Justice League ยกโขยงกันมาขนาดนี้คิดดีแล้วหรา ???

Justice League เป็นหนึ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ใหญ่ของปีนี้ ที่สุดฯเชื่อว่าหลายคนตั้งตารอ สำหรับเรา ยอมรับว่า เคยผิดหวังเบาๆมาแล้ว ครั้งนี้ก็เลยคิดหนัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า …คนเดียวหัวหาย 2คนเพื่อนตาย 6คน…งั้นไปดูก็ได้เอ้า!

ไม่รู้ว่าใครเป็นไหม ไอ้ความรู้สึกแบบว่า ดูหนังดูการ์ตูนตอนเด็ก แล้วรู้สึกสนุกกว่าตอนโต ทั้งโดเรม่อน ชินจัง หรือ เณรน้อยเจ้าปัญญา ที่เคยประทับใจ พอกลับมาดูวันนี้ อืม… ก็มีกลิ่นๆ วันวานยังหวานอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ฟิน เหมือนที่เคยจำได้ จะว่าไป เหตุผลหนึ่งก็คงมาจาก สมัยยังละอ่อนจำนวนภาพยนต์ในคลังสมองยังไม่มากพอ และความคาดหวังที่มีต่อหนัง ก็มากน้อยแตกต่างกันไปตามวัยที่ผันผ่าน

ว่าก็ว่าเถอะ พอชักรู้เยอะนี่ บางคนเลือกทีม เลือกค่าย ตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าโรงด้วยซ้ำ (บางทีเราก็เช่นกัน)

Justice League คะแนนที่ได้ 7.5 / 10

justice league

อะ เข้าเรื่อง ถ้าถามว่า Justice League จาก ดีซีคอมิกส์ เรื่องนี้สนุกไหม ขอตอบว่า “สนุก” แต่คำว่า “สนุก” ก็ไม่ได้แปลว่า จะได้คะแนนเต็มเสมอไป เพราะสุดฯก็คิดว่าภาพรวมของหนัง ยังมีเรื่องให้ติอยู่ เพียงแต่คำว่า “สนุก” หรือ “ไม่สนุก” นี่แหละเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของเรา เวลาจะไปตีตั๋วดูหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่สักเรื่อง ส่วนปัจจัยอื่นๆค่อยว่ากัน

ความที่ Justice League ขนตัวแสดงเด่นๆ มาเยอะทั้ง แบทแมน วันเดอร์ วูแมน เดอะแฟลช ไซบอร์ก และ อควาแมน อาจทำให้ลึกๆ แล้วผู้สร้างรู้สึกว่า หนังของตัวเองมีแต้มต่อหนังที่เพิ่งโรงฉายไปก่อนหน้านี้ อย่าง Thor : Ragnarok ที่กระแสดี และโกยเงินถล่มทลาย แต่สำหรับเรา Justice League ยังแอบเป็นรองอยู่เล็กน้อย แม้ว่าในหนังจะอุดมไปด้วยฉากสมมติ อันเกิดจากการทำวิชวลเอฟเฟค (มากแค่ไหน ดูได้จากเอนด์เครดิตที่ยาวเป็นหางว่าว) ชนิดที่ว่าจัดเต็ม จัดหนัก มาช่วยอีกแรงก็ตาม

ข้อดี

ตัวบทไม่ได้มีอะไรทำให้ตื่นตะลึง หรือรู้สึกว่าเกินคาดเดา แต่ก็ยังดีที่มีเสน่ห์ของตัวละครแต่ละตัวมาทำให้ยิ้มได้ โดยเฉพาะน้องใหม่ในจักรวาลดีซีอย่าง “เดอะแฟลช” ( The Flash ) พูดได้ว่า ถ้าฝั่งมาร์เวลมีสไปเดอร์แมน “เดอะ แฟลช” วีรบุรุษเหนือแสงผู้พกพาความกวนมาเต็มกระเป๋าคนนี้ ก็ถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ขึ้นเวทีชกได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ จะติก็แค่ชุดที่ไม่ค่อยวิ้งวับ และการโชว์พาว ที่ไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่าการโชว์สปีด

เดอะ แฟลช รับบทโดย เอซรา มิลเลอร์ ( Ezra Miller ) แฟนๆ อาจจะจำเขาในลุคนี้ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ เอซรามักปรากฏตัวในลุคหนุ่มผมยาวสุดเซอร์  หรือรับบทเป็นเด็กหนุ่มมีปัญหา เหมือนใน Fantastic Beasts and Where to find them เมื่อปีที่แล้ว แต่ในเรื่องนี้เขาตัดผมใหม่ให้ดูเรียบร้อยขึ้น เพื่อให้เหมาะกับตัวละคร แบร์รี อัลเลน ผู้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่นิติเวช เวลาไม่ได้สวมชุดซูเปอร์ฮีโร่
แฟนๆ ค่าย DC อาจไม่ค่อยพอใจนัก ที่เอซรามาคว้าบทนี้ แทนที่จะเป็น แกรนต์ กัสติน ผู้รับบทเดอะแฟลช ในซีรีส์ทางโทรทัศน์ แต่แกรนต์ก็ได้ออกมาชื่นชมว่า เอซราเป็นนักแสดงฝีมือดี แถมยังเป็นคนนิสัยดีด้วย ดูหนังเพลินๆ อย่ามาม่ากันดีกว่าเนอะ

คนต่อมาที่สุดฯเห็นแววว่า จะเป็นที่รักได้ไม่ยากเมื่อมีหนังของตัวเองก็คือ หนุ่มร่างยักษ์จากเมืองบาดาล ผู้ที่สามารถปั้นน้ำให้เป็นตัวได้นาม “อควาแมน” รับบทโดย คาล โดรโก เอ๊ย! Jason Momoa ความห่ามในตัว หุ่นที่ใหญ่ยักษ์ กล้ามเป็นมัด และการจับคู่ให้ปะทะคารมกับแบทแมน ทำให้เขาโดดเด้งและเรียกรอยยิ้มได้ ขณะที่ไซบอร์กมาแบบนิ่งๆ แนะนำตัวต่อผู้ชมด้วยดราม่า อันเล่าถึงเหตุที่เขาต้องกลายสภาพเป็นคนครึ่งหุ่นยนตร์ แบบไม่ตั้งใจ

เจสันเป็นนักแสดงอเมริกันเชื้อสายฮาวาย แฟนๆ ในบ้านเรารู้จักกันดีในบท คาล โดรโก หัวหน้าเผ่านักรบผู้เก่งกาจจากซีรีส์ Game Of Thrones  แน่นอนว่าใน Justice League เจสันก็ต้องมีฉากโชว์กล้ามอกกว้างๆ กับซิกซ์แพ็กงามๆ ให้แฟนๆ ได้น้ำลายหกกันอีกครั้ง  เห็นเป็นสายกล้ามอย่างนี้ เจสันเคยเรียนชีววิทยาในระดับมหาวิทยาลัย เคยเดินทางไปเรียนวาดภาพที่ปารีส และเคยฝีกสมาธิที่ธิเบตมาแล้วนะยูว์
ไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณไม่เคยรู้จัก เรย์ ฟิเชอร์ ผู้รับบท ไซบอร์ก มาก่อน นักแสดงวัย 29 ปีคนนี้ไม่เคยมีผลงานภาพยนตร์สักเรื่อง แต่ถึงจะเป็นหน้าใหม่ในฮอลลีวู้ด แต่เรย์ก็ไม่ใช่นักแสดงมือใหม่ไก่กาแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เขาเป็นนักแสดงละครเวทีที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย ไม่แน่ว่าถ้า Justice League ไปได้สวย เราอาจได้ชมภาพยนตร์ของไซบอร์ก ที่เรย์นำแสดงเดี่ยวๆ ในอีกไม่นานนี้

 

มาถึงซูเปอร์ฮ่โร่ที่เป็นที่รักอยู่แล้ว อย่าง “วันเดอร์วูแมน” ซึ่งรับบทโดย กัล กาด็อต ( Gal Gadot ) งานนี้ถือว่าไม่เสียฟอร์ม นางสวยขึ้น และหุ่นเช้งกะเด๊ะกว่าเดิม จนประกายแอบลอยไปกลบรัศมี “แบทแมน” ( Ben Afflect ) ซึ่งรับบทเป็นผู้นำทัพทวงคืนเอกภาพ และความยุติธรรมให้โลก ว่ากันตามตรง ถ้ามนุษย์ค้างคาวพกของเล่นมาน้อยกว่านี้ อาจจะหมองเพราะสาวสวยคนนี้ได้ …. คิดๆไปก็น่าน้อยใจแทนพี่เบน เส้นทางซูเปอร์ฮีโร่ของพี่ช่างมีขวากหนาม เรื่องไหนแสดงดี เนื้อเรื่องก็ดันน่าเบื่อ เรื่องไหนไม่น่าเบื่อ เอฟเฟคท์ก็ดับอนาถ เรื่องนี้ไม่แพ้ผู้ชาย ก็เกือบพ่ายให้ผู้หญิง สู้ต่อไปนะ มนุษย์ค้างคาว !

กัลถือเป็นนักแสดงหญิงคนแรก ที่รับบทเป็นวันเดอร์วูแมนบนจอเงิน และเธอก็ทำได้ดีซะด้วย ภาพยนตร์ Wonder Woman ที่กัลนำแสดงแบบเดี่ยวๆ นั้นกวาดรายได้อย่างสวยงามทั่วโลก สูสีกับ Batman v Superman: Dawn of Justice ที่รวมดาราดังหลายคนไว้ในเรื่องเดียวกัน ปัจจุบันกัลแต่งงานแล้ว เธอและสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน โดยขณะถ่ายทำ Wonder Woman กัลกำลังท้องลูกคนที่สองอยู่ แต่เธอปิดไว้ไม่ให้ทีมงานรู้
justice league
ตอนที่ผู้สร้างประกาศว่า เบน แอฟเฟล็กต์ จะมารับบทเป็น “แบตแมน” ในภาพยนตร์เรื่อง Batman v Superman: Dawn of Justice สาวกมนุษย์ค้างคาวหลายคนปรามาสว่าเขาไม่เหมาะกับบทนี้หรอก แต่เมื่อได้ชมภาพยนตร์แล้ว แฟนๆ ส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เบนนี่แหละคือผู้ที่เหมาะจะรับบทแบตแมนที่สุด

นอกจากกองทัพซูเปอร์ฮีโร่ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ความสมบูรณ์ของหนังถือว่าได้มาจากอีกหนึ่งตัวละคร ที่การปรากฎตัวของเขาจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ก็คงได้ เพราะไม่มีให้เราเห็นมาก่อนในใบปิด แต่ด้วยความผูกพันในฐานะแฟนคลับที่มีต่อซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ เมื่อเห็นเขาปรากฎตัว เราก็เลยรู้สึกว่าหนังสมบูรณ์ขึ้น ขณะที่วิชวลเอฟเฟคต่างๆ ถือว่าสวยงามตามธรรมเนียม

ในภาพมีความบอกใบ้ถึงซูเปอร์ฮีโร่ที่จะมาเซอร์ไพรส์

ข้อด้อย

ตัดไปที่ตัวร้ายอย่าง “สเตพเพนวูลฟ์” ซึ่งออกตามหา “มาเธอร์บ็อกซ์” ให้ครบ 3 กล่องเพื่อครอบครองโลก นี่อยากจะบอกเหลือเกินว่า “คุณคือจุดอ่อน” คือการแสดงไม่ได้ผิด แต่บังเอิญบทนางไม่ได้มีความร้ายแบบแยบยลอะไร นอกจากนำฝูงลอยไปลอยมา และดูซีจีเสียเหลือเกิน ซึ่งถ้าความร้ายจะมีแค่นี้ เทียบกับเหตุการณ์ที่เหล่าฮีโร่พิทักษ์จักรวาลทั้งหลายเคยเจอในเรื่องก่อนๆ งานนี้ไม่ต้องมาตั้งหกเจ็ดคนก็ได้ (มั้ง)

อีกประเด็นคือ การเฉลี่ยบท ก็เข้าใจได้นะว่า เมื่อขนมาทั้งลีกเลยต้องแบ่งกันเด่น และเป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ ที่ต้องทำหน้าที่ป๋าดันให้รุ่นน้อง แต่ถ้าบทในส่วนของแต่ละคนจะ “คม” ขึ้นอีกนิด มันก็น่าจะทำให้ดูแล้วรู้สึกอิ่มได้มากกว่านี้

ปิดท้ายขอบ่นนิดๆ ตรงที่หนังซ่อนฉากจบอีก 2 ฉาก ไว้หลังเอนด์เครดิต ถ้าผู้สร้างทำเพราะต้องการให้เห็นเค้าลางของหนังภาคต่อไปก็เข้าใจได้ แต่เราว่ามันนานไปนิด รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้นั่งสดุดีเหล่าทีมงานในเรื่อง นี่ถ้าพลังแห่งความเป็นอควาแมนไม่มากพอที่จะอั้นมวลน้ำในตัวที่ใกล้ระเบิด (พูดง่ายๆว่า ถ้าหูรูดเสื่อม) คงไม่สามารถนั่งดูต่อจนจบได้เป็นแน่แท้ เหอเหอ

 

อ่่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง JusticeLeague สวย หล่อ ล่ำ พิทักษ์โลก

ชมตัวอย่างภาพยตร์ https://www.youtube.com/watch?v=CXXE0ueU7yE

 

keyboard_arrow_up