รักแท้ดูแลได้ ที่มากับความบังเอิญ/โลกกลม/พรหมลิขิต ของ เตย-ปั๊บ

 

รักแท้ดูแลได้ ที่มากับความบังเอิญ/โลกกลม/ พรหมลิขิต ของ เตย-ปั๊บ

เป็นคู่รักที่แฟนๆ คอยเชียร์อยู่ตลอดตั้งแต่เริ่มต้นเปิดตัวว่าคบหาดูใจ สำหรับ ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ และ ปั๊บ โปเตโต้ – พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข กระทั่งวันนี้ เตย-ปั๊บ กำลังจะขยับฐานะเป็นคู่ชีวิต และจะเข้าพิธีแต่งงานกันในวันที่ 15 พ.ย. 63 นี้แล้ว โมเม้นท์ดีๆ แบบนี้ สุดสัปดาห์เลยขอนุญาตพาทั้งคู่ไปถ่ายแฟชั่นน่ารักๆ  เพื่อบันทึกไว้เป็นช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันสักหน่อยดีกว่า

หลังจากวางแผนกับว่าที่บ่าวสาวว่าจะไปที่ไหนกันดี อยากได้ฟ้าใสๆ ทะเลสวยๆ หรือมีภูเขาสีเขียว หรือจะมีสองอย่างในที่เดียวกัน สุดท้ายก็มาลงตัวที่เกาะล้าน พัทยา การเดินทางไปวันนั้น มีฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน ทีมงานก็เช็คคนบนเกาะล้านแล้วว่า วันนี้บนเกาะโอเคเนาะ ฝนตกเบาๆ หยุดๆ ตกๆ เรือข้ามได้ปกติ อะ จัดไปค่ะ

โลเคชั่นแรก เรามาลงหลักปักฐานถ่ายทำกันที่ Cape Dara Resort พัทยา ในการถ่ายทำช่วงเช้า เซ็ทมุมโรแมนติกที่ห้อง Top Star Duplex Suite ซึ่งสวย อลังมาก จากห้องมองออกไปเห็นวิวทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ทำงานไปด้วย ทีมงานก็แอบโพสต์ท่าถ่ายรูปแข่งกับนายแบบนางแบบไปด้วยเพลินๆ นอกจาก Cape Dara Resort จะอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่การถ่ายทำแล้ว ยังดูแลทีมงานอย่างดี เตรียมมื้อเช้าแบบจัดเต็มไว้ให้ด้วย ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้นะคะ ไว้ได้โอกาสลาพักร้อน ต้องมาเช็คอินพักผ่อนส่วนตัวที่นี่บ้างแล้วแหละ

หลังจากถ่ายทำกันที่โรงแรมจนหนำใจแล้ว เราก็พากันนั่งเรือข้ามไปยังเกาะล้าน ขาไปคลื่นลมยังแรงไม่เท่าไร แต่ขากลับคือสปีดโบ๊ทสะเทินน้ำสะเทินบกสุดๆ คลื่นแรงมาก แอบเป็นห่วงว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว จะไหวมั้ย คือเหมือนเราพามาลำบากยังไงไม่รู้ แต่เตย-ปั๊บ ก็ยังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมีรอยยิ้ม พร้อมส่งเสียงถามทีมงานตลอดว่า ไหวมั้ย… คำตอบของทีมงานคือ ม่าย… หวาย… เมาเรือมาก (555)

ตัดภาพมาตอนอยู่บนเกาะ ต้องบอกว่านายแบบ-นางแบบมืออาชีพมากจ้ะ แม้พี่ปั๊บจะบอกว่า งานแฟชั่นไม่ถนัดเอาซะเลย แต่คือเป๊ะมาก อปป้ามาเอง ส่วนเตยก็มืออาชีพมาก น่ารัก น่าเอ็นดูไปหมด ดูนายแบบนางแบบเพลินๆ อยู่ดีๆ ก็มีน้องหมาน้อยบนเกาะแวะมาอ้อนและขอเข้าซีนด้วย บรรยากาศการทำงานครื้นเครง เฮฮามาก ได้ช็อตน่ารักๆ ขี้เล่นๆ โรแมนติกเพียบเลย

หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว เรากลับมาที่โรงแรม Cape Dara Resort อีกครั้ง ล้างเนื้อล้างตัว เพื่อสัมภาษณ์กันต่อแบบชิลๆ สไตล์เตย-ปั๊บ

ปั๊บ:         วันนี้มาถ่ายรูปจริงจังกับสุดสัปดาห์ เป็นครั้งแรกที่ผมกับเตยมาเจอกัน ถ่ายคู่กันออกสื่อแบบนี้ ขอบคุณสุดสัปดาห์มากเลยครับ

เดี๋ยวก็จะขยับสถานะเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว ขอย้อนถามกลับไปวันที่เจอกันครั้งแรกหน่อยคะ

 ปั๊บ:  เจอกันด้วยงานครับ เอ็มวีเพลง ‘ทิ้งไว้กลางทาง’ ก่อนหน้าที่จะมาเจอกันในงานนี้ ผมจำหน้าเขาได้นะ เพราะเขาโฆษณาชิ้นหนึ่ง ซึ่งวงโปเตโต้ก็เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้ เวลาออกโฆษณาตัวใหม่มา เราก็จะคอยติดตามตลอด

แล้วทำไมถึงเป็นเขามาเล่นเอ็มวี คือวงโปเตโต้ห่างหายจากการปล่อยเพลงช้ามานานมาก เลยต้องคัดนางเอกเอ็มวีเป็นพิเศษ ซึ่งทีแรกจะไม่ใช่เขานะ แต่อีกคนหนึ่งที่ติดต่อไปไม่ว่าง ทางค่ายเลยเสนอมาเป็นเตย ซึ่งผมก็เคยเห็นเตยเล่นเอ็มวีให้จีนี่มาหลายตัวนะ แต่ไม่กล้าเรียก คิดว่าน่าจะค่าตัวแพง (หัวเราะ) พอติดต่อไปคิวว่างพอดี แล้วคาแร็คเตอร์เขาได้ด้วย

เตย:  ส่วนเราก็ตื่นเต้นมาก เพราะเติบโตมากับวงโปเตโต้ อัลบั้มแรกเตยก็ประมาณป.4 เอง (ปั๊บ: หืมมมมม) มีเพลงโปเตโต้อยู่ในทุกช่วงที่เรากำลังเติบโตเลย พอได้มาเล่นเอ็มวีตอนนั้นรู้สึกว่าจะทำให้ดีที่สุด

 

เห็นว่าจากนางเอกเอ็มวีก็มาเป็นนางเอกซีรีส์ทิ้งไว้กลางทางด้วย…

ปั๊บ:  เพลงประสบความสำเร็จ เลยมีการต่อยอดทำเป็นซีรีส์ ตอนแรกผมจะไม่เล่น เพราะไม่มั่นใจในทางนี้เลย พี่นิค ผู้บริหารค่ายจีนี่ในตอนนั้นทุบโต๊ะเลยว่า “ถ้ามึงไม่เล่น ก็ไม่ทำ” อะ ก็โอเคครับ  จะว่าไปก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่น่าสนใจ ลองดูๆ แล้วนางเอกก็เป็นคนเดิม เลยได้กลับมาร่วมงานกันอีก

ถามเลยตรงๆ ปิ๊งกันตอนไหน

ปั๊บ:  ช่วงถ่ายแหละครับ หรือเปล่า…. อืม… คือต้องบอกว่า ยังไม่ได้รู้สึกว่า เฮ้ย! ชอบเธอมาก มันเป็นความรู้สึกทำงานด้วยกันแล้ว รู้สึกดี… สนุก… ต้องบอกว่าตอนนั้นผมอายุ 34 ปีแล้ว เราค่อนข้างมีมายด์เซ็ทเรื่องการทำงานอย่างเดียว แล้วโดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยรู้สึกกับคนง่ายๆ แต่พอเจอกันบ่อยๆ คุยกันบ่อยๆ ก็มีบางความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรา กลับบ้านไปแล้วก็นึกถึงเขา อยากมากอง ถึงเวลาเฮ้อ… เลิกกองกลับบ้านแล้วเหรอ (ยิ้มเขิน) ความรู้สึกมาเอง เราเองก็ไม่รู้หรอกว่า เขาจะรู้สึกแบบนี้เหมือนเรามั้ย

เตย:  สำหรับเตยเกิดเป็นความรู้สึกประทับใจ ตั้งแต่ตอนที่ได้เวิร์คช็อปด้วยกันแล้ว เราได้คุยกันเรื่องทัศนคติการทำงาน แล้วตอนทำงานในกอง เราได้เห็นว่า ถึงพี่ปั๊บจะบอกว่าไม่มั่นใจในงานนี้ แต่เขาตั้งใจมากๆ และที่สำคัญพี่ปั๊บเป็นคนที่ให้เกียรติทีมงานทุกๆ ตำแหน่งในการทำงาน รู้สึกดีจังเลยว่า ทำไมคนที่ดังมากๆ อยู่ในจุดที่ไม่ต้องแคร์อะไรก็ได้ ทำไมยังให้เกียรติและใส่ใจทุกคน เราเคยเป็นเอ็กซ์ตร้าในกองเอ็มวีมาก่อน พอเราเห็นคนตัวใหญ่มองเห็นคนตัวเล็ก รู้สึกประทับใจตั้งแต่ตอนนั้น

 

ปั๊บ:   ผมไม่ได้ใช้เหตุผลในการชอบเยอะ ถ้าไม่ชอบเราก็ไม่ชอบ ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอชอบ เราก็หาเหตุผลไม่ได้จริงๆ เกิดขึ้นเองน่ะ ก็มีคำถามกับตัวเองนะว่า ทำไมรู้สึกแบบนี้ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ชัดขนาดนั้นว่า เพราะอะไร คือการที่เขาทำงานเก่ง มีความตั้งใจ รักครอบครัว นั่นเป็นองค์ประกอบเสริมที่ทำให้ประทับใจ แต่ความรู้สึกชอบเมนหลักไม่ได้เกิดจากเรื่องพวกนี้ตัวนำ เป็นเรื่องของใจที่อธิบายยากครับ (ยิ้ม)

แล้วอาการออกตั้งแต่อยู่ในกองเลยหรือเปล่าคะ

ปั๊บ:  ครูหรือใครๆ ก็มองออก หรือพ่อแม่เอง ก็จะแบบ…. ความรู้สึกชั่ววูบหรือเปล่า ซึ่งไม่ผิดนะที่เขาจะรู้สึกแบบนี้ เพราะเขาเป็นห่วงเรา เพื่อนผมจะมองออกว่า เราแปลกกว่าปกติ เพราะผมจะจริงจังในการทำงาน แต่ช่วงนั้นผมจะรีแลกซ์ เพื่อนๆ ในวงก็จะบอกว่า นี่เป็นช่วงนาทีทอง ช่วงนั้นซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ แต่ผมกลับไม่เครียด อารมณ์ดี (หัวเราะ)

คิดว่าเป็นพรหมลิขิตหรือเปล่า

ปั๊บ:  ก็มาคิดตอนที่เล่าให้ฟังตอนนี้เลยครับ แต่ก่อนหน้านี้ไม่คิดอะไร คิดแค่ว่าเป็นเรื่องของจังหวะมั้ง แต่ผมว่าการที่เรามาเจอกัน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ต้องมีอะไรดลใจสักอย่างแหละ หรือไม่ก็ทำเวรทำกรรมร่วมกันมา (หัวเราะ)

แล้วพอถึงวันที่ต้องปิดกล้องซีรีส์ จะไม่ได้เจอกันแล้ว คิดช็อตต่อไปอย่างไรคะ

ปั๊บ:  อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คิดแค่นี้ คือยังไงขอให้เราได้พูดความรู้สึกจริงๆ หรือได้เลือกทำตามใจตัวเอง ก็ต้องคุย ต้องลุย โดยการขอคอนแทค ซึ่งเราเองก็มีคอนแทคกันอยู่แล้วแต่ไม่เคยคุยกันเลย

เตย:  คือเตยเพิ่งเรียนจบ พี่ปั๊บก็ทักมาแสดงความยินดีด้วย ความรู้สึกตอนนั้นแค่หวังดีกันและกัน แล้วเหมือนก็ค่อยๆ เริ่มจะจริงจังขึ้นเรื่อยๆ

ปั๊บ:  ผมไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะอ่านมั้ย เขาจะชอบหรือเปล่า เราแค่ส่งความรู้สึกอย่างเดียวแค่นั้น ไม่คาดหวังว่าต้องคว้าเธอมาไว้ในดวงใจ ทุกอย่างค่อยๆ ก่อตัว ชวนกินข้าว พูดคุยกันเยอะมากๆ

เตย:  ต้องบอกว่าพี่ปั๊บ จีบไม่เหมือนจีบ เขาเป็นคนที่เข้ามาคุยเรื่องจริงจังมาก จนเรารู้สึกว่าพี่คนนี้จริงจังดีเนอะ และรู้สึกว่าเขาซัพพอร์ตความคิดเราได้ พูดคุยกันได้หลายๆ เรื่องที่เราไม่สามารถคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันได้ และเหมือนมีกระจกมาสะท้อนตัวเราด้วย

มีการขอเป็นแฟนมั้ย

ปั๊บ:  มีครับ

(เสียงกรี๊ดทีมงานดังรอบวงสัมภาษณ์)
ปั๊บ:  ก็หลังจากคุยกันแล้ว เริ่มเจอกันบ่อยขึ้น ก็ชอบกันแหละ ถ้าความจริงคือไม่ต้องพูดก็ได้ใช่มั้ย (หันไปถามเตย)

เตย:  ก็ใช่ค่ะ แต่พี่ปั๊บพูดเพื่อมีความชัดเจนกับเรา (ยิ้มเขิน)

ปั๊บ:  ผมรู้สึกจุดนี้สำคัญนะ การที่ตัดสินใจว่าจะคบกัน การบอกถึงสัญลักษณ์บางอย่างกับเขามันสำคัญ เรื่องเกิดขึ้นตอน ช่วงที่เตยต้องย้ายบ้าน หาที่อยู่ใหม่ ผมขับรถพาไปดูคอนโด เรารู้สึกว่าบอกเลยแล้วกัน “เตย… เป็นแฟนกัน” แค่นี้เองเลยครับ เบสิคมาก (หัวเราะ)

เตย:  ง่ายมาก ขอเป็นแฟนที่ลานจอดรถค่ะ (หัวเราะ)

ปั๊บ:  (หัวเราะ) เป็นทางที่กำลังจะเดินกลับไปที่รถ “เออ… เตยๆ นี่ๆ เป็นแฟนกันนะ” เตยก็หัวเราะแค่นี้เอง

(เสียงกรี๊ดทีมงานดังรอบวงสัมภาษณ์อีกแล้วจ้า)

เตย:  ในฐานะผู้หญิง เรารู้สึกว่าเขาให้เกียรติเรา พอสถานะชัดเจน ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้มากั๊กๆ หรือคุยกันไปวันๆ โอเคเราสองคนเริ่มมีเป้าหมาย เริ่มมีความสัมพันธ์ดีๆ เกิดขึ้น

เรื่องอะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากันมาที่สุด

ปั๊บ: เรื่องความจริงจังในตัวเตย เตยจะชอบคิดแทนผม โดยที่ลืมว่าเราก็มีประสบการณ์ คือเขาขี้ห่วง ขี้กังวลมาก คือผมบางทีก็จะโก๊ะๆ หน่อย

เตย:  ใช่ เตยจริงจัง แต่พี่เขาชอบโก๊ะไง หนูจะห่วงว่าลืมอะไรหรือเปล่า พี่ปั๊บอย่าทำอย่างนั้น อย่าทำอย่างนี้ เป็นเรื่องจุกจิก ฟีลแม่ๆ

ปั๊บ:  แต่เราจะไม่มาไม่เข้าใจกันในเรื่องของการทำงาน ทำไมไม่โทรหา เพราะเราคุยกันตลอด เดี๋ยวจะหายไปทำงาน จะขึ้นคอนเสิร์ตแล้วนะ เดี๋ยวจะหายไปถ่ายละคร เราจะบอกกันก่อน เพราะเรารู้ว่า ต่างคนต่างต้องใช้สมาธิในการทำงาน เสร็จงานก็โทรหากัน ถึงบ้านแล้วนะ วันนี้เจอแบบนี้มานะ เราคุยกัน แชร์กันตลอด

มีเรื่องทะเลาะกันแรงๆ บ้างมั้ยคะ

ปั๊บ:  มีบ้างแต่ไม่ร้ายแรงมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอารมณ์ครับ

เตย:  พอคุยจริงจังมาก บางทีเผลอ

ปั๊บ:  ผมใช้ความรู้สึกเยอะเวลาคุย พอใช้ความรู้สึกเหมือนไปทำให้เขากดดัน

เตย:  หลังๆ รับมือได้ เราก็จะเริ่มหาทางหยุดคุยก่อน จะไม่โน้มไปตามอารมณ์ เดี๋ยวค่อยกลับมาคุยกันใหม่ พยายามเลือกที่จะไม่ปะทะกัน ถ้าทันนะ (หัวเราะ) คือบางทีก็ไม่ทัน มีบ้างที่แว้ดสวนขึ้นมา เตยว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่ใกล้ชิดกัน บางทีเปลือกหนา เปลือกบางมันถูกกระเทาะออก เหลือแต่สัญชาตญาณซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

แล้วตอนไหนที่ปั๊บรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ จะเป็นคนที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปตลอด

ปั๊บ:  ตอบยังไงให้ดูไม่เวอร์ (ยิ้ม) อืม… คือเขาอยู่กับผมได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะรูปแบบไหน เขาเห็นข้อเสียของผมหมด ไปจนถึงสันดานว่า เราไม่ดีจุดไหนบ้าง มีข้อดีอะไรบ้าง เรื่องไหนเรากำลังปรับปรุง เราเองก็เปลี่ยนแปลง เขาก็เปลี่ยนแปลง ก็รู้สึกว่าสนุกดีนะที่จะเลือกบัดดี้ในชีวิตเดินไปด้วยกัน แล้วคนๆ นั้นเป็นเตย

เตย:  เตยไม่ได้เชื่อเรื่อง “ตลอดไป” เตยเชื่อเรื่องวันนี้ ตอนนี้ เรารู้สึกว่าตอนนี้ สิ่งที่เรากำลังจะเจอ ทางที่เราเดินไปด้วยกันมันกำลังดี มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันดีโดยการที่เราช่วยประคับประคองกันไปได้ เราเหนื่อยไปพร้อมกัน ถ้าเหนื่อยเราหยุดพักหายใจ พักเหนื่อยไปพร้อมกัน มันเป็นอะไรที่กำลังดีสำหรับเตย ส่วนอนาคตมันคือการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

คิดเรื่องแต่งงานมากี่ปีแล้วคะ

ปั๊บ:  คิดตอนคบกันเข้าปีที่ 2 ที่ 3 สัญชาตญาณบอกว่าจะแต่งกับคนนี้แหละ ผมชัดเจนกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว คบกันก็บอกครอบครัวเตยว่าคบกันนะ กำลังเรียนรู้กันจริงจัง ไม่หลบๆ ซ่อนๆ พาพ่อแม่เขากับพ่อแม่เรามาเจอกันเลย ลูกฉันคบกับลูกเธอจริงจังนะ คุยกันว่าเราจะดองกัน เป็นการให้ความมั่นใจ และให้เกียรติกับครอบครัวเตยด้วยครับ

เตย:  รู้สึกดีนะคะที่เป็นความคิดเขาเอง พี่ปั๊บทำเองโดยที่ไม่ต้องให้เราขอ เขาให้เกียรติเราและครอบครัวเรามากๆ

ช่วยเล่าวันที่ขอแต่งงานให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ

ปั๊บ:  ตั้งใจขอเขาที่ไอซ์แลนด์แต่แป้กครับ คือจินตนาการเพ้อฝันตามดิสนีย์แลนด์เลย มันต้องสวยงาม มันต้องดี แต่ตอนนั้นอาม่าเตยเพิ่งเสีย

เตย:  มันเป็นโมเม้นท์ที่เราประทับใจนะคะ แต่มันไม่สุด เพราะเรามีความกังวลเรื่องอาม่าที่เพิ่งเสีย ยังกลับไปหาอาม่าไม่ได้ เพราะยังต้องรับผิดชอบงานในส่วนของเรา ความรู้สึกมันเยอะมาก บวกกับแสงเหนือที่อยู่ตรงหน้าเราอีก มันเยอะไปหมดเลยตอนนั้น ไม่ได้โฟกัสอะไรเลย งงๆ มึนๆ หน่อย

ปั๊บ:  รอบ 2 ขอใหม่เมื่อต้นปี ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรขนาดนั้น ชวนพ่อแม่มากินข้าวกัน บอกเขาว่าวันนี้จะเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยนะ ถ่ายรูปร่วมกันนะในฐานะครอบครัว แล้วบอกว่าเราจะแต่งงานกันนะครับ ง่ายๆ แค่นี้เลย พ่อแม่เตยน่ารักกับผมมาก ทุกอย่างแฮปปี้ลงตัว และต้องขอบคุณที่ทุกคนรักเรา ร่วมกันยินดี ทั้งเพื่อนสนิท พี่ๆ น้องๆ แฟนเพลงร่วมยินดี คือการที่เราตัดสินใจทำอะไรสักอย่างในชีวิต แล้วมีคนสนับสนุนและเชียร์ ผมรู้สึกโชคดีมาก จะนำตรงนี้มาเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตครับ

เตย:  ขอบคุณทุกกำลังใจเลย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องการใช้ชีวิต สำหรับเตยก็จะทำให้ดีที่สุด และจะดูแลหัวใจพี่ปั๊บให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เขาเสียใจ จะไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังค่ะ

ปั๊บ:  (นั่งตาแดง น้ำตาคลอ)

เตย:  ทำไมตาแดง ร้องไห้ทำไม (หัวเราะ)

ปั๊บ: ชอบบิลท์ (หัวเราะ)

เตย-ปั๊บ

หลังแต่งงาน เตย-ปั๊บ วางแผนไว้ยังไงบ้าง

พร้อมกัน:  ทำงานก่อน

ปั๊บ: เราคงมีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังเยอะแยะเต็มไปหมด ต่างคนต่างทำงานแล้วมาแชร์กัน เราต่างชอบเล่าเรื่องให้กันฟัง แล้วมานั่งวิเคราะห์ อันนี้ดีนะ อันนี้ไม่ดีเลย

แฟนๆ ฝากถามว่าจะมีเจ้าตัวเล็กเลยมั้ยคะ

ปั๊บ:  ผมอยากมีเลย เดี๋ยวจะแก่เกินไป

เตย:  ขอเล่นซีรีส์หรือละครอีกสัก 2-3 เรื่องค่ะ จริงๆ เตยไม่ได้กะเกณฑ์นะ เมื่อไรก็เมื่อนั้น เต็มที่ไม่น่าจะเกิน 3 ปีค่ะ

ถ้าเปรียบความรักของ เตย-ปั๊บ ให้ตรงกับเพลงของวงโปเตโต้ จะเป็นเพลงอะไรดีคะ

เตย: ‘ฮู้ ฮู’ เตยมองว่าอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ควรเก็บเรื่องอะไรมาคิดให้มันเยอะแยะมากมาย เกิดอะไรขึ้น ก็แค่ยินดี และยอมรับในสิ่งที่เกิด ช่างมัน แล้วก็ลุยต่อ

ปั๊บ: โห… เลือกเพลงดีเลย แต่ผมไม่เคยคิดเลย อืม… ‘บังเอิญ/โลกกลม/พรหมลิขิต’ ครับ คือทุกวันนี้ผมก็ยังชอบคุยกันอยู่เลยว่า แปลกนะ เป็นไปได้ไง มาเจอกันได้ไง เหมือนจิ๊กซอว์ มาต่อมาเติมกันจนเต็ม

เตย-ปั๊บ

ก่อนจบบทสัมภาษณ์วันนี้ อยากบอกว่าอะไรกันและกัน…

ปั๊บ:  ขอบคุณเตยที่รับสภาพความเป็นจริงของผมได้ในทุกมิติ ยอมรับในทุกส่วนของเราได้ แม้ในวันที่ดาร์กสุด เตยก็เห็นมาหมด ขอบคุณที่รับเราได้

เตย:  ขอบคุณพี่ปั๊บเหมือนกันที่ใจเย็นกับเตย ให้โอกาสเตย ไม่ปิดกั้นเลย ให้อิสระเต็มที่ในทุกด้าน และดูแลหัวใจของเตยจริงๆ ขอบคุณที่เข้าใจเตยในทุกมิติเช่นกันค่ะ

ตัดภาพมาที่คนสัมภาษณ์และทีมงานที่นั่งฟัง… กรี๊ดเสร็จแล้วลงไปนอนตายสงบศพสีชมพูอยู่ที่พื้นจ้ะ ^^

 

นางแบบ: ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ

นายแบบ: ปั๊บ โปเตโต้ – พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข

ช่างภาพ: เติมสิทธิ์ ศิริพานิช
ผู้ช่วยช่างภาพ: นรินท์ เหล่ารุจิรากุล

สไตลิสต์: ธันวดี จุฑาวรากุล

แต่งหน้า: นุชาตา สุขขัง
ทำผม: ฐานกร จันทร์หอม

สัมภาษณ์: อุ๊-จีราวัจน์

ขอบคุณสถานที่:  Cape Dara Resort Pattaya หาดดารา ถ.พัทยา-นาเกลือ ซอย 20 พัทยา จ.ชลบุรี โทร  038-933800 www.capedarapattaya.com / FB: Cape Dara Resort, Pattaya / IG: capedara

 

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

บิวกิ้น-พีพี จากเพื่อนซี้ สู่บัดดี้ทางการแสดงที่ต้องจับมือก้าวไปด้วยกัน