิลปินบอยกรุ๊ปหน้าใหม่ประดับวงการ วันนี้สุดสัปดาห์ได้มาจับเข่านั่งคุยกับตัวแทนเด็กฝึกทั้ง 9 คนจากรายการ “เป่ยเป้ย-ดีดี-เคน-เพชร-ปังปอนด์-ชีโตส-เปปเปอร์-แอลฟ่า-คิมม่อน” มาเล่าถึงถึงเส้นทางความฝันก่อนจะก้าวเข้าสู่รายการ SHINE BOYS และเบื้องหลังสนุกๆ ในรายการ แถมงานนี้สุดสัปดาห์ยังช่วยพวกเขาถ่ายปกแฟชั่นดิจิทัลแบบชิคๆ คูลๆ มาฝากกันด้วย

 

ทำความรู้จัก 9 หนุ่มตัวแทนผู้เข้าแข่งขันจาก SHINE BOYS

แนะนำตัวเองทีละคนพร้อมบอกเสน่ห์เฉพาะตัวหน่อยค่ะ

เป่ยเป้ย : สวัสดีครับ เป่ยเป้ยครับ เสน่ห์ของผม อาจจะเป็นสายตาพิฆาตครับ ผมมั่นใจว่าถ้าใครได้มองตาผม จะต้องตกหลุมรักแน่นอนครับ

ดีดี : ถ้าอยากมีชีวิตดีดี ต้องมีดีดีเป็นของตัวเองนะครับ ดีดีครับผม เสน่ห์ของผมคือเสียงร้องครับ

เคน : เคนนะครับ ถึงตัวจะเล็ก แต่สเต็ปแดนซ์ไม่ธรรมดานะครับ

เพชร : ผมเพชรนะครับ เสน่ห์ของผมก็น่าจะเป็นความขี้อ้อนครับ อ้อนเหมือนแมว

ปังปอนด์ : ปังปอนด์นะครับ ปังปอนด์ผมสามเส้นครับ เสน่ห์ของผมที่ได้ยินมาจากทุกๆ คนก็คงเป็นไลน์เต้นที่คลีนตาครับ

ชีโตส : สวัสดีครับ ชีโตสนะครับ เสน่ห์ของผมคิดว่าน่าจะเป็นเสียงเหมือนกันครับ

เปปเปอร์ : น้องพริกไทย เปปเปอร์เองครับ เสน่ห์หรือสิ่งที่น่าดึงดูดที่คนอื่นพูดถึง ก็คงจะเป็นริมฝีปากที่อวบอิ่มครับ เขาบอกว่าปากเราเซ็กซี่น่าจุ๊บ and the best jawline in the world

แอลฟ่า : สวัสดีครับ แอลฟ่า เด็กสมบูรณ์ครับ ถ้าที่คนอื่นบอกมาก็จะเป็นรอยยิ้มที่มีความสุขครับ

คิมม่อน : สวัสดีครับ คิมม่อน ชราไลน์ครับ เสน่ห์ของคิมม่อนก็อาจจะเป็นแก้มนุ่มๆ ครับ

เป่ยเป้ย : นุ่มจริง คอนเฟิร์ม

SHINE BOYS เซอร์ไววัลที่ค่อยๆ เผยความไชน์ของเด็กฝึก

คอนเซปต์รายการเป็นอย่างไรคะ

เป่ยเป้ย : รายการ SHINE BOYS ของเราจะเป็นรายการเรียลลิตี้เซอร์ไววัลเพื่อค้นหาไอดอลครับ ทุกคนจะได้เห็นพวกเราอยู่ด้วยตั้งแต่วันแรกเลย ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเริ่มเข้าไปในรายการ ตั้งแต่วันแรกที่เราอาจจะยังไม่เก่ง ไปจนถึงวันสุดท้ายซึ่งก็คือวันเดบิวต์ ในรายการเราจะมีการคัดออกเรื่อยๆ และเราจะให้ทุกคนได้เห็นความชายน์ของเราเรื่อยๆ ครับ

 

ก็คือทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันในบ้านใช่ไหมคะ

SHINE BOYS : ใช่ครับ

แอลฟ่า : เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

ปังปอนด์ : เราแนะนำไหมว่าเรามาจากแต่ละบ้าน

เป่ยเป้ย : มีบ้านสามหลังครับ เริ่มจากของผมละกัน เป่ยเป้ยกับเพชรอยู่บ้านส้มจี๊ดจ๊าดครับ

เพชร : จริงๆ คือบ้านผมหลังคาสีส้มครับ เลยตั้งชื่อเป็นบ้านส้ม เราอยู่กัน 12 คนครับ

แล้วอีกสองบ้านล่ะคะ

ดีดี, เคน, แอลฟ่า, ชีโตส, ปังปอนด์ : ต่อไปบ้านของพวกเรา เสี่ยมหลี่ สี่เหลี่ยม วันนี้ส่งตัวแทนมาเยอะ

ดีดี : ที่ตั้งชื่อนี้เพราะว่าบ้านเราเป็นทรงสี่เหลี่ยมครับ

เปปเปอร์, คิมม่อน : ส่วนบ้านของเราชื่อริบหรี่ครับ ที่ชื่อว่าริบหรี่เพราะบ้านมีลิฟต์ครับ แต่ใช้ไม่ได้ เลยกลายเป็นริบหรี่ครับ

คิมม่อน : แต่กลัวมันไม่เฮงเลยใส่วงเล็บ รุ่งโรจน์ ไว้ข้างหลังด้วยครับ แก้เคล็ด (หัวเราะ)

 

ถึงจะวุ่นวายแต่ก็อบอุ่น

เด็กผู้ชายมาจากต่างที่กันแบบนี้ พอต้องมาอยู่ด้วยกันเป็นอย่างไรบ้างคะ

ชีโตส : ชุลมุน อลเวง วุ่นวาย

เพชร : พูดเฉพาะห้องเราละกัน ห้องผมกับเป่ยเป้ยอยู่กัน 4 คน จะโชคดีเพราะมีน้องเอเดนอยู่ด้วย น้องเอเดนเป็นคนเรียบร้อย ถ้าไม่มีเอเดน เสื้อผ้าเราอาจจะเป็นพายุไปแล้ว

เป่ยเป้ย : ต้องบอกก่อนว่ามีหนึ่งคาแรกเตอร์ที่จะเป็นคนช่วยเก็บกวาด เพราะถ้าไม่มี ผมว่าเละแน่นอน แต่ผมได้ข่าวมาว่าไม่ใช่แค่บ้านเราที่มีคาแรกเตอร์แบบนี้ ได้ข่าวมาว่ามีบ้านหนึ่งที่เขาก็รกไม่แพ้เรา

ชีโตส : ห้องของเราสามคน (ชีโตส แอลฟ่า ปังปอนด์) ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายนะครับ เพราะห้องของเราเหมือนผ่านมรสุม เปิดประตูมา นึกว่าโจรขึ้นบ้าน

แอลฟ่า : ของเราเยอะ

ชีโตส : ตู้เสื้อผ้ามีหนึ่งตู้ครับ แต่เสื้อผ้า 70% เป็นของพี่ฟ่า ส่วนอีกประมาณ 25% เป็นของปังปอนด์ อีก 5% เป็นของชีโตส

แอลฟ่า : แล้วก็ห้องเราจะมีเรื่องเล่าคือปังปอนด์จะเป็นคนเจ้าระเบียบนิดนึง ปังปอนด์ก็จะคอยช่วยเก็บของ จัดแจง เป็นฟีลพ่อบ้าน

คิมม่อน : แต่ก่อนบ้านริบจะเป็นครอบครัวสุขสันต์ นั่งกินข้าวด้วยกัน เราจะตื่นมาทำกับข้าวให้น้องๆ ทานทุกวันในช่วงสองสัปดาห์แรก แต่หลังจากที่เราฝึกอย่างเข้มข้น เรารู้สึกไม่อยากเป็นพ่อแล้ว เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า ทุกคนต่างใช้ชีวิตกันได้ (หัวเราะ)

เปปเปอร์ : ตอนแรกก็ดีไม่ต้องเสียค่าข้าว พี่คิมก็จะทำกับข้าวให้กิน แรกๆ ก็หมูกระเทียมบ้าง อะไรบ้าง หลังๆ ตื่นมาต้องไปหาซื้อกินเอง แต่พี่คิมจะเป็นต้าเกอเกอ คอยดูแลเด็กๆ ซื้อข้าวซื้อของเข้ามาในบ้านเสมอ แต่หลังๆ เริ่มไม่ค่อยแล้วครับ

คิมม่อน : รู้สึกว่าเด็กๆ เริ่มโตพอที่จะใช้ชีวิตตัวเองได้แล้ว

จุดเริ่มต้นความฝันและแรงบันดาลใจ

แล้วอะไรทำให้น้องๆ อยากเป็นศิลปิน เล่าให้ฟังได้ไหมคะ

เป่ยเป้ย : เป้ยมีแรงบันดาลใจเป็นพี่นาย กรชิตครับ พี่นายเริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นนักแสดง เป้ยก็เริ่มด้วยการเป็นนักแสดงเหมือนกัน แล้วพี่นายเองก็เติบโตจากรายการเซอร์ไววัล พี่ผู้จัดการของเป้ยเคยเป็นผู้จัดการเก่าของพี่นาย เขาก็จะเล่าให้ฟังตลอดว่าพี่นายเก่ง พี่นายขยัน เป้ยเห็นความพยายาม ความตั้งใจ แล้วก็เห็นวินัยในตัวพี่นายมาตลอด ก็เลยมองพี่นายเป็นไอดอล ที่เลือกจะเข้ารายการนี้เพราะว่ามีพี่นายเป็นต้นแบบ อยากเก่งแบบพี่นาย แล้วก็อยากประสบความสำเร็จแบบพี่นายครับ

ดีดี : เริ่มจากตาม K-POP ครับ ตั้งแต่จำความได้ก็น่าจะป.4 มีพี่พาไปติ่งก็รู้สึกสนุกดีครับ ชอบร้องเพลง ชอบเต้น แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ครับ ก็มาเรื่อยๆ จนถึงม.5 ไปเดินสยาม เห็นวงดนตรีมาเล่นก็อยากเล่นกับเพื่อนบ้าง เลยได้เริ่มจากตรงนั้น ได้ลองเวทีครั้งแรกก็คือสยาม ไปเล่นแบนด์กับเพื่อนในตำแหน่งนักร้องครับ ซึ่งนำมาสู่จุดนี้ที่เราอยากรื้อฟื้นความฝันครับ

เคน : ของผมเริ่มจากตอนเด็กๆ เลยครับ เห็นพี่เบิร์ด ธงไชยในทีวีแล้วรู้สึกว่าเรามีความสุขมาก ก็เลยลองเต้นตามเขาดู หลังจากนั้นก็ตามวงการเพลงไทยมาเรื่อยๆ แล้วพอขึ้นม.1 ได้รู้จักวงการ K-POP ก็รู้สึกชอบมาก ซึ่งคนที่ทำให้ผมเข้าวงการนี้ก็คือแจ็คสัน หวัง หลังจากนั้นก็ตาม K-POP มาเรื่อยๆ ได้มีโอกาสขึ้นเวทีแข่งเต้นโคฟเวอร์บ้าง ก็รู้สึกว่าชอบการเพอร์ฟอร์มบนเวที แล้วก็ตั้งเป้าหมายจะเดบิวต์เป็นศิลปิน พอมีโปสเตอร์เปิดรับสมัคร ก็สมัครแล้วมาเลยครับ

เพชร : เริ่มจากตอนเด็กๆ ผมฝันอยากเป็นนักร้องเพราะพ่อกับแม่ชอบร้องเพลงให้ฟัง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้ด้านนี้เลยครับ ใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป ผมเป็นนักกีฬาโรงเรียนครับ มาเริ่มสนใจตอนช่วงมหาลัย เพราะมีคนมาติดต่อให้มาทำงานในวงการบันเทิง แล้วพอได้เข้าไปทำก็รู้สึกสนุก พออยู่ในวงการก็อยากค้นคว้าตัวเอง อยากท้าทายตัวเองเพิ่มก็เลยมาด้านนี้ด้วยครับ เพราะมีครั้งหนึ่งที่ผมดูพี่ธามไท แล้วผมชอบมาก ทุกครั้งที่พี่เขาเต้นหรือรีแอคชัน ทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมาก ไม่ว่าเขาจะไปทางไหน เขาไปได้สุด เขาดูจริงจังแล้วก็เต็มที่มาก จนตอนนี้เขาได้คอลแลบกับศิลปินดังระดับโกลบอล

ปังปอนด์ : จุดเริ่มต้นคือการเป็นติ่งครับ เป็นติ่ง K-POP ช่วงม.2 ครับ เริ่มจากดูรายการ Produce 101 Season 2 ได้ตามวง BLACKPINK มีเมนเป็นพี่ลิซ่า แล้วก็ตาม Wanna One ครับ ตอนนั้นตามเพราะรู้สึกว่าเขาทำให้เรามีความสุข ก็เลยเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกอยากเป็นศิลปิน เพราะอยากส่งต่อความสุขให้คนอื่น ถ้าผมเป็นศิลปิน ผมก็อยากมอบความรู้สึกดีๆ แล้วก็พลังบวกให้กับทุกคนครับ ก็เลยอยากเป็นศิลปินตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด มันก็ไม่มีโอกาสเยอะเท่ากับอยู่ที่นี่ ปอนด์ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับงานในวงการเลย พอมาเรียนที่นี่ก็เรียนอย่างเดียว พอได้โอกาสจาก SHINE BOYS มันก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอด แต่เราไม่ได้เริ่มทำมันสักที เราเลยคิดว่านี่คงเป็นโอกาสดีที่ปอนด์จะได้ทำตามความฝันตัวเอง คิดว่าคงจะเป็นรายการเดียวแล้วก็รายการสุดท้ายที่จะแข่ง เพราะผมก็อยากจะเดบิวต์ในรายการนี้ครับ

ชีโตส : น่าจะเริ่มจากช่วง ม.ปลายครับ แรกๆ ความฝันที่อยากจะเป็นศิลปินไอดอลยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ครับ เพราะตอนที่โตสอยู่มอปลายเป็นเด็กเนิร์ดที่เรียนสายวิทย์คณิตอย่างเดียว ไม่ทำอะไร แต่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมโรงเรียน TO BE NUMBER ONE IDOL เอย อะไรเอย ก็รู้สึกว่าการเต้นก็สนุกดีนะ เป็นคนที่ไม่เคยเต้นมาก่อน พอได้ลองเต้นก็รู้สึกสนุกดี มีความเป็นตัวเองมากขึ้น เพราะปกติเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ไม่ค่อยกล้าทำอะไรแบบนี้เลย ขี้อายด้วยซ้ำ แต่พอได้เต้นก็รู้สึกว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองมากขึ้น

แล้วมันเริ่มมาชัดเจนขึ้นตอนเราได้เข้ามาในรายการนี้ครับ พอเราออดิชันผ่านเข้ามาในรายการนี้ ก็มีหลายโมเมนต์มากที่ทำให้รู้สึกว่าความฝันของเรามันชัดเจนมากขึ้นว่าเราอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร ในทุกๆ สเตจจะรู้สึกว่าชีโตสเต็มที่กับมันแล้ว รู้สึกว่าเหมือนเป็นคนละคนได้เลย เพราะแบบนั้นก็เลยรู้สึกดีมาก ตอนที่ได้เต้น ได้เพอร์ฟอร์มกับเพื่อนๆ รู้สึกเราเป็นอีกคนที่เราอยากจะเป็น แล้วก็ฝันที่จะเป็น

เปปเปอร์ : เปอร์จะเห็นพี่สาวเป็นติ่งเกาหลีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ แต่เมื่อก่อนเปอร์จะชอบแซวพี่ พอโตมาถึงได้ฟัง K-POP มากขึ้น แล้วช่วงก่อนที่จะจบป.6 มีเต้นงานแคมป์ลูกเสือ พี่สาวถามเปอร์ว่าลองเต้นโคฟเวอร์ K-POP บ้างไหม เพราะก่อนหน้านี้เปอร์เต้นแต่สอยดึงดาว สายย่ออย่างเดียวเลย (หัวเราะ) พอลองเต้นดูก็รู้สึกว่าสนุกดี ผลตอบรับจากเพื่อนๆ ก็ดีมาก เลยรู้สึกว่าน่าทำต่อ แต่ก็ไม่ได้ไปโฟกัสมากว่าอยากจะเป็นศิลปิน เพราะอยากไปเรียนสายนิเทศทำหนัง จนกระทั่งได้ไปทำ TO BE NUMBER ONE IDOL แล้วก็ได้ไปเป็นเด็กฝึกที่เกาหลี ทำให้รู้สึกว่าภาพมันชัดขึ้นเลยตั้งใจที่จะเป็นศิลปินเต็มตัว แล้วก็มาอยู่ในรายการ SHINE BOYS ครับ

แอลฟ่า : ผมเป็นคนชอบดูรายการแข่งขัน พวกแข่งขันร้องเพลง แข่งขันเต้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เราจะไม่ได้เข้าถึงสื่อขนาดนั้น เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัด แล้วก็จะรู้จักแค่รายการร้องเพลงลูกทุ่ง ไม่รู้ว่าอะไรคือ K-POP อะไรคือการเต้นไปด้วย ร้องไปด้วย แต่พอเราโตขึ้น ได้เสพสื่อมากขึ้น ก็มีรายการ Produce X 101 เป็นรายการแรกของ K-POP ที่เราดู ซึ่งเราชอบแล้วก็กลายเป็นติ่งแบบไม่รู้ตัว เราเอ็นดูเมมเบอร์ในรายการเวลาเขาอยู่ด้วยกัน เวลาเขาเพอร์ฟอร์ม เวลาเขาส่งความสุข ส่งสายตาให้กับคนดู กับกล้อง พอเราดูไปด้วย เรารู้สึกมีความสุขไปด้วย เราเลยอยากทำได้แบบนั้นจัง

แต่ว่าตอนนั้นผมก็รู้ตัวเองว่าไม่ได้มีสกิลการร้องเต้นขนาดนั้น เราเลยพับความฝันนั้นไป และได้ไปทำงานด้านการแสดงมากกว่า พอรู้ว่ารายการนี้เปิดรับสมัคร ผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสเฮือกสุดท้ายของผมในวัย 20 ตอนปลายแล้ว ก็เลยตัดสินใจสมัครแล้วก็ออดิชันมา พอรู้ว่าผ่านก็ดีใจมากๆ แต่ก็รู้เลยว่าพอเข้ามาในรายการแล้ว เราต้องฝึกซ้อมแล้วก็พยายามมากๆ เพราะรู้ว่าไม่ได้มีพื้นฐานมากเท่าคนอื่น เราอาจจะต้องพยายามมากกว่าคนอื่น แล้วพอมาอยู่ในรายการก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผ่านทุกสถานการณ์ ทุกสมรภูมิ ทั้งดีใจ เสียใจ ร้องไห้ ทุกอย่างผ่านมาหมดแล้วในช่วงเวลาหนึ่งเดือนกว่าๆ มันครบรสมากจริงๆ ครับรายการนี้ ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ อยากให้ทุกคนติดตามครับ

คิมม่อน : ผมตามมาจาก K-POP ก่อน ตั้งแต่สมัย ม.ต้นเลยครับ แต่ก่อนจะไม่ได้ชอบร้องเพลงหรือชอบเต้นขนาดนั้น ผมจะชอบแฟชั่นมากกว่า จะคอยซื้อของตาม แต่งตัวตาม ชอบดู MV เขา พอดูเรื่อยๆ เพลงก็จะค่อยๆ ติดหู ค่อยๆ จำชื่อเขาได้ เราก็จะ อ๋อ คนนี้แต่งตัวอย่างนี้ คนนี้หน้าตาแบบนี้ เราก็เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่นั้นมา ไม่ค่อยได้มีสกิลเรื่องร้อง เรื่องเต้นแต่ก็ค่อยๆ ซึมซับ

เรื่องราวของคิมม่อนก่อนจะเข้ามาตรงนี้ก็พิเศษกว่าคนอื่นหน่อย คือวันนั้นคิมม่อนนอนค่อนข้างที่จะเช้า แล้วประมาณบ่ายสองผู้จัดการโทรตามแล้วบอกว่า “คิมม่อน ตอน 6 โมง ลุกขึ้นไปแคส” แล้วคิมม่อนก็ต้องรีบตื่นไปแคสทั้งที่ไม่รู้ว่างานอะไร พอไปถึงหน้างาน เขาก็บอกว่านี่คือรายการ SHINE BOYS นะ ให้เวลาตัดสินใจ 5 นาที ผมก็คิดว่าถ้าเราไม่เริ่มทำตอนนี้ กระดูกเราจะไม่ไหวแล้วนะ ร่างกายเราจะเริ่มไม่ไหวละ เพราะงั้นถ้ามันเป็นโอกาสที่ดี เราก็พร้อมจะรับไว้ ค่อนข้างที่จะฝึกหนักแล้วก็พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ

โมเมนต์ประทับใจกับศิลปินรุ่นพี่

เห็นว่าแต่ละสัปดาห์ก็มีเกสต์เป็นศิลปินรุ่นพี่ด้วย เล่าโมเมนต์ที่ได้เจอพี่ๆ ให้ฟังได้ไหม

เป่ยเป้ย : พวกเราจะมี Live Performance ทุกสัปดาห์ผ่านทาง TikTok Live แล้วก็เราจะมีเกสต์ไม่ซ้ำกันเลย อย่างพี่ๆ วง PERSES เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่ T-POP ที่ต้องยอมเขาเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์จริงๆ ซึ่งวีคนี้เป็นวีคที่พวกเราต้องเพอร์ฟอร์มเพลงของพี่ๆ PERSES ให้กับพี่ๆ PERSES ดู เราทุกคนกดดันแล้วก็ตั้งใจกันมาก เพราะเราอยากให้พี่ๆ ศิลปินที่มาดูเราได้เห็นเพอร์ฟอร์มที่ดีๆ ครับ

แล้วสำหรับเป้ย ต้องบอกว่าเป้ยกดดันมากเพราะมีหนึ่งในสมาชิก PERSES เป็นคนสอนเต้นคนแรกในชีวิตก็คือ คนนั้นก็คือ ปลั๊กกี้ ครับ กี้เป็นคนสร้างแรงผลักดันให้เป้ยลองเรียนเต้น เพราะเมื่อก่อนเป้ยเต้นไม่ได้เลย แล้วก็ไม่คิดจะทำด้วย จนกี้สอนเป้ยเต้นแล้วก็บอกว่าเป่ยเป้ยดูจะเต้นได้นะ ลองทำดูไหม ซึ่งเป้ยรู้สึกว่าคนที่เก่งขนาดนั้นมาพูดกับเราแบบนี้ เขาน่าจะต้องเห็นอะไรในตัวเรารึเปล่า เป้ยก็เลยมีแรงผลักดันตั้งแต่ตอนนั้นเลย แล้วก็อยากทำให้กี้เห็นว่าเป้ยก็มีพัฒนาการนะ จากวันนั้นที่กี้บอกเป้ย เป้ยก็พัฒนาขึ้นมากๆ เหมือนกัน

ชีโตส : ก็รู้สึกดีครับ เพราะส่วนตัวแล้วชีโตสชอบวง PERSES แล้วก็ชอบพี่จั๋งมาก ตอนที่กรอกใบสมัครก็กรอกว่าพี่จั๋งเป็นไอดอล แล้วพอเราได้มาเจอตัวจริง เขาให้คำแนะนำดีมาก แล้วก็เป็นคนที่เฟรนด์ลี่มาก เราเคยมองว่าศิลปินเขาคงจะอยู่อีกระดับหนึ่งกับเรา แต่ความจริงเขาเป็นรุ่นพี่ที่ดีมากๆ ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากๆ ทำให้เรากล้าที่จะทำมากขึ้น เพราะว่าอย่างที่เป่ยเป้ยบอก

ตอนที่พี่ๆ PERSES มาดูพวกผมเต้น เขามาอยู่ตรงหน้าใกล้ๆ เลยครับ กดดันมากๆ แต่พอได้พูดคุยกับพี่ๆ เขา อย่างพี่จั๋งก็เข้ามาคุยด้วย มาทำกิจกรรมด้วยก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ในแต่ละวีคที่ทำเพอร์ฟอร์มก็จะมีการมอบการ์ดซัปพอร์ตเป็นคะแนนซัปพอร์ตให้ ซึ่งวันนั้นโตสก็ได้การ์ดซัปพอร์ตจากพี่จั๋งด้วย ก็เลยรู้สึกฟูลฟีลสุดๆ เหมือนมันตื้นตันเพราะไอดอลที่เราชื่นชอบเขามองเห็นเรา ชื่นชมเราครับ

ฝากถึงหลายๆ คนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปินเหมือนกัน

เปปเปอร์ : ถ้ายังมีความฝัน ก็ยังมีโอกาสอยู่เสมอ อย่าเพิ่งละทิ้งความฝันไปนะครับ อย่างเปอร์เองก็ผ่านอะไรมาเยอะมาก มีทั้งวันที่นอยมากๆ เศร้ามากๆ หรือว่าโดนปฏิเสธจากเรื่องบางเรื่องที่เรารู้สึกไม่เข้าใจ เรานอยกับมันได้ แต่อย่านอยนานมากนะครับ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ มันจะมีวันพรุ่งนี้เสมอ และมันจะมีวันของเราเช่นกันครับ

ฝากรายการ SHINE BOYS

SHINE BOYS : ฝากติดตามรายการ SHINE BOYS และ Live Performance ของพวกเราด้วยนะครับ สามารถเข้าไปโหวตได้ที่ Lemon8 ครับ เป็นการโหวตฟรี สามารถโหวตได้ทุกวัน และอีกช่องทางการโหวตคือทางไลฟ์ใน TikTok จะเป็นการโหวตเรียลไทม์ใน Live Performance ของพวกเรา ฝากติดตามและให้กำลังใจพวกเรา SHINE BOYS ด้วยนะครับ

Entertainment Editor / Interview : AuAi

Text : Nattakarn Saekhoo

Photo: Praewa

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

JAONAAY กับการเติบโตในวงการบันเทิงที่ได้ค้นพบความเข้าใจ

ALALA กับ 3 ปีบนเส้นทางเกิร์ลกรุ๊ปที่ไม่หยุดพัฒนา

ทำความรู้จัก เมเบิ้ล-แป้งจี่ นักแสดงน้องใหม่ จาก CLAIREBELL คลั่ง/รัก/นักโทษ