หมอหล่อ บอกต่อด้วย #เห็นแล้วใจละลาย

เห็นหนุ่มๆ ใส่เสื้อกาวน์ทั้ง 5 คนนี้แล้ว อย่าเพิ่งคิดว่า เป็นพระเอกซีรี่ย์กาหลีเรื่องใหม่ ถึงแม้ว่าหน้าจะให้ และบุคลิกมีความเป็นโอปป้าสูงก็ตามที เพราะพวกเขา คือนักศึกษาแพทย์ ว่าที่คุณหมออนาคตไกลตัวจริง ที่จะให้พวกเราได้ฝากผีฝากไข้ รวมถึงพาน้องหมาน้องแมวไปหายามเจ็บป่วย แหม… เห็น หมอหล่อ แล้ว ก็อยากไข้ขึ้น อยากไปทำฟัน อยากพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนขึ้นมาเลย #หล่อพึ่งได้ #เรื่องผู้ชายไว้ใจสุดฯ 

หมอหล่อ หัวใจละลาย 

มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์
ปี 1 คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนุ่มน้อยหน้าใสจากลําปางที่เพิ่งเข้ามาเป็นเฟรชชี่น้องใหม่ แต่ความมุ่งมั่นในการเป็นสัตวแพทย์นั้นใจเกินร้อยสุดๆ

หมอหล่อ

“ผมเป็นเด็กลําปางครับ ทีแรกสอบโควตาติดคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อน แต่ผมอยากเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ เพราะเริ่มมีงานในวงการบันเทิงบ้างประปราย จะได้ทํางานได้ง่ายขึ้น ผมอยากโต ดูแลตัวเอง แบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่บ้างก็เลยตัดสินใจสละสิทธิ์ แอดมิชชั่นใหม่เพื่อเข้าคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ

“ตอนเรียน ม.4-ม.5 ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไร ผมว่ามันเป็นปัญหาของเด็กไทยหลายคนเหมือนกันนะครับ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อย่างผมกว่าจะรู้ตัวว่าเราสนใจด้านการแพทย์ ทันตฯ สัตวแพทย์ แพทยศาสตร์ก็ตอน ม.6 เทอม 2 คือช้าไป เลยต้องเร่งสปีดอ่านหนังสือ ทําโจทย์ข้อสอบเยอะๆ

“มีเหตุการณ์ฝังใจเกี่ยวกับสัตว์ครั้งหนึ่งตอนเด็ก ๆ ไม่รู้ว่าส่งผลให้ผมอยากเป็นสัตวแพทย์ในทุกวันนี้หรือเปล่า คือตอนเด็กๆ ผมเลี้ยงแมว แล้ววันหนึ่งเรานอนหลับอยู่บนเตียง อยู่ๆ แมวก็มาคลอดลูกข้างตัว ข้างแขนผม  เรียกว่าตื่นมาเจอลูกแมวนอนอยู่ข้างตัวเต็มเลยครับ (ยิ้ม) พอเลี้ยงมันโตได้ระดับหนึ่ง วันหนึ่งผมก็อุ้มลูกแมวเล่นที่ริมระเบียงบ้านชั้นบน เล่นไปเล่นมาพลาดทํามันหลุดมือ ตกข้ามไปบ้านข้างๆ ซึ่งเลี้ยงหมาดุมาก ปรากฏว่า ลูกแมวโดนหมาขย้ำตายคาที่เลย ตอนนั้นช็อกและรู้สึกเสียใจมาก ที่มันต้องตายเพราะเรา แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็รู้สึกผิดมาตลอด

“วันนี้แหละครับผมสอบติดสัตวแพทย์แล้ว อนาคตผมจะนําวิชาชีพไปรักษาอาการเจ็บป่วยของสัตว์ ผมเพิ่งจะเข้าปี 1 เป็นเฟรชชี่น้องใหม่ รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นนิสิตจุฬาฯ ผมจะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทํากิจกรรมร่วมกัน ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องให้มากที่สุด ตั้งใจเรียนให้เต็มที่”

หมอหล่อ

พอร์ช-ศิฑา กาญจนอลงกรณ์ IG: @bbravee
ปี 4 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นับเป็นอีกหนึ่งหมอหล่อ ที่โลกโซเชียลแชร์กระหน่ำ นอกจากจะเรียนดี กิจกรรมเด่น เป็นผู้นําเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯ แล้ว นิสัยเป็นกันเอง ที่พ่วงมากับรอยยิ้มอันแสนน่ารักของพอร์ช ทำเอาใครต่อใคร เตรียมปวดฟันกันล่วงหน้าเลยทีเดียว

หมอหล่อ

“ตอนเด็กๆ ฟันผมไม่สวยเลยครับ ทั้งฟันซ้อน ฟันเกิน ฟันเก ฟันเหยิน เรียกว่าไม่มีอะไรดีเลย เป็นเด็กที่โชคร้ายมาก  (หัวเราะ) ไปดูรูปตอนเด็กๆ ทีไรรู้สึกเลยว่าทําไมฟันเราน่าเกลียดจัง ไม่เชื่อดูสิครับ (เปิดรูปเก่าจากโทรศัพท์ให้ดู) ประมาณ ม.4 ผมจัดฟัน ผลที่ได้คือ ทําให้ฟันเรียงตัวสวยขึ้นอย่างที่เห็น การได้เจอหมอจัดฟันที่เก่ง ให้คําแนะนําที่ดี เลยทําให้ผมมีแรงบันดาลใจ อยากเป็นหมอฟันบ้าง แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเตรียมสอบจริงจัง เป็นเด็กขี้เกียจครับ มาเตรียมตัวสอบเข้าทันตฯ ก็ตอน ม.6 แล้ว ผมวางแผนการอ่านทําโจทย์ และมีไปกวดวิชาเพิ่มเติมด้วย

“ตอนปี1 ยังเรียนพื้นฐานทั่วไป เหมือนแพทย์สาขาอื่นๆ พอปี 2 เริ่มเรียนเกี่ยวกับร่างกายแล้วครับ บางคนไม่รู้ว่านักศึกษาทันตฯ ต้องผ่าตัดอาจารย์ใหญ่ด้วย ต้องผ่าทุกส่วน หัวใจ ปอดก็ต้องผ่า แต่ที่เน้นมากที่สุด คือส่วนศีรษะ เพราะช่องปากเชื่อมต่อกับเส้นประสาท เส้นประสาทนี้เชื่อมกับฟันซี่นี้ ยาชาก็ต้องฉีดตรงนี้ ขึ้นปี 2 พูดเลยว่าเป็นช่วงที่สอบเยอะมาก สอบกันทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละวิชาสองวิชา นิสิตแพทย์จะเรียนกันเป็นบล็อก จบบล็อกนี้สอบแล้วขึ้นบล็อกใหม่ ไม่ได้เป็นเทอมเหมือนคณะอื่น

หมอหล่อ

“เรียนอย่างเดียวก็ว่าสาหัสแล้ว แต่ปี 2 ผมเป็นลีดให้งานฟุตบอลประเพณีด้วย เรียนหนัก ซ้อมหนักมาก โชคดีที่ได้เพื่อนคอยช่วย แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก สอนให้เรารู้จักแบ่งเวลา รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ได้ดี และที่สําคัญ ฝึกในการปรับตัวเข้ากับคนหมู่มาก เพราะงานฟุตบอลประเพณี เราร่วมงานกันหลายคน หลายฝ่ายครับ

“สําหรับ ปี 3 ที่เพิ่งผ่านมาจะเข้าแล็บเยอะ เช่น ทําฟันปลอมถอดได้ ฟันปลอมยึดติด ซึ่ง ปี 3 – ปี 4 จะได้ลงชุมชนด้วย ที่ผ่านมาผมได้ไปลงชุมชนที่ จ. สุพรรณบุรี ไปกันเป็นกลุ่ม และจับคู่กับเพื่อนเดินเข้าออกทีละบ้านเลยครับ ไปพูดคุยกับชาวบ้าน ถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพในช่องปากเป็นอย่างไร งานนี้ทําให้เรารู้ว่าโลกความจริง ไม่เหมือนในห้องแล็บ บางอย่างไม่มีในตําราสอน

“เราอยู่กรุงเทพฯ เจอความพร้อม สะดวกสบาย แต่ชาวบ้านบางพื้นที่เขาไม่เหมือนเรา เราได้เข้าใจว่า ทําไมเขาถึงมองเรื่องการรักษาฟัน เป็นเรื่องสําคัญอันดับท้ายๆ ทําไมมีบัตรทองรักษาฟรีได้ ทําฟันปลอมฟรีได้ แต่ไม่ไปหาหมอ บางคนบอกว่า ไปพบหมอแต่ละครั้ง ใช้เวลาหลายชั่วโมง แล้วไม่ใช่ไปครั้งเดียว แต่ต้องไปเจอหลายครั้งกว่าจะได้ฟันปลอม แล้วเขาก็ต้องทํางาน บางคนหาเช้ากินค่ำ เวลาที่ไปหาหมอเท่ากับว่า วันนั้นเวลาทํางานหาเงินเข้าบ้านหายไป ตรงนี้ทําให้ผมเข้าใจคนป่วยมากขึ้นเลยครับ ปีนี้อยู่ปี 4 แล้ว จะต้องเรียนกับคนมากขึ้น เริ่มเข้าคลินิก ลุ้นกับการอุดฟัน และฉีดยาชา ไม่แพ้คนไข้เลยครับ (ยิ้ม)

“ช่วงที่ผ่านมา ผมก็มีโอกาสได้ทํางานในวงการบันเทิงบ้างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ่ายโฆษณาไวรัลคลิป ถ่ายแบบนิดหน่อย ผมจะรับงาน ที่ไม่รบกวนเวลาเรียนมาก เพราะตารางเรียน ตารางสอบ แน่นจริงๆ มีหลายงานที่น่าสนใจมาก แต่ก็ต้องบายไปก่อนเพราะไม่มีเวลา ผมขอยึดเรื่องเรียนเป็นหลัก จ๊อบในวงการขอเป็นงานอดิเรก เพราะเป้าหมายในอนาคตของผม คือเป็นทันตแพทย์ครับ”

ติดตาม (ว่าที่ ) คุณหมอเบรฟ คุณหมอเน๋ง และคุณหมอแมค ได้ หน้าถัดไปค่า

keyboard_arrow_up