นนน กรภัทร์ ในวัย 25 ปี กับการเติบโตแบบถูกโลกโบยตี

account_circle
event

 

 

นนน กรภัทร์ ในวัย 25 ปี กับการเติบโตแบบถูกโลกโบยตี

นนน กรภัทร์ เกิดพันธ์ นักแสดง และศิลปินมากความสามารถ จาก “RISER MUSICNANON” ที่เรียกได้ว่าเติบโตมาอย่างดี สุดสัปดาห์ชวน นนน มาพูดคุยถึงเส้นทางในวงการบันเทิงที่เขาคลุกคลึมาตั้งแต่เด็กๆ การปล่อยซิงเกิลล่าสุด “ไม่อยากรัก” (Shiftless) และความเป็น นนน ในวัย 25 ปี ที่เขาบอกว่า… “เป็นการเติบโตแบบถูกโลกโบยตี”

 

เผลอแป๊บเดียวเดบิวต์เป็นศิลปินเกือบจะ 3 ปีแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ

เดบิวต์มาพร้อมกับค่าย Riser Music เลยครับ 2 ปีกว่าๆ จะ 3 ปีแล้ว ผมเป็นศิลปินเซ็ตแรกของค่าย จำได้ว่าโมเมนต์แรกที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเดบิวต์เป็นศิลปินอย่างเต็มตัว คือตื่นเต้นมาก เป็นสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้สำหรับเรา ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ มันมีทั้งความคาดหวัง และความจริงจังในคราวเดียว

 

ความหลงใหลในดนตรีของนนนเกิดขึ้นตอนไหนคะ

ผมไม่เคยคิดว่าเป็นนักแสดงจะต้องร้องเพลงได้ คือถ้าร้องไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราถนัดอะไรเราก็ทำในสิ่งที่ถนัดให้ดีที่สุด แต่สำหรับผม ผมอยากทำอัลบั้มตั้งแต่อายุ 15-16 ปี โดยได้แรงบันดาลใจจากการสะสมอัลบั้มของศิลปินที่ชื่นชอบ ผมเลยอยากมีอัลบั้มบ้าง ผมซื้ออัลบั้มเยอะมาก อย่างเช่น ของพี่วาน, The Darkest Romance, URBOYTJ, Tilly Birds, Three Man Down และมีโอกาสได้ลองทำ ได้ศึกษา ได้พูดคุยกับพี่ๆ ในวงการเพลงอย่าง พี่โอ๊ต-ปราโมทย์ พี่ว่าน-ธนกฤต ซึ่งพี่ๆ เขาก็คอยแนะนำว่าทำเพลงทำอย่างไร ประมาณไหน

 

รีวิวตัวเองในพาร์ทศิลปินเป็นอย่างไรบ้าง

สนุกสนานดีครับ ได้ศึกษาค้นคว้าไปเรื่อยๆ ได้ลองทำ ได้ตีกับตัวเอง ได้สำรวจตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้เครียดหรือกดดันขนาดนั้น ถึงแม้เราจะเริ่มจากการที่เป็นคนร้องเพลงไม่ได้เก่งมากนัก แต่ที่ผ่านมา ผมตั้งใจพัฒนานาให้ดีขึ้น ทั้งการร้องและการเขียนเพลง ผมสนุกในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วันครับ

แล้วแพสชันในพาร์ทศิลปินล่ะคะ

แพสชันการเป็นศิลปินนำทุกอย่างเลยครับตอนนี้ (ยิ้ม) เป็น First Priority เลย เพราะเราสามารถคุมเองได้ เราน่าทำช่วงนี้ได้นะ ฟีลมาแล้วแหละ คิดงานออกแล้ว เป็นงานที่เราทำเองได้ตลอด ซึ่งเป็นงานที่เราต้องเรียนรู้ไม่จบ มันมีเทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด

 

คะแนนเต็ม 10 ให้คะแนนตัวเองในพาร์ทศิลปินเท่าไรคะ

ให้ 5 หรือ 6 ครับ คือกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ผมยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอีกเยอะเลยครับ

 

แพสชันของการเป็นนักแสดงตอนนี้เป็นอย่างไร

ยังคงอยากทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทำทุกงานให้มีคุณภาพ ความตั้งใจในการลงใจเท่าเดิม แค่วันนี้เราไม่ได้กดดันตัวเองมาก เพราะงานแสดงเป็นเหมือนงานกลุ่มใหญ่ ที่ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียว มันมีปัจจัย มีสิ่งแวดล้อมที่คุมไม่ได้มากมาย เช่น เราอยากเล่นบทนี้มาก เราได้เล่นแน่ๆ ก็ไม่ใช่ว่าเราจะได้นะ ด้วยความเหมาะสม และด้วยเหตุผลหลายอย่าง อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังไว้ ยิ่งโตผมก็ยิ่งเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นครับ

 

ถ้าเทียบการเป็นนักแสดงและการเป็นศิลปิน สำหรับการเป็นศิลปิน ผมชอบการเพอร์ฟอร์ม การเล่าเรื่อง การชักจูงอารมณ์ของคนฟัง ผมมีเรื่องเยอะแต่ไม่มีโอกาสได้เล่า ก็จะได้เล่าเรื่องผ่านเพลงนี่แหละครับ ส่วนในพาร์ทนักแสดง คือการสำรวจ การเรียนรู้คน คนคือสิ่งที่เข้าใจยากที่สุดในโลก ดังนั้นการเรียนรู้คาแรกเตอร์จึงเป็นเหมือนเรากำลังทำความความเข้าใจคนๆ หนึ่งในเชิงลึกว่า เขามีปม มีแบ็กกราวนด์อย่างไร ทำไมโตมาแบบนี้ ทำไมเขาทำแบบนี้ ผมค่อนข้างสนุกกับการเรียนรู้คนครับ

 

ด้วยความที่ทำงานมาตั้งแต่เด็กน้อยเลย มีความรู้สึกเบื่อบ้างไหมคะ แล้วมีวิธีเติมไฟให้ตัวเองลุกขึ้นไปทำงานอย่างไร

ความเบื่อมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ เพราะเราค่อนข้างแบกความคาดหวังคนอื่นไว้เยอะ ในเมื่อเราก็ชอบทำสิ่งนี้อยู่ ดังนั้นมันต้องแลกกัน วิธีที่ทำให้ตัวเองลุกขึ้นมาทำงานง่ายมาก คือนอนให้เต็มอิ่ม เป็นการเติมไฟเติมพลังให้ร่างกาย ส่วนเติมไฟให้ลุกโชน คือดูผลงานคนอื่นๆ ก็ทำให้เราอยากทำงานดีๆ ออกมาด้วยเช่นกัน

‘นนน’ ในวัย 25 ปี เติบโตขึ้นอย่างไรบ้างคะ

โห… เยอะแยะเลยครับ ผมโดนโลกโบยตีมาเยอะ ล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ เสียใจมาไม่น้อยเลย เพราะการที่ได้ทำงานตั้งแต่เด็ก ทำให้เราเจอโลกแห่งความเป็นจริงเร็ว เราเจอโลกกว้างเร็ว เจอคนเยอะ ทำให้รู้สัจธรรมว่า ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ไม่มีความแน่นอนสักอย่าง ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ทั้งเรื่อง ชื่อเสียง เงินทอง ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ตัวเราเองก็ตาม วันนี้เรามีแพสชัน พรุ่งนี้อาจจะไม่มีก็ได้ ผมมองแค่วันนี้ ตรงนี้ ตอนนี้ ฉะนั้นอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่ต้องรออะไร

 

ได้เรียนรู้อะไรจากวงการบันเทิงบ้าง ทั้งในพาร์ทนักแสดงและศิลปิน

ผมว่าศิลปะไม่มีผิดไม่มีถูก ทุกคนบอกว่างานนี้ดี งานนี้แมส แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคน งานทุกงานไม่มีคำว่าดีหรือไม่ดี มีแค่คำว่า ถูกใจใครไม่ถูกใจใคร ถูกจริตใครไม่ถูกจริตใคร ขึ้นอยู่กับว่าเราสื่อสารได้ตรงใจกับใครมากกว่าครับ มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สมมติว่ามีคนบอกว่า ชอบการแสดงนนน แต่บางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้ เรื่องรสนิยมไม่มีผิดถูกครับ

 

ล่าสุดกับซิงเกิลใหม่ “ไม่อยากรัก” (Shiftless)

ซิงเกิล “ไม่อยากรัก” (Shiftless) เป็นคอนเซ็ปต์ที่ยาก เพราะอยากให้เพลงนื้สื่อสารออกมาให้เข้าใจง่าย เป็นหนึ่งคอนเซปต์ ‘7 Deadly Sins’ หรือ บาปทั้งเจ็ด จากอัลบั้ม “SEVEN” ซึ่งก็ได้ “พี่แม็ก The darkest romance” มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มนี้

สำหรับซิงเกิล “ไม่อยากรัก (Shiftless)” ผมเปรียบเป็นบาปที่เรียกว่าความเกียจคร้าน (Sloth)  ได้มีการแชร์ไอเดียกับพี่แม็ก ว่าอยากให้เพลงนี้เข้าใจง่ายที่สุด คือการไม่อยากเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่  เพราะเหนื่อยที่จะต้องเริ่มต้นทำความรู้จักกับใครใหม่ เลยยอมที่จะจมอยู่กับความรักเดิมๆ คนเดิม  ก็ได้ออกมาเป็นเนื้อหาอย่างที่ทุกคนได้ฟังกันครับ

เพลงจะเล่าถึงความรักของคนที่คบกันมานาน  ผ่านทั้งเรื่องดีและร้ายมาด้วยกัน แต่พอถึงทางตัน  จู่ๆ จะแยกทางกัน?  จึงเกิดเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาในสถานการณ์ของเพลงนี้  และในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ จะเล่าเรื่องราวในโลกที่ล่มสลายจากเชื้อไวรัส  ที่มีคนแปลกหน้าสองคนต้องเอาชีวิตรอดไปด้วยกัน จากการความใกล้ชิดกลายเป็นความผูกพัน แต่กลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ให้ต้องต้องตัดสินใจว่าเขาจะเลือกรักษาชีวิตตัวเอง  หรือยอมแพ้ไปพร้อมกับความสัมพันธ์ครั้งนี้  ซึ่งเพลงนี้ได้ “ตาต้า” น้องใหม่มาร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอด้วย ก็อยากฝากทุกคนติดตามและชมมิวสิกวิดีโอเพลง “ไม่อยากรัก” (Shiftless) ทาง YouTube Riser Music และสามารถไปฟังเพลงได้ทางสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์มด้วยนะครับ”

ฝากผลงานอื่นๆ ให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน

ซีรีส์ “Scarlet Heart Thailand” ครับ น่าจะอีกสักพักใหญ่เลย เป็นเรื่องที่มีคนรอชม เป็นอะไรที่ยากครับ และแบกความคาดหวังไว้เยอะ เพราะต้นฉบับทำไว้ดี ตรงนี้ผมเข้าใจนะ แต่ทุกคนทั้งนักแสดงและทีมงานทุกส่วน ต่างก็ตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งทุกคนล้วนเจอความท้าทายในแบบของตัวเอง ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ

 

Text & Interview : AuAi 

Photo: อิทธิศักดิ์ บุญปราศภัย