รู้ทันสันดานคน เทคนิครับมือคนรอบข้างด้วยความเข้าใจจริตที่แท้จริง #จบสวย

ท่ามกลางกระแสหนังสือฮาวทูชื่อเรื่องเด็ด เนื้อหาโดนมากมายที่แย่งชิงกันจับจองพื้นที่บนแผง และแข่งกันทำยอดขายถล่มทลาย เรากลับสะดุดชื่อหนังสือที่จัดอยู่ในกลุ่มธรรมะประยุกต์เล่มนี้… รู้ทันสันดานคน ด้วยความที่เชื่อว่า ก่อนจะนำเนื้อหาในฮาวทูเล่มใดก็ตามไปประยุกต์ใช้กับคนรอบข้าง เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะรู้จักคนๆนั้นให้ดีเสียก่อน พูดง่ายๆคือถ้ารู้ว่าคนๆนั้นจริตอักเสบด้วยโรคไหน สันดาน(ในที่นี้ไม่ใช่คำด่านะจ๊ะ เป็นคำทั่วไปที่มีความหมายเฉพาะอยู่ในตัวจริงๆ)เป็นยังไง เราก็จะได้ให้ยาให้ถูกกับโรค แต่ถ้าเข้าใจอาการผิด จ่ายยาผิด ฮาวทูที่เวิร์คมาแล้วกับคนทั่วโลก ก็จะเกิดไม่สัมฤทธิ์ผลที่เราไปซะอย่างงั้น ว่าแต่ถ้าอยาก รู้ทันสันดานคน นี่เขาต้องทำอย่างไร คุณหมอเขาอธิบายไว้ในเล่มนี้แล้วจ้า เนื้อหาโดยรวม สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตามนักเขียนท่านนี้มาก่อน สุดฯขอสรุปให้ฟังย่อๆแล้วกันว่า ทันตแพทย์สม สุจีรา เป็นเจ้าของหนังสือขายดีหลายเล่ม ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพฟันและช่องปาก แต่ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่เชื่อมโยงพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เข้าใจง่าย ตั้งแต่ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น , เกิดเพราะกรรมหรือความซวย , ทางลัดสู่อัจฉริยะ , คิดแบบอัจฉริยะ ฯลฯ มาถึงเล่มนี้ จะเรียกว่าเป็นภาคต่อจาก ทวาร 6 : ศาสตร์แห่งการรู้ทันตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานของคุณหมอก็ว่าได้ (แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อกัน ไม่เคยอ่านเล่มนั้นก็อ่านเล่มนี้ได้เข้าใจ แค่ในเล่มจะมีการเอ่ยอ้างอิงถึง ทวาร6ฯ นิดหน่อย) คุณหมออธิบายว่า ในหลักพุทธศาสนานั้น พระพุทธเจ้าทรงจำแนกความแตกต่างทางพฤติกรรมของคนเราออกเป็น 6 […]

ทุกอย่างในชีวิตเริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ รวมวิธีจัดระบบที่จะทำให้ชีวิตเราไม่ยุ่งเหยิงอีกต่อไป

เพราะแต่ละวันชีวิตเราไม่ได้มีเรื่องที่ต้องทำแค่อย่างเดียว ภาวะ “เยอะจนไม่รู้จะทำอะไรก่อน” จึงเกิดขึ้นได้กับทุกคน และนั่นคือเหตุผลที่สุดฯไปสืบเสาะจนเจอเล่มนี้… ทุกอย่างในชีวิตเริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ มันดีจนต้องรีบเอามาบอกต่อคุณผู้อ่านเลยละค่า ก่อนอื่นต้องบอกว่า การจัดระเบียบความคิดนั้นเป็นทักษะที่เราต้องใช้กันทุกคน และทุกวันเสียด้วยนะคะ ที่เห็นได้ชัดมากก็ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัท ผู้บริหาร แต่ที่หลายคนมักคาดไม่ถึงคือ เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงาน หรือการเรียนในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านที่คุณแม่บ้านต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน หรือแม้แต่การรักษาสัมพันธภาพของคู่รักนั้นก็ยังต้องใช้เทคนิคนี้เหมือนกัน นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ผู้เขียน – พักจูฮวัน ผู้บริหารสถาบันวิจัยการจัดระเบียบความคิด ตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า ทุกอย่างในชีวิตเริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ เนื้อหาในเล่มจะแบ่งเป็น 7 บทใหญ่ๆ และในแต่ละบทก็จะแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆอีกที ประมาณนี้ บทแรก พูดถึงภาพรวมกันก่อน ว่าด้วยความสำคัญของการจัดระเบียบความคิด ทักษะนี้สำคัญสำหรับใคร คนที่จัดระเบียบความคิดเก่งๆมีลักษณะแบบไหน บทที่ 2 อะไรคือเหตุผลที่เราจัดระเบียบความคิดไม่ได้ มันมีเครื่องมือหรือเทคนิคอะไรที่ช่วยเราได้บ้าง บทที่ 3 วิธีจัดการความคิดที่ซับซ้อนด้วยการใช้ Mandala Art , Mind Map และ Logic Tree 3 อธิบายได้เห็นภาพ และเข้าใจง่าย พอลองทำตามแบบที่หนังสือสอนไว้ […]

อย่าปล่อยให้งานเป็นมารร้าย ใครก็ได้ช่วยที I hate my job!

อย่าปล่อยให้งานเป็นมารร้าย แค่ชื่อก็กระแทกใจมนุษย์เงินเดือน มนุษย์งานเข้าอย่างจัง ใครที่กำลังsuffer กับงาน กับบอส กับดราม่าในที่ทำงาน ล้อมวงเข้ามาเลยจ้า ปัญหาในที่ทำงานนั้นอยู่คู่กับคนรุ่นใหม่มาทุกยุคทุกสมัย ยิ่งยุค 4 G ที่ Gen Y ทั้งหลายครองเมือง เทคโนโลยีได้นำพาปัญหาที่ซับซ้อนเข้ามามากมายอย่างคาดไม่ถึง เรียกว่าปัญหาในที่ทำงานของคนยุคก่อนแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย ว่าแต่เจอปัญหาขนาดนี้แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้ตัวเองกลายเป็นมาร และขณะเดียวกันก็ไม่ถูกมาร เอ๊ย! งาน ทำให้จิตหลุดไปด้วย ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ก็เลยเขียน อย่าปล่อยให้งานเป็นมารร้าย มาให้เราแล้วนี่ไง เกริ่นกันก่อนนิดนึงว่า ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ หรือ ชญาน์ทัต วงศ์มณี เป็น นักเขียน/คอลัมนิสต์/มือสัมภาษณ์ ที่เคยผ่านประสบการณ์เป็นมนุษย์ออฟฟิศมาอย่างโชกโชน ทั้งในฐานะลูกน้อง และเจ้านาย นานพอที่จะเห็นถึงปัญหาของคนรุ่นใหม่ในนั้น เลยตัดสินใจนำประสบการณ์ มาถ่ายทอดแก่คนรุ่นใหม่ในลักษณะพี่สอนน้อง เพื่อนบอกเพื่อน ในฐานะคนหัวอกเดียวกัน เนื้อหาในเล่มจะเป็นลักษณะถาม-ตอบ โดยหยิบยกปัญหาที่มนุษย์ออฟฟิศเจอบ่อยๆมาพูดคุย ท้อฟฟี่ก็จะเป็นผู้ให้คำตอบที่ดุเด็ดเผ็ดร้อน เอาน้ำเย็นเข้าลูบ พาคุณไปอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ หรือปลุกใจให้เลือดระอุ แล้วแต่กรณีไป ตัวอย่างคำถามก็เช่น ส่งข้อความเข้ากรุ๊ปไลน์ผิดทำยังไงดี – สัมภาษณ์งานครั้งแรกพังไม่เป็นท่า- จบมหาวิทยาลัยไม่ดังจะหางานได้ไหม […]

ต่อยังไงไม่ให้เป็นรอง เพราะการต่อรองเกิดขึ้นทุกวันในชีวิต

ฟังชื่อ ต่อยังไงไม่ให้เป็นรอง หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนทำธุรกิจ แต่บอกเลยว่าเคล็ดลับในเล่มนี้ใช้ได้กับชีวิตประจำวันของเราๆอย่างดีเลยทีเดียว ต่อยังไงไม่ให้เป็นรอง หรือชื่อภาษาอังกฤษอาจจะยาวนิดหน่อยว่า Never Split the Difference: Negotiating As If Your Life Depended On It  เขียนโดย Chris Voss และ Tahl Raz แปลโดย วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร นักแปลฝีมือดีที่มีผลงานมาแล้วหลายเล่ม ซึ่งมีส่วนทำให้สำนวนการแปลในเล่มนี้ค่อนข้างลื่นไหล อ่านง่าย ไม่สะดุด เข้าสู่หลักใหญ่ใจความของหนังสือก่อน สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อกับเราก็คือ ในแต่ละวันไม่ว่าเราจะหลีกเลี่ยงแค่ไหน  เราก็ต้องเผชิญกับการเจรจาต่อรองอยู่เป็นประจำ อย่าค่ะ อย่าไปคิดถึงเรื่องธุรกิจหมื่นล้านพันล้าน ขอให้นึกถึงเรื่องง่ายๆ อย่าง การต่อรองกับเพื่อนว่าจะไปกินข้าวร้านไหนดี การต่อรองกับแฟนว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หรือแม้แต่การต่อราคาสินค้าห้าบาทสิบบาท นั่นก็นับว่าเป็นการต่อรองไม่แตกต่างกับการต่อรองซื้อรถ ซื้อบ้าน เจรจาธุรกิจสัญญามูลค่ามหาศาล เพราะหัวใจของการต่อรองก็คือ เราจะต้องได้ผลลัพธ์ที่เราพอใจ ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองในระดับไหน  ทุกคนล้วนต้องการกุมชัยชนะไว้ในมือทั้งนั้น ทีนี้จะทำอย่างไรล่ะ เราจึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ของแบบนี้มันก็มีต้องมีทักษะ มีการฝึกฝน จนเกิดการเรียนรู้เข้าไปในสายเลือดค่ะ ต่อให้ยังไม่เก่งขึ้นในสามวันห้าวัน […]

บอกที…คนโสดเค้าทำไรกัน

ความโสดไม่ใช่เรื่องใหญ่ ใครๆ เค้าก็โสดกัน ถ้าชีวิตรักมันแย่ก็แค่ถอย …มาดูกันซิว่าวันๆ คนโสดที่มีความสุขเค้าทำไรกัน

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา