แบมแบม got7 กับบทสัมภาษณ์แก้คิดถึง

แบมแบม got7 กันต์พิมุกต์ ภูวกุล คือหนึ่งในศิลปินไทยไม่กี่คน ที่ได้ทํางานในฐานะศิลปินในแดนโสม มีชื่อเสียงโด่งดังและมีงานเพลงที่ได้รับความนิยม 

การสัมภาษณ์ศิลปินดังจากค่าย JYP ซึ่งแม้จะมีสายเลือดไทย ก็ทำให้สุดฯตื่นเต้นอยู่ดี แต่แล้วความประหม่าก็หายไป เมื่อ แบมแบม got7 เปิดปาก ความน่ารัก ความเป็นกันเอง และความคิดเห็นแบบที่มีสมองของตนเอง ผสมอยู่ด้วยในทุกคําตอบ รู้แล้วว่าทําไม เหล่าอากาเซถึงหลงรักแบมแบมกันนัก

หลากแอ็คชั่น ใจละลายไปเลย

บทสัมภาษณ์แก้คิดถึง แบมแบม got7

ปีนี้น่าจะเป็นอีกปีที่มีความสุข เพราะได้กลับไทยบ่อยจาก การทัวร์คอนเสิร์ต GOT7 THAILAND TOUR 2017…

ใช่ครับ ได้กลับทุกเดือนเลย (ยิ้ม) เทียบกับตอนเดบิวต์ ช่วงสองปีแรก แทบไม่ได้กลับ

แบมแบมมีวิธีแก้คิดถึงบ้านอย่างไร

ทําอะไรที่ไม่ทําให้คิดถึง เช่น ไปเที่ยวกับเพื่อน คุยกับเพื่อน หรือไม่ก็ไปเต้นๆ ร้องๆ ซ้อมๆ ช่วงนี้งานเยอะครับ พอยุ่งๆ ก็ทําให้ลืมความคิดถึงไปได้ครับ

เวลากลับเมืองไทย ชอบทําอะไรบ้างครับ

ปกติผมจะบินถึงเมืองไทย ประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่ง สิ่งที่มักจะทําคือ ไปกินข้าวต้มตอนกลางคืน เป็นร้านข้าวต้มแถวบ้าน ไปทั้งครอบครัว เวลานั้นก็ไม่ค่อยมีคนแล้ว ผมชอบกินข้าวต้มที่มีกับอะครับ พวกกระเพาะปลา ยําแคบหมู ผักบุ้งไฟแดง ลาบ

ถ้ามีเวลาว่างให้หนึ่งอาทิตย์จะเอาเวลานั้นไปทําอะไร

ผมคงนั่งเครื่องบินไปที่ไหนสักที่เพื่อถ่ายวิดีโอ ตอนนี้ผมชอบถ่ายวิดีโอและชอบตัดต่อ อาจจะไปฮาวายหรือ มัลดีฟส์ครับ ผมชอบทะเล ไปที่นี่แล้วสามารถ Sky Divin ได้นั่งเรือ นอนพักผ่อนในรีสอร์ต

เคยไปมาหรือยัง

ยังครับ ถ้าเป็นทะเลที่ดีที่สุด ที่ผมเคยไปมา ก็คือภูเก็ต เวลาไปทะเลผมชอบว่ายน้ำ ตื่นมาแล้วเปิดกระจกทุกบานที่รีสอร์ตเพื่อให้ ลมทะเลพัดเข้ามา เปิดเพลงดังๆ ถ่ายคลิปโน่นนี่ เดินบนหาด ชอบทําอะไรชิลๆ

พูดถึงการถ่ายคลิปเอง มีคนชมว่าแบมแบม ทําได้ดีเลย

เริ่มแรกผมใช้มือถือถ่ายก่อน พอมันสนุกขึ้น ก็ซื้อกล้องและโดรนมาถ่าย ยิ่งสนุกใหญ่ หลังจากเริ่มทําคลิป ทางค่ายเห็นก็ส่งงานมาให้ผมทํา เป็นคลิปคอนเสิร์ต อย่างคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นผมก็ทํา ในดีวีดีของญี่ปุ่นจะได้เห็นอีกคลิปที่ผมทํา เป็น Behind The Scene

เรียนรู้วิธีทําคลิปมาจากไหนครับ

ยูทูบครับ ผมใช้โปรแกรม Adobe Premiere Pro ในนั้นเขาจะสอนวิธี เช่น อยากให้เอฟเฟ็กต์ เป็นแบบนี้ต้องทําอย่างไร ผมก็เปิดมือถือดูแล้วทําในคอมพ์ ในนั้นมีสอนทุกอย่าง

มีคนเม้าท์ว่า กลับมาเมืองไทยพอได้อยู่กับครอบครัว แบมแบมช่างถามจนแม่ ขี้เกียจตอบ

เวลาอยู่คนเดียวผมก็ไม่ค่อยพูดนะ ถ้าอยู่คนเดียวแล้วพูดก็อาการหนักนะ (หัวเราะ) แหม ก็พูดไม่เยอะหรอกครับ ถ้า ใครถามผมก็ตอบ แต่ถ้าไม่ถามผมก็อยู่เฉยๆ แต่กับคุณแม่ สมมุติว่าเริ่มพูดเรื่องนี้ แต่ตอนจบมันจะไปโน่น… คือคนละเรื่องกับตอนที่เริ่มแค่นั้นเอง

รู้ไหมว่าคุณแม่เมาท์ไว้อย่างไรบ้าง

ไม่เรียกว่าเมาท์ครับ เรียกว่าเผา (หัวเราะ) ก็เผาเยอะนะ อย่างตอนไปสนามบิน ก็รู้ว่าต้อง โดนถ่ายรูป แล้วรูปมันก็จะออกมาแบบว่า ผมกําลังหัวเราะอยู่ หรือมีเก๊กบ้าง พอแฟนคลับเอารูปที่ถ่ายไปให้คุณแม่ดู คุณแม่ก็บอกว่า “ไม่เห็นเหรอว่ามันเก๊กอยู่” หรือเวลาผมจะไปซื้อของมาใหม่ คุณแม่ก็จะเอาไปพูดว่า “เนี่ย ก่อนซื้อมันโทร.หาแม่สิบกว่ารอบว่าเอาอันไหนดี” คือรู้เบื้องหลังของผมหมด

ได้มาทัวร์สี่ภาคในเมืองไทย ช่วยเล่าถึงความสนุกจากการทัวร์ครั้งนี้ให้ฟังหน่อย

ความสนุกอยู่ที่เป็นการทัวร์ในบ้านเกิด เอาจริงๆบางจังหวัดผมก็ไม่เคยไปมาก่อน อย่าง ภูเก็ตผมเคยไปตั้งแต่ตอนอายุแค่ 3 ขวบ โคราช ผมก็เพิ่งไปครั้งแรก แต่ไม่ว่าไปจังหวัดไหนผม ก็ชินกับอากาศ อาหาร และผู้คน ทําอะไรก็สบายใจไปหมด ตอนขึ้นโชว์ก็สบายใจ ผมรู้ว่าประเพณีไทยเป็นอย่างไร ช่วงนี้อะไรกําลังฮิต หรือคําไหนที่ฮิต เวลาผมสอนคําไทยให้เมมเบอร์ก็จะเป็นคําใหม่ๆ ไม่ใช่คําที่เขาใช้กันบ่อย อย่าง “ฉันรักคุณ” “อาหารไทยอร่อย” แต่จะสอนคําแปลกๆ เช่น อย่ามโน งงเด้ ๆ ตะมุตะมิ ตอนที่มาครั้งแรกๆ ผมก็สอนคําว่า “มีถั่วมั้ย” คนดูก็จะงงว่านักร้อง เกาหลีพูดคําแบบนี้ด้วยเหรอ

เมมเบอร์คนไหนที่แบมแบมคิดว่ามีทักษะในการพูดภาษาไทยดีกว่าคนอื่น

ผมว่าน่าจะป็นพี่จินยอง เขาเรียนรู้เร็วและพูดชัด สอนอะไรไปนานแล้ว แต่พอขึ้นเวทีอยู่ๆ เขาก็เอาคํานั้นกลับมาใช้ อย่างคําว่า “จริงเหรอๆ” เขาก็ใช้ บางทีเขาไม่รู้หรอกว่าผมพูดอะไรอยู่ อยู่ๆ เขาก็จะ“จริงเหรอๆ”(หัวเราะ)

บรรดาเวิลด์ทัวร์ที่ผ่านมา ในฐานะ แบมแบม got7 ชอบครั้งไหนที่สุด

น่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯครั้งที่สอง กับคอนเสิร์ตล่าสุดที่ญี่ปุ่นทั้งสองวัน บางที่พอโชว์เสร็จ แล้วเดินลงมาจะรู้สึกเหมือนเรายังทําได้ไม่เต็มที่ “ทําไมถึงทําได้แค่นี้ เราน่าจะทําได้ดีกว่านี้” แต่สองคอนเสิร์ตที่บอก พอเดินลงมาแล้วรู้สึกว่า นี่คือที่สุดของเราแล้ว ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดพลาด หรือทําให้เสียดาย แฟนคลับก็ชอบ สรุปว่าดีไปหมด ขอบคุณตัวเอง ปรบมือให้ตัวเองเลย

เคยเจอเหตุสุดวิสัยขณะแสดงคอนเสิร์ตไหมครับ

เป้าขาด (หัวเราะ) บ่อยด้วยครับ ที่จําได้คือที่ไต้หวัน พอขาดปุ๊บมันมีวิธีแก้ครับ ปกติเวลาขึ้นคอนเสิร์ตผมจะใส่หูฟัง พอเป้าขาดผมก็จะแกล้งทําเป็นว่า หูฟังมีปัญหาแล้วเดินไปหลังเวที เพื่อเปลี่ยนกางเกง กางเกงที่ใส่มันไม่ยืด ขณะที่ท่าเต้นมันผาดโผน เวลากระโดดสูงๆ หรือแยกขาเยอะๆ มันจะขาด ส่วนลืมเนื้อเพลง… ไม่บ่อยครับ ถ้าลืมจริงๆ ก็จะยื่นไมค์ไปให้แฟนคลับช่วยร้อง จนกว่าจะจําเนื้อได้ ร้องๆอยู่ แล้วเรอออกมาก็มี เพราะเพิ่งกินข้าวเสร็จ

ในฐานะเจ้าบ้าน เมื่อต้องมาทัวร์คอนเสิร์ตเมืองไทย ต้องเตรียมการต้อนรับเพื่อนร่วมวงอย่างไรบ้าง

ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากครับ มีแค่ตอนอัดเพลงไทย ผมต้องเป็นคนอัดให้ทุกคนรวมถึงตัวเอง สอนเขาว่าคํานี้พูดอย่างไร สําเนียงเป็นอย่างไร หรือท่อนนี้เป็นท่อนที่แฟนคลับร้องกับเราได้ ก็ให้ยื่นไมค์ออกไปพร้อมกัน จะมีการเตี๊ยมกันไว้ก่อนส่วนเพลงที่เหลือที่เป็นเพลงของ GOT7 เรารู้กัน อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ก็อธิบายเรื่อง เวทีที่อิมแพ็ค อารีน่า ว่าลักษณะประมาณไหน แต่ละเวทีก็จะไม่เหมือนกัน เพื่อนๆในวงรู้จักกันมา…7 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ผมไปที่นั่น

อยากให้พูดถึงเมมเบอร์ โดยเปรียบเทียบความรู้สึก Before กับ After

คนที่เหมือนเดิมตั้งแต่ตอนแรก จนถึงตอนนี้มี อยู่สองคนคือพี่มาร์คกับยูคยอม ตอนนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น มีชื่อเสียงแล้วแต่ก็ยังทําเหมือนเดิม อย่าง พี่มาร์ค ไม่ชอบพูด จะพูดอะไรต่อเมื่อมันจําเป็นต้องพูดจริงๆ ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ไม่เหมือนผมกับยูคยอมที่พูดเก่ง อย่างไรก็อย่างนั้น (หัวเราะ)

ถ้าให้พูดถึงทีละคน เริ่มจากยูคยอม

ยูคยอมเป็นน้องเล็กของวง เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เป็นเด็กฝึก นอนห้องเดียวกัน ไปกินข้าวด้วยกัน อาบน้ำด้วยกัน ไปบริษัทด้วยกัน เรียนเต้นด้วยกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้มาประมาณ 3 ปี พอตอนเดบิวต์ เอ้า ได้เดบิวต์ด้วยกันอีก นอนห้องเดียวกันอีก เลยเป็นเพื่อนสนิท

จินยอง…

ส่วน พี่จินยองก็น่ากลัวๆ หน่อย ด้วยความที่ผมเป็นคนต่างชาติ ช่วงแรกยังไม่ค่อยรู้วัฒนธรรมเกาหลี แต่พี่จินยองเป็นคนเกาหลี และเป็นคนที่มีวัฒนธรรมแบบคนเกาหลีแท้ๆ ตอนเจอผมช่วง แรกเขาก็จะไม่ค่อยเก็ตกับสิ่งที่ผมทํา ยกตัวอย่างเช่น เวลาไปกินข้าวด้วยกัน วัฒนธรรมเกาหลี คนที่อายุเยอะกว่าต้องกินก่อน แต่ผมไม่รู้ ก็กินก่อน เลยโดนดุ แต่ตอนนี้ด้วยความที่พี่จินยอง ได้อยู่กับคนต่างชาติเยอะขึ้น ในวงก็มี 3 คนแล้ว เขาเลยชินขึ้นและเข้าใจมากขึ้น พี่เจบี ตอนแรกก็คล้ายๆ พี่จินยอง แต่ตอนนี้เปิดมากขึ้น เขาเป็นคนที่ถ้าไม่สนิทก็จะไม่ค่อยคุย แต่ถ้าสนิทแล้วก็จะเปิดเลย

เจบี…

ตอนเป็นเด็กฝึกผม ไม่ค่อยสนิทกับพี่เจบีเท่าไหร่ แต่หลังจากเดบิวต์ ก็คุยกันเยอะขึ้น เขาโตกว่าผมประมาณ 4 ปี แต่ตอนนี้เหมือนเป็นเพื่อนกัน ผมแกล้งเขาบ้าง เขาแกล้งผมบ้าง ความน่ารักของพี่เจบีกับพี่จินยอง คือ เขาจะทําเหมือนไม่ค่อยแคร์ แต่จะคอยช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง เวลาเขาไปซื้อข้าวมาให้แล้ว ผมนอนดูทีวีอยู่ในห้อง เขาก็จะเอาข้าวมาตั้งไว้แล้วเดินไป เวลาดูแลเราเขาจะอายๆนิดหนึ่ง

แจ็คสัน…

ขณะที่พี่แจ็คสัน ก็เหมือนเดิม เคยตลกอย่างไร ก็อย่างนั้น เป็น Mood Maker คอยสร้างสีสัน ชอบเล่นมุก ก็สนุกดี มุกเขาบางทีก็แป้ก เคยเจอคนที่ยิงมุกมา แต่เราตลกตรงตัวคนยิงมากกว่ามุกไหมครับ นั่นแหละพี่แจ็คสัน บางทีแค่มองหน้าเขาก็ตลกแล้ว

ยองแจ…

ส่วนพี่ยองแจ เขาเป็นคนที่เข้ามาหลังสุดในวง เป็นเทรนนีแป๊บเดียวแล้วเดบิวต์เลย เทียบกับคนอื่นเรารู้จักกันมานาน กว่าจะเข้ากันได้ แบบนี้ก็เคยทะเลาะกันมาก่อน แต่พอทะเลาะ ก็ยิ่งทําให้สนิท พอถึงตอนเดบิวต์ทุกคนสนิทกันหมดแล้ว แต่พี่ยองแจเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานแล้ว เดบิวต์เลย จึงต้องปรับตัวให้เข้ากัน ปีแรกก็มีติดขัด และไม่เข้าใจกันบ้าง แต่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผมเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วใช้ผ้าเช็ดตัว ไปสองผืน แต่มันเป็นผ้าเช็ดตัวที่พี่ยองแจเป็นคน เอาไปวางไว้ในห้องน้ํา แล้วผมไปใช้ของเขา เขาจะไม่เข้าใจว่าทําไมผมทําแบบนี้ แต่ตอนนี้โอเคแล้ว ความน่ารักของพี่ยองแจคือเขาไม่ค่อยอารมณ์เสีย เป็นคนไม่ค่อยหงุดหงิด ถ้าหงุดหงิดเขาก็จะไปอยู่คนเดียว พวกผมกับเมมเบอร์คนอื่น ถ้านอนไม่พอก็จะหงุดหงิด เรื่องนี้ถ้าคนหนึ่ง หน้าบึ้ง อีกห้าคนที่เหลือก็จะรู้สึกเครียดตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นพี่ยองแจอารมณ์เสียเขาจะไม่อยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่จะหลบไปอยู่คนเดียว เพื่อไม่ให้คนอื่นเครียดตาม

ผมเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมว่า ทํางานแบบนี้เราต้องวางตัวอย่างไร เวลานี้ต้องทําอะไร หรือเจอเรื่องเซ้นสิทีฟมากๆต้องทําไงเรียนรู้จากเรื่องจริงมากกว่า เพราะผมไม่มีชีวิตวัยเด็กเลย พอเริ่มจะมีเพื่อนในโรงเรียนผมก็มาเกาหลีแล้ว ซ้อมมาตลอด 3 ปี ใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน ตื่นสิบโมงเช้าเพื่อไปซ้อม กลับสี่ทุ่ม ทุกวัน ชีวิตเพิ่งจะเริ่มมีสีสันก็ตอนนี้ เริ่มได้ตอบแทนครอบครัว ได้ให้ของขวัญตัวเองบ้าง ได้ไปประเทศนั้นประเทศนี้ ได้ทํานั่นทํานี่

ถ้าพูดคำว่า “เพื่อนที่แสนดี” จะนึกถึง….

ยูคยอม เขาแทบจะเป็นคู่ชีวิตของผมแล้ว ผมว่าถ้าวันหนึ่งที่เราเหนื่อยที่จะเต้นและร้องแล้วหรือเลิกเป็น GOT7 แล้ว แม้ว่าวงจะจบตรงนั้น แต่ผมกับยูคยอมก็คงอยู่บ้านข้างๆกัน ไม่ถึงกับ อยู่ห้องเดียวกัน แต่อยู่บ้านข้างกัน (เบาเสียงแล้วพูด) เดี๋ยวจะพามาอยู่เมืองไทย

อ่านเรื่องน่ารักๆ ของแบมแบมต่อได้ที่หน้าถัดไป

ย้อนกลับไปถ้าแบมแบมปฏิเสธโอกาสจากทาง JYP หลังจากปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง คิดว่าตอนนี้ตัวเองจะทําอะไรอยู่

คงเป็นเด็กที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ตอนนั้นติดเกมด้วยครับ ไม่แน่ว่าผมอาจจะยัง ติดเกมอยู่เหมือนเดิม แล้วน่าจะเรียนด้านไหนจริงๆ ผมเป็นคนเรียนไม่เก่ง ตอนเด็กๆ นี่เรียนไม่เก่งแล้วยังติดเกมด้วย เรียนอะไรเหรอ… เอาจริง

ๆผมชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ชอบทําอะไรเกี่ยวกับการตกแต่ง ชอบวาดรูป ชอบวิชาศิลปะ ชอบจัดบ้าน ก็น่าจะไปทางออกแบบบ้านและทําเพลง

คิดว่าจะเสียดายไหมถ้าปฏิเสธครั้งที่สอง จนทําให้ไม่ได้เป็น แบมแบม got7 แบบทุกวันนี้

จะบอกว่าเสียดายก็ไม่ได้ เพราะการเป็นศิลปินมันก็มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี เราทํางาน ได้เจอคนดีๆเยอะ ได้ไปหลายประเทศ มันก็ดี แต่บางทีก็อดนอน ไม่มีฟรีด้อมสักเท่าไหร่ เทียบกับคนธรรมดาชีวิตอาจจะไม่มีสีสันมาก แต่ก็มีฟรีด้อมมีเวลานอนเยอะกว่า มันมีดีมีเสียคนละอย่างกัน

นอกจากการร้องเพลงมีอะไรที่อยากทําอีกไหมครับ

อยากเดินแบบครับ เคยไปเดินให้แบรนด์ของดีไซเนอร์ไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่อยากเดินอีก

ศิลปินในค่ายคนไหน ที่เจอแล้วยังทําให้ตื่นเต้นได้เสมอ

ในค่ายนี่ไม่มีแล้วครับ เพราะคุ้นเคยหมดแล้ว แต่ถ้าเป็นนอกค่ายก็น่าจะเป็น พี่แทยอน ผมชอบ เขาตั้งแต่เป็นเด็กฝึกและตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ ผมเคยไปแฟนไซน์ (Fansign) ของเขา ตอนเป็นเด็กฝึกด้วย ซื้ออัลบั้มไปให้เขาเซ็น ในนั้นเขายังเขียนว่า

“ไว้เดบิวต์แล้วเจอกันตามช่องนะ” พอเดบิวต์แล้ว ผมก็เอาที่เขาเซ็นให้ดู เขาก็บอกว่า “อู้ว ได้เจอจริงๆ ด้วย” ได้ถ่ายรูปด้วยกันรูปหนึ่ง แล้วมีงานตอนปลายปี เป็นงานรับถ้วย ถ้าจําไม่ผิดน่าจะเป็นของ MBC ผมก็ขอแมเนเจอร์ บอกว่าไป ขอพี่แทยอนให้หน่อยว่ามีแฟนคลับอยากถ่ายรูป (หัวเราะ)

ชอบอะไรในตัวแทยอน

พูดตรงๆ คือเขาเป็นคนที่ตรงสเป็คผม ตัวเล็กๆ แล้วเป็นคนที่มีความเป็นผู้หญิงสูง แต่พอรู้จักกันก็จะรั่วๆ และมีความแมนๆหน่อย เวลาหัวเราะก็ “ฮ่า” คือไม่ได้หัวเราะแบบเก๊กๆ ชอบ ที่เขาไม่ได้วางฟอร์มอยู่ตลอดเวลา มีความเป็นธรรมชาติแล้วก็ร้องเพลงเก่ง

อีกคนที่รู้มาว่าชอบคือ G-Dragon

ใช่ครับ เป็น Top5 อีกคนที่ผมชอบ เขาคือ ที่สุดแล้ว จนมีคนบอกว่าเขาเป็นสมบัติของเกาหลี ตอนไปออกรายการแล้วเจอเขาผมเพิ่งเดบิวต์ได้ปีครึ่ง ผมไปสัมภาษณ์เขา บอกเขาว่าผมเป็นแฟนคลับพี่นะ เขาก็เข้ามากอด บอกว่าทําไม ไม่บอกตั้งแต่แรก ชอบที่เขายังมีความเป็นรุ่นพี่และมีความเป็นกันเอง

เราจะเห็นพัฒนาการของแบมแบมอยู่เสมอๆ ถ้าถามว่าเบื้องหลังต้องทุ่มเทกัน ขนาดไหนกว่าจะได้งานแต่ละชิ้นออกมา

คนอาจจะคิดว่าผมยังเรียนร้องเรียนเต้นอยู่จริงๆ แล้วหลังจากเดบิวต์เสร็จ ผมไม่ได้เรียนร้อง และเรียนเต้นอีกเลยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้มันแล้วแต่คนนะครับ แต่นิสัยของผมคือ สมมุติว่า ครูนั่งเล่นเปียโนแล้วให้ผมร้อง ผลคือง่วงครับเวลาง่วงอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง แต่สิ่งที่ทําให้ทุกอย่างดีขึ้นคือ ประสบการณ์บนเวที พอขึ้นเวทีบ่อย การออกเสียง การร้อง การเต้นก็จะดีตาม ยิ่งขึ้นเวทีเยอะเท่าไหร่ประสิทธิภาพของร่างกายก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น อย่างตอนแรกเต้นเพลงนี้

ช่วงแรกเหนื่อยมาก แต่พอเต้นไปสักสี่รอบ ความแรงเท่าเดิม แต่ไม่เหนื่อย เหมือนว่าปอด มันขยายขึ้น เวลาที่เข้าไปในสตูดิโอแล้วทําเพลง ได้กดบีต ทํานั่นทํานี่ เอาไมค์จ่อ หรือลองร้องอะไรมั่วๆเพื่อเอาเมโลดี้อย่างเดียว ทําแบบนี้ทุกวันมันดีขึ้นเรื่องการเมคเมโลดี้ไลฟ์ ทั้งการแร็พ การเขียน เพลง แต่จะทําแบบนี้อย่างเดียวมันก็ไม่ได้ ต้องออกไปข้างนอกแล้วลืมเรื่องพวกนี้ไปบ้าง

ในหนึ่งอาทิตย์ถ้าทําเพลงทั้ง 7 วัน รับรองหัวระเบิด ควรแบ่งเวลาสักสองวัน ออกไปเจอเพื่อน ไปพักผ่อนบ้าง การเขียนเนื้อเพลงมันต้องมาจากประสบการณ์ด้วย สมมุติว่าเป็นเพลงปาร์ตี้ ก่อนเขียนเนื้อเพลงผมก็จะไปปาร์ตี้กับเพื่อน พอกลับมาก็มา นึกถึงความทรงจําว่ามีอะไรบ้างนะ แล้วก็เขียนๆๆ

แบมแบม got7

เส้นทางกว่าจะประสบความสำเร็จ ของ แบมแบม GOT7

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ถ้าถามว่าแบมแบม ต้องผ่านอะไรมามากมายขนาดไหน…

เอาจริงๆมันมีเบื้องหลังเยอะพอสมควร หลายคนอาจจะคิดว่าตอนไม่มี schedule พวกผมคงได้พัก แต่จริงๆ แล้วเรายังถ่ายรายการ มีงานแทบทุกวัน รอบนี้ที่ได้มาถ่ายสุดสัปดาห์ จริงๆ มันคือฮอลิเดย์ของ GOT7 ที่ได้พัก แต่ผมรู้สึกเสียดาย ไหนๆ มาที่ไทยแล้วก็ทํางานซะหน่อย เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ได้พัก ช่วงคัมแบ็กบางที ก็ต้องเตรียมอัลบั้มใหม่ไปด้วย ก็จะทํางานหนักหน่อย ตื่นประมาณตีสี่ไปแต่งหน้า ไปเรียนตอนเช้า แล้วไปอัดรายการเข้ารายการสด เสร็จงานประมาณสามทุ่ม จริงๆกลับถึงบ้านก็ต้องนอน เพราะวันต่อมาก็มีงาน

แต่พอมีอัลบั้มใหม่ ผมก็อยากให้มีเพลงของตัวเองเข้าไปในอัลบั้มด้วย หลังจากทํางานเสร็จ สามทุ่มจะไม่กลับบ้าน แต่จะเลยไปสตูดิโอ ทําเพลงต่อกับพี่ที่รู้จักที่ทํางานอันเดอร์กราวนด์กันสองคน ทําถึงตีสองกลับบ้านนอน ตีสี่ต้องตื่นอีก ทั้งที่สามารถเอาเวลาไปนอนได้ แต่ผมรู้สึกว่ามันจะทําให้ไม่มีเพลงเข้าอัลบั้ม ไม่มีเนื้อเพลง ไม่มีเพลงดีๆออกมา ก็เสียดาย คิดว่าค่อยไปนอนทีหลังก็ได้ เบื้องหลังมันจะมีอะไรแบบนี้อยู่เรื่อยๆ มันคือความทุ่มเทจริงๆ ทั้งความทุ่มเทและความอยากเลยครับ ผมอยากให้ในอัลบั้มมีเพลง ที่เขียนบายแบมแบมแค่นั้นเอง

ในการทํางานเป็นธรรมดาที่จะเหนื่อย เวลาเหนื่อย บอกตัวเองอย่างไรให้มี กําลังสู้ต่อไป ฟังเพลงครับ หรือไม่ก็หลับไปเลย จริงๆแล้ว ผมไม่ค่อยได้โชว์มุมนี้ให้คนอื่นดูสักเท่าไหร่ มองว่าเป็นจุดอ่อน ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าช่วงนี้ผมเริ่มเหนื่อย เขาก็จะเข้ามา attack ผมได้ ไม่อยากให้เห็น แบบนั้น เจอใครที่ไหนก็จะ…ไม่ใช่เฟค แต่ไม่โชว์ด้านที่เป็นจุดอ่อนให้เขาเห็น

ในฐานะที่เป็นศิลปินกลุ่ม อะไรคือสิ่งสําคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันครับ

ผมว่าต้องคุยกันเยอะๆ เช่น ผมหงุดหงิดมุมนี้ของคนนี้แล้วเก็บไว้คนเดียว ทีมก็จะ (ทําหน้าเหมือนว่าแย่) แต่ทีมของผมดีตรงที่เวลาใครงุดหงิดใครก็เรียกแล้วไปคุยกันสองคน “เมื่อกี้ไม่พอใจนะ ถ้าเราทําอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษด้วย แต่ไม่อยากให้ทําแบบนี้อีก” แล้วก็จบกัน แค่นั้น ไม่โกรธกัน

ฝากอะไรถึงเหล่าอากาเซหน่อย

ครั้งนี้มาถ่าย สุดสัปดาห์ ครับ นี่เป็นรอบที่สามที่ได้ขึ้นปกนิตยสารของประเทศไทย ก็อยากให้คอยสนับสนุนกัน และในอนาคตน่าจะได้มีโอกาสได้ทำงานกันอีกครั้ง หวังว่าทุกคนจะชอบรูปและชอบชุดที่ใส่นะครับ

เหมือนแบมจะรู้ความเป็นไปของเหล่าอากาเซเยอะนะ

ผมส่องเป็นชีวิตประจําวันเลยครับ (หัวเราะ) บางทีไม่ได้ตั้งใจส่อง แต่เปิดเข้าไปดูแล้วมันก็ขึ้นมา “อ้อ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ๆ” อย่างที่กลับมา รอบนี้ผมเพิ่งตัดผมแล้วเอาผมลง แฟนคลับก็ฮือฮา บอกว่าในที่สุดก็เอาหน้าม้าลงอีกรอบ

เขาชอบให้เอาหน้าม้าลง รวมถึงเรื่องกระเป๋า ผมเพิ่งเปลี่ยนหลังจากใช้ใบเดิมมาสามปี เขาก็จะ “เฮ้ย แบมเปลี่ยนประเป๋าแล้ว” ที่เปลี่ยน คือสายมันหลุดครับ ถ้าไม่หลุดก็ยังจะใช้ต่อ (หัวเราะ) กลับไปดูรูปเก่าๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมถือกระเป๋าใบเดิมทุกวัน ไม่ว่าอยู่สนามบิน ไป ออกรายการ คิดว่าถึงเวลาแล้ว ตอนนี้กระเป๋าใบเดิมมันตายแล้ว  (ยิ้ม)

เรียบเรียง Miss G Text: sudsapda

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เป๊ก ผลิตโชค จัดแฟนมีท ฉันรักนุชes เลิฟจัดหนัก ฟินจัดเต็ม

น้องวันใหม่ อึดเกินตัวใจเกินร้อย วิ่งคู่พี่ตูน เช้าและเย็น

ดั่งดวงหฤทัย 2018 สิ้นสุดการรอคอย ติ๊ก-คิม ฟิตติ้งแล้ว

 

keyboard_arrow_up