THE DHAMMA MAN อุ๋ย บุดด้าเบลส

ถ้าเป็นไปได้ อยากให้คุณอ่านบทสัมภาษณ์นี้โดยไม่ต้องทราบล่วงหน้าว่าคนที่สุดฯ คุยด้วยคือใคร อยากปิดชื่อ ไม่เอ่ยถึงผลงานหรือข่าวที่จะทำให้คุณเดาได้ แล้วค่อยไปพบคำเฉลยตอนจบคิดหาวิธีนำเสนออยู่นาน แต่ก็ไม่ง่ายที่บทสัมภาษณ์หนึ่งจะไร้ภาพถ่ายแล้วมีเพียงเฉพาะตัวหนังสือยาว10 หน้า อย่างที่รู้กันว่าคนสมัยนี้ชอบอะไรที่เข้าใจง่าย ดึงดูด และใช้เวลาในชีวิตอยู่หรือทำสิ่งนั้นไม่นานพร้อมเลื่อนหนีหรือพลิกผ่านหากสายตาตัดสินแล้วว่าไม่น่าสนใจ เหตุแห่งการคิดจะทำแบบนี้เพราะการได้สนทนากับ อุ๋ย บุดด้าเบลส หรือ นทีเอกวิจิตร ทำให้คิดว่าคนเราไม่ควรตัดสินคนจากภายนอกจริงๆ ไม่ว่าจากการแต่งตัวหน้าตา หรือภาพลักษณ์ที่เห็น หากคุณได้เคยเห็นเขาในฐานะนักร้องที่มีแนวเพลงเฮฮาปาร์ตี้อาจคิดไปได้ว่าเขาคงเป็นเหมือนมนุษย์ค่อนโลกที่ขลุกกับกิเลส และไกลจากธรรมะซึ่งเราก็เคยคิดกับเขาเช่นนั้น ไม่นานมานี้มีกรณีที่เขาออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องวัดวัดหนึ่ง นั่นทำให้มองเห็นภาพอีกด้าน โดยเฉพาะความรู้ลึกที่มีต่อพุทธศาสนาและยิ่งเห็นชัดจากการสนทนาครั้งนี้ ถ้าให้อ่านคำที่เขาตอบสัมภาษณ์ คุณอาจจะไม่คิดเลยว่านี่คือคนคนเดียวกับที่เห็นใส่ชุดสีเหลือง ทำผมฟู กระโดดโลดเต้นร้องเพลง “อยู่ในปาร์ตี้ร้อนอย่างกับ Fire” คนนั้น แต่อาจจะคิดไปได้ว่าเรากำลังสนทนากับคนวัยห้าหกสิบที่เข้าวัดเป็นนิจคนนุ่งขาวห่มขาว หรือพระสงฆ์สักรูปอยู่ ว่าไหมครับ เอ่ยชื่อ “อุ๋ย บุดด้าเบลส”คนจะนึกถึงเรื่องศาสนามากกว่าเพลงแล้ว ก็คงแค่ช่วงนี้ที่เป็นกระแสข่าวขึ้นมา คนที่เขาไม่รู้เรื่องและไม่ได้ดูข่าวก็เยอะนะครับ คิดว่าคงเป็นกระแสสังคม เหมือนจุดพลุแล้วหายไป แล้วก็มีเรื่องใหม่ขึ้นมา ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่มีซิงเกิ้ลใหม่ ใช่ครับ ล่าสุดผมออกเพลง เพื่อนหายเพราะขายอ้อม ออกมา หลังจากนั้นไม่นานในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต เลยหยุดไป แล้วก็ไม่ได้ออกอะไรอีก ตอนนี้ผมทำเพลงอัลบั้มเดี่ยวอยู่ ว่าจะออกๆ […]

keyboard_arrow_up
error: ห้ามคัดลอกเนื้อหา