เข้าใจ “จุดพีค” ของร่างกายก่อน ก็ใช้ชีวิตได้มากกว่า

ยุคนี้เป็นเทรนด์สุขภาพแบบเฮลตี้ๆ กำลังมาแรง สาวๆ คนไหนที่ไม่ดูแลตัวเอง หรือไม่หันมาออกกำลังกายถือว่าเอ๊าท์นะจ๊ะ และการดูแลตัวเองของสาวๆ ยุคนี้เค้าก็มีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารคลีน ออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส โยคะ บลาๆๆ สาระพัดที่จะสรรหาวิธีมาทำให้ตัวเองดูสวย มีรูปร่างที่ดีแบบเพอร์เฟค

แต่ๆๆๆๆ รู้ไหมว่า ที่สาวๆ เค้าหันมาออกกำลังกาย และดูแลตัวเองนั้น  ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงาม หรือรูปลักษณ์หน้าตาดีเพียงอย่างเดียว หรือหันมาออกกำลังกายแค่ตามเทรนด์เท่านั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายเพื่อที่จะได้รองรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเข้ามานั่นเอง

สังเกตกันง่ายๆ เลย ดูจากคนสมัยนี้ที่มองแค่ภายนอกไม่สามารถคาดเดาอายุกันได้เลย บางคนอายุนิดเดียว แต่ศักยภาพร่างกายไม่ต่างอะไรกับคนแก่ ในขณะที่คนอายุเยอะบางคน กลับแข็งแรงกว่าหนุ่มสาวเสียอีก นั่นก็เพราะอยู่ที่การใส่ใจดูแลตัวเองมาตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ดีมากๆ

ฟังอย่างนี้แล้วลองหันกลับมามองที่ตัวเราเองดูว่า ตอนนี้ศักยภาพร่างกายของเราเมื่อเทียบกับอายุแล้ว มันพอดีกันหรือไม่ หรือไม่ก็ลองเช็ค “จุดพีค” ของร่างกายตัวเองดู ว่ามีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวร่างกาย และท่าทางในการออกอิริยาบทต่างๆ ว่าสมบูรณ์ สอดคล้องกับอายุจริงหรือไม่

ดูแลตัวเองให้ดีกว่า เพื่อใช้ชีวิตได้มากกกว่า
การเช็คความพร้อมและความสามารถของร่างกายนั้น สามารถเช็คจากความแข็งแรงของ กระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เพียงแค่ 3 ส่วนหลักๆ ที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะถ้าแค่ 3 ส่วนนี้ดี บอกเลยว่าร่างกายก็จะดีไปตลอดชีวิต

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า use it or lose it ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายว่า หากคุณไม่ใช้มัน คุณจะเสียมันไป ซึ่งกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ก็เหมือนกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เมื่อได้รับการใช้งานหรือฝึกฝนมันอย่างถูกต้องเพียงพอ จนกลายเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะทำให้กระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อที่ช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกายแข็งแรงได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างถูกต้องและต่อเนื่องเพียงพอ รวมถึงการรักษาความแข็งแรงของทั้ง 3 ส่วนไว้ตลอดชีวิต

ตอนนี้หลายคนคงเกิดคำถามขึ้นมาในใจแล้วว่า การออกกำลังกายมีหลากหลายรูปแบบ แล้วแบบไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด? จะเลือกการออกกำลังกายแบบไหนดี ? งั้นเรามาเรียนรู้และหาคำตอบไปด้วยกัน

ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักเจ้าส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย อย่าง กระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อกันก่อนว่า ทั้งหมดนี้มันจะทำงานสัมพันธ์กัน โดยกระดูกแต่ละชิ้นยึดต่อกันด้วยข้อต่อ และกล้ามเนื้อแต่ละมัดจะมีเอ็นยึดติดกับกระดูกชิ้นต่างๆ ดังนั้นการออกกำลังกายอย่างหนักก็จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น และเมื่อกล้ามเนื้อขยายขนาดเพิ่มขึ้น ทำให้กระดูกและข้อต่อสามารถทำงานได้มากขึ้นเช่นกัน

ออกกำลังกายแบบไหนสร้างความแข็งแรงให้กับข้อต่อ กระดูก และกล้ามเนื้อ?

การออกกำลังกายทุกประเภทก็ถือเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ทั้งสิ้น แต่การออกกำลังกายที่สร้างความแข็งแรงให้กับทั้ง 3 ส่วนนี้ จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

Weight Bearing Exercise คือ การออกกำลังกายโดยใช้เท้าและขาหรือมือและแขนในการรับน้ำหนักของตัวเอง เช่น การเต้นแอโรบิค เตะบอล เล่นบาส ตีแบต วิ่ง เดินขึ้นบันได เดิน เป็นต้น การออกกำลังกายลักษณะนี้จะส่งผลดีให้กับระบบหลอดเลือดและหัวใจมาก รวมถึงช่วยให้กระดูก และข้อต่อมีความแข็งแรงมากขึ้น

Strengthening / Resistance Exercise เป็นการออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักหรือแรงต้านจากร่างกายของเราเองและใช้แรงต้านหรือน้ำหนักจากภายนอก เช่น การยกน้ำหนัก (Weight Training) ไม่ว่าจะเป็นการยกบาร์เบล ดัมเบล การใช้ยางยืดออกกำลังกาย (Resistance Bands) ซึ่งคนทั่วไปมักไม่ทราบว่าการออกกำลังกายลักษณะนี้จะส่งเสริมให้กระดูก และกล้ามเนื้อได้ทำงานมากที่สุด

แต่เดี๋ยวก่อน!! การออกกำลังกาย 2 ประเภท ที่กล่าวมานั้นอาจจะหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งรูปแบบที่พอจะทำได้น่าจะเป็นการออกกำลังกายด้วยการเดินและการวิ่ง หรือออกกำลังกายที่เรียกว่า โยคะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูกได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าการออกกำลังกายที่เหมาะกับแต่ละคน จำเป็นต้องพิจารณาตามเพศ อายุ โรคประจำตัว และความแข็งแรงของร่างกายพื้นฐานก่อน เพื่อที่จะได้เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นได้มากที่สุด แต่ที่แน่ๆ คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำมักจะมีความแข็งแรงของร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ชัวร์ๆ เช่น ผู้หญิงอายุ 40 ปีที่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจมีความแข็งแรงมากกว่าเด็กหนุ่มอายุ 25 ปี ที่ไม่ออกกำลังกายเลย อันนี้ฟันธง!!

รู้อย่างนี้แล้วใครที่คิดเอาดีทางด้านการออกกำลังกาย หรืออยากเช็คจุดพีคของร่างกายดูบ้าง ก็มีข้อแนะนำง่ายๆ ซึ่งหากไม่มีพื้นฐานเลย ก็เริ่มจากการออกกำลังกายแบบง่ายๆ แบบ Weight Bearing เช่น การฝึกเดิน เดินได้นาน 30 นาที จนไม่รู้สึกเหนื่อยแล้ว ค่อยหัดวิ่ง อาจจะฝึกวิ่งวันละ 20 นาทีอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3-4 วัน เป็นเวลาหนึ่งเดือน พอรู้สึกว่าเริ่มอยู่ตัว ก็ค่อยเพิ่มเวลาวิ่งให้นานขึ้นเป็น 40 – 45 นาที แบบนี้เป็นต้น

ใครอยากมีชีวิตที่ดีก็ลองหันมาออกกำลังกายแบบง่ายๆ กันดูก่อนก็ได้ ถ้าขยันและมีความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย ความแข็งแร็งหนาแน่นของกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ต้องอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างแน่นอน ที่เหลือก็อยู่ในส่วนของการทานอาหาร และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างทั้งข้อต่อ กระดูก และกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ดูแลทั้ง 3 ส่วนนี้โดยตรงออกมากันเยอะพอสมควร อย่างแบรนด์เดิมที่ครองตลาดด้านนี้มานานต้องยกให้ “แอนลีน” ที่พัฒนาสูตรใหม่ออกมาอย่าง  Anlene MovMax (แอนลีนมอฟแม็กซ์) ที่เพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้มากขึ้น และเพียงพอ ได้แก่ แคลเซียม โปรตีน คอลลาเจน ซึ่งจะช่วยบำรุงทั้งข้อต่อ กระดูก และกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี แมกนีเซียม สังกะสี วิตามินบี2, บี6, บี12, ซี, ดี, และ วิตามินอี อีกด้วย อ่อ ยิ่งถ้าได้ดื่มวันละ 2 แก้วด้วยแล้ว รับรองฟิตเปรี๊ยะ!!

อ่ะ! ใครอยากสุขภาพดีก็เริ่มต้นหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เพราะตอนนี้ก็รู้กันมากขึ้นกว่าเดิมแล้วว่าการดูแลพื้นฐานสำคัญ เช่นการดูแลร่างกายให้ถูกจุด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว ที่คล่องแคล่ว และมีศักยภาพ เป็นสิ่งสำคัญ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่า ทำไมคนยุคใหม่จึงต้องหันดูแลตัวเองให้มากขึ้นทั้งภายในและภายนอก และต้อง เข้าใจศักยภาพของตัวเองในแต่ละช่วงวัย เพื่อใช้ชีวิตให้ได้มากกว่าที่ใครๆ มอง

keyboard_arrow_up