ต่อ-ธนภพ กับชีวิตหลังเป็นพี่ยิม “ผมฆ่าไผ่-ฮอร์โมนได้แล้ว”

เรียกเสียงฮือฮาและคำชมลือลั่นสนั่นโซเชียล กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ที่มารับบทพี่ยิม เด็กออทิสติกอัจฉริยะด้านแบดมินตัน ในซีรีส์ side by side พี่น้องลูกขนไก่

เรื่องนี้ต่อทุ่มสุดตัวสุดใจ เล่นดีจนคนดูเชื่อว่าเป็นออทิสติกจริงๆ แบบไม่มีข้อแม้  สุดฯ มีโอกาสได้เจอต่อ เลยถือโอกาสพูดคุยถึงชีวิตที่เปลี่ยน หลังรับเล่นเป็นพี่ยิม คือแบบซีรี่ส์จบ สุดฯไม่จบว่างั้น  อยากให้อ่านบรรทัดต่อไป หลังจากนี้จนจบ แล้วคุณจะรักและปลื้มปริ่มผู้ชายคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม

ชีวิตที่เปลี่ยนไปของ ต่อ-ธนภพ หลังเป็นพี่ยิม

ต่อ-ธนภพ

ซีรี่ส์จบแล้วแต่คนยังพูดถึงพี่ยิมอยู่เลย

ไม่น่าเชื่อว่าคนดูวงกว้างมาก มีทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพจริงๆ เคยเจออาม่าคนหนึ่งเขามาทักผม “เนี่ยๆ คนนี้ พี่อะไรว่ะ ลืม” (หัวเราะ) ผมเลยบอก “พี่ยิมครับ” อาม่านึกได้รีบบอก “อ๋อ…ใช่ๆ พี่ยิม ขอถ่ายรูปหน่อย”  เกือบทุกคนเข้ามาหาผมด้วยความรัก ความเอ็นดูหมดเลยครับ

พี่ยิม-น้องโด่ง สองพี่น้องที่มุ่งตามความฝันที่อยากจะเป็นนักแบดประเภทคู่ที่เก่งที่สุดให้ได้


จุ๊บให้กำลังใจ

ชีวิตหลังจากเป็นพี่ยิมเป็นยังไงบ้าง

“ถ้าในมุมเรื่องงาน ก็แอบเครียดนิดนึงครับ เพราะหาจุดที่อ่านบทเรื่องอื่นให้สนุกอยู่ แต่ถ้าไม่คิดเรื่องงาน มันจะมีช่วงที่ผมติดคาแร็คเตอร์พี่ยิมออกมาในชีวิตจริง ทั้งที่ปิดกล้องไปแล้ว ส่วนใหญ่ติดไปทางกายภาพ มือนิ้วจะออก น้ำเสียงไม่เท่าไร ผมแฮปปี้ที่มีบางอย่างของพี่ยิมอยู่ในตัวเรา แต่ผู้ใหญ่จะคอยเบรกว่า ไม่ได้นะต้องดึงออกได้แล้ว คือผมมีความสุขมากที่เราได้เล่นเป็นตัวละครพี่ยิม

ทางด้านฟีดแบ็กที่ได้รับจากคนดู ผมคอนเฟิร์มว่าฆ่าไผ่ ฮอร์โมนได้แล้วครับ เพราะตอนนี้ไม่มีใครเรียกไผ่แล้ว เรียกแต่พี่ยิมๆ ยิ่งเวลาเขาพูดว่า “ทำหน้าแบบพี่ยิมให้ดูหน่อยสิ” ผมโคตรดีใจเลย นั่นเพราะเขาเชื่อที่เราเล่นเป็นออทิสติก เราทำให้คนอินไปกับบทบาทการแสดงของเราได้

ความน่ารักของพี่ยิม

พี่น้องลูกขนไก่ร้องไห้ทุกอาทิตย์ ใจคอผู้กำกับกับทำด้วยอะไรคะ 

ได้เช็คฟีดแบ็กยังบ้างคะ

ผมอ่านคอมเม้นท์ในไอจีจนตาแฉะ (ยิ้ม) เพราะเพิ่งมีไอจีเป็นกระบอกเสียงของตัวเอง ผมเองก็ได้เขียนความในใจลงไอจีด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพแรกตอนหาการเป็นพี่ยิมเจอ หรือภาพหลังจากที่ผมเพิ่งผ่านซีนดราม่ามาอย่างหนัก พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่มีลูกหลานเป็นออทิสติก เข้ามาคอมเม้นท์ว่าขอบคุณที่ทำให้คนเข้าใจโลกของเด็กออทิสติกมากขึ้น ปลื้มมากๆครับ

ส่วนใหญ่คนดูเริ่มจับไต๋ผมเหมือนกันนะ หลายคนคิดว่าซีนอารมณ์ยาก แต่ซีนยากสุดในการเป็นพี่ยิมแล้วคนดูออกคือ ซีนที่พี่ยิมน่ารัก พูดเลยว่าใช้พลังเยอะมาก ทุกคนจะเข้ามาทักว่า “เหนื่อยมากมั้ย “ดูท่าจะเหนื่อยมากนะ แต่ว่าเล่นได้น่ารักมากรู้มั้ย” ได้ยินแล้วชื่นใจที่สุด

เมื่อก่อนเวลาผมพูดว่าเล่นเรื่องนั้นเรื่องนี้เหนื่อยนะ มันดูลอยๆ คนฟังไม่ได้รู้สึกหรอกว่าเหนื่อยขนาดไหน  แต่ครั้งนี้เขาเห็น และรู้สึกได้ว่าเราเหนื่อยจริงๆ มันเลยทำให้ผมรู้สึกไปด้วยว่า นี่คือมาตรฐานที่ผมต้องทำให้ได้ในทุกๆงานหลังจากนี้ต่อไป ต้องทำให้คนสัมผัสได้ว่า เราตั้งใจทำจริงๆ และอยากที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

พี่ยิมก็จะมุ้งมิ้งบ้างอะไรบ้าง

ต้องยกนิ้วให้กับต่อที่เล่นซีนดราม่าได้สะเทือนใจสุดๆ

กว่าจะเจอพี่ยิมแล้วนำมาใส่ร่างต่อ-ธนภพ ผ่านอะไรมาบ้าง

“เสียน้ำตาไปเยอะ ผมร้องไห้กับครูบิว (แอ็คติ้งโค้ช) หนักมาก ไม่เคยเจออะไรที่ยากขนาดนี้ บทพี่ยิมมันหินมากจริงๆ ครับ กว่าจะเป็นพี่ยิมได้ ผมเจ๊งมาหลายรอบ การค้นหาพี่ยิมมันต้องใช้ความอดทนและการรอคอย เหมือนเราเพาะพันธุ์เมล็ด พอถึงเวลาแตกกิ่งก้านมันก็สวยงาม ผมศึกษาเยอะ คิดเยอะ ทำเยอะ ประมวลทุกอย่าง พังมาหลายรอบ แต่ทุกครั้งที่เจอจุดบอด เราจะได้ทำตอบว่า ห้ามไปเวย์นี้ เวย์นี้ไม่โอเค พังๆไปเรื่อยจนมาเจอเวย์ที่ใช่ อยู่ดีๆพี่ยิมก็มาเฉย

แค่วันแรกที่ภาพโปสเตอร์ปล่อย หลายๆ คนก็มีกำแพงกับผมแล้ว “มึงจะเล่นได้เหรอ” “มึงจะเล่นเหมือนเหรอ” “จะใช่เหรอวะ” ผ่านมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ทุกคนยังติดภาพไผ่ คิดว่าผมเป็นแค่ดาราวัยรุ่นธรรมดา อย่าไปหวังอะไรมาก ส่วนความรู้สึกของผมตอนที่กำลังหาคาแร็คเตอร์พี่ยิมนั้น เราอยากข้ามจุดนั้นให้ได้ อยากเดินไปข้างหน้าให้ถึงเส้นชัยสักที อยากให้คนเห็นว่าดาราวัยรุ่นไม่ใช่แค่วัยรุ่น แต่พอเทรลเลอร์ปล่อย เป็นช่วงที่ผมต้องโปรโมท แต่ผมก็ไม่ได้บิวด์อะไรมาก อยากให้รอดูของจริงมากกว่า เพราะสุดท้ายสิ่งที่วัดเนื้องานทั้งหมด คือคนดูต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง


ซีนร้องไห้ใต้ผ้าห่ม อีกซีนดราม่าที่หนักหนาสาหัส


และนี่คืออาการหลังจากถ่ายซีนร้องไห้ใต้ผ้าห่ม ไป 7 เทค ต่อร้องไห้ไม่หยุดจนปวดหัว


ภาพเปิดตัว Side by Side พี่น้องลูกขนไก่

มีคนรักและเอ็นดูพี่ยิมทั่วบ้านทั่วเมืองเลยนะคะ

โชคดีที่เล่นเป็นพี่ยิมออกมาน่ารัก เป็นลูกที่ด่าแม่ว่าควายแล้วคนบอกว่าน่ารักดี (ยิ้ม) แต่ถ้าก้าวร้าวกว่านี้อีกนิดนึงคนอาจจะเกลียดผมได้เลยนะ แล้วคนจะไม่เข้าใจเด็กออทิสติก ซึ่งจริงๆ เขาก็มีมุมก้าวร้าวบ้าง แต่ทีนี้พอคนดูเข้าใจทุกอย่างก็เคลียร์


เวลาอารมณ์ดีนางน่าเอ็นดูนะ


แต่เวลางี่เง่าน่าตีสุดๆ


เวลาของขึ้นทีไร ใครก็ฉุดไม่อยู่นอกจากน้องโด่ง


แต่บางทีน้องโด่งก็เอาไม่อยู่นอกจากเพลงแมลงมุมลายตัวนั้น “พี่ยิมรีบไต่ขึ้นฟ้า”

“หันหลังมาทำตาลุกวาว” เพลงเดียวหยุดทุกอาการงอน อาการอาละวาดได้ชะงัด

ยังไม่หมดค่ะ ไปอ่านความรู้สึกของต่อกันอีกที่หน้าถัดไปเลย

มีซีนประทับใจที่อยากเล่าสู้กันฟังมั้ยคะ

มีหลายซีนมากครับ แต่ถ้าให้เลือกคือ EP. สุดท้าย ผมชอบซีนจบตอนที่พี่ยิมแพ้ แล้วเดินเข้าไปจับมือยินดีกับน้องโด่งแล้วบอกว่า “พี่ยิมแพ้แล้วนะ” มันตอบทุกอย่างได้หมดเลยว่าพี่ยิมโตขึ้น เป็นรอยยิ้มทั้งน้ำตาของเด็กออทิสติก แล้วผมชอบวันที่ถ่ายทำด้วย คือซีนนี้เป็นซีนสุดท้ายในการถ่ายทำ ซึ่งสำคัญมาก บทไม่ได้บอกชี้ชัดว่าต้องเล่นยังไง พี่บอส ผู้กำกับคุยกับผมแค่ว่า เขาเชื่อใจในตัวผม ให้ผมดีไซน์ตัวละครเองเลยโดยที่เขาจะไม่โค้ช กำลังใจมาเต็มมาก มันเลยเป็นซีนที่น่าจดจำครับ

พี่ยิมแข่งแบดแพ้แล้วเดินเข้ามาจับมือน้องโด่ง แสดงให้เห็นว่าพี่ยิมโตขึ้น


ในสนามแข่งเป็นศัตรูกัน แต่พี่น้องยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ซีนเรียกน้ำตาคนดูท่วมจอ

ซีนกับแม่ตั้มผมก็ชอบนะ แรกๆ แม่ลูกจะมีความห่างกัน พอท้ายๆ ซีนระหว่างแม่แตงกับน้องโด่งว่าพีคแล้ว EP.7 เจอซีนพี่ยิมกับแม่ตั้มเข้าไป ร้องไห้โฮน้ำตาท่วมจอ แค่ซีนก่อนปิด EP.7 ที่เฉลยว่าทำไมพี่ยิมชอบใส่เสื้อผ้าสีชมพูก็เพราะแม่ตั้มชอบ คนจะได้รู้ว่าเป็นลูกแม่ตั้ม แค่เสียงพี่เปิ้ลพูดก็บาดเข้าไปถึงหัวใจแล้ว


โอ๋ๆ ไม่ร้องนะแม่ตั้ม ความน่าเอ็นดูของพี่ยิมทำให้คนดูยิ้มและร้องไห้ไปพร้อมกัน


ซีนพีคระหว่างแม่ตั้มกับพี่ยิม


พอรู้คำตอบว่าทำไมพี่ยิมชอบใส่สีชมพู คนดูถึงกับจุกไปเลย พีคในพีคไปอี๊ก

กดดันมั้ยในการรับงานแสดงใหม่

นิดหน่อยครับ เพราะเรื่องนี้ทุกอย่างพีคไปในทางดีหมด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราได้บทที่แข็งแรง ทีมงานดี ผู้กำกับเก่ง ทุกอย่างคือจบ กับการเป็นพี่ยิมของผม ผมไม่ได้ทำลอยๆ หรือสักแต่ว่าทำให้งานเสร็จๆ ไป นอกจากการที่ผมมีเป้าหมายทำเพื่อให้คนเข้าใจเด็กออทิสติกแล้ว ผมต้องการฉีกทฤษฎีที่ว่าจะเลือกนักแสดงเล่นบทใดบทหนึ่งก็เพราะคาแร็คเตอร์ตรง การที่เลือกเพราะตรงคาแร็คเตอร์ ผมว่ามันทำให้เขาได้เล่นแต่บทเดิมๆ แต่ผมอยากให้มองว่า ถึงคาแร็คเตอร์อาจจะไม่ได้ แต่ก็อยากเห็นเขาเป็นไปตามบท อยากให้มาลอง มันคือการเลือกคนด้วยความเชื่อใจนะ

ฉะนั้นการฉีกของผมครั้งนี้ เลยอยากจะบอกให้รู้ทางหนึ่งว่า แม้ลุคของผมจะเป็นแบบนี้ แต่ผมสามารถเล่นเป็นแบบนั้น แบบนี้ แบบโน้นได้นะ ฉะนั้นถ้ามีมุมไหนที่ยังไม่เคยเห็นจากผม เรามาลองทำงานด้วยกันมั้ย ซึ่งผมมีทัศนคติทำงานแบบนี้น่ะครับ

มีบทไหนที่อยากเล่นอีกบ้างคะ

ผมอยากเล่นเป็นผู้หญิงจริงๆ ที่ไม่ใช่กระเทยหรือตุ๊ด อยากสัมผัสถึงความเป็นเพศแม่ โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าผู้ชายมีปัญหาในการเข้าใจเพศแม่ ถึงจะเข้าใจแต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็น ผมเลยคิดว่า ถ้าเราได้เรียนรู้ และได้เป็นจริงๆ คงจะดี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีบทแบบนี้ให้ผมได้เล่นมั้ย แต่ก็อยากลองครับ

จะมีผลงานใหม่ๆอะไรให้แฟนๆสุดสัปดาห์ติดตามกันอีกบ้าง

จนถึงปลายปีผมจะยังไม่มีงานแสดงอะไร รอติดตามข่าวได้ช่วงต้นปีหน้าเลยครับ เป็นโปรเจคท์ที่ยังบอกอะไรไม่ได้ แต่รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน

เอาเป็นว่าไม่ว่าน้องต่อจะมีงานอะไร สุดฯ และแฟนๆ จะคอยติดตามและเชียร์แน่นอน

Text: AuAi Photo: Sudsapda , GDH559

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โตโน่ ดีใจหลาย…ขึ้นแท่นพระเอกร้อยล้านคนใหม่ ย้อนอดีตไปดูเส้นทางคว้าดาวของเฮียโน่กัน #สุดฯแยกพัฒนาการ

หวานจัด! ไลฟ์สไตล์วันว่าง หมาก-คิม

รีวิว Lunar Nuna ร้านขนมหวานแสนอร่อยของออม-สุชาร์

keyboard_arrow_up