เทียบช็อตต่อช็อต! ชุดอภิเษกสมรส เจ้าหญิงไดอาน่า ดัชเชสเคท ดัชเชสเมแกน เหมือนหรือต่าง

งานอภิเษกสมรสของสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษนั้นเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลกโดยเฉพาะสาวๆ และสิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดในงานก็คือ ชุดอภิเษกสมรสของสตรีทั้ง 3 ท่านผู้เป็นตำนานของราชวงศ์อย่าง เจ้าหญิงไดอาน่า, แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และ เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกส์  ซึ่งทั้ง 3 ชุด ได้รับการกล่าวขานและจะมีชื่อเสียงไปอีกนานแสนนาน เพราะฉะนั้นเรามาเทียบกันในรายละเอียดดีกว่าค่ะ ว่าทั้งสามชุดนี้มีความเหมือนและความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

 

 

เทียบช็อตต่อช็อต! ชุดอภิเษกสมรส เจ้าหญิงไดอาน่า ดัชเชสเคท ดัชเชสเมแกน เหมือนหรือต่าง

 

 

มงกุฎ (Tiara)

ในวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตพระองค์ เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเลือกใส่มงกุฎที่มีชื่อว่า The Spencer  Tiara ซึ่งตกทอดกันมาในตระกูลเก่าแก่ของพระองค์อย่างตระกูลสเปนเซอร์ (The Spencer family) ความเป็นมาของมงกุฎนี้มีความละเอียดลออมาก เพราะ The Spencer  Tiara เป็นมงกุฎที่ประดับประดาด้วยเพชรที่มีมูลค่าสูงส่งหลายเม็ด และมีการเพิ่มเติมและตกแต่งในทุกช่วงอายุคน ว่ากันว่าตัวมงกุฎเพิ่งมาเสร็จสมบูรณ์ในปี 1930 นีเองและปัจจุบันแม้เจ้าหญิงไดอาน่าจะทรงสิ้นพระชนม์ไปหลายปีแล้ว แต่ตัวมงกุฎก็ยังคงเป็นสมบัติประจำตระกูลสเปนเซอร์อยู่

 

 

เจ้าหญิงไดอาน่า

 

 

ดัชเชสเคทมีชื่อเสียงในเรื่องรสนิยมของเธอ เพราะก่อนหน้าที่จะก้าวเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกราชวงศ์ เธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดซื้อเครื่องประดับให้กับห้องเสื้อชื่อดังในกรุงลอนดอน เธอจึงเป็นคนที่รู้จักการแต่งตัวเพื่อส่งเสริมบุคลิกให้ตัวเอง อีกทั้งเธอยังชอบนำชุดหรือเครื่องประดับที่เคยใส่แล้วมามิกซ์ แอนด์ แมทช์ (Mix & Match) อีกครั้ง

และในส่วนของมงกุฎที่เธอเลือกสวมใส่ เคทก็เอาแนวคิดแบบนี้มาใช้เช่นกัน แต่ตัวมงกุฎที่เธอใส่มีความล้ำค่าและมีประวัติความเป็นมาที่พิเศษสุด มงกุฎชิ้นนี้มีชื่อเรียกว่า The Cartier Halo Tiara ซึ่งเป็นสมบัติประจำพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Her Majesty Queen Elizabeth II of England) ซึ่งทรงได้รับพระราชทานมาจากพระมารดาของพระองค์ คือสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี (Queen Elizabeth The Queen Mother ) และมงกุฎชิ้นนี้ก็เป็นของขวัญที่ทรงได้รับพระราชทานมาจากพระสวามีของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 (His Majesty King George VI of England)

 

 

เช่นเดียวกับดัชเชสเคท เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ได้เลือกมงกุฎจากพระคลังสมบัติส่วนพระองค์ของพระราชินีเอลิซาเบธเช่นเดียวกัน และมงกุฎชิ้นงามนี้มีชื่อว่า The Filigree Tiara ที่มีความพิเศษตรงเพชรเม็ดกลางเรือนใหญ่สามารถถอดเก็บได้ มงกุฎ The Filigree Tiara  เดิมเป็นสมบัติของสมเด็จพระราชินีแมรี่ (Queen Mary Of Teck) พระราชินีอังกฤษใน สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (His Majesty King George V of England)

 

 

 

ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว (Veil)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนที่น่าประทับใจที่สุดในฉลองพระองค์แต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่า คือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ติดกับมงกุฎของพระองค์และลากยาวไปไกลกว่า 25 ฟุต และเป็นผลงานเลื่องชื่อของดีไซเนอร์คู่สามีภรรยาชื่อดัง เดวิด และ เอลิซาเบธ เอ็มมานูเอล (David & Elizabeth Emmanuel) ที่ปักลวดลายละเอียดอ่อนมากมายลงไปในผืนผ้าสีขาว และเพิ่มไข่มุกกว่า 10,000 เม็ด เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

 

 

ผ้าคลุมหน้าของดัชเชสเคท แม้มองจากภายนอกอาจจะดูเรียบง่าย แต่หากมองลึกไปถึงเนื้อผ้าจะเห็นถึงความพิถีพิถันของช่างปักที่บรรจงปักลวดลายดอกไม้ละเอียดอ่อนไปทั่วผืนผ้าไหมสีขาวบางเบาของเธอ ทุกลายปักเป็นฝีมือของกองช่างเย็บผ้าในพระราชวังเคนซิงตัน แม้ผ้าคลุมของเคทจะมีการออกแบบที่แตกต่างจากของเจ้าหญิงไดอาน่า แต่ทั้งสองกลับเลือกที่จะคลุมผ้าในวิธีเดียวกัน คือใช้ผ้าผืนบางคลุมหน้าในระหว่างเดินในทางเดินโบสถ์ และถูกถอดออกในแท่นพิธีโดยคุณพ่อเหมือนกันทั้งคู่

 

 

ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของดัชเชสเมแกน ถูกออกแบบตามบุคลิกของเธอคือ เน้นที่ความเรียบง่ายและสื่อถึงความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ แต่ดัชเชสได้เลือกที่จะออกแบบผ้าคลุมหน้าเพื่อให้เกียรติแก่เจ้าหญิงไดอาน่า ผู้เป็นพระมารดาของเจ้าชายแฮร์รี่พระสวามีของเธอ ด้วยการปล่อยชายผ้าคลุมยาวไปไกลดั่งที่เจ้าหญิงไดอาน่าเคยทรงทำไว้ ส่วนที่พิเศษที่สุดของผ้าคลุมผืนนี้คือ ดัชเชสเมแกนออกแบบให้ถักทอลวดลายดอกไม้ประจำชาติของทั้ง 53 ประเทศเครือจักรภพแห่งสหประชาชาติลงไปด้วย โดยช่างได้ใช้เวลาหลายร้อยกว่าชั่วโมงและต้องล้างมือทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ผืนผ้าคงความขาวบริสุทธิ์ไว้ตลอดเวลา

 

 

 

 

ความงาม (Beauty)

ในพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงไดอาน่า พระองค์ได้สะท้อนบุคลิกภาพอันมั่นใจและความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ของพระองค์ด้วยการปล่อยพระเกษาทรงสั้นของพระองค์ให้เป็นธรรมชาติ ในส่วนของเมคอัพก็ช่วยเสริมให้พระองค์ดูงดงามตามแบบธรรมชาติด้วยริมฝีปากสีส้มเบจ

 

 

หนึ่งในสิ่งที่ต้องชื่นชมดัชเชสเคทเลยคือความมั่นใจในตัวเอง เพราะงานอภิเษกสมรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี่ในปี 2011 นั้น ดัชเชสเคทเลือกที่จะแต่งหน้าด้วยตัวเองแบบไม่มีใครมาช่วย ซึ่งถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งสำหรับงานที่มีผู้ชมกว่าหลายล้านคนทั่วโลก แต่ก่อนที่วันสำคัญจะมาถึง เธอก็เช็คความพร้อมของตัวเองด้วยการจ้างช่างแต่งหน้ามืออาชีพ อลาเบลล่า เพรสตั้นเข้ามาสอนเคล็ดลับการแต่งหน้าถึงที่พำนักของเธอ เพื่อให้วันจริงจะได้ไม่ลนและแต่งหน้าได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เริ่มที่คิ้วดัชเชสเคทเลือกที่จะคงทรงคิ้วที่ชัดเจนของเธอไว้แบบเดิม ก่อนจะเพิ่มความคมชัดของขอบตาด้วยอายไลเนอร์สีดำทั้งขอบตาบนและล่าง การคอนทัวร์เพื่อเน้นโครงหน้าดัชเชสเคทก็ไม่ละเลย ก่อนจะทาริมฝีปากด้วยลิปสติกสีชมพูบางเบา ที่ทำให้ลุคทั้งหมดของเธอออกมาดูอ่อนหวานและเป็นเจ้าหญิง

 

 

ดัชเชสเมแกนชื่นชอบการแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไร เพราะฉะนั้นในงานอภิเษกสมรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี่ ลุคเมคอัพของเธอจึงออกมาบางเบาและเน้นความงามตามธรรมชาติ โดยไม่ได้ลงเบสเมคอัพและรองพื้นมากนัก เพราะเธอต้องการให้กระของเธอโดดเด่น ดัชเชสเมแกนจะเน้นไปที่ดวงตาของเธอมากกว่า โดยเธอใช้อายแชโดว์สีเงินเพื่อให้ดวงตาของเธอออกมาสวยหวาน พร้อมปัดมาสคาร่าหลายรอบเพื่อให้ขนตางอนงามที่สุด ก่อนที่จะใช้ลิปสีชมพูนู้ดเพื่อทำให้ลุคออกมาสมบูรณ์แบบ

 

 

 

ชุดแต่งงาน (Wedding dress)

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเลือกชุดจากห้องเสื้อ David & Elizabeth Emmanuel ซึ่งเป็นห้องเสื้อชื่อดังที่มีเจ้าของเป็นคู่สามีภรรยา โดยจุดเด่นของชุดนี้ อยู่ที่ความอ่อนหวานและความน่ารักเหมาะกับชีวิตแต่งงานอันสดใส ส่วนคอของชุดเป็นรุปตัว v และประดับด้วยโบว์สีขาวละลานตา ข้อมือของชุดก็เป็นชั้นของผ้าไหมห้อยระย้าเพิ่มความโรแมนติก ในตอนนั้น รายละเอียดของชุดถูกเก็บเป็นความลับถึงที่สุด และไม่มีข้อมูลใดๆสามารถเล็ดรอดออกมาได้เลย นอกจากนี้ชุดแต่งงานของพระองค์ยังกลายเป็นตำนาน และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุดแต่งงานของสาวๆทั่วโลก

 

ดัชเชสเคทเลือกแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของอังกฤษ Alexander Mcqueen ในงานนี้ เหตุผลก็เพราะเธอชื่นชมทักษะที่ล้ำหน้าของห้องเสื้อนี้ บวกกับความเคารพในเทคนิคการตัดเย็บชุดแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ซึ่งเคทได้ร่วมในการออกแบบตั้งแต่ต้น โดยตัวชุดได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งกายยุควิคตอเรียนของอังกฤษ และมีความยาวกว่า 9 ฟุต

 

 

ดัชเชสเมแกนเลือกที่จะใส่ความหมายดีๆลงไปในชุดของเธอเช่นกัน เพราะเธอไว้วางใจ Clare Waight Keller ซึ่งเป็นผู้อำนวยการการออกแบบคนแรกของแบรนด์ Givenchy ที่เป็นผู้หญิง  เพื่อสื่อว่าผู้หญิงเองก็มีพื้นที่ในองค์กรใหญ่ๆระดับโลกได้ และเช่นเดียวกับเมคอัพ เมแกนเลือกที่จะให้ชุดของเธอออกมาเรียบง่ายและเน้นที่ความสง่างามแทน โดยชุดของเธอเป็นชุดคอกว้างซึ่งจะเผยให้เห็นไหล่ของเธอ และเน้นช่วงเอวเพื่อให้ดูสวยงาม

 

 

 

ช่อดอกไม้ (Bouquet)

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงถือช่อดอกไม้ที่งดงามสมฐานะของพระองค์ที่สุด ด้วยช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยดอกการ์ดีเนีย ดอกสเตฟาโนทิส และดอกฟรีเซีย ซึ่งในบรรดางานอภิเษกสมรสทั้ง 3 ช่อดอกไม้ของพระองค์มีความอลังการและละม้ายคล้ายคลึงเทพนิยายมากที่สุด  โดยช่อดอกไม้มีความยาว 42 นิ้วและมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ซึ่งความอลังการของช่อดอกไม้ของพระองค์ได้เปลี่ยนเทรนด์การถือช่อดอกไม้งานแต่งงาน ที่สมัยนั้นจะนิยมเป็นช่อเล็กๆ

 

 

ช่อดอกไม้ชองดัชเชสเคทเปี่ยมไปด้วยความหมาย เพราะหนึ่งในดอกไม้ที่อยู่ในช่อของเธอมีพันธุ์ที่ชื่อว่า Sweet William ซึ่งคล้ายกับชื่อเจ้าชายวิลเลียม นอกจากนี้ช่อดอกไม้ยังประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์มากมายเช่น ดอกเมอร์เทิล ดอกไฮยาซินธ์ และดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ โดยเฉพาะดอกเมอร์เทิลนั้นนำมาจากต้นเดียวกับที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธนำไปประดับช่อดอกไม้ในงานอภิเษกสมรสของพระองค์

 

 

ดัชเชสเมแกนตกแต่งช่อดอกไม้ของเธอด้วยความเรียบง่าย และมีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาช่อดอกไม้ทั้งสาม ประกอบไปด้วยดอกเมอร์เทิล ดอกฟอร์เก็ท มี น็อท ดอกสวีตพี และมะลิ หนึ่งในดอกไม้เหล่านั้นถูกเด็ดจากสวนโดยพระหัตถ์ของเจ้าชายแฮร์รี่เองเลย นอกจากนี้ดอกฟอร์เก็ท มี น็อทยังเป็นดอกไม้ทรงโปรดของเจ้าหญิงไดอาน่าอีกด้วย

 

 

Story by Patricia

Photos and sources from www.Metro.co.uk, www.TheNewYorker.com, www.GoodHousekeeping.com, www.Town & Country Magazine.com

 

 

 

อัพเดทข่าวเม้าท์ไทยเทศทุกวงการ & คลิปฮา ดารามาเต็ม ...คลิกติดตามที่
keyboard_arrow_up