g19 กว่าจะร็อกเท่าวันนี้ “กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา”

เอ่ยชื่อ จีนี่ เรคคอร์ดส” เชื่อว่าคอเพลงร็อกทั้งหลายไม่มีใครไม่รู้จัก ค่ายนี้เป็นบ้านของศิลปินดังมากมาย และวันนี้จีนี่ก็ยืนหยัดคู่วงการเพลงไทยมาถึงปีที่ 19 พวกเขาจึงจัดหนักจัดเต็มกับการกลับมาของเทศกาลดนตรีร็อกครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งตารอ g19 “genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้” ที่ขน 20 ศิลปินร็อกระดับท็อปขึ้นเวที เพื่อสร้างตำนานสุดมันด้วยกันอีกครั้ง และนี่คือศิลปินเชื้อสายจีนี่ที่ผ่านอะไรกันมาเยอะและเต็มไปด้วยความผูกพันแน่นแฟ้น จนหน้ากระดาษแทบบรรรยายไม่พอ   

เบื้องลึกเบื้องหลัง ศิลปินค่ายจีนี่ g19 “กว่าจะร็อกเท่าวันนี้” มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา 

Bodyslam

ตูน: วันที่เดินเข้ามาจีนี่วันแรกเหมือนเราเป็นเด็กฝากจากพี่ ๆ บิ๊กแอส ซึ่งเข้ามาอยู่จีนี่ก่อน ซึ่งช่วงนั้นอัลบั้ม Seven ของบิ๊กแอสมีเพลง เล่นของสูง ดังมาก ในขณะที่บอดี้สแลมหมดสัญญากับค่ายเก่าพอดี พี่กบกับพี่อ๊อฟเลยจูงมือน้องชายเข้ามาฝากกับพี่นิค (วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารค่าย) ตอนนั้นก็ไม่ได้คาดหวังว่ามาแล้วเราต้องมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม พวกเรามาที่นี่ด้วยความสบายใจ อบอุ่น มีความสุขที่จะได้อยู่กับพี่ ๆ บิ๊กแอสมากกว่าครับ ส่วนพี่นิคก็ให้เกียรติให้อิสระบอดี้สแลมได้ทำงานเต็มที่ในแบบเรา ไม่สร้างกรอบว่าต้องทำนั่นทำนี่

ปิ๊ด: ผมจำสภาพแรกที่เข้ามาสกรีนเทสต์ได้ดี ลุคผมแย่สุดเลย ใส่เสื้อสี ๆ ลาย ๆ ผมทรงประมาณเต้าหมิงซื่อ F4 ผ่านการยืดและหนีบมาด้วย (หัวเราะ)

ตูน: แต่ละคนมากันคนละทิศละทางเลย มีศัพท์เรียกเฉพาะพวกเรากันเองว่า “ด้วงจ้อน” (ยิ้ม) วันนั้นผมใส่เสื้อฮาวายสีเหลือง ส่วนพี่ชัชกับพี่ยอดแต่งตัวเก่ง ดูดีสุดในวง

ปิ๊ด: มากันแบบจ้อน ๆ ไม่มีสไตล์อะไรเลย (หัวเราะ)

ยอด: ผมไว้ผมยาวถึงก้นเลยครับ

ชัช: ผมเน้นแต่งตัวโทนสีดำ เจาะปากด้วย

ปิ๊ด: ดูดีนะ แต่สติไม่ค่อยมี (ฮายกวง)

ยอด: 12 ปีในจีนี่ พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันแค่เรื่องงาน ถ้าใครมีปัญหา เรื่องส่วนตัวก็สามารถเคาะประตูห้องพี่ ๆ ได้เสมอ พี่ ๆ จะให้คำปรึกษาแนะวิธีแก้ปัญหาด้วยดีมาตลอด

โอม: ส่วนผมเป็นสมาชิกใหม่ที่มาหลังสุด ก็อยากขอบคุณบอดี้สแลมที่ไว้ใจให้ผมเข้ามาร่วมทางด้วย ขอบคุณพี่ ๆในจีนี่ ขอบคุณแฟนเพลงบอดี้สแลมทุกคนที่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองครับ

ตูน: วงบอดี้สแลมเดินทางบนเส้นทางดนตรีมา 15 ปี เราได้เห็นแฟนเพลงหลายยุค ตั้งแต่พวกเขายังเด็ก ๆ ยังวัยรุ่นตามเชียร์กันมาตลอด พอทำงานมีภาระหน้าที่ อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่ยังติดตามความเคลื่อนไหว และเชียร์เราอยู่ห่าง ๆ เสมอ จนมาปีหลัง ๆ แฟนเพลงเราเด็กลงเรื่อย ๆ และมีแฟนเพลงรุ่นพี่ป้าน้าอาเพิ่มขึ้นด้วย บางงานได้เห็นภาพแฟนเพลงมากันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก เป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจมากครับ 10 กุมภาพันธ์นี้ กับคอนเสิร์ต g19 ผมคิดว่านี่จะเป็นโชว์ใหญ่โชว์แรก ที่ทุกคนจะได้เห็นบอดี้สแลมกับเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นความพิเศษเพื่อคนดูเท่านั้น แต่มันพิเศษสำหรับบอดี้สแลมด้วย พวกเราตั้งตารอที่จะให้ถึงวันนั้นเช่นเดียวกันกับทุกคนครับ

g19
ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก (เบส) ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย (ร้องนํา-กีตาร์) ยอด-ธนชัย ตันตระกูล (กีตาร์) โอม เปล่งขํา (คีย์บอร์ด) และชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด (กลอง)
25 Hours

แหลม: การย้ายค่ายมาอยู่จีนี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของวงครับ เพราะเราเชื่อว่าต้นไม้จะโตได้ต้องมีดินที่เหมาะสม เราเองก็ต้องหาพื้นที่ที่เหมาะกับเรามากที่สุด ซึ่งเมื่อได้เข้ามาคุยกับผู้ใหญ่ที่จีนี่แล้วทำให้เราตัดสินใจได้ง่าย เพราะที่นี่ลงตัวกับเราที่สุด จีนี่ยังให้ทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์ดำเนินและเติบโตไปอย่างที่ควรเป็น ให้เราได้สร้างงานในแบบที่ซื่อสัตย์กับตัวเอง

จ๊อบ: มาตรฐานการทำงานของจีนี่มีความเป็นระบบ เมื่อก่อนเราทำงานค่ายเล็ก ๆ วิธีการไม่ได้ตายตัว เราคิดและทำกันเองซะเยอะ พอมาอยู่ที่จีนี่ระบบการทำงานของวงก็ดีขึ้นหลายอย่าง เพราะค่ายซัพพอร์ตศิลปินทุก ๆ ด้าน

แหลม: ตอนนี้ทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์อายุ 8 ปี เราอยู่จีนี่มา 3 ปี ก็ต้องปรับตัวไปด้วยตลอด แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนจนเสียจริต เรายังทำดนตรีในแบบที่เราเป็น เพราะเชื่อมาตลอดว่า แม้โลกจะเปลี่ยนไปไวแค่ไหน แต่ถ้าคนยังรักในดนตรี วงดนตรีก็จะยังคงอยู่ไม่ไปไหน นี่คือสิ่งที่จริงแท้และแน่นอน ตลอด 8 ปีในการทำงาน สิ่งที่ดีที่สุดในการเล่นดนตรีในฐานะวงทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์คือ แฟนเพลง พวกเขาคือหัวใจ ต่อให้ทำเพลงดีแค่ไหน แต่ไม่มีคนฟัง ไม่มีคนอุ้มชู ก็เหมือนเทน้ำลงทรายแล้วหายไป

ช่วงแรกที่เป็นทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์ เราเคยไปเล่นในจังหวัดที่ไม่คิดว่ามีคนดู แต่ปรากฏว่าคนดูเต็มร้านเลย แล้วร้องได้ทุกเพลง เพลงที่ไม่ได้โปรโมตเขาก็ร้องได้ แล้วภาพแบบนี้ก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนวันนี้เรามีแฟนเพลงทั่วประเทศเหนียวแน่น พวกเขาโตมาพร้อมเรา เป็นแฟนเพลงเราตั้งแต่เด็กจนเรียนจบทำงาน บางคนมีลูกแล้ว ก็ยังติดตามกันอยู่ ซึ่งพวกเขาคือสิ่งล้ำค่าสำหรับพวกเรา

สำหรับคอนเสิร์ต g19 เป็นการรวมตัวของศิลปิน ทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทุกอย่างจะรวบตึงอยู่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใหญ่มาก ขอเชิญชวนแฟนจีนี่ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ดนตรีร็อกด้วยกัน สนุกกันตามสไตล์ของตัวเอง ไปให้กำลังใจทเวนตีไฟฟ์อาเวอส์ท่ามกลางหมู่มวลชาวร็อกชุดดำ เราเหมือนเป็นผีเสื้อตัวน้อยครับ (ยิ้ม) พวกเรามีเพลงใหม่ไปเล่นและมีโชว์ที่ตั้งใจทำเป็นพิเศษให้แฟนเพลงด้วยครับ

แหลม-สมพล รุ่งพาณิชย์ (ร้องนำ) โฟร์-ประทีป สิริอิสสระนันท์ (กีต้าร์) จ๊อบ-กฤตพงศ์ สกุลนามอเนก (กลอง) บัง-เอกศิริ กำบังภัย (เบส) และปู๋-ปิยวัฒน์ มีเครือ (กีต้าร์)
ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์

จริง ๆ พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าใครเลือกให้พี่มาอยู่ที่นี่ (ยิ้ม) เดิมพี่อยู่ค่ายจีราฟเรคอร์ดส แต่พอค่ายปิดตัวลง พี่ก็ย้ายมาอยู่จีนี่ ตอนนั้นพี่ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรเรื่องย้ายค่ายนะ เพราะจีนี่ก็อยู่ภายใต้แกรมมี่เหมือนกัน ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหลังเดิม เพียงแค่ย้ายห้องเท่านั้นเอง แต่พี่รู้สึกดีมากที่เราไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพราะพี่ไม่สามารถทําเพลงตามกระแสได้ถ้าไม่อยากทํา ถ้าสิ่งนั้นฮิตแล้วเราอยากทํา พี่ถึงจะทํา ซึ่งพี่นิค ผู้บริหารจีนี่เข้าใจพี่ในทุกอย่างที่พี่เป็น จึงเป็นการทํางานที่สบายใจมาก ๆ ตลอด 13 - 14 ปีที่อยู่ด้วยกัน 

“20 กว่าปีบนเส้นทางดนตรี มันสอนการใช้ชีวิตพี่อย่างมาก พี่อยากเล่นดนตรีเป็นอาชีพ เพราะทําแล้วมีความสุข แต่มันมีข้อเสียตรงที่รายได้ไม่สม่ำเสมอ เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเพลงที่ทําออกไปคนจะชอบมากน้อยแค่ไหน แต่พี่เชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเราทําการบ้านหนักพอ ความคิดผ่าน กระบวนการกลั่นกรองมาอย่างดี จะมีคนชอบเสมอ แล้วยิ่งมีการจัดการ การตลาด การพีอาร์ การดูแลระบบการเงินที่ดี ชีวิตนักดนตรีก็จะไม่มีปัญหา 

“มีหลายคนเป็นแฟนเพลงตั้งแต่เขายังเป็นนักเรียน นักศึกษา มาวันนี้ต่างเติบโต เป็นผู้บริหาร เป็นพ่อคนแม่คน ก็ยังคงเป็นแฟนเพลงเราอยู่ วันนี้วงการเพลงมาถึงยุคฟังเพลงในโซเชียลจนมีเพลงร้อยล้านวิว เพลงเราแมสขึ้น ช่วงนี้ไปไหนมาไหนแฟนเพลงเข้ามาทักทายขอถ่ายรูปเยอะ ทั้งเด็กเล็กวัยรุ่น พี่ป้าน้าอาเรียก พี่ป้าง ๆ’ เด็กสองสามขวบก็เรียก พี่ป้าง’ บางคนก็เรียก‘ลุงป้าง’ แฟนเพลงตัวเล็ก ๆ นี่แหละช่วยร้องดังลั่นไม่แพ้แฟนเพลงผู้ใหญ่เลยนะ ความสุขและความรู้สึกดี ๆ แบบนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้จริง ๆ และนี่แหละคือความสุขของคนทำงานดนตรี

Potato

ปั๊ป: โปเตโต้เคยอยู่จีนี่เมื่อ10ปีที่แล้วครับ ทำอัลบั้มชุดที่5Circleได้หนึ่งชุด แล้วเราก็ย้ายไปอยู่ค่ายอื่นในแกรมมี่ เหมือนหนีออกจากบ้านแล้ววันหนึ่งก็หอบของกลับมา พี่ครับ ขอกลับบ้าน มันเป็นฟีลนั้นเลย(หัวเราะ)

หั่ง: ผมทำงานเบื้องหลัง เลยมีโอกาสได้เจอพี่นิคอยู่เรื่อย ๆ แม้ช่วงที่โปเตโต้ไม่ได้อยู่ที่จีนี่ แต่พี่นิคยังคงติดตามมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย

ปั๊ป: จนกระทั่งเมื่อ3ปีก่อน คอนเสิร์ตg16 ผมขึ้นเวทีนี้ในฐานะเกสต์ เหมือนได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยง จำได้ว่าวันนั้นร้องเพลง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ในอัลบั้มที่ 5 ที่ทำกับจีนี่ วันนั้นผมไปคนเดียว พอลงจากเวที ด้วยบรรยากาศมันทำให้ผมรู้สึกว่า เราอยากได้รับโอกาสอีกครั้งจากค่ายเพลงร็อคอันดับ1ของเมืองไทย ก็ขอพี่นิคกลับมาว่า ถ้าเรากลับมาอยู่ที่นี่ พี่จะรับหรือเปล่า วันที่เข้าไปคุยที่จีนี่ยังไม่ได้เซ็นสัญญานะ แต่พี่นิคก็พาพวกเราไปแนะนำ แล้วบอกว่าน้องๆ จะกลับมาอยู่ที่นี่นะ

หั่ง: เวลาเข้าไปที่ค่ายจะรู้สึกเฮฮามาก จนบางทีไม่ได้รู้สึกว่าเป็นค่ายเพลง บรรยากาศมันก็จะแฮ็ปปี้ ไม่เครียด เหมือนอยู่บ้าน แต่อีกมุมหนึ่งเวลาทำงาน ทีมงานทุกคนก็จริงจังมาก

ปั๊ป: ทีมจีนี่ให้เราทำงานเต็มที่ พยายามผลักให้เราลองทำด้านอื่น ๆ ด้วย ลองแบบนี้มั้ย จากที่เคยเป็นนักร้อง ไม่อยากเป็นพระเอกเอ็มวีเอง ก็ได้ลอง พี่หั่งเองก็บิลด์ กลายเป็นว่ากลับมาครั้งนี้ ผมเปิดตัวเองมากขึ้น ได้ลองเล่นมินิซีรี่ส์ ทำให้ผมเข้าใจมุมมองศิลปะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราทำอยู่มากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ปิดตัวเองมาตลอด ยึดแต่ว่าฉันเป็นนักร้อง จะร้องเพลงอย่างเดียว จะไม่ทำอย่างอื่น เดี๋ยวเสียภาพลักษณ์ ขนาดตัวเองยังไม่เชื่อ แล้วคนดูจะเชื่อได้ยังไงสุดท้ายแล้ว ถ้าเราทำด้วยความจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นงานรูปแบบใด คนดูเขาสัมผัสได้อยู่แล้ว และเขาก็พร้อมเชื่อในสิ่งที่เราทำ

ปีนี้หลังg19 เราเตรียมออกอัลบั้มเต็มชุดที่7 ชื่อชุดตรงตัวเลยว่า ชุดที่เจ็ด ชุดนี้ห่างจากชุดก่อนประมาณ7ปี ระยะทาง7ปี ผ่านเรื่องราวมาเยอะ เลยอยากตั้งชื่อที่มันชัดเจน ตลอด 17ปีของโปเตโต้ คนที่เราอยากขอบคุณมาก ๆ คือแฟนเพลง พวกเราไม่ได้เข้มแข็งทุกวัน มันมีช่วงที่อ่อนแอ หลายครั้งที่เราเหนื่อย คิดลังเลว่าจะไปต่อดีมั้ย แต่ก็ได้แฟนเพลงที่หันไปแล้วยังอยู่พร้อมประคอง หยิบยื่นกำลังใจมาให้เสมอ ทำให้เรายังอยากทำงานต่อ ความรักของแฟนเพลงเป็นอีกหนึ่งความรักที่เราควรเรียนรู้ เพราะพวกเขาไม่เคยต้องการการตอบแทน มีแต่จะให้ อยากเห็นพวกเรามีความสุขและประสบความสำเร็จ ซึ่งพวกเราก็รู้สึกกับพวกเขาอย่างนั้นเช่นเดียวกันครับ

หั่ง ทีฆทัศน์ ทวิอารยกุล (กีตาร์) โอม-ปิยวัฒน์ อนุกูร (เบส) ปั๊ป- พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข (ร้องนำ) และ กานต์ อ่ำสุพรรณ (กลอง)
Labanoon

เมธี: เราเพิ่งมาอยู่จีนี่ได้ 3 ปีครับ ซึ่งก่อนมาจีนี่เราหยุดชีวิตการเป็นศิลปินไป 8 - 9 ปี ต้องขอบคุนพี่กบ บิ๊กแอส ที่ชวนเรามา (ยิ้ม) ทีแรกลาบานูนตั้งใจจะทำเพลงเองขายเอง ไม่คิดว่าจะมีสังกัด ยิ่งคำว่า “จีนี่” สำหรับเราเป็นค่ายที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วคนจะยังรู้จักลาบานูนอีกเหรอ เพลงเราจะขายได้อยู่มั้ย ประโยคสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจได้คือ ตอนพี่กบโทร.ปรึกษากับพี่นิคว่า มีไอเดียจะทำอะไรกับวงของเราบ้าง พี่นิคตอบว่า ลาบานูนเปรียบเสมือนจิกซอว์ที่ขาดไป เขาจะเข้ามาเติมเต็มจีนี่ ผมจำได้เลยจนวันนี้และก็จำวันที่เข้ามาเซ็นสัญญาได้ว่า พี่กบกับพี่อ๊อฟ บิ๊กแอส เป็นคนพามาเหมือนผู้ปกครองมาส่งเข้าโรงเรียนเลย

อนันต์คงกลัวพวกเราร้องไห้เหมือนเปิดเทอมวันแรก (หัวเราะ)

เมธี: หลังจากเข้ามาจีนี่ ซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาคือ ศึกษานารี ต้องขอบคุณพี่ ๆ ที่ต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ตอนทำเดโม่พี่ตูนก็มานั่งฟังด้วย ทุกคนดีใจที่รู้ว่าเรากลับมาทำเพลงอีกครั้ง ทุกคนเชียร์เรากันขนาดนี้ แล้วเราจะไม่ขึ้นชกได้ยังไง จากที่เคยกลัว แพ้ชนะตอนนั้นผมไม่สนใจแล้ว คิดแค่ว่าเอาวะ กูซัดเต็มที่ วินาทีแรกที่รู้สึกฮึกเหิม ผมก็หยิบสมุดจับปากกาเริ่มเขียนเพลง ทำมันให้ดีที่สุด ทำอย่างมีความสุขแค่นั้นพอ

สมเมย์: ตอนมาที่นี่เหมือนเรานับหนึ่งใหม่ ฉะนั้นเลยไม่คิดเยอะหรือคาดหวังมาก ทุกอย่างทำไปตามสัญชาตญาณ

เมธี: ไม่เคยคิดว่าเพลงจะประสบความสำเร็จถึงขึ้นหลักร้อยล้านวิว แต่ความสำคัญมันไม่ใช่แค่ยอดวิวสามสี่ร้อยล้านวิว เพราะบางเพลงยอดวิวไม่มากแต่มีอิทธิพลบางอย่างกับคนฟัง เช่น เพลง ตายดาบหน้า ผมได้รับคอมเมนต์จากเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่บอกว่า เขาเป็นมะเร็งเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่พอฟังเพลงนี้แล้วเลยลุกขึ้นมาสู้ ถ้าไม่ได้ฟังเพลงนี้คงฆ่าตัวตายไปแล้ว

อนันต์พวกเรากำลังจะมีงานใหญ่คือ คอนเสิร์ต g19 ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตนี้ เพราะตอน g16 ผมได้แค่ดูแผ่นซีดี แต่คราวนี้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน พูดแล้วก็ตื่นเต้น

สมเมย์ไม่อยากให้พลาดงานนี้จริง ๆ ครับ เพราะการจะรวมทุกวงในจีนี่ให้ มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

อนันต์ สะมัน (เบส) เมธี อรุณ (ร้องนำ) และสมเมย์-ณัฐนนท์ ทองอ่อน (กลอง)
ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ

คอนเสิร์ต g19 มี่ว่าเป็นเหมือนงานที่พี่น้องลงเรือลำเดียวกัน พายเรือเพื่อไปถึงจุดหมายเดียวกัน ก็คือทำให้คนที่มาดูมีความสุข ตอนนี้ศิลปินทุกคนเต็มที่มาก คิดโชว์ของตัวเอง แล้วส่งโปรเจ็กต์กับทีมงาน ฟีลเหมือนส่งการบ้านอาจารย์เลย ส่วนโปรเจ็กต์ของมี่ก็มีวางโครงไว้แล้ว แต่ไม่อยากบอกอะไรมาก เดี๋ยวคนอื่นทราบสิคะ ตอนนี้แค่คิดว่าเล่นที่ราชมังคลาฯก็ตื่นเต้นแล้วนะ สถานที่ใหญ่มาก และมี่ยังไม่เคยเล่นที่นี่มาก่อน น่าจะสนุกและมันมาก (ยิ้ม)

ในชีวิตของการเป็นศิลปิน มี่เองก็มูฟมาหลายค่ายในแกรมมี่ ที่เลือกมาอยู่จีนี่เพราะความหนักแน่นของค่ายนี้ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลศิลปิน และผลักดันผลงานที่เป็นคาแร็กเตอร์ของศิลปินออกมาได้อย่างชัดเจนมาก มี่อยากร่วมงานกับทีมที่ทุ่มเทแบบเข้าใจงานจริง ๆ พร้อมกับให้เราเป็นในแบบที่เราเป็น เป็นการทำงานที่แฮ็ปปี้มากค่ะ ในบ้านหลังนี้มี่ถือว่าเราเป็นน้องใหม่ค่ะ น้องใหม่ที่หน้าแก่ (หัวเราะ) 

“ทีมงานจีนี่ทุกคนน่ารักมาก พี่นิคเป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ใจและรับฟังเสมอ พร้อมกับช่วยวิเคราะห์งานให้ด้วยว่าเพลงนี้ออกไปจะเป็นยังไง เพราะมี่เองก็ไม่เคยนั่งวิเคราะห์เลย มี่รู้สึกว่ามันดีกว่าที่เรานั่งทำงานอยู่คนเดียวในบ้าน โดยที่ไม่ทราบว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกกลุ่มคนที่มี่ซาบซึ้งมากคือแฟนเพลง สิบกว่าปีในการเป็นศิลปินมี่ยังเป็นมี่คนเดิม จริงใจกับทุกสิ่งที่ทำตลอดการเป็นนักร้อง มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่พวกเขายังอยู่ และเป็นพลังที่คอยขับเคลื่อนให้เราก้าวต่อไป แม้ไม่ได้เจอกันตามงาน แฟน ๆ ยังติดตามกันอยู่เรื่อย ๆ ให้กำลังใจกันห่าง ๆ น่ารักมาก ปีนี้มี่จะมีเพลงออกมาให้ฟังกัน ฝากติดตามด้วยนะคะ และในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ มี่จะรอเจอมิตรรักแฟนเพลงของมี่และของทุกวงค่ะ

Paradox

ต้า: ความผูกพันระหว่างจีนี่กับพาราด็อกซ์ยาวนานร่วม 17 ปี เริ่มตั้งแต่แกรมมี่ยังอยู่ตึกซีมิค ทาวเวอร์บี ห้องทำงานของจีนี่มีแค่โต๊ะทำงานอยู่ตัวเดียว ครั้งแรกที่เข้ามาคือพาเพื่อนมาเสนอเพลงกับพี่นิค เพราะเพื่อนมีแววมาก ส่วนพวกเราทำเพลงนอกกระแส ไม่ค่อยแมสเท่าไร จนพี่เต็ด - ยุทธนา บุญอ้อม ชวนให้มาทำอัลบั้ม Intro 2000 ตอนนั้นก็ส่งเพลง ท่ามกลาง แนวเพลงค่อนข้างแปลก นอกกระแสสไตล์เรามาก แต่ปรากฏว่ากลับประสบความสำเร็จ จากนั้นค่ายจีนี่ก็ชวนให้มาออกอัลบั้มเต็มด้วยกัน โดยที่ทางค่ายจะไม่แตะต้องเราเลย อยากให้เราทำงานแปลกๆ อย่างที่เราเป็น พอปรึกษาคุณสองซึ่งคึกคักมาก เขาบอกว่า น่าสนใจนะ ตรงข้ามกับผม คือมีความกลัว ถ้าอยู่กับแกรมมี่จะลงตัวมั้ย รู้สึกว่าทำเองขายเองอยู่แบบใต้ดินก็มีความสุขดีแล้ว

สอง: ป๋าเต็ดเอาเทปที่เราทำใต้ดินไปให้พี่นิคฟัง เขาคิดว่าพี่นิคก็น่าจะชอบ แต่ผมก็ไม่คิดว่าแกจะชอบถึงขั้นให้อิสระเราได้ทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกที่ออกกับจีนี่คือ Summer มีเพลงดังเพลงฮิตคือน้องเปิ้ล, ฤดูร้อน, Love ซึ่งทุกวันนี้พาราด็อกซ์ยังเล่นเพลงนี้อยู่เกือบทุกเวที

ต้า: 17 ปีที่อยู่จีนี่ พวกเราประทับใจความยืดหยุ่นของค่าย และวิสัยทัศน์ของพี่นิคที่เฉียบขาด อะไรใช่ไม่ใช่บอกกันชัดเจน ถ้าเรามีปัญหาหรืออึดอัดใจอะไรสามารถคุยกับค่ายได้ ค่ายพร้อมจะช่วยซัพพอร์ตทุกอย่าง ในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ใช่การทำงาน เราเหมือนครอบครัวที่มีความเอ็นดูกันตลอด พาราด็อกซ์เหมือนเด็กไม่ค่อยเข้าบ้าน นอกคอกนิดหนึ่ง ปีหนึ่งจะเข้าตึกสองสามหน

สอง: ถ้าช่วงโปรโมตงานจะเข้าตึกบ่อยหน่อย ถ้าไม่โปรโมตก็หายไป 5 ปีไม่เคยเข้าบริษัทเลย

ต้า: คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะเรามีอัลบั้มใหม่ คือถ้าไม่มีอัลบั้มใหม่ก็คงเขินหน่อย ๆ ครับ (ยิ้ม) เพราะเหมือนเราเล่นเพลงเก่า งานนี้เราจะเตรียมเพลงใหม่ ๆ มาฝากให้หายคิดถึงพาราด็อกซ์มีแฟนเพลงหลายรุ่นมากครับ รุ่นแรกจะเป็นเด็กช่างกล ช่างศิลป์ ผู้ชายหน้าโหด ๆ รุ่นถัดมาเป็นเด็กไอที เด็กวิทยาศาสตร์ เด็กเรียนหมอ จากนั้นก็เริ่มมีแฟนเพลงผู้หญิงแนวใสปิ๊ง แนวครอบครัวพ่อแม่ลูก ปีนี้คาดว่าเราจะมีแฟนเพลงเจนใหม่เพิ่มเข้ามาอีก อาจจะต้องค่อย ๆ เรียนรู้จักกันใหม่ แต่ดีใจครับ เพราะแฟนเพลงกลุ่มนี้เขาจะติดตามไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ด้านแฟนเพลงเก่า ๆ ที่โตแล้วก็ยังคอยตามสนับสนุนไปคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ คือดูเรามาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว จนวันนี้มีลูกแล้วก็หอบกันมาดูพาราด็อกซ์ ก็ไม่รู้ว่า g19 จะพาลูกพาหลานมากันมั้ย ถ้ามาก็ดีนะ อบอุ่นเหมือนมางานเลี้ยงญาติพี่น้อง (ยิ้ม)

บิ๊ก-ขจัดภัย กาญจนาภา (กีตาร์) ต้า-อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา (ร้องนํา /กีตาร์ สอง-จักรพงศ์ สิริริน (เบส) และโจอี้-เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยา (กลอง)
Klear

แพท: วันที่เข้ามาเซ็นสัญญาที่จีนี่เรารีบเซ็นกันมากแทบไม่อ่าน กลัวค่ายเปลี่ยนใจค่ะ(หัวเราะ) จำได้ว่าวันนั้นมีคำถามมากมายจากพี่นิค ประมาณว่า ทำเพลงจะเอากล่อง เงิน หรือชื่อเสียง มันไม่ใช่คำถามถูกผิดหรอก พี่เขาแค่อยากรู้ทัศนคติ เราตอบไปว่าเอากล่อง ตอนนั้นเราเป็นเด็กติสท์ที่แรง ไม่สนเรื่องการตลาด ยอดขาย เราเป็นแบบนี้ เราอยากทำแบบนี้ เราคิดว่าเพลงที่เราทำดีแล้ว ซึ่งมองย้อนกลับไปมันยังไม่ดี ถึงขั้นที่เราจะมั่นใจตัวเองได้ขนาดนั้น

นัฐ: ตอนนั้นอายุ20ต้น ๆ ด้วยวัยตอนนั้นมันก็ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้แล้วครับเรารู้สึกว่าก็เต็มที่แล้ว

แพท: ปรากฏว่าการเซ็นสัญญาที่เราคิดว่ามันเป็นเส้นชัย มันไม่ใช่เลย มันเหมือนจุดสตาร์ตปล่อยตัวเราให้ลงสนามจริง พอลงไปแข่งแล้วเราก็แพ้ เมื่อก่อนแพทดาร์กมาก ไม่คุยกับคนดูเลย ถึงขั้นถูกส่งไปเรียนแอ๊คติ้งโค้ช เพื่อปรับจูนทัศนคติ ซึ่งมันเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีมาก ทิศทางวงเปลี่ยนเราแฮ็ปปี้ที่ได้เปลี่ยน เราได้เรียนรู้ว่า แสงสว่างมันดีกว่าที่จะมาแสดงความดาร์ก รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขขึ้นมาก

คี: ค่ายจีนี่สอนให้เราเรียนรู้ด้วยตัวเอง แบบไม่ได้บังคับด้วยนะครับ แนะนำแนวทางว่าอะไรดีไม่ดี ถ้าเราไม่เชื่อ เขาก็ปล่อยให้เราไปเจอข้อผิดพลาดเอง คือจีนี่ลงทุนกับเราเยอะมากครับ

แพท: พี่นิคถึงกับพูดว่า โรยเงินให้เดินแล้วเราก็เอาไปผลาญ พอยิ่งโตเรายิ่งเข้าใจ เราเปิดใจรับฟังความคิดเห็น คุยกันแล้วก็พัฒนาไปด้วยกัน สื่อสารกับคนฟังมากขึ้น ลงไปอยู่กับคนดู ลงไปนั่งกับเขา ถ้าใครร้องไห้ เราจะเดินลงไปหา ไปอยู่ใกล้ ๆ เราอยากรู้จักคนดู อยากดูแลเขาให้มากที่สุด

ณัฐ: ขอบคุณแฟนเพลง ไม่ใช่พูดเพื่อให้ดูเก๋ แต่ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเคลียร์วันนี้จริงๆ เวลาเราไปเล่น เราได้พลังจากแฟนเพลงส่งขึ้นมาเพื่อ ที่เราจะได้ไปต่อในวันต่อไป ไปที่ใหม่เขาก็ส่งพลังมาให้เราอีก

นัฐ: มันคือโมเมนต์ที่เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นดนตรี แล้วพวกเราก็กอบโกยกำลังใจเหล่านี้มาสร้างผลงานที่ดีเพื่อแฟนเพลงต่อไปครับ

นัฐ นิลวิเชียร (กลอง) ณัฐ-ณัฐวัฒน์ แสงวิจิตร (กีตาร์) แพท-รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย (ร้องนํา) และคี-คียาภัทร โพธิ์วงศ์ไพรเลิศ (เบส)

Sweet Mullet

เต๋า: ก่อนเข้ามาเป็นศิลปินที่จีนี่ ผมทำงานเป็นครีเอทีฟ พอเซ็นสัญญาก็ต้องลาออกจากงานประจำเพื่อมาเตรียมทำเพลง

แป๊บ: ผมลาออกจากเล่นดนตรีกลางคืน ซึ่งรายได้ค่อนข้างโอเค ณ ตอนนั้น

หมู: ผมยังเรียนอยู่ปีหนึ่ง วันเซ็นสัญญาต้องมีผู้ปกครองไปด้วย

ตี่: ผมทำธุรกิจที่บ้าน ก็ค่อย ๆ เฟดตัวออกมาทำเพลง ซึ่งต้องขอบคุณครอบครัวที่เข้าใจและไม่ว่าอะไร

เต๋า: ช่วงที่ทำเพลงแรก ๆ เรียกว่าลำบากกันมากครับ ลาออกจากงานที่ทำก็เหมือนกับทุบหม้อข้าวตัวเอง บ้านผมอยู่สมุทรปราการ นั่งรถเมล์หลายต่อเพื่อไปทำเพลงบ้านโปรดิวเซอร์ย่านฝั่งธน กว่าจะกลับบ้านก็ตีสามตีสี่ เป็นช่วงที่รอรถเมล์นานมาก ชั่วโมงหนึ่งมาที กระทั่งเราได้เพลงแรกของการเป็นศิลปิน คือเพลง ตอบ ในอัลบั้ม Showroom Vol.1 ซึ่งรวมเพลงจากศิลปินหน้าใหม่ของค่ายจีนี่อย่างเรโทรสเปกต์, ซินญอริต้า, kaberry, Saturday Seiko, Day Tripper พอปล่อย ตอบ ออกไป เรื่องที่ต้องต่อสู้ต่อมาของพวกเราคือ ช่วยกันโทร.เข้าคลื่นวิทยุเพื่อขอเพลง

ตี่: เมื่อก่อนการที่เพลงได้เปิดคลื่นวิทยุมีผลต่อฟีดแบ็กมาก พวกเราก็กระจายบอกเพื่อนให้ช่วยโทร. ส่งเอสเอ็มเอสไปขอเพลง โทร.เล่นเกมหน้าไมค์เพื่อขอเพลง ซึ่งก็ช่วยได้เยอะนะครับ แล้วเพลง ตอบ ก็ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

เต๋า: ด้วยความที่เพลงเป็นแนวร็อคเมทัลอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูคนฟังเท่าไร การเป็นศิลปินในช่วงแรกของเราก็จะถูกปรามาสเยอะ วงนี้จะไปรอดมั้ยเพลงห่วยหรือเปล่าเนี่ย เพลงทำมาเหมือนวงนั้นวงนี้เลย ก๊อปมาละสิ วงนี้จะไปได้สักกี่น้ำ คือจิตใจพวกเราก็ต้องเข้มแข็งประมาณหนึ่ง สิบกว่าปีผ่านไปกาลเวลาก็ได้พิสูจน์การทำงาน และเพลงของพวกเรา เราอยู่กับจีนี่มา 14 - 15 ปีแล้ว ทุกวันก็ยังเล่นดนตรีด้วยความรักเสมอ คำปรามาสที่เคยเจอมา มันทำให้เราโตขึ้น รู้จักเรียนรู้และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ

ตี่: จีนี่สอนให้เราเข้าวงจรชีวิตศิลปิน อ้อ มีรถตู้มารับ ก่อนจะขึ้นเล่นต้อง มีซาวนด์เช็ก รู้จักการแต่งหน้าครั้งแรกก็ที่จีนี่ (หัวเราะ) ต้องรองพื้น เขียนคิ้วชีวิตกองถ่าย การสัมภาษณ์สื่อควรตอบอย่างไร เรียนรู้มารยาทสังคม ทำงานแบบมืออาชีพต้องแบบนี้นะ ต้องรู้ให้ครบทุกมุมในการทำงาน

แป๊บ: นอกจากเรียนรู้ด้วยตัวเอง เรายังได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพผ่าน รุ่นพี่ในค่ายเดียวกัน ได้เห็นวินัยในการทำงาน วิธีคิดต่าง ๆ เช่น พี่ ๆ วงบอดี้สแลมที่เราชื่นชม เราเคยเล่นเป็นวงเปิดให้ การได้อยู่ใกล้พี่ๆ หลังเวทีทำให้เห็นว่าคนเก่งทำงานกันอย่างไร เตรียมตัวอย่างไร เตรียมสคริปต์อย่างไร

หมู: 19 ปีข้างหน้า พวกเราก็คงทำเพลงเล่นดนตรีต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีแรงเล่นน่ะครับ

เต๋า: ทุกวันนี้มีแรงมีกำลังใจทำได้ก็เพราะแฟนเพลงเลยครับ เหมือนเราโตมาด้วยกัน เจอกันตั้งแต่พวกเขาเรียนมัธยม เข้ามหา’ลัย บางคนเรียนจบหมอแล้ว บางคนเห็นกันตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก จนไม่นานมานี้ส่งข่าวมาบอกเราว่ากำลังจะแต่งงานแล้วนะ ระหว่างสวีตมัลเล็ตกับแฟนเพลงเรามีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตลอด เราไม่เคยหยุดที่จะเล่นดนตรี และไม่เคยหยุดที่จะรักแฟนเพลงเช่นกัน เพราะเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิตของเราครับ

แป๊บ-ประณัฐ ธรรมโกสิทธิ์ (กีตาร์) เต๋า-ดุลยเกียรติ เลิศสุวรรณกุล (ร้องนํา) หมู-วิทวัส ภักดิ์แจ่มใส (กลอง) และตี่-พิสุทธิ์ โล่ห์สีทอง (เบส)
Cocktail

โอม: ก่อนหน้าจะเข้าจีนี่  ปีเราทำเพลงใต้ดินมาตลอด เคยไปเสนอค่ายก็ไม่มีใครรับ จนวันหนึ่งจีนี่เปิดบ้านต้อนรับเราเข้ามาอยู่ด้วย เราเซ็นสัญญาเมื่อปี 2008 จำได้เลยว่าเป็นวันพฤหัสฯ ฝนตก รถติด มีกระดาษอยู่ข้างหน้าปึกหนึ่งให้เซ็น

ฟิลิปส์:  วงอื่น ๆ ในจีนี่ส่วนใหญ่เคยมีค่ายมาก่อน แต่เราไม่เคยมีค่ายมีสังกัด วันหนึ่งมาอยู่ค่ายที่มีความแมส แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือซีเรียสอะไร

โอมจีนี่เป็นค่ายที่เห็นศักยภาพของพวกเรา พร้อมกับดึงศักยภาพเราออกมาแล้วผลักไปให้คนเห็นในวงกว้าง จีนี่เต็มที่กับเรามาก สนับสนุนสิ่งที่เราคิดให้เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ค่ายทุ่มเทและให้เกียรติวงเสมอมา สำหรับผมการที่มีคนเห็นคุณค่าในตัวเรา มันยิ่งใหญ่มากครับ จาก g16 มา g19 เราไม่กล้าพูดว่าวงมีความพีคขึ้น ที่ผ่านมาขอพูดว่า กราฟเราดีขึ้นเรื่อย ๆ ดีกว่า มีบางช่วงเฉียงมากเฉียงน้อย แต่ไม่ได้ดิ่งลงผมมองว่าวงของเรายังดำเนินต่อไปอยู่ มันยังไม่จบครับ ทั้งหมดทั้งมวลขอมอบเครดิตให้ทีมงานทุกฝ่ายครับ ทั้งทีมเพลง การตลาด พีอาร์ ฯลฯ

ฟิลิปส์: การที่โอมเป็น หน้ากากหอยนางรม ก็ทำให้วงเรายิ่งแมสขึ้นครับ คือในฐานะที่เขาเป็นฟร้อนต์แมน คนค่อนข้างสนใจเขาเยอะมาก สนใจวิธีการร้องของโอม สนใจวงเรามากขึ้น

ปาร์ค: บางคอนเสิร์ตเราไปเล่นบางพื้นที่ เพลงเราอาจไปถึงคนดูยาก แต่ด้วยความที่นักร้องเราแมสมากขึ้น เป็นคนของประชาชนมากขึ้น คนดูรับได้หมดและพร้อมสนุกไปกับเรา คือเริ่มแรกเขาเป็นแฟนคลับหน้ากากหอยนางรม สุดท้ายก็ตามมาเป็นแฟนคลับค็อกเทล

โอม: หน้ากากหอยนางรมเป็นสะพานเชื่อมไปสู่แฟนเพลงที่กว้างขึ้น ถ้าดูจากสถิติ เมื่อก่อนแฟนเพลงเราอายุ 13 - 20 ปี ตอนนี้ 14 - 45 ปี กลุ่มอายุหลากหลาย ขยายฐานไปหลายจังหวัดมากขึ้นไปด้วย ซึ่งมันดีมากเลย เพราะค็อกเทลไม่แบ่งแยกกลุ่มคนฟัง ไม่จำกัดคาแร็กเตอร์ครับ

โอม: 8 ปีที่อยู่จีนี่ พวกเราต้องขอบคุณผู้ใหญ่และทีมงานทุกฝ่ายที่คอยซัพพอร์ต โดยเฉพาะพี่นิคจะสอนผมตลอด มีคำพูดหนึ่งที่พี่นิคสอนแล้วผมจำได้เสมอคือ “จงพูดเรื่องของเราให้เป็นเรื่องของเขา อย่าพูดเรื่องของเราเพราะจะไม่มีใครอยากฟัง” อีกคำสอนหนึ่งที่เป็นกำลังใจทำงานได้ดีมาก ๆ คือ “เวลาล้มอย่าลุกมือเปล่า มองให้ชัดตอนล้มว่าตรงหน้ามีอะไรบ้าง จะได้แยกแยะถูก วันที่เราประสบสำเร็จจะมีคนชื่นชมเรามากมาย แต่วันที่เราแพ้มีคนพร้อมจะเหยียบย่ำ ดังนั้นช่วงเวลาแห่งการล้มเหลวเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการพิสูจน์ว่าใครเป็นมิตรแท้และศัตรู”

ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ (เบส) โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ (ร้องนํา) เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย (กีตาร์) และฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ (กลอง)

ติดตามเส้นทางอันเข้มข้นของร็อคสตาร์ g19 ได้ที่หน้าถัดไป

Big ass

อ๊อฟ: บิ๊กแอสอยู่ในวงการมา 20 ปี พวกเรามีจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ การเปลี่ยนนักร้องนำ ซึ่งเราได้เจ๋งมาเป็นนักร้องคนใหม่ ตอนนั้นอะไร ๆ ก็ใหม่ไปหมดสำหรับพวกเรา ช่วงแรกที่เจ๋งเข้ามา เราให้เขาลุยทุกรูปแบบเพื่อให้มีประสบการณ์หลากหลาย ไม่ว่าจะงานเข้าห้องอัด คอนเสิร์ตเล็ก คอนเสิร์ตใหญ่ งานบุญ งานฝังลูกนิมิตไปหมด ไม่ใช่เพื่อเขาอย่างเดียว แต่เพื่อพวกเราอีก 4 คนด้วย เพราะช่วงที่หานักร้องใหม่ เราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมานาน ไม่รู้เลยว่าแฟนเพลงจะยังตอบรับเราอยู่มั้ย แต่ปรากฏว่าแฟนเพลงยังเปิดรับเราอยู่ในรูปแบบใหม่ เป็นอะไรที่พวกเราทั้งดีใจและโล่งใจ

กบ: เหมือนเจ๋งพาเราไปเปิดโลกใหม่ด้วย ทำให้เราได้แฟนเพลงรุ่นใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น สิ่งที่เจ๋งมีคือ เขาสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่ได้ดี ช่วงแรกมันยากสำหรับเจ๋งมากครับ เหมือนคนที่อยู่ในมุมมืดมาตลอด อยู่ดี ๆ ก็ถูกกระชากมาอยู่ท่ามกลางแสงไฟ เขาต้องใช้เวลาปรับตัวและเรียนรู้อย่างหนัก ผ่านมา 3 ปีแล้ว เจ๋งนิ่งขึ้นและแข็งแรงในเรื่องความคิด  ตอนนี้พวกเราทั้งสี่คนต่างหากที่ต้องตามเจ๋งให้ทัน

โอ๊ค: เขาไม่ได้เตรียมตัวมาอยู่ตรงนี้เลย ตอนนั้นเราอาจไม่ได้มองในมุมเขาเท่าไร เพิ่งเข้าใจทีหลังว่า กว่าเขาจะทำได้ดีขนาดนี้ เขาต้องแบกรับอะไรมากมายทั้งความเครียดและความกดดัน

เจ๋ง: คำว่า “บิ๊กแอส” มันยิ่งใหญ่มากสำหรับผม เราเกิดความลังเลว่า เลือกถูกหรือเปล่า แต่มาคิดดี ๆ เมื่อเรามีโอกาส เราเลือกแล้ว ต้องลุยให้เต็มที่ต้องขอบคุณพี่ ๆ ในวงที่คอยสอนผมทุกเรื่อง พวกเราเจอกันทุกวัน ฝึกหนักตัวต่อตัวเหมือนเข้าค่ายเลย ให้การบ้านไปฝึกร้องเพลง ฝึกสกิลการร้อง การออกเสียงควบกล้ำ ร เรือ ล ลิง

กบ: นอกจากสกิลในด้านต่าง ๆ สิ่งแรกที่สำคัญกว่าคือ เราพาเจ๋งมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำงานด้วยกัน พาออกงาน เหล่านี้สำคัญมากสำหรับการหล่อหลอมสมาชิกเข้าด้วยกัน มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าได้คนเก่งมาแต่คุยกันไม่รู้เรื่อง อยู่บนรถตู้ด้วยกันไม่ได้ เจ๋งเป็นคนจิตใจดีนะ เขาไม่มีพิษมีภัยกับใคร ซึ่งพอจูนเข้ากันได้แล้วก็เกิดเป็นอีพี “แดนเนรมิต” เราหยิบเครื่องดนตรีมาเล่นกัน แล้วก็ได้เพลง แดนเนรมิต ขึ้นมาโดยที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน

เจ๋ง: ผมจำเวทีแรกที่ขึ้นได้อย่างเต็มตัวคือ คอนเสิร์ต “มันไก่มาก 2” ซึ่งเป็นงานใหญ่มาก ผมมีอาการประหม่าตั้งแต่ในห้องซ้อม พอถึงวันจริงอยู่หลังเวทีมันลนลานมาก เครียด กลัวไปหมด ไม่มีสมาธิเลยครับ วงอื่นที่เขารู้ว่าบิ๊กแอสกลับมาพร้อมนักร้องใหม่ ต่างก็มายืนเชียร์ ยืนดู ไม่ว่าจะพี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก วงซีล กลายเป็นยิ่งกดดัน เล่นเสร็จผมร้องไห้เลย

หมู: ไม่ใช่แค่เจ๋ง พวกเราทุกคนก็พลาด กลองตั้งตำแหน่งผิด สายแจ็กหลุด เจ๋งวิ่งพล่านเลย บิ๊กแอสไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมานาน ต้องเจอคนดูสามหมื่นคน มันลนและตื่นเต้นไปหมด

กบ: 12 ปีที่อยู่จีนี่มา เราเชื่อในสัญชาตญาณว่า ที่นี่จะเป็นค่ายที่เราทำงานได้อย่างที่คิด ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา คำสัญญาของพี่นิคคือ “เรื่องเพลงพี่ไม่ยุ่งนะ แต่เรื่องภาพปล่อยพี่” ผ่านมาจนวันนี้คำสัญญาก็ยังเหมือนเดิมขอบคุณผู้ใหญ่และทีมงานที่คอยสนับสนุน ผลักดันภาพและตัวตนของเราให้ชัดเจน รวมถึงแบกรับและปกป้องเราในวันที่เจอมรสุม จีนี่จึงไม่ใช่แค่ครอบครัว แต่เหมือนบ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกอยู่พร้อมหน้ากันอย่างอบอุ่น และอีกกลุ่มคนที่ต้องขอบคุณคือแฟนเพลงที่ผูกพันกันมานาน เราผ่านช่วงเวลาดี ๆ ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาด้วยกัน แต่เขาก็ยังอยู่ ยังแวะเวียนมาเจอ มาเชียร์ให้กำลังใจเสมอ เชื่อว่าแฟนบิ๊กแอสก็ยังคงเตรียมตัวมาเจอเราที่ g19 ซึ่งพวกเราปล่อยอัลบั้มเต็มแล้ว ก็จะมีทั้งเพลงใหม่และเพลงคุ้นหูมาให้ฟังเพียบครับ

อ๊อฟ-พูนศักดิ์ จตุระบุล (กีตาร์) โอ๊ค-พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์ (เบส) เจ๋ง-เดชา โคนาโล (ร้องนํา) กบ-ขจรเดช พรมรักษา (กลอง) และหมู-อภิชาติ พรมรักษา (กีตาร์)
The Yers

โบ๊ท: ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้าจีนี่ พวกเราเข้ามาคุยกับพี่นิคที่ตึกแกรมมี่เรื่อย ๆ วันแรกที่เจอกันบรรยากาศก็สบายๆ เป็นกันเอง พี่นิคบอกว่าชอบวงเรานะอยากได้วงรุ่นใหม่มาอยู่ด้วยกัน

อู๋: ผู้ใหญ่ในค่ายรู้สไตล์การทำงานของเดอะเยอร์ส ว่าเราทำเองจบงานเอง ก่อนเซ็นก็คุยกันเข้าใจว่าเราทำงานสไตล์ไหน เราทำอะไรได้บ้างแค่ไหน พอเคลียร์ก็เซ็นเลย ซึ่งผมตกใจมากว่ามีคนให้ความสนใจ และแชร์ข่าวที่วงเรา
มาอยู่จีนี่เยอะมาก อาจเพราะว่าภาพเราตอนอยู่ค่ายเดิมมันชัดมาก คือเป็นวงนอกกระแส พอมาอยู่ที่นี่ก็มีกระแสจากแฟนเพลงว่า อย่าเปลี่ยนแนวเพลง อย่าเปลี่ยนตัวตนนะ คนก็มองว่า พอเรามาอยู่จีนี่เดี๋ยวเราก็เปลี่ยน ซึ่งก็เปลี่ยนจริง ๆ แต่พวกเราเปลี่ยนด้วยอายุที่มากขึ้นครับ เหมือนงานศิลปะที่มันเปลี่ยนไปตามอายุคนที่ทำ เราไม่ได้เปลี่ยนตามบริษัทที่อยู่ ที่นี่ไม่มีใครบอกให้เปลี่ยนแนวเพลง เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ เปลี่ยนเสื้อผ้า จีนี่สนับสนุนและพัฒนาสิ่งที่เราเชื่อให้งานเราไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ มันเป็นการทำงานที่แฮ็ปปี้มากครับ

โบ๊ท: 3 ปีที่อยู่จีนี่ประทับใจตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ พี่ ๆ ศิลปินทุกคนที่เรา เจอต้อนรับเราอย่างอบอุ่น ทุกคนบอกว่าชอบเพลงเรานะ เพลงดีนะ

อู๋: ปีแรกที่เขามาอยู่ เราได้เจอโปรเจ็กต์ใหญ่เลย คือ g16 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้มาถ่ายทีเซอร์และเอ็มวีเปิดตัวคอนเสิร์ต ได้อยู่ในวงล้อมไอดอลของคนทั้งประเทศอย่างพี่ตูน บอดี้สแลม พี่ป้าง พี่ต้า พาราด็อกซ์ ฯลฯ และปีนี้เรากำลังจะมีคอนเสิร์ต g19 สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อะเร้นจ์เพลง แสงสุดท้าย ของบอดี้สแลม ซึ่งเป็นเพลงธีมในครั้งนี้ วันที่ทำเพลงไม่คิดอะไรหรอก แต่วันเข้าห้องอัดผมรู้สึกว่า “นี่กูทำอะไรอยู่เนี่ย”
(หัวเราะ) คือผมต้องนั่งคุมนักร้องนำของทุกวง ต้องสั่งพี่ป้าง พี่ปั๊ป พี่หนุ่ม กะลา บอกว่า “ร้องอีกรอบครับ” ที่สำคัญคุมร้องพี่ตูนซึ่งเป็นเจ้าของเพลงนี้ด้วย

วันเข้าห้องอัดจริงพี่ ๆ ทุกคนน่ารัก ให้ความร่วมมือดีมากเลยครับ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัวจีนี่ที่อบอุ่นมาก ทำให้หายเครียดไปเลย หน้าที่นี้ในคอนเสิร์ตนี้เหมือนเป็นบททดสอบของผม ที่จะก้าวเข้าสู่อายุเลข 3 เลยครับ เพราะเป็นงานที่ใหญ่มาก ๆ ที่คนทั้งประเทศจะได้ฟังครับ

ต่อ: g19 เป็นป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่สุดในชีวิตในสถานที่ที่ใหญ่มากของพวกเรา เป็นการรวมตัวของเพื่อน พี่น้อง ชาวจีนี่ เพื่อแฟนเพลงชาวจีนี่ เต็มที่มาก

บูม: เล่นกันหลายวงในเวลาที่จำกัด เราค่อนข้างคัดเพลงโดน ๆ ไปให้แฟนๆ ได้สนุกกัน และแน่นอนครับ เรามีเพลงใหม่ไปให้ฟังด้วย

บูม-ถิรรัฐ ภู่ม่วง (กลอง) อู๋-ยศกร บุญญธนาภิวัฒน์ (ร้องนำ-กีตาร์) ต่อ-พนิต มนทการติวงศ์ (กีตาร์) และโบ๊ท-นิธิศ วารายานนท์ (เบส)
Instinct

ปอ: เส้นทางดนตรีตลอด20ปีตั้งแต่สมัยวงเกิร์ล เราเจอทั้งมุมดีและโหดร้าย มันมีการแข่งขันต่อสู้มากมาย บางช่วงเราดังมาก บางช่วงเราแผ่วก็ต้องยอมรับความจริง เราผ่านมาหลายยุค ตั้งแต่เทปผีซีดีเถื่อน ดาวน์โหลดฟรี ยิ่งอยู่นานก็ต้องยิ่งอดทน สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับเราว่าจะสู้มั้ย จะไปต่อมั้ยพวกเราโชคดีที่มีค่ายจีนี่ที่พร้อมสนับสนุน มีแฟนเพลงรักและคอยอุ้มชูมาตลอด

ปาล์ม: ขอบคุณจีนี่ที่เข้าใจว่าเราคิดอะไร เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น คือเราค่อนข้างมีความขวางโลกในบางเรื่อง หัวดื้อบ้าง โดยเฉพาะนักร้องนำ(หัวเราะหึหึ) ผมก็เคยอยากเปลี่ยนตัวเองไปตามแพตเทิร์นที่คนชอบนะ แต่ก็ทำไม่ได้ได้แค่ปรับ แต่เปลี่ยนเลยไม่ได้จริง ๆ เดินคนละครึ่งทางแล้วกัน ทำให้เพลงแมสขึ้นเพื่อสื่อสารกับคนฟังได้ง่าย แต่ยังคงความเป็นอินสติงค์อยู่ 20ปีผ่านไปแฟนเพลงเก่าตั้งแต่สมัยวงเกิร์ลก็ยังอยู่ แฟนเพลงใหม่เป็นนักเรียนม.3 ม.4ตัวเล็กตัวน้อยก็เพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้แฟนเพลงบางคนเรียกผมว่าลุงกันแล้ว“คิดถึงลุงจัง เมื่อไรจะมาเล่นที่นี่บ้าง”

ปอ: จากg16 เมื่อ3ปีก่อน มาถึงg19 มีการเปลี่ยนสมาชิกใหม่ คือเราได้แชมป์มาเป็นมือกีตาร์ให้วง

แชมป์: ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวงอินสติงค์ พี่ปอกับพี่ปาล์มเป็นรุ่นพี่ที่น่ารัก ทำงานด้วยความสนุกครับ

ปอ: พอรู้ว่าg19จะเล่นที่ราชมังคลาฯ เราแอบช็อกนิดหนึ่ง เพราะสถานที่ใหญ่มาก เป็นเอ๊าต์ดอร์ เล่นยากกว่าในฮอลล์ครับ เราต้องเอาให้อยู่มันต้องเล่นใหญ่จัดเต็มเพื่อส่งไปให้ถึงคนดูครับ

ปอ-อนุกานต์ จันทร์อุไร (คีย์บอร์ด) ปาล์ม-ปรียวิศว์ นิลจุลกะ (ร้องนํา) และแชมป์-ธนัช เมทะนะยานนท์ (กีตาร์)
พลพล พลกองเส็ง

“ย้อนไปอายุ 19 ปี ผมเพิ่งจบ ม.6 เข้ากรุงเทพฯ มาจากหนองคาย ตอนนั้นอาชีพผมคือขี่วินมอเตอร์ไซค์ อยู่ที่รามคำแหง 53 เป้าหมายของการเข้ากรุงเทพฯคือ สอบเข้าดุริยางค์ทหารบก ระหว่างรอสอบก็ขี่วินหารายได้เสริม เป็นช่วงที่ต่อสู้เพราะที่บ้านมีหนี้ พอเข้าดุริยางค์ทหารบกได้ก็เล่นดนตรีกลางคืน และมีโอกาสได้เข้ามาสกรีนเทสต์ที่แกรมมี่ “ผมเริ่มต้นชีวิต เริ่มสร้างตัวจากการเป็นนักร้องก็ที่จีนี่ วันแรกที่มาพลพลยังไม่มีตัวตน ไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าต้องร้องเพลงอะไร พี่นิคเป็นคนสร้างพลพลขึ้นมา ผ่านมานานประมาณ 17 ปี

“วันแรกที่เข้ามาจีนี่จำได้เลยว่า พี่ปั๋ง - ประกาศิต ชวนให้มาเทสต์เสียง ผมไม่รู้จักหรอก พี่นิคเป็นใคร เห็นผู้ชายคนหนึ่งอาแปะ ๆ หน่อยยืนอยู่หน้าห้อง มารู้ทีหลังว่าอาแปะ คนนั้นคือเจ้าของค่ายจีนี่ (หัวเราะ) เทสต์เสียงเสร็จ พี่นิคก็ยังไม่ได้ตัดสินใจครับ ว่าจะให้เราอยู่ค่ายไหน พี่ปั๋งบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป ซึ่งเป็นประโยคที่เราได้ยินมาตลอด ในการออดิชั่นตามร้านต่าง ๆ มันก็คือการเงียบหายนั่นแหละ ผมเลยไม่หวังอะไร

“ผมกลับไปเล่นดนตรีเหมือนเดิมผ่านไป 7 - 8 วัน พี่ปั๋งเรียกให้เข้ามาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินฝึกหัดของแกรมมี่ การเล่นดนตรีกลางคืนของผมจึงลดลง เพื่อมาเตรียมฝึกเป็นศิลปินรายได้เราก็ลดลงไปด้วย พี่นิคสงสารที่รายได้ไม่พอใช้ เลยให้ผมทำงานพิเศษในอราทิสของแกรมมี่ ด้วยการเป็นครูสอนร้องเพลง คุมร้องน้องๆ ที่เข้ามาเทสต์เสียง ทำอยู่ตรงนั้นเกือบปี พ่วงกับการเป็นศิลปินฝึกหัด ตอนนั้นคิดหลายอย่างว่า เราอยู่ตรงนี้จะได้ออกเทปมั้ย หรือจะได้เป็นครูสอนร้องเพลงอย่างนี้ต่อไป จริงๆ แล้วตอนนั้นเริ่มอยากกลับไปเล่นดนตรีกลางคืนเต็มตัว เพราะรายได้เยอะ เลี้ยงดูตัวเองและส่งที่บ้านได้ ช่วงจังหวะรออยู่นั้นก็มี ไท ธนาวุฒิ วางแพลนจะออกเทปกับจีนี่ เห็นแล้วก็ได้แรงบันดาลใจว่า คนนี้ออกเทปได้ กูก็ต้องได้แหละวะ (หัวเราะ)

“เพลงแรกของผมในฐานะนักร้องเดี่ยวคือ แฟนจน ๆ ท่อนฮุกคือ ‘อยากมีแฟนจนๆ มั้ยครับ’ ส่งไปคลื่นไหนก็ไม่ค่อยมีใครเปิด กรีนเวฟ ฮอตเวฟในตึกแกรมมี่ยังไม่ค่อยจะได้ เพราะมันกึ่งๆ แนวเพื่อชีวิต ไม่ใช่แนวเขาเลย กระแสเงียบมาก จนส่งเพลงที่สอง คนเดินถนน คราวนี้เหมือนจุดพลุเพลงดังมาก จากนั้นก็มีเพลง ขอให้โชคดี, ห่วงใย, รักเธอจะตาย 4 เพลง ที่ปล่อยขึ้นชาร์ต 1-2-3-4 ด้วยกันมาเลย เป็นประวัติศาสตร์มากที่เรา มี 4 เพลงดัง แต่ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยมีใครเห็นหน้าพลพล จนพี่นิคจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวศิลปิน

“ผมอยู่วงการเพลงมานาน ไม่เคยรู้สึกเบื่อ ไม่เคยอยากหยุด แม้ยุคสมัยและการเติบโตในวงการจะไม่เหมือนเดิม แต่การร้องเพลงยังเป็นงานที่เราทำแล้วมีความสุข ผมโชคดีที่มีเพลงที่ยังติดหู การได้ร้องเพลง คนเดินถนน ให้คนรุ่นใหม่ ๆ ฟังถือเป็นการแนะนำตัวเรา แนะนำเพลงเหมือนทุกครั้งเราได้ร้องเพลงใหม่ไปในตัวครับ”

หนุ่ม กะลา – ณพสิน แสงสุวรรณ

“ในบรรดาศิลปิน ผมอยู่จีนี่ เรคคอร์ดสนานที่สุด คือ 18 ปี ศิลปินก่อนผม ที่ดัง ๆ ก็จะมี สุเมธแอนด์เดอะปั๋ง วงวาสนา ไท ธนาวุฒิ เรียกว่าผมเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่จากรุ่นแรก ๆ จีนี่ไม่ใช่แค่ค่ายเพลง แต่เหมือนครอบครัว “ก่อนหน้านี้เมื่อปีก่อน ผมรู้สึกเดินต่อในวงการไม่ไหว ด้วยเพราะเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา เราวงแตกจากนั้นก็ฟอร์มวงใหม่ แต่ก็ทำไปแบบไร้แรงบันดาลใจ ทำไปงั้น ๆ จนรู้สึกอยากเลิก และความนิยมเราก็น้อยลงกว่าเดิมมาก จนพี่นิคมาเจอผมที่หน้าค่ายแล้วพูดว่า ‘หนุ่มคนเดิมที่พี่เคยเจอมันหายไปไหนวะ คนที่เล่นคอนเสิร์ตแล้ว ถอดเสื้อลงไปหาคนดูวิ่งไปโน่นไปนี่ คนนั้นมันหายไปไหนแล้ว’ ฟังแล้วก็คิดได้ เออว่ะ!เราคนนั้นหายไปไหน คือช่วงนั้นเราหงอและนอยด์ไปหมด

“ช่วงต่อมาคือตอนเป็นนักร้องเดี่ยว ซึ่งผมไม่ค่อยเขียนเนื้อเพลงเท่าไรแล้ว เพราะด้วยยุคที่เปลี่ยนการทำเพลงต้องผ่านขั้นตอนประชุมเยอะ เรารู้สึกว่าศิลปะไม่ควรต้องอะไรขนาดนี้ พอปรับแก้ก็เสียเซลฟ์อีก เลยแต่งทำนองและดูภาพรวมอย่างเดียว “วันหนึ่งพี่นิคพูดว่า ‘ไอ้พวกที่นั่งรอปาฏิหาริย์เป็นพวกขี้แพ้เว้ย เป็นพวกเพ้อฝัน พวกนอนกระดิกเท้ารอโชคชะตา’ ฟังแล้วเหมือนถูกตบเรียกสติ จากนั้นผมก็กลับมาเขียนเพลง กระทั่งได้เพลงใหม่กลับมาส่งพี่นิค ชื่อเพลงว่า ไม่มีปาฏิหาริย์

จีนี่เหมือนเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่สอนให้ผมเข้าใจชีวิตความเป็นศิลปิน สอนให้เรียนรู้วัฏจักรของการมีชื่อเสียง ตอนอายุ 19 ออกอัลบั้มสอง เพลง ขอเป็นตัวเลือกดังมาก มีงานทัวร์คอนเสิร์ตตามจังหวัดต่าง ๆ เยอะมาก ทำให้ผมเริ่มเข้าใจวิถีของการเป็นนักร้องนักดนตรี แต่ในความดังและมีชื่อเสียงตอนนั้น พวกเราก็ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้เหลิงหรือเปลี่ยนตัวเอง ยังกินข้าวแกง นั่งรถเมล์อยู่ แต่สิ่งที่มันทำให้รู้สึกพีคคือ เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตได้เจอคนดู มากมายหลายพันจนถึงหลักหมื่นคน ผมเล่นคอนเสิร์ตด้วย ความสุขและมันมาก จนวันหนึ่งสิ่งที่เราเคยมีมันหายไป ต้องยอมรับว่าใจหายเหมือนกัน แต่ผมเข้าใจนะว่าของแบบนี้มันเป็นสัจธรรม มีขึ้นก็ต้องมีลง ชีวิตการเป็นนักร้องกว่า 18 ปี ผมได้รับโอกาสดี ๆ จากคนฟังมากมาย ตั้งแต่กะลายุคแรก กะละยุคสองจนมาถึงเป็นนักร้องเดี่ยว ขอบคุณแฟนคลับทั้ง 3 รุ่นที่ทำให้ผมมีกำลังใจทำสิ่งที่รักทุกวันได้อยู่”

The Mousses

จ๊ะ: กว่าจะมาอยู่จุดนี้เราผ่านมรสุมมาหลายระลอกเหมือนกันครับ เราคิดไว้ว่าได้เข้ามาอยู่จีนี่ ค่ายที่รวมวงคุณภาพไว้มากมาย เส้นทางต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบ มันต้องดี แต่พอได้ทำงานจริง ๆ ได้เจอโลกของความจริง มันคนละเรื่องกับที่เราฝันไว้เลย

แอร์: ปล่อยซิงเกิ้ลแรก สราญ ปรากฏว่าแป้ก เพลงไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีงานจ้างเลย ว่างมาก เลยตัดสินใจกลับไปเรียนให้จบ แล้วค่อยกลับมาลุยงานเพลงใหม่อีกรอบ ทำอัลบั้มแรกเสร็จ ก็เริ่มมีกระแสที่ดี เพราะมีเพลงฮิตเจ้าชายกับเจ้าหญิง, ..บ้างไหม จากเพลง สราญ ผ่านมา 3 - 4 ปี เลยครับกว่าจะมีงานจ้างงานแรก

จ๊ะ: อัลบั้มต่อไป เตรียมปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ เราอยากให้ลุคดูขรึมจากอัลบั้มแรก เลยไว้หนวด ปรับลุคให้ดาร์กขึ้น ปล่อยเพลง ความจริง ก็ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คิด กระแสเงียบไปเป็นปี งานจ้างเดือนหนึ่งมีแค่หนึ่งหรือสองงานเท่านั้น มีการประชุมกับผู้ใหญ่ว่าเอายังไงดี ซึ่งเราเตรียมจะปล่อยเพลงใหม่อีกเพลง คิดว่าถ้าเพลงนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าอาจจะไม่ได้ต่อสัญญากับจีนี่แล้ว เราคงไม่เหมาะกับที่นี่จริง ๆ เจ็บที่ต้องรู้ เป็นการปล่อยเพลงใหม่ที่กดดันมาก ซึ่งเพลงนี้ผมแต่งไว้เกือบ 2 ปีแล้ว ปกติเพลงของเดอะมูสส์จะเป็น เพลงที่แอร์แต่งเองร้องเอง แต่ครั้งนี้ลองเอาเพลงที่ผมเขียนดูสักตั้งว่าจะได้มั้ย ขาดเนื้อร้องไม่กี่ท่อน แอร์ก็เข้ามาช่วยเติมจนสมบูรณ์ กลายเป็นว่าเพลงนี้ดังมาก เพลงเข้าสู่ร้อยล้านวิวโดยที่เราไม่คิดว่าจะไปถึงจุดนั้นได้

แอร์: ผ่านพายุดีเปรสชั่นมาหลายระลอก ประสบการณ์เส้นทางดนตรีที่ผ่านสอนให้ผมลดกำแพงตัวเองลง เมื่อก่อน “เพลงแบบนี้ไม่ร้อง เพลงเพื่อนแต่งไม่ร้อง จะร้องเฉพาะที่ตัวเองแต่ง” วันนั้นถ้าผมไม่ลดอีโก้ลง คงไม่มีวันนี้

จ๊ะ: ผมรู้ว่าเพื่อนไม่อยากร้องหรอก มันก็มีกำแพงแหละ แต่แอร์ลดลงเยอะ แอตติจูดทุกคนในวงเปลี่ยนไป “จ๊ะเขียนมา เดี๋ยวกูร้อง” มีการปรับเข้าหากัน คุยกันมากขึ้น ทำงานเป็นระบบ แบ่งหน้าที่ชัดเจน ทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายในวงด้วย

แอร์: จีนี่บ่มเพาะให้เราเป็นเราในวันนี้ สอนให้เรารู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ สอนให้เราเรียนรู้จากความผิด สอนให้เราโตขึ้น และที่สำคัญสำหรับอาชีพนี้ คือ สอนให้รู้ว่าการทำงานที่มีระบบนั้นดีอย่างไร

ต๋า: คอนเสิร์ต g19 ที่กำลังจะถึง พวกเราตั้งใจทำโชว์ให้ดีที่สุดตั้งแต่ทำวงมาเลย ต้องดีให้เหมาะกับความยิ่งใหญ่ของจีนี่ อยากชวนแฟน ๆ สุดสัปดาห์ ไปสนุกด้วยกัน ไม่อยากให้พลาดงานนี้เลยครับ

จ๊ะ-อธิศ อมรเวช (กีตาร์) แอร์-พงศกร ลิ่มสกุล (ร้องนํา) และต๋า-ศุภโชค เตือนจิตต์ (กลอง)
กวาง – ศิริศิลป์ โชติวิจิตร

“ผมเคยอยู่จีนี่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว อยู่ 6 ปีทำถึงอัลบั้ม 3 แล้วก็ย้ายไปอยู่ค่ายอื่น เพิ่งกลับมาเข้าจีนี่ใหม่เมื่อปีก่อน ช่วงที่ Pack4 กลับมาทำคอนเสิร์ต ช่วงนั้นกำลังจะหมดสัญญากับแกรมมี่ ผู้ใหญ่ในค่ายก็ตามตัวว่าต่อสัญญาอยู่กับจีนี่แล้วกัน ผมโอเคเลย มันเหมือนกลับบ้านที่เราคุ้นเคย แต่ผมบอกพี่นิคว่า ขอทำเพลงที่ผมอยากทำจริงๆ คืออิเล็กทรอนิกส์ร็อค ซึ่งใหม่มากสำหรับเราและคนฟัง ทีแรกคิดว่าพี่นิคคงไม่น่าโอเค แต่ผิดคาด พี่นิคบอกว่าทำให้สุดไปเลยนะ อย่าครึ่ง ๆ กลาง ๆ

ย้อนไปสมัยเป็นกวาง เอบีนอร์มัล อัลบั้ม 1 - 3 เราประสบความสำเร็จมาก แล้วมันเป็นช่วงที่ผมเกรียนและดื้อมาก นึกกลับไปมองตัวเองตอนนั้นรู้สึกว่า ทำไมถึงเป็นเด็กนิสัยไม่ดีแบบนั้น ใครสั่งให้ทำอะไรผมจะทำตรงกันข้าม ผู้ใหญ่ปรามผมก็ไม่ฟัง เช่น ตอนนั้นกวางเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์หนึ่ง มีกฎว่าพรีเซ็นเตอร์แบรนด์นี้ เล่นเพลงของพรีเซ็นเตอร์แบรนด์นั้นไม่ได้ แต่มันเป็นเพลงที่ผมอยากเล่น เราไม่สนก็จะเล่น ก็เป็นเรื่องเป็นราวนะแล้วที่แย่คือ เรากลับรู้สึกสะใจที่ได้ทำอย่างนั้น

“ที่รู้สึกเสียดายมากคือ ตอนนั้นกวางเป็นคนอีโก้จัดมาก คิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุด เลยไม่ฟังเพลงของคนอื่น ไม่ดูคอนเสิร์ตใครเลย สมมติเล่นคอนเสิร์ตที่มีหลายศิลปิน เล่นเสร็จกวางก็กลับบ้าน จนมีอยู่งานหนึ่งมีวงมาเล่น 3 - 4 วง อยู่ ๆ เกิดเปลี่ยนใจอยากดูบ้าง ตอนนั้นวง เรโทรสเปกต์ ขึ้นเล่น ผมดูแล้วอึ้งไปเลย ยืนดูอยู่ในมุมเงียบ ๆ คนเดียว ตัวชา น้ำตาไหลเลยครับ วันนั้นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของผมเลย มันทำให้ผมคิดได้ว่า เราทำอะไรอยู่ตั้งนาน คนอื่นเขาพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว หลังจากนั้นผมมีความสุขมากๆ ในการฟังเพลงคนอื่น ยืนดูคอนเสิร์ตคนอื่นด้วยความชื่นชม จากเดิมที่ผมฟังเพลงใครก็ด่าไป เดี๋ยวนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว “กลับมาจีนี่ครั้งนี้ผมเป็นศิลปินเดี่ยว โปรดิวซ์เอง ทำดนตรีเอง คิดคอนเซ็ปต์เอง เหนื่อยแบบไม่เคยเหนื่อยมาก่อน แต่ก็สนุกมากครับ ตอนนี้ก็มีเพลงใหม่ออกมาให้ฟังแล้ว ออกซิเจนเป็นพิษ ฝากด้วยนะครับ”

Yes’sir Day

อัทธ์: ผมกับอาร์ทเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยมัธยม เล่นดนตรีมาด้วยกัน

อาร์ท: พอโตหน่อยก็รวมตัวไปเล่นตามร้านกลางคืน แล้วก็เกิดความรู้สึกอยากมีผลงานเป็นของตัวเอง เลยลองทำเพลงส่งตามค่ายต่าง ๆ สุดท้ายก็ได้มาอยู่ค่าย We Records จนค่ายยุบ ก็ย้ายไปอยู่ Nevermind Recordsค่ายก็ยุบอีก

อัทธ์: จนผู้ใหญ่ที่จีนี่เรียกเข้ามาคุย ก็เกร็งกันไปก่อนล่วงหน้าครับ แต่พอได้คุยกับพี่นิคจริง ๆ เขาเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก เปิดโอกาสให้ทำงานเต็มที่ อยากทำอะไรทำ แค่อย่าให้แนวเพลงมันลึกไปจนจับต้องไม่ได้ เป็นตัวเองแต่ต้องฟังไม่ยาก

ตูน: ผมเป็นสมาชิกที่เข้ามาทีหลังได้ 1 ปี สมาชิกใหม่กับค่ายใหม่ที่ชื่อว่าจีนี่ ดีใจมาก ผมเชื่อว่าคนที่เป็นศิลปินอยากอยู่จีนี่ทั้งนั้น

อัทธ์: เหมือนฝันที่เป็นจริง พี่ตูนไอดอลที่ชอบก็อยู่ที่นี่ ครั้งแรกผมเจอพี่ตูนที่ฟิตเนสในตึกแกรมมี่ ก็บอกพี่เขาว่าผมชอบพี่มาก (หัวเราะ)

อาร์ท: ผมชอบพี่ชัช มือกลองวงบอดี้สแลมอยากเก่งเหมือนเขา

ตูน: ผมชอบพี่ ๆ พาราด็อกซ์ ชอบพี่ต้ากับพี่สอง แต่ไม่กล้าแต่งตัวเหมือนพี่สองนะครับ (หัวเราะ)

อัทธ์: ในฐานะที่วงเราเป็นอีกหนึ่งน้องใหม่ ฝากผลงานเพลงของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของจีนี่ด้วยนะครับ  (ทำเสียงสอง) น้องใหม่ตัวเล็กในบ้านชาวร็อคหลังใหญ่ พร้อมจะสร้างผลงานให้แฟนเพลงมีความสุข เรากำลังจะมีเพลงแบบใหม่ที่ต่างจากเดิมมาให้ฟังครับ (ยิ้ม)

ตูน พชรัชต์ พูลผล (เบส) อัทธ – อังค์กูณฑ์ ธนาทรัพย์เจริญ (ร้องนำ) และอาร์ท วสุรัตน์ พานิช (กลอง)

ปั้น Basher – เจษฏา ลัดดาชยาพร

“ผมเป็นน้องใหม่ของค่ายจีนี่ครับ ก่อนหน้านี้ผมอยู่มิวสิคบัคส์ พอหมดสัญญาก็ย้ายไปโมโนมิวสิค แล้วก็หมดสัญญาอีก ทีนี้ตั้งใจจะทำเพลงเองแบบไม่ต้องมีค่ายแล้ว ประจวบกับช่วงนั้นผมมีโอกาสไปงานแต่งของพี่อ๊อฟ บิ๊กแอส มีโอกาสได้เจอพี่นิค พี่เขาก็เห็น เออ ไอ้นี่มันนักร้องนี่หว่า พี่นิคก็เรียกมาคุย เลยนำเพลงที่ทำไว้เอามาให้พี่นิคฟัง จนวันหนึ่งมีโทรศัพท์เรียกตัวให้เข้ามาที่ตึกแกรมมี่ ชั้น 33 ไปถึงก็นั่งรอ ทักทายสวัสดี พี่ ๆ จีนี่ และเขาก็จับมือ คำแรกที่พูดคือ ยินดีด้วยที่ได้ร่วมงานกัน ขอต้อนรับสู่บ้านจีนี่ เรคคอร์ดส ผมเหวอไปนิดหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็บอกว่าเคมีเราตรงกัน พี่ๆ จากมิวสิคบัคส์อย่างบิ๊กแอส ลาบานูน อินสติงค์ ก็อยู่ที่นี่กัน ทำงานด้วยกันง่ายสบายอยู่แล้ว

“วันนั้นผมก็เซย์เยสเลย รู้สึกว่าค่ายนี้ แข็งแรง อบอุ่น และเราก็เป็นแฟนเพลงค่ายจีนี่ด้วย ในด้านการทำงานทีมงานเปิดโอกาสให้เรามีส่วนร่วมทุกขั้นตอนขอความคิดเห็นตลอด ชอบมั้ยโอเคมั้ย เป็นการทำงานที่โคตรเจ๋งเลย ผมดีใจมากที่ได้เป็นหนึ่งในศิลปินของจีนี่ ถึงแม้ว่าวันนี้สถานการณ์ทางดนตรี บ้านเรามันไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ว่าจีนี่ยังคงความแข็งแรง ศิลปินทำอัลบั้มออกมาตลอด มีคอนเสิร์ตใหญ่เสมอ และล่าสุดที่จะเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ร็อคคือ g19 ที่ทั้งตัวผม ศิลปินคนอื่น ๆ ในค่าย และคนดู รอที่จะให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ เพราะมันต้องสนุกแน่นอนครับ”

Retrospect

แน็ป: เรโทรสเปกต์อยู่จีนี่มาเกือบครึ่งชีวิตประมาณ 14 ปี การได้เข้ามาอยู่ที่นี่เหมือนเราได้เข้ามาอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เราได้ความรู้และประสบการณ์ในชีวิตมากมายได้เจอเพื่อน ๆ ในแบบที่ไม่เคยเจอ ทั้งเพื่อนพี่น้องศิลปินในค่าย ทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ต้องบอกว่าพวกเราเป็นวงดนตรีที่เล่นกันแบบกระจุกตัวโดยที่ไม่มีสังคม เราอยู่กันเฉพาะพวกเรา การมาอยู่ในสังคมที่กว้างขึ้นมันสอนให้เราเข้มแข็ง ไม่ว่าเราจะเจออะไรที่บั่นทอน หลายวงรุ่นน้องและรุ่นพี่ จะคอยให้กำลังใจและคำปรึกษาพวกเราเสมอครับ

การก้าวผ่านช่วงที่ยากสุดคือ ช่วงปล่อยเพลงแรกในชีวิต เพลง ไม่มีเธอ อัลบั้ม Showroom Vol.1 แทนที่เราจะปล่อยเพลงออกมาต่อเนื่องเราก็หายไป 3 ปีเลย เพราะเดโม่ 7 เพลง หลุดไปในโซเชียลทั้งที่ยังไม่ใช่มาสเตอร์ด้วยซ้ำ เหตุการณ์นี้มันทำให้เราเสียหลักไปพักหนึ่ง แต่พอตั้งสติได้เราก็มองวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างพลังให้ตัวเองกลับมาฟิต เพลงหลุดก็ทำใหม่ให้หมด จนได้อัลบั้มแรก Unleashed

บอม: พอออกอัลบั้มเปลี่ยนชีวิตไปเลย จากเด็กธรรมดานั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง กลายเป็นคนเริ่มรู้จักวงเรโทรสเปกต์ เปิดรับแนวเพลงเฮฟวี่เมทัล เด็กวัยรุ่นแกะเพลงเราไปเล่น เดินสายทัวร์คอนเสิร์ตทั้งปี บ้านไม่ค่อยได้กลับเลย

แน็ป: คนฟังส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น (ยิ้ม) จริง ๆ แล้วเพลงเราไม่ได้แมสเลย มันเป็นแนวเฮฟวี่เมทัล แรง ดิบ มีเสียงว้าก เวลาไปกินข้าวเจอแฟนๆ เขาจะบอกว่าพี่แน็ปๆ ว้ากให้ฟังหน่อย”

เบิร์ธ: แต่กว่าจะมีวันนี้มันยาก ก่อนจะเข้าจีนี่นั่งรถกระบะแน็ปกันไป สิบปีก่อนคนไม่รู้จักดนตรีแนวเมทัล เพื่อนสนิทเคยจ้างไปเล่น เล่นได้ 2 เพลง ลูกค้าบอกให้เลิก ฟังไม่ไหว มันแรงไปสำหรับเขา ได้ค่าจ้างมา 740 บาท หารกันแล้วเหลือกันคนละไม่เท่าไร

แน็ป: จริง ๆ เรามีเพลงช้า ฟังแล้วกินข้าวได้สบาย ๆ นะ (ยิ้ม) เราเล่นดนตรีแจ๊ซได้ครับ เพราะเราเรียนดนตรีมา เวลาผ่านไป ประสบการณ์ได้สอนว่า สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือ ทำอย่างไรให้คนฟังมีความสุขที่สุด นี่คือหัวใจหลักของเรโทรสเปกต์ ทำให้คนฟังมีรอยยิ้มกลับบ้าน นี่คือเราทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แล้วครับ

รัน-ศรัณย์เขษ เจริญสรรพ (คีย์บอร์ดม ซินทีไซเซอร์) แน็ป-ชนัทธา สายศิลา (ร้องนํา) บอม-ณพวัชร คชาชีวะ (เบส) น็อต-ธนพล ศรีกาญจนา (กีตาร์) และเบิร์ธ-ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ (กลอง)

text AuAi / photo JoJoJae / genie records

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจาะลึก วง Mean 4 หนุ่มนักดนตรีมาแรงแห่งปี นิสัยดี เพลงเพราะมาก!! (มีคลิป)

โปเตโต้ ชวนรุ่นใหญ่ ปู พงษ์สิทธิ์ Feat เพลง “ทุกด้านทุกมุม”

แบมแบม got7 กับบทสัมภาษณ์แก้คิดถึง

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up