สุดฯ แยกพัฒนาการ ก้อย-ตูน สวย เท่ เก่ง ตั้งแต่วัยละอ่อน

กลายเป็นขวัญใจคนไทยทั่วประเทศไปแล้ว สำหรับ ก้อย-ตูน คู่แท้ คู่วิ่ง จากโครงการก้าวคนละก้าว ด้วยความชื่นชม สุดฯ ขอย้อนอดีตคู่นี้กันสักนิดนึง แล้วคุณจะรู้ว่าคู่นี้เขา สวย เท่ และเก่ง มาตั้งแต่วัยละอ่อนเลยนะ

ย้อนอดีตวัยเรียน ก้อย – ตูน

ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ เรียนอนุบาล-มัธยมศึกษาที่ โรงเรียนราชินีบน ส่วนระดับอุดมศึกษา เรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยเรียนมหา’ลัย ก้อยยังร่วมเล่นละครนิเทศ ปี 46 และ ปี 47 อีกด้วย 

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เรียนระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนสุพรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี จบระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 115 (OSK 115) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1

พี่ตูนสมัยเรียนที่สวนกุหลาบวิทยาลัย มีความเป็นหนุ่มตี๋ น่ารักอะ

ก้อย-ตูน

ก้อย-ตูนสมัยเป็นนิสิตจุฬา หล่อ สวยทั้งคู่เลย 

ก้อยสมัยเล่นละครนิเทศฯ จุฬาฯ 

เส้นทางดนตรีพิสูจน์ฝีมือ

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หนุ่มสุพรรณฯ ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี สมัยเรียนอยู่สวนกุหลาบวิทยาลัย ช่วงมัธยมปลาย พี่ตูนได้รวมตัวกับเพื่อน ตั้งวงดนตรีชื่อ วงละอ่อน ขยันซ้อม ขยันเล่นกันด้วยความรักในดนตรี จึงจับมือกันเข้าประกวดเวที Hot Wave Music Award ครั้งที่ 1  เมื่อปี 2539 เวทีประกวดวงดนตรีนักเรียนมัธยม ที่โด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น ครั้งนั้นวงละอ่อน คว้ารางวัลชนะเลิศ และทำให้พวกเขาได้มีโอกาสได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงมิวสิค บั๊กส์

พี่ตูนตอนประกวด Hot Wave Music Award

วงละอ่อน ออกอัลบั้ม 2 ชุด ชุดแรกอัลบั้ม ละอ่อน ในปี 2540 และ อัลบั้มที่ 2 เทพนิยายนายเสนาะ ในปี 2541 หลังจากนั้นวงก็ยุบ เพราะสมาชิกขอตัวแยกย้ายกันไปเรียน และปฏิบัติภาระหน้าที่ของตัวเอง สมาชิกที่ยังเหนียวแน่น เหลือแค่ ตูน ปิ๊ด  (ธนดล ช้างเสวก มือเบส) และเภา (รัฐพล พรรณเชษฐ์ มือกีตาร์) ก็รวมตัวกันสร้างวงใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “บอดี้สแลม” มีความหมายว่าการทุ่มเทอย่างสุดตัว

สมัยออกอัลบั้มในนาม วงละอ่อน

 

วงบอดี้สแลม เข้าสู่ค่ายใหม่ จีนี่ เรคคอร์ดส โดยการชักนำของรุ่นพี่คุ้นเคยอย่าง พี่ๆ วงบิ๊กแอส ซึ่งเคยอยู่มิวสิค บั๊กส์มาด้วยกัน  หลังเซ็นสัญญา บอดี้สแลมก็ได้ออกอัลบั้ม ชุดแรกของวงชื่อว่า บอดี้สแลม (Bodyslam) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่ามมาก มีเพลงฮิตอย่าง “งมงาย” “ย้ำ” และ “สักวันฉันจะดีพอ” ต่อมาได้ออกวางจำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 2 ไดร์ฟ (Drive) ในปี พ.ศ. 2546 เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จพอๆ กับอัลบั้มชุดแรก มีเพลงฮิตอย่าง “ปลายทาง” “ความซื่อสัตย์” “ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่” และ “หวั่นไหว”

พี่ตูน ในยุคเพลง “ย้ำ” กำลังดัง

ซ้าย: อัลบั้ม  Bodyslam และ ขวา : อัลบั้ม Drive

ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ของวง บีลีฟ (Believe) ในปี พ.ศ. 2548 และวงประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงฮิตอย่าง “ขอบฟ้า” “ห้ามใจ” “ความรักทำให้คนตาบอด” “พูดในใจ” “รักก็เป็นอย่างนี้” “ชีวิตเป็นของเรา” “คนที่ถูกรัก” และ “ความเชื่อ” เรียกว่าดังทั้งอัลบั้ม เพลงเหล่านี้กลายเป็นเพลงซิกเนเจอร์ของวงเลยก็ว่าได้  และจากความสำเร็จของอัลบั้มนี้ บอดี้สแลม มีคอนเสิร์ตใหญ่ชื่อว่า “Big Body” ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยจัดร่วมกับวงบิ๊กแอส

ปี 2550 ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 เซฟมายไลฟ์  (Save My life) มีเพลงฮิตอย่าง “แค่หลับตา” “นาฬิกาตาย” “อกหัก” “เสี้ยววินาที” “คนมีตังค์” และ “ยาพิษ” และมีคอนเสิร์ต บอดี้สแลมเซฟมายไลฟ์ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ความสำเร็จในอัลบั้มนี้ ทำให้วงมีฐานแฟนคลับกว้างขึ้นทั่วไประเทศ และบอดี้สแลมก็กลายเป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ซ้าย: อัลบั้ม Believe ขวา: อัลบั้ม Save My life

อัลบั้มชุดที่ 5  คราม  กลางปี 2553 อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตอย่าง “คราม” “คิดฮอด” “โทน” “แสงสุดท้าย” “ทางกลับบ้าน” “ความรัก” “สติ๊กเกอร์” “เงา” “ปล่อย” และ “เปราะบาง” วงได้ออกแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่เรียกว่า บอดี้สแลมไลฟ์อินคราม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน  พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 มีผู้ชมมากกว่า 65,000 คน

อัลบั้ม คราม

กันยายน 2557 ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6  ดัม-มะ-ชา-ติ  (dharmajāti) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “ธรรมชาติ” โดยอัลบั้มนี้จะเน้นไปทางเกี่ยวกับชีวิต และมีแนวเพลงไปทางโพรเกรสซิฟร็อก มีเพลงดังอย่าง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” “ปลิดปลิว” “ดัม-มะ-ชา-ติ” “รักอยู่ข้างเธอ” “ชีวิตยังคงสวยงาม” “ความฝันกับจักรวาล” และ “คิดถึง” 

และวันที่ 10 กันยายน เตรียมตัวพบกับพี่ตูน ได้ที่คอนเสิร์ตใหญ่ “genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้” เทศกาลดนตรีร็อกครั้งยิ่งใหญ่ จากค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

อัลบั้ม ดัม-มะ-ชา-ติ

เตรียมตัวไปเชียร์พี่ตูนได้ที่ คอนเสิร์ตใหญ่ “genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้” 

ดูพัฒนาการความสวย และความเก่ง ของก้อยได้ที่หน้าถัดไป

งานแสดงพิสูจน์ฝีมือ

ก้อย-รัชวิน เป็นคนบันเทิง ที่มีความสามารถหลากหลายรูปแบบ ผ่านงานบันเทิงเกือบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานโฆษณา เอ็มวี พิธีกร ดีเจ แสดงละคร แสดงภาพยนตร์ ซึ่งก้อยก็ทำได้ดีทุกอย่างจริงๆ 

ก้อยเริ่มเป็นที่รู้จัก จากการรับบท จิ๊บ นางเอกภาพยนตร์เรื่อง เขาชนไก่ เมื่อปี 2549 และ ปี 2551 ก็โด่งดังเป็นพลุแตกจากภาพยนตร์เรื่อง รัก/สาม/เศร้า ซึ่งเรื่องนี้ก้อยคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากงานประกวดภาพยนตร์แห่งชาติสุพรรณหงส์ปี 2551 และก้อยก็มีโอกาสได้เข้ามาเป็นดีเจ ที่คลื่น Fat Radio ซึ่งงานดีเจ เรียกว่าเป็นงานที่ก้อยรักมากไม่แพ้งานแสดงเลย

บท จิ๊บ ในเขาชนไก่ น่ารักมาก

ดีเจก้อย จาก Fat Radio

รักสามเศร้า

หลังจากโลดแล่นอยู่ในแวดวงภาพยนตร์ ก้อยได้เข้าสู่แวดวงละคร ยิ่งจุดพลุให้ก้อยปังมากขึ้นในเส้นทางบันเทิง อาทิ เรื่อง “ดิน น้ำ ลม ไฟ”  “เหนือเมฆ” “ศีล 5 คนกล้าท้าอธรรม” “หมูแดง” “สะใภัพญายม” “Club Friday The Series 3 รักเธอ รักเขา และรักของเรา” “ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ” “ไดอารีตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ ซีซั่น 2″ ฯลฯ

ซ้าย: ดิน น้ำล ลม ไฟ  ขวา: เหนือเมฆ

ซ้าย: ศีล 5 คนกล้าท้าอธรรม ขวา: หมูแดง 

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

ปัจจุบัน เป็นนางฟ้า “ก้าว” 

เรื่อง AuAi 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตูน บอดี้สแลม ผู้ชายหลากมิติ กับ 11 เรื่องน่ารัก-น่ารู้ (มีคลิป)

 

น้องวันใหม่ อึดเกินตัวใจเกินร้อย วิ่งคู่พี่ตูน เช้าและเย็น

 

keyboard_arrow_up